ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย....ตอนที่ 3 ซวยซ้ำซ้อน
หลังจากเขียนให้คุณๆ ขำมาสองตอน ตอนที่สามนี้ขอบ่นหน่อยละกัน ตอนนี้อาจจะขำไม่ค่อยออกนะครับ การทำงานที่เมืองนอกไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนหัวดำอย่างผมเนี่ย ต้องดิ้นรนพอสมควร ด้วยความที่เป็นต่างด้าวการจะไปสู้กับแรงงานเมริกันชนเนี่ยเหนื่อยคับ ต้องใช้ความอึดเข้าสู้ ผมว่าคนไทยที่ทำงานอยู่ต่างประเทศไม่ว่าสายงานไหนเนี่ยเข้าใจในประเด็นนี้ดี แบบว่าต้องอึด ถึก วิ่งสู้ฟัด ทนมือทนเท้า อะไรประมาณนั้น ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น สำหรับผมขอให้สั่งมาเถอะ ผมทำให้หมดแหละ ทำไม่ได้ ผมก็หาทางทำมันจนได้แหละ จะต้องอดหลับอดนอนก็ยอมครับ แต่อยู่มาวันนึงความอดทนของผมก็มีอันหมดลง มันเริ่มจากผมได้รับโปรเจคร้อนมา ที่ว่าร้อนเนี่ยก็หมายความว่า มีกำหนดส่งที่กระชั้นมาก เท่านั้นยังไม่พอครับปริมาณเนื้องานที่ต้องทำเนี่ยก็มากมายมหาศาล แบบว่า Mission impossible ประมาณนั้น ซึ่งก็เป็นปกตินะเวลามีเผือกร้อนแบบนี้เค้าก็โยนมาให้ผม ผมก็โอนะ แบบว่าชินหนะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก อาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์ผมแทบคลั่ง คือ ผมทำงานตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสี่ทุ่มทุกวัน ใช้คอมพิวเตอร์สามเครื่องพร้อมกันฟูลไทม์ แทบไม่ได้ลุกไปไหนเลยลุกฉี่อย่างเดียว กินมาม่าเป็นข้าวเย็นทุกวัน ห้าทุ่มถึงบ้านก็นอนเลย ตื่นก็ไปออฟฟิต เหนื่อยครับ เหนื่อยจิงๆ แก่แล้วด้วย....จนมาถึงวันส่งงาน ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยดี ทุกคนแฮปปี้ ผมเลยฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์ซะหน่อยโดยการขอเจ้านายผมลาหยุดชดเชยซะ เค้าก็โอเคแต่ก็ให้ผมไปขออนุญาติเมเนเจอร์อีกคน ผมก็อีเมล์ไปบอกเค้า ปรากฏว่าไอเมเนเจอร์เนี่ยมันไม่โอเค มันว่าการทำแบบนี้มันผิดกฏหมาย ผมก็คิดในใจนะ ไอหอกทีใช้กรูทำงานล่วงเวลาแล้วไม่จ่ายตังค์เนี่ยมันไม่ผิดกฏหมายหรอวะ เท่านั้นไม่พอครับมันยัง cc อีเมล์ไปบอกฝ่ายบุคคลอีก ที่นี้ฝ่ายบุคคลก็อีเมล์มาหาผมบอกว่าเห็นด้วยกับไอเมเนเจอร์ว่ามันผิดกฏหมาย ยังไม่พอครับฝ่ายบุคคลผมก็ cc ไปบอกกรรมการบริหารอีก เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต ลำบากผมต้องอีเมล์ไปบอกทุกท่านว่าโอเคไม่หยุดก็ได้วะ ตอนนั้นก็เซ็งๆนะแต่ก็รับสภาพ ซักพักนึงไอเมเนเจอร์คนเดิมก็เดินมาบอกผมว่า “เข้าใจนะว่าผมทำงานหนักและทำงานล่วงเวลามาหลายวันติดกัน เห็นใจนะ แล้วก็บอกอนุญาติให้ผมหยุดชดเชย” ผมถึงกับขาดผึง!!!!!!! ไอ้เห้ มึงให้กูหยุดแล้วมึงสาระแนไปรายงานให้ทุกท่านทราบทำไมหรอ!!!!! โกรธครับโกรธมาก ไม่ได้โกรธที่มันไม่ให้หยุดนะ อึ่มก็นิดนึง แต่โกรธที่มันกลับกลอกและปากโป้งมากกว่า ปกติผมเป็นคนสงบปากสงบคำนะ แต่คราวนี้มันอดไม่ไหว ถึงกับบอกมันไป “ผมไม่หยุดแล้ว เพราะมันผิดกฏหมาย แต่คราวหน้าผมไม่ทำแล้ว” ฉุนครับ

วันนั้นก็กลับบ้านไปแบบขุนเคืองครับ กลับมาถึงบ้านก็ว่างๆเลยเก็บโต๊ะซะหน่อย เหลือบไปเห็นจดหมายเตือนจากแบงค์ที่บอกว่าบัญชีเงินฝากของผมดิวแล้วให้ผมไปถอนเงิน ผมถึงกับร้องโฮ่ก.....ลืมครับ จดหมายมันส่งมาตั้งนานแล้วหละ แต่ผมมัวแต่ทำงานบ้าเลือดนั่นงกๆอยู่ ลืมไปเลย ที่นี้ก็ซวยสิครับ เพราะพอเลยไปแล้วเราไปถอนเนี่ยก็ต้องโดนปรับ ทำมัยต้องถอน แล้วทำไมต้องโดนปรับคงต้องอธิบายกันยาวครับ เอาเป็นว่าซวยแล้วกันครับ....เด้งที่สอง

ซักพักก็เหลือบไปเจอบิลอีกใบวางอยู่ ชื่อผู้ส่งคุ้นๆครับ มันมาจากไอ้โรงบาลที่มันเจาะแขนผมไปห้าทีคราวที่แล้วที่เล่าไปในตอนที่หนึ่งจำกันได้มัยครับ งงครับงงมากๆ ไหงประกันบอกว่าฟรีไม่เสียตัง ทำไมมันส่งบิลมาเก็บที่กรูหว่า หลังจากที่ฝึกภาษาอยู่พักนึงก็พบว่า โรงบาลมันโอเวอร์ชาจครับ แล้วประกันผมก็ไม่ยอมจ่ายเต็มตามที่โรงบาลมันชาจมา ส่วนที่ขาดเนี่ยโรงบาลมันเลยมาเก็บที่ผม .......เด้งที่สามครับ คือที่นี่เนี่ยถ้าโรงบาลมันรุ้ว่าคนไข้มีประกันเนี่ยมันก็จะชาจระเบิดเลย ประกันก็รู้ทันไม่ยอมจ่ายในส่วนที่เวอร์นั้น ความซวยเลยมาตกที่คนไข้ตาดำๆอย่างผม ที่ไอประกันมันบอกว่าตรวจร่างกายฟรีปีละครั้งเนี่ยสรุปแล้วมันก็ไม่ฟรีครับ สรุปผมก็ต้องจ่ายอีก 80$ ก็ประมาณเกือบ 3000บาท.... 3000บาทเนี่ยไปตรวจที่ไทยแลนด์บ้านเราได้สบายเลย พยาบาลก็สวยเช้ง ไม่ต้องมาเจ็บตัว เสียจิต กับโรงบาลที่นี่ แถมยังมีตังค์เหลือกินข้าวขาหมูให้สะใจอีกสองจานต่างหาก

ก็พยามมองโลกในแง่ดีครับ ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องแย่ๆ เรื่องดีๆก็มีครับ เฮ่อ!!ก็ยังดีครับที่ตอนนี้รถผมเปิดเซลทรัลลอคออกแล้วตามที่เล่าไปในตอนที่สอง รวมถึงรอยขูดจากประตูหน้าถึงกันชนหลังที่มีผู้หวังดีมาช่วยเพิ่มสีสรรให้รถผม คงเห็นว่าล้อผมสวยแล้ว เลยอยากให้ตัวรถมีสีสรรเทียบเท่ากับล้อ ไหนจะมีผู้ไม่ประสงค์จะออกนามเอาหมากฝรั่งมาแปะไว้ที่ที่เปิดประตูอีกต่างหากทำให้ที่เปิดประตูผมจับถนัดมือขึ้นเยอะไม่ลื่นด้วย....ฮ้าๆๆๆๆสบายใจว้อย



Create Date : 13 กันยายน 2552
Last Update : 14 กันยายน 2552 11:03:59 น.
Counter : 239 Pageviews.

12 comments
  
อ่านแล้ว รู้สึก เครียดแทน
ถ้าเป็นเรา เจอแบบนี้
คงวิ่งแจ้นกลับบ้านดีกว่า
ไม่อยู่มันแล้วเมืองนอก

ยิ่งไอ้ มาเนเจอร์
นี่ก็ยิ่ง น่ารำคาญ
เป็นเรา เราก็คง ฉุนมากเหมือนกันอ่ะค่ะ

ยังไงก็ สู้ๆแล้วกันนะคะ 555+
โดย: ปาล์ม (palmpada ) วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:13:40:35 น.
  
ยิ้มไว้ค่ะ โลกจะแตกก็ยิ้มไว้
โดย: no filling วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:16:49:09 น.
  
โห...เค้าใจร้ายมาเลยนะเนี๊ยะ

สู้เค้านะลุ๊ง...............
โดย: amykittenish วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:18:48:48 น.
  
พี่ผ่านมันมาได้แล้ววว มันกลายเป็นเรื่องขำไปแล้ว
โดย: mcphon IP: 125.24.124.40 วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:19:32:20 น.
  
โดย: เอยาร่า วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:19:45:52 น.
  
ยังไงก็ยังโชคดีค่ะ ห้าๆๆๆๆ ขำ
สู้ๆนะคะ
โดย: ทิพย์ (Siriporn&Flemming ) วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:23:14:11 น.
  
คนแอลเอ...หลงทางมาอยู่แอลเอเหมือนกัน....
มาส่งแรงใจคร่า เอ้า สู้ๆๆๆๆๆๆ
โดย: kamonorchids วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:23:28:01 น.
  
ถ้าเป็นนู๋ คงกลับบ้านไปแล้ว สู้ ๆ นะคะ

ขอใ้ห้ได้เจอแต่เรื่องดีๆ นะคะ
โดย: gamsai IP: 76.97.24.192 วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:0:14:16 น.
  
สู้ๆนะค่ะ เอาใจช่วยค่ะ
โดย: StitchHero วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:1:12:58 น.
  
อ่านไป กลั้นหายใจไปด้วย ซวยซ้ำซ้อนจริง ๆ ค่ะ

เบื่อประกันเมืองมะกันเหมือนกันค่ะ อะไรก็ไม่รู้ น่ารำคาญ
โดย: Lilac Girl วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:1:58:44 น.
  
ต๊ายตาย คุณตี้หนีมาเขียนบล็อคที่นี่เอง ตามมาจากเฟซบุคนะเนี่ย
เมื่อไหร่จะกลับเมืองไทยอีก ไว้ไปแดรกเหล้ากันเฟ้ย......
โดย: golf60 IP: 124.120.164.228 วันที่: 14 กันยายน 2552 เวลา:12:18:59 น.
  
ทำงานอย่า "สามารถ" มากสิคะ ไม่งั้นก็รับเละเลย
โดย: ชมพู่แก้มแหม่มของแม่ตุ๊กตา วันที่: 15 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:31:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หนุ่มแอลเอ
Location :
Los Angeles  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดึรับฟังทุกความเห็นครับ
กันยายน 2552

 
 
1
2
3
5
6
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30