Tempurachan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







เพื่อนสาวสวยชาวไต้หวันที่เคยเรียนคลาสเดียวกัน
มาสารภาพหลังจากรู้จักกันมาเป็นปีๆ ว่า

ช่วงที่เค้ายังจำชื่อเราไม่ค่อยได้
(ชื่อเราอ่านเป็นสำเนียงญี่ปุ่นว่า "ทิ ปุ สึ ดา")
เวลาจะพูดชื่อเรา เค้าจะตั้งต้นคิดในใจ...

"...เทม ปุ ระ…เทมปุระ ซัง…ทิปุสึดาซัง"

เราชอบไอเดียนี้มากมาย
จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ...Tempurachan...




Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
1 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Tempurachan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 

ลาก่อน...คอนแทคเลนส์ เล่ายาวนะ (2/2)

วันต่อมา เราก็ไปนั่งรอคุณหมอตามเวลาที่นัดไว้ แต่พอเห็นฝรั่งใส่ที่ครอบตาเดินออกมาจากห้องผ่าตัดก็็เริ่มนั่งไม่ติด เดินไปเล่นเกม หยิบนิตยสาร กินน้ำกินขนมที่ทางศูนย์มีบริการ (ทั้งๆ ที่ไม่ได้หิวเลย) แบบว่าไม่ไหวไม่สามารถนั่งนิ่งๆ ได้แล้ว เจ้าหน้าที่ก็เลยเอายาคลายเครียดมาให้เรากินค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า เราคิดว่าเค้าให้ยาคลายเครียดกับทุกคนนะ แต่มีกระซิบกับเราว่า ไม่ต้องกลัวค่ะ คนก่อนหน้าคุณก็กลัวแบบนี้ (อุ๊ปส์)

พอได้เวลาขึ้นเขียง เจ้าหน้าที่ก็มาประคองเราเข้าไปในห้อง ที่ต้องประคองเพราะเราต้องฝากแว่นไว้กับแม่ และยาคลายเครียดมันก็ทำให้เรารู้สึกหนักๆ ตื้อๆ เดินเองไม่ได้แว้วว เจ้าหน้าที่ให้เราเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างมือล้างหน้า แล้วก็พาเราไปนอนกระหน่ำยาชา เราก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี (กลัวไม่ชา ง่าาา หยอดเยอะๆ ได้โปรด) ระหว่างนี้เราก็ใส่หูฟัง เพื่อฟังขั้นตอนก่อนผ่าตัดและขณะผ่าตัด ซึ่งการที่เราได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่เค้ากำลังทำอะไร และต่อไปจะเกิดอะไรกับตัวเรา มันทำให้ความกลัวหายไปเยอะเลย พอถึงเวลาขึ้นเตียงผ่าตัดเราก็เลยนิ่งมากๆ (คิดว่านะ)

ก่อนเริ่มยิงเลเซอร์ คุณหมอจะอาเทปกาวมาแปะเปลือกตาไว้กันเรากระพริบตา เราจะถูกสั่งให้มองไฟสีต่างๆ ขณะที่เครื่องยิงเลเซอร์ทำงาน ถ้าตาเราไม่นิ่งปุ๊บ เครื่องจะหยุดทำงานทันที เริดมาก ไม่ต้องกลัวพลาดเป้า ระหว่างนี้ก็มีหยอดยาชาเป็นระยะๆ คุณหมอและเจ้าหน้าที่อีกสามคนทำงานเป็น teamwork มากๆ

เตรียมตัวเตรียมใจมาตั้งนาน ใช้เวลาทำจริงๆ ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ และที่หลายคนคงอยากรู้ว่าเจ็บมั้ย คำตอบก็คือไม่เลย เจ็บที่สุดก็ตอนลอกเทปกาวออกแล้วมันดึงขนคิ้วเราไปด้วยนิดนุง แค่นี้จริงๆ แต่มีรู้สึกหวาดเสียวตอนที่คุณหมอเอาสำลีมาเช็ดในตาแล้วก็เอาเครื่องมือมาขูดๆ มันจะเหมือนกับเรายื่นหน้าไปใกล้ๆ กระจกหน้ารถตอนฝนตก แล้วก็เห็นที่ปัดน้ำฝนมันก็เคลื่อนซ้ายขวาๆ ดังครืดๆ ไม่เจ็บแต่เสียวงืดๆ

เสร็จสรรพเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็ให้เราใส่คอนแทคเลนส์และที่ครอบตาไว้เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน แล้วก็อธิบายข้อห้ามต่างๆ หลักๆ ก็คือภายเจ็ดวันนี้ ห้ามขยี้ตา ห้ามน้ำเข้าตา ห้ามแต่งหน้า เราสามารถใช้สายตาได้ตามปกติแต่ความเคืองตามันจะทำให้เราเลิกใช้สายตาไปเอง

เราค่อนข้างกังวลกับการแสบตา ปวดตาหลังการทำ PRK มาก (คนทำเลสิคจะไม่ต้องเจอปัญหานี้) เจ้าหน้าที่เน้นว่าสามวันแรกน้ำตาจะไหล แล้วก็ทำหน้าตาสงสารเราสุดฤทธิ์ เราก็กลัวง่ะ ถึงว่าหมอให้ยานอนหลับมาด้วย

ฟังอธิบายเสร็จก็กลับบ้านได้ค่ะ

แต่เอาเข้าจริงในสามวันนั้นเราไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรเลย เราว่าคนที่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่แล้วน่าจะรู้สึกชิวๆ มาก ประมาณว่าเคืองตาเหมือนใส่่คอนแทคเลนส์ข้ามคืนเท่านั้นเอง (ซึ่งมันก็มีคอนแทคเลนส์ที่หมอใส่ไว้จริงๆ นั่นแหละ)

ช่วงอาทิตย์แรกก็ต้องไปให้คุณหมอดูแผลเกือบทุกวัน เวลานอนก็ต้องใส่ที่ครอบตา เวลาออกจากบ้านก็ต้องใส่แว่นกันแดด จะกินอาหารที่เป็นน้ำๆ ก็ต้องควักแว่นกันแดดมาใส่กลัวน้ำกระเด็นเข้าตา นึกภาพคนใส่แว่นตาดำนั่งจกส้มตำหอยดองในห้องแอร์สิ (นั่งข้างนอกก็ไม่ได้ เดี๋ยวเหงื่อไหลเข้าตา) เด็กเสิร์ฟก็แอบมอง เห็นนะยะ เค้าต้องนึกว่าเราเป็นดาราแน่เลย โฮะโฮะ (คงไม่ได้คิดว่าเราไม่เต็มบาทหรอกน่ะ)

จนถึงวันนี้แผลก็หายดีแล้ว แต่ยังต้องหยอดยาอยู่ ช่วงใหม่ๆ เรามีเผลอเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจะไปถอดคอนแทคเลนส์ (ก็มันเป็นกิจวัตรที่เราทำมาสิบกว่าปีแล้วนี่เน้อ) พอนึกออกว่าเราไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว ก็โคตรหลั่นล้าเลย วู้ๆ

ขอบคุณแม่ที่ช่วยดูแล หยอดตาและครอบตาให้เราก่อนนอนทุกคืน

ขอบใจน้องต้นที่ขับรถพาเราไปหาหมอและแวะกินส้มตำทุกวันๆ

ขอบคุณพ่อที่ยุยงให้เราเกิดความกล้าที่จะทำ

สุดท้ายนี้ขอบคุณคุณอ้วน ที่เปลี่ยนใจอนุญาตให้เราทำผ่าตัดหลังจากที่คัดค้านมาตลอด ฮ่าๆๆ


ขอเพิ่มรายละเอียด
เราเขียนบล็อกนี้เพื่อให้ข้อมูลแก่เพื่อนๆ ที่สนใจรักษาอาการสายตาสั้นโดยใช้เลเซอร์ เป็นประสบการณ์จริงของเรา ไม่ได้มีเจตนาจะโฆษณานะคะ ศูนย์เลสิคในเมืองไทยมีหลายแห่ง สอบถามจากหลายๆ ที่ แล้วพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจทำนะค๊า




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2552
6 comments
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 10:19:58 น.
Counter : 431 Pageviews.

 

หวัดดีค่ะ ผ่านมาอ่านเจอก็เลยได้ความรู้ไปด้วยขอบคุณมากค่ะ สนใจอยากทำเลสิคเหมือนกันค่ะ ใส่คอนแทคเลนส์แบบรายเดือนมาเกือบๆจะสิบปีแล้ว แต่ว่าใส่แล้วไม่ค่อยถอดค่ะเพราะว่าขี้เกียจ แต่ก่อนไม่มีปัญหาอะไรแต่มาีปีนี้มาเริ่มเป็นภูมิแพ้เกสรแล้วมันจะทำให้คันๆตาต้องขยี้บ่อยๆเลนส์กระเด็นประจำเลยค่ะ อ่านเจอคุณ Tempurachan ทำ PRK แล้วสนใจด้วยคนค่ะ ถ้าคุณ Tempurachan เปิดเผยข้อมูลได้ อยากรบกวนสอบถามว่า

1.ทำที่ไหนคะ
2.ราคาประมาณเท่าไหร่คะ
3.หลังจากทำแล้วมีอาการข้างเคียงอื่นๆไหมคะ มองเห็นได้ปกติเหมือนตอนเราใส่คอนแทคเลนส์เลยใช่ไหมคะ
4.ก่อนทำมีการนัดหมอกี่ครั้งคะ
5.พอจะบอกเบอร์โทรหรือสถานที่ๆไปทำได้ไหมคะ

ขอบพระคุณล่วงหน้ามากๆค่ะ

 

โดย: Kainui_rica IP: 68.209.115.234 1 มิถุนายน 2552 21:04:40 น.  

 

I have problem with contact lenses too, even I use the most expansive brand (oasis). I have to use Monovision.
One for reading, one for distance. (very complicated)
In my case I can't do lasik or prk.
I have a farsightedness and astigmatism. My hubby told me to wait for a couple year until they have a new technology for my symptom. I totally understand how u feel !!!

 

โดย: 777 IP: 69.118.171.95 2 มิถุนายน 2552 0:22:46 น.  

 

ฮ่า ฮ่า เคยเลนส์กระเด็นในห้องน้ำห้างแล้วขอให้คนอื่นมาช่วยเราหาด้วยอ้ะค่ะ

ยินดีค่ะ คุณ Kainui_rica
1. ทำที่ TRSC ตึกอื้อจื่อเหลียง
2. 75,000 ค่ะ จริงๆ มีหลายช่วงราคาเริ่มตั้งแต่ 59,000 เลือกได้ค่ะ
3. สำหรับเรา ช่วงสองอาทิตย์แรก ตาจะสู้แสงจ้าไม่ค่อยได้แล้วจากที่ตรวจก็คือสายตาจะขึ้นๆ ลงๆ แต่ออกจากบ้านได้ อ่านหนังสือได้
หลังจากนั้น ก็โอเคทุกอย่างค่ะ มองชัดเหมือนตอนใส่เลนส์เลยนะ เล่นกีฬาก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะดำน้ำต้องรอหนึ่งเดือนค่ะ
4. เราพบหมอเพื่อประเมินสายตาครั้งเดียว แล้ววันต่อมาก็ทำเลยค่ะ ถ้าเวลาจำกัดจะตรวจประเมินช่วงเช้าแล้วทำช่วงบ่ายเลยก็ได้ค่ะ
5. ที่อยู่และเบอร์โทร ตามรายละเอียดใน //wwwดอทlasikthaiดอทcom ค่ะ

เราถ่ายทอดข้อมูลตามประสบการณ์ของเรา คนอื่นอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ ถามกับคุณหมอโดยตรงจะได้ข้อมูลหลากหลายกว่านะคะ

 

โดย: Tempurachan 2 มิถุนายน 2552 9:59:27 น.  

 

ของคุณ 777 ดูซับซ้อนมากค่า

ที่ TRSC ก็มี Monovision Lasik ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการสายตาสั้นและสายตายาวในขณะเดียวกัน ประมาณว่าจะทำให้ตาข้างนึงหายสั้น กลับมามองไกลได้เท่ากับคนปกติ แต่อีกข้างนึงคุณหมอจะให้เหลืออาการสายตาสั้นไว้นิดหน่อย จะได้อ่านหนังสือได้น่ะค่ะ

ไม่รู้ว่าอันนี้จะเป็น Monovision ที่คุณหมายถึงรึเปล่า

 

โดย: Tempurachan 2 มิถุนายน 2552 10:11:20 น.  

 

ขอบคุณมากๆค่ะสำหรับข้อมูล เข้าไปดูคร่าวๆแล้วค่ะจะได้เป็นแนวทางและอีกทางเลือกที่พี่คิดและจะแพลนไว้อยากทำมานานแล้วค่ะ ถ้าปีนี้ไม่มีอาการแพ้มากระตุ้นก็ยังไม่คิดแต่พอมีภูมิแพ้เพิ่มเข้ามาแล้วมันแย่มากๆเลยค่ะ คันตาได้ทั้งวันไม่ขยี้ก็อดไม่ได้เลยค่ะ แต่อ่านของคุณ 777 แล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้มีเราคนเดียวนี่เนอะที่ลำบากกับเรื่องสายตา

 

โดย: Kainui_rica IP: 68.209.115.234 2 มิถุนายน 2552 19:36:40 น.  

 

หวัดดีค่ะ ตามกลับมาอ่านต่อ โอโห ประเมินสถานการณ์ตาม ก็พอทนนะคะ แต่คิดว่าน่าจะทำปีหน้าที่เมกา แล้วจะวางใจอย่างไรเรื่องการดูแลเพราะยังไงมันก็คงไม่เหมือนกันหมายถึงเรื่องไทยกับเทศ ฟังดูมีครอบครัวช่วยกันหลายคน รวมทั้งเพื่อน น่ารักจังเลย สงสัยต้องเตือนตัวเองเรื่องหลังทำ เราแสบตาแล้วชอบขยี้ กลัวๆ เข้าใจ จขบ มากเลย เรื่องความกลัว ลูกตามันแบบเสียวไส้อ่ะค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลอีกครั้งนะคะ

 

โดย: Nok (nokjeffus ) 7 มิถุนายน 2552 4:24:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.