Tempurachan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]







เพื่อนสาวสวยชาวไต้หวันที่เคยเรียนคลาสเดียวกัน
มาสารภาพหลังจากรู้จักกันมาเป็นปีๆ ว่า

ช่วงที่เค้ายังจำชื่อเราไม่ค่อยได้
(ชื่อเราอ่านเป็นสำเนียงญี่ปุ่นว่า "ทิ ปุ สึ ดา")
เวลาจะพูดชื่อเรา เค้าจะตั้งต้นคิดในใจ...

"...เทม ปุ ระ…เทมปุระ ซัง…ทิปุสึดาซัง"

เราชอบไอเดียนี้มากมาย
จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ...Tempurachan...




Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
20 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Tempurachan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 

สามวันสองคืนที่คลับเมดบินตัน อินโดนิเซีย

ดองเค็มไว้เกือบครึ่งปี ได้ฤกษ์เอารูปตอนไปเที่ยวเกาะบินตัน ช่วงต้นเดือนกุมภา มาอัพแล้วจ้า

เกาะบินตันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนิเชียแต่ก็ใกล้กับสิงคโปร์ค่ะ ไปเช้าเย็นกลับยังได้เลย เราเลือกจองแพคเกจสามวันสองคืนกับคลับเมด ซึ่งรวมหมดทั้งค่าที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม (แอลกอฮอล์ด้วย) ฮ่า ฮ่า ฮ่า ความตั้งใจตั้งแต่แรกคือกะจะไปกินๆ นอนๆ แต่พอได้ดูตารางกิจกรรมของคลับเมด บวกกับข้อมูลจากเพื่อนฝน ก็ทำให้เราคิดว่า ทริปนี้คงไม่ใช่แบบกินๆ นอนๆ ซะแล้ว

ออกจากบ้านเช้าวันเสาร์ เพื่อไปขึ้นเรือที่ Tanah Merah Ferry Terminal ให้ทันเก้าโมง โชคดีที่บ้านเราอยู่ทางอีสโคสท์อยู่แล้ว นั่งแท็กซี่ไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงท่าเรือค่ะ เช็คอินและผ่าน ตม สิงคโปร์ ก็มานั่งรอที่เกท


คนรอเยอะพอสมควรเลย รอบเก้าโมงเช้าวันเสาร์เนี่ย


เรารอเวลาขึ้นเฟอร์รี่ด้วยใจระทึก เนื่องจากได้ข้อมูลมาจากเพื่อนฝน ซึ่งไปเล่นกอล์ฟที่บินตันมาเมื่ออาทิตย์ก่อนว่า คลื่นแรงมากๆ แค่นั่งในเฟอร์รี่รอคนลงครบก็อาจเมาได้ เราเลยตั้งใจว่าจะลงเรือเป็นคนสุดท้าย ตอนแรกคุณอ้วนพยายามพาเราไปต่อแถวเป็นคนกลางๆ เพราะกลัวจะได้ที่นั่งไม่ดี แต่พอเห็นเรือโคลงแล้วก็มองหน้ากัน เดินกลับมาต่อท้ายแถวใหม่ (เราว่าผู้โดยสารวันนั้นน่าจะเกือบสองร้อยคน) สรุปว่าได้นั่งเกือบหลังสุด ใกล้ๆ ห้องน้ำ พอนั่งสักพักเรือก็ออกเลย ดีใจจังรีบๆ ไปรีบๆ ถึง

ระหว่างทางคลื่นก็แรงมาก ตัวเรือเอียงจากซ้ายขวาแบบเกือบครบร้อยแปดสิบองศาเลยอ้ะ เราไม่รู้สึกเมาเรือเลยเพราะกินยาแก้เมาเตรียมไว้ จะมีก็แต่อาการหนักหัว พยายามหลับตาแต่ก็รู้สึกตัวตลอด ได้ยินเสียงคนอาเจียนในห้องน้ำด้วย บรื๋อ



ประมาณสี่สิบห้านาทีก็ถึงท่าเรือเกาะบินตัน รีบลากคุณอ้วนออกจากเฟอร์รี่เป็นคนแรกๆ แล้วก็นึกได้ว่าน่าจะถ่ายรูปเฟอรรี่ไว้บ้าง แต่ช่างมันเหอะ

มาถึงก็ต้องผ่าน ตม. ของอินโดนะคะ แค่หนึ่งชั่วโมงจากบ้านก็ได้เที่ยวเมืองนอก คริคริ คนไทยไม่ต้องมีวีซ่า เราเดินออกมากับกลุ่มแรกอย่างชิวๆ เพราะไม่รู้ชะตากรรมว่าต้องมานั่งรอคนญี่ปุ่นคนนึงที่แยกไปทำวีซ่าอีกช่อง แล้วคนญี่ปุ่นคนนั้นก็เดินออกมาเป็นคนสุดท้าย

ระหว่างที่นั่งในรถบัสของคลับเมด คุณอ้วนก็บ่นๆ เรื่องที่ตัวเองต้องทำวีซ่าว่าเสียเวลา (ตั้งยี่สิบนาที) ไม่แฟร์โง้นงี้ แหมๆๆ ถ้าให้ยืมกันได้จะให้ลองเอาพาสปอร์ตไทยไปใช้ตามหาความยุติธรรมสักปีสองปี ไม่ต้องไปหาไกล เอาไปสถานฑูตญี่ปุ่นทำวีซ่าเข้าประเทศตัวเองก่อนเลยเป็นไง

ถึงคลับเมดก็รับ welcome drink มี G.M. (-ประมาณผู้จัดการรีสอร์ท) มาแนะนำตัวแล้วก็ให้ G.O. พาเราไปห้อง พวกจีโอคือสตาฟของคลับเมด เป็นทั้งฟร้อนท์สตาฟ คนขายของ คนนำกิจกรรม เป็นต้น พวกเค้าจะมีป้ายเป็นรูปธงติดไว้ที่อกเสื้อเพื่อบอกว่าพูดภาษาอะไรได้บ้าง ส่วนใหญ่จะมีสามธงกันเป็นอย่างน้อย (เราพยายามหาจีโอที่ติดป้ายธงไทยแต่ไม่เจอเลยตลอดสามวัน ฮือ ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน)

จีโอคนนั้นเห็นเบอร์ห้องเราก็พูดว่า โอว คุณต้องเป็นคนพิเศษมากๆ ถึงได้ห้องนี้นะ เราก็เหรอๆ แอบคิดว่ามันเป็นมุกป่าว ความจริงเราจอง Superior แต่ได้อัพเกรดเป็น Deluxe ฮ่าฮ่า เท่านี้ก็ปลื้มพอแล้ว



ภายในห้อง


จากระเบียงห้อง


เนื่องจากอ่อนเพลียกับคลื่นมามากเราก็นอนเอาแรง ตื่นมาก็บ่ายสอง ลงไปหม่ำๆ ถึงมื้อหลักๆ จะมีแค่เช้า กลางวัน เย็น แต่คลับเมดมีอาหารระหว่างมื้อไว้ให้ตลอดเวลา


เสิร์ฟกันถึงที่เลย



มานั่งหลับตรงนี้ด้วย ลมดีน่านอนมากๆ
ที่เห็นหลังยอดมะพร้าว ห้องมุมชั้นบนสุดคือห้องเราเอง


เดินเล่นให้อาหารย่อยพอประมาณ เรากับคุณอ้วนก็ไปเรียนยิงธนูกัน จีโอที่สอนยิงธนูเป็นเกาหลีที่พูดญี่ปุ่นได้ ก็เลยเทรนคุณอ้วนหนักเป็นพิเศษ เราแอบถามคุณอ้วนว่าพรุ่งนี้มายิงธนูกันอีกมั้ย คุณอ้วนบอกไม่เอา ไม่ชอบคนสอนที่เสียงดังโวยวาย (เราเห็นด้วยว่าเค้าค่อนข้างพูดดังเหมือนขู่ๆ แต่เหตุผลที่แท้จริงที่ไม่อยากมาแล้ว น่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า)


พยายามเข้านะคุณอ้วน


หลังจากนั้นเราก็ไปเล่นโยคะรอบเย็นก่อน sunset (ทีแรกหลอกคุณอ้วนไปยืนรอริมหาดได้แล้ว แต่คุณอ้วนดันรู้ตัวเลยวิ่งหนีไป เชอะ ไม่ง้อก็ได้) จีโอที่สอนโยคะเป็นคนญีปุ่น (แย่จังเราจำชื่อเค้าไม่ได้แล้ว) สมมติว่าชื่อโยโกะละกัน โยโกะซังสอนแขกของรีสอร์ททำโยคะที่ริมหาด มีลมทะเล เสียงคลื่น แสงแดดอ่อนๆ เป็นกิจกรรมที่เราชอบมากที่สุดในทริปเลย


ทะเลสวยกว่าที่คิด
แต่ห้ามว่ายน้ำและเล่นกีฬาทางน้ำเพราะเป็นช่วงมรสุม


โยโกะซังบอกว่าเรามีกล้ามท้องแล้วก็ชี้ให้เราดูไลน์ของกล้ามท้องตัวเอง (มันช่างเลือนลางต้องเกร็งมากๆ ถึงจะเห็น) จริงดิ๊ มันคือกล้ามท้องเหรอ มาได้ไงแล้วทำไงจะรักษามันไว้ได้ ใครรู้ช่วยบอกที อืม เราเคยเล่นครอสเทรนนิ่งวันละสี่สิบห้านาที เกือบทุกวัน แต่ทำอยู่ได้แค่ค่อนปีก็เลิกอ้ะ มันทำให้มีกล้ามท้องป่าว จะได้กลับไปเล่นอีก


รูปถ่ายตอนโยคะรอบเช้าใกล้สนามเปตอง รอบเย็นจะเล่นกันใกล้หาดมากกว่านี้อีกนะ


จากนั้นก็อาบน้ำแต่งตัวไปดินเนอร์ (บุฟเฟ่ต์น่ะ) อาหารเยอะใช้ได้เลยแต่ผิดหวังนิดหน่อยที่อาหารทะเลมีน้อยกว่าที่คิด (อาจจะแล้วแต่ช่วงเวลามั้ง) รวมๆ แล้วเต็มสิบให้แปดครึ่งอ้ะ ระหว่างที่ดินเนอร์ก็มีจีโอมาขอนั่งด้วย จริงๆ เราอยากนั่งแบบเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่อาจจะเป็นนโยบายเพิ่มความใกล้ชิดกับแขกของทางรีสอร์ทละมั้ง จีโอคนนั้นบอกว่าเค้าจะขึ้นโชว์ชกมวยคืนนี้ด้วย ว้าว ตื่นเต้นๆ

ที่คลับเมดจะมีโชว์หลังจากดินเนอร์แล้ว นักแสดงก็คือเหล่าจีโอทั้งหลายนั่นแหละ สารพัดประโยชน์จริงๆ คืนแรกเป็นสเตจโชว์ค่ะ ก็ตลกดีนะ


ตัวใหญ่ๆ ดำๆ คือจีโอที่นั่งทานดินเนอร์โต๊ะเดียวกัน ตัวเล็กๆ ใส่กางเกงแดงคือคนสอนยิงธนู
ส่วนกรรมการเสื้อขาวคือจีเอ็ม ผู้จัดการรีสอร์ท ตัวจริงดูเด็กๆ แถมหน้าตาน่ารักคล้ายๆ ลีโอนาโด


ดูโชว์เสร็จก็ไปที่บาร์ต่อ เจอโยโกะซังด้วย แหม ตอนเย็นเล่นโยคะออกแนวรักสุขภาพด้วยกัน พอดึกก็ชนแก้วแด๊นซ์กระจาย แต่ไม่มีปัญหาเช้าวันต่อมาเราก็ตามไปเล่นโยคะ sunrise กับครูโยโกะจนได้


เรียกว่า Flying Trapeze แบบว่าโหนเชือกไปมา คุณอ้วนเล่นแต่เราไม่กล้าอ้ะ มันสูงอยู่น๊า


วันที่สองเราหัดไดร์ฟกอล์ฟทั้งเช้าทั้งบ่ายเลย พอเย็นๆ แดดร่มก็ไปเดินเล่นชายหาดแล้วก็มานั่งทำใจริมสระ



เรื่องมันมีอยู่ว่า ก่อนมาเราเตรียมชุดว่ายน้ำ two-piece เอาไว้ แต่เราสะเพร่าหยิบใส่กระเป๋ามาแค่ one piece คือชิ้นบน เราไปเดินดูในช้อปของรีสอร์ทก็มีแต่ทูพีซแบบบิกินี่ สวยเซ็กซี่อย่างแรง คงได้ใส่แก้ขัดแค่ครั้งเดียวเนี่ย ส่วนพวกชุดว่ายน้ำแบบสปอร์ตก็ไม่สวยสมราคาน่ะ ผลสุดท้ายก็ได้ไอเดียใหม่ซื้อกางเกงเดินชายหาดแบบสั้นมากๆ มาใส่กับชิ้นบน ดูตลกๆ ก็ลายมันไม่เข้ากันน่ะ เราก็เลยพยายามเอาผ้าขนหนูพันตัวไว้ พอสระโล่งๆ ปุ๊บ เราก็สลัดผ้ากระโจนลงน้ำไปเลย (รู้สึกแปลกๆ อยู่นะ แต่ดีกว่าไม่ได้ลงสระ)

เย้ กางเกงขาสั้นตัวนั้นก็เอามาใส่เวลาไปหาดแถวบ้านได้ คุ้มๆๆ ถ้าซื้อบิกินี่มาก็คงไม่มีโอกาสได้ใส่อีกแล้วอ้ะ


บรรยากาศริมสระว่ายน้ำ


เล่นน้ำเสร็จแล้ว ก่อนมื้อเย็นเราก็ไปเล่นโยคะรอบ sunset เหมือนเมื่อวานแต่คราวนี้มีแม่ชาวญี่ปุ่น พาลูกอีกสามคนมาเรียนด้วย เด็กๆ ทำได้สักยี่สิบนาทีก็เลิก เหลือแต่คุณแม่กับเรา

ตอนหลังเรามารู้ว่า คุณแม่คนญี่ปุ่นคนนั้นลงทุนย้ายมาสิงคโปร์เพื่อให้ลูกได้เข้าโรงเรียนที่นี่โดยเฉพาะ ส่วนคุณพ่อก็ยังทำงานอยู่ญี่ปุ่นคนเดียว เราแบบทึ่งมากเลย คือเค้าเห็นความสำคัญของการศึกษามากขนาดนี้แล้วถ้าเรามีลูกเราจะทำแบบเค้าได้มั้ย

คำตอบก็คือ ทำได้ เราตัวคนเดียวกระเตงลูกไปเรียนประเทศไหนก็ได้ แต่ไม่เอาสิงคโปร์นะ ไม่ใช่อะไร ที่นี่มันไม่สนุกสำหรับแม่เลยลูก

โชว์หลังดินเนอร์คืนที่สองเป็นโชว์ที่สระว่ายน้ำ ออกแนวกายกรรมหน่อยๆ ตื่นเต้นดี หลังโชว์จบเราไปเล่นเกม limbo dance กติกาคือให้แขกกับจีโอเป็นพาร์ตเนอร์กัน ห้ามปล่อยมือจากกันเวลาลอดไม้ ได้ผู้เข้าแข่งขันประมาณยี่สิบคู่ เราคู่กับโยโกะซังถือเป็นตัวเก็งอันดับหนึ่ง (เราคิดเอง) ก็แหม คู่กับครูสอนโยคะมันก็ได้เปรียบคนอื่นสิ

ผลปรากฎว่า คู่เราได้ที่สองอ้ะ อีกนิดเดียวจะชนะอยู่แล้วและคนที่ทำไม้หล่นคือโยโกะซังไม่ใช่เราง่ะ

คืนนั้นเห็นโต๊ะสนุกเกอร์ว่างๆ ก็เลยแข่งกับคุณอ้วน ผลก็คือแพ้กระจุย เข้านอนด้วยความหงุดหงิด (และเมา)


เช้าวันสุดท้าย เราตื่นสายเลยไปหัดไดร์ฟกอล์ฟแทนที่จะไปเล่นโยคะ sunrise รู้สึกผิดในใจเพราะกะว่าจะบอกลาและขอเมลล์โยโกะซัง


สัญลักษณ์ของที่นี่ มีเยอะมากๆ แอ๊บแบ๊วกินขนมปังด้วย


ก่อนกลับเราไปสปากับคุณอ้วน ทำอะไรบ้างลืมไปแล้วแต่จำได้ว่ามีเอาน้ำมันมะพร้าวมานวดๆ แล้วก็เอาพลาสติกมาห่อตัวเราไว้น่ะ รู้สึกตัวเองเหมือนขนมรอเข้าเตาอบยังไงไม่รู้ เก้าสิบนาทีก็นานนะแต่เรารู้สึกไม่คุ้ม ยังไงดี พนักงานเค้าบริการดี แต่เราไม่ค่อยประทับใจตรงที่ให้เราเปลี่ยนเสื้อในห้องน้ำแฉะๆ (จากการอาบน้ำของคนอื่น)

ขากลับเราก็กินยาแก้เมากันไว้ แต่คลื่นแรงน้อยกว่าขามาก็เลยชิวๆ รู้สึกแฮปปี้กับทริปนี้มากๆ จีโอน่ารักทุกคน อาหารเครื่องดื่มก็อยู่ในระดับดีเลยแหละ สามวันนี้เราดื่มค็อกเทลน่าจะเกินยี่สิบแก้ว เดินผ่านเคาท์เตอร์ต้องแวะสั่งอ้ะ มันรวมอยู่ในแพคเกจแล้วต้องดื่มให้คุ้ม คือนอกจากกางเกงขาสั้นกับสปาก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรแล้ว ติดใจอยากไปทุกอาทิตย์เลย




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2552
1 comments
Last Update : 20 มิถุนายน 2552 1:10:14 น.
Counter : 1954 Pageviews.

 

กิจกรรมเยอะดีนะคะ
น่าจะไปพักได้หลายวันแบบไม่มีเบื่อแน่ๆ

ปล. หวังว่าคงสบายดีเช่นเคยนะคะ

 

โดย: ColaGirl 13 กรกฎาคม 2552 16:48:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.