ร่วมรำลึก 26มิถุนายนวันสุนทรภู่กวีสี่แผ่นดินตอนที่1






เพลงเดี่ยวพญาโศก



นิราศเมืองแกลง ขึ้นต้นไว้ดังนี้


                                                               โอ้สังเวชวาสนานิจจาเอ๋ย

จะมีคู่มิได้อยู่ประคองเชย                      ต้องละเลยดวงใจไว้ไกลตา

ถึงทุกข์ใครในโลกที่โศกเศร้า               ไม่เหมือนเราภุมรินถวิลหา

จะพลัดพรากจากไกลไม่ทันลา             ใช้แต่ตาต่างถ้อยสุนทรวอน

โอ้จำใจไกลนุชสุดสวาส                         จึงนิราศเรื่องรักเป็นอักษร

ให้เห็นอกตกยากเมื่อจากจร                  ไปดงดอนแดนป่าพนาวัล


จะสังเกตุเห็นว่าท่านสุนทรภู่ยังอาลัยอาวรณ์หญิงคนรัก ซึ่งก็คือจันนั่นเองที่ท่านแอบลอบได้เสียกันจนกระทั่งท่านติดคุกและพ้นโทษแล้วท่านจึงได้ไปปฏิบัติภาระกิจที่บางปลาสร้อย ( ชลบุรีปัจจุบัน) และถือโอกาสนี้ไปติดตามหาพ่อที่เมืองแกลง โดยตั้งใจจะไปบวชกับพ่อ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้บวชเพราะป่วยเสียก่อน


นิราศเมืองแกลงนี้เป็นการเขียนบอกเล่าเรื่องราวระหว่างเดินทางของท่านว่าไปพบปะเจอะเจออะไรบ้างแล้วแทรกความรู้สึกในใจลึกของท่านเข้าไป ว่าไปแล้ว ก็เหมือนกับ สารคดีท่องเที่ยวสมัยนี้นั้นเองเพียงแต่ท่านใช้ความเป็นศิลปินบอกเล่าเรื่องราว


นิสัยเจ้าชู้และเสน่ห์ของนักเลงกลอนอย่างสุนทรภู่ก็ไม่เบา ดูจากกลอนของท่านตอนหนึ่งในนิราศเมืองแกลงตอนที่ท่านไม่สบายมีหญิงสาวสองนางมาคอยปรนนิบัติพัดวีให้ ซึ่งเทียบศักดิ์ก็เหมือนหลานสาว ที่มาหลงรักท่านจนเกิดหึงหวงแตกคอกันเองจนท่านตัดปัญหาด้วยการกลับกรุงเทพ


ทุกเช้าเย็นเห็นแต่หลานที่บ้านกร่ำ         ม่วงกับคำกลอยจิตขนิษฐา

เห็นเจ็บปวดนวดฟั้นช่วยฝนยา              ตามประสาซื่อตรงเป็นวงศ์วาน

ครั้นหายเจ็บเก็บดอกไม้มาให้บ้าง          กลับระคางเคืองข้องกันสองหลาน

จะว่ากล่าวน้าวโน้มประโลมลาน            ไม่สมานสโมสรเหมือนก่อนมา

ก็จนจิตคิดเห็นว่าเป็นเคราะห์                  จึงจำเพาะหึงหวงพวงบุบผา

  ต้องคร่ำครวญรวนอยู่ดูเอกา                  ก็เลยลาบิตุรงค์ทั้งวงศ์วาน


นิราศพระบาทขึ้นต้นเริ่มเรื่องว่า


                                                                    แสนอาลัยใจหายไม่วายห่วง

ดังศรศักดิ์ปักซ้ำระกำทรวง                           เสียดายดวงจันทราพะงางาม

เจ้าคุ้มแค้นแสนโกรธพิโรธพี่                         แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสาม

จนพระหน่อสุริยวงศ์ทรงพระนาม                 จากอารามแรมร้างทางกันดาร

ด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท                     จำนิราศร้างนุชสุดสงสาร

ตามเสด็จโดยแดนแสนกันดาร                      นมัสการรอยบาทพระศาสดา

วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ                            พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า

รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา                          พี่ตั้งตาแลแต่ตามแพราย

ที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้า                           ก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหาย

แสนสลดให้ระทดระทวยกาย                         ไม่เหือดหาย ห่วงหวงเป็นครัน 


ผมขออธิบายตรงนี้นิดนึงครับ คำว่าเรียมในบทกลอนนั้นหมายถึงสุนทรภู่ เรียมเป็นคำเรียกตัวเองของผู้ชายสมัยก่อน ดังนั้นถ้าเราเห็นคำว่าเรียมปรากฎในกลอนสมัยก่อนให้เข้าใจให้ตรงกันครับว่าเป็นคำสรรพนามแทนตัวของผู้ชาย


จากการเริ่มต้นเรื่องนิราศพระบาทนี้ จะเห็นได้ว่าสุนทรภู่ยังมีใจรักมั่นอาลัยอาวรณ์หา จัน หญิงคนรักคนแรกของท่านอยู่และปรากฎใจความลักษณะนี้ในงานของท่านแทบทุกเรื่องที่รำพันถึงจัน แม้ภายหลังท่านจะได้ภรรยาใหม่ทั้งนิ่มและม่วงแล้วก็ตามแต่กลับปรากฎว่าท่านยังระลึกถึงแต่นางจันคนนี้อยู่เพียงนางเดียว


นิราศภูเขาทองขึ้นต้นว่า


                                                            เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระวสา

รับกฐินภิญโญโมทนา                               ชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย

ออกจากวัดทัศนาดูอาวาส                       เมื่อตรุษสารทพระวสาได้อาศัย

สามฤดูอยู่ดีไม่มีภัย                                  มาจำไกลอารามเมื่อยามเย็น

โอ้โอวาทราชบูรณะพระวิหาร                  แต่นี้นานนับทิวาจะมาเห็น

เหลือรำลึกนึกน่าน้ำตากระเด็น                 เพราะขุกเข็ญคนพาลมารานทาง

จะหยิบยกธิบดีเป็นที่ตั้ง                             ก็ใช้ถังแทนสัดเห็นขัดขวาง

จึงจำลาอาวาสนิราศร้าง                           มาอ้างว้างวิญญาในสาคร



นิราศเรื่องนี้ท่านเขียนขณะเป็นพระจำวัดอยู่วัดราชบูรณะและท่านได้เขียนถึงที่ท่านได้ตกระกำลำบากต้องออกจากวัดราชบูรณะ และท่านยังอาลัยอาวรณ์ถึงผู้ชุบเลี้ยงท่านให้อยู่ดีมีสุขก็คือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยรัชกาลที่ 2 และท่านเขียนความในใจของท่านไว้อีกตอนว่า


ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด                       คิดถึงบาทบพิตรอดิศร

โอ้ผ่าเกล้าเจ้าประคุณของสุนทร              แต่ปางก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น

พระนิพพานปานประหนึ่งศรีษะขาด         ด้วยไร้ญาติยากแค้นถึงแสนเข็ญ

ทั้งโรคซ้ำกรรมซัดวิบัติเป็น                       ไม่เล็งเห็นที่ซึ่งจะพึ่งพา

จะสร้างพรตอุตสาห์ส่งบุญถวาย                ประพฤติฝ่ายสมถะทั้งวสา

เป็นสิ่งของฉลองคุณมุลิกา                          ขอเป็นข้าเคียงบาททุกชาติไป





คลิกดูประวัติและผลงานสุนทรภู่ที่นี่




Create Date : 25 มิถุนายน 2555
Last Update : 24 กรกฎาคม 2556 14:50:16 น.
Counter : 750 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Thongnetra
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



เปิด-ปิดวิทยุคลิกที่ปุ่ม
New Comments
มิถุนายน 2555

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
All Blog