ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย....ตอนที่ 1 ทุกขลาภ
หลายคนคงคิดว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วประชาชนคงมีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับการบริการสาธารณสุขที่ดีกว่าประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยแลนด์บ้านเราใช่ไหมครับ ลองฟังเริ่องที่ผมจะเล่าให้ต่อไป แล้วคุณอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้ครับ

ด้วยความที่เป็นคนอยู่ต่างประเทศและทำงานอยู่กับบริษัทแห่งนึง ซึ่งมีสวัสดิการด้านสุขภาพให้กับพนักงาน พนักงานทุกคนต้องมีประกันสุขภาพ ไอ้ประกันสุขก็มีหลายแบบ ต่างกันไปตามเบี้ยประกัน ซึ่งเบี้ยประกันเนี่ยมันก็หักมาจากเงินเดือนเราเนี่ยแหละ ด้วยความงกส่วนตัว ผมก็เลยเลิอกแบบที่จ่ายน้อยที่สุด แม้จะเป็นแบบที่ด้อยที่สุดผมก็ยังได้รับสิทธิตรวจสุขภาพฟรีปีละครั้ง แถมโรงบาลที่ไปตรวจได้ก็มีหลายแห่ง ฟังดูดีใช่มัยครับ ยัง... มันยังไม่เริ่ม นี่คือลาภที่เกริ่นไว้ในชื่อตอนครับ ต่อไปจะเป็นเรื่องทุกข์แล้วหละ

คือผมก็คิดว่ามันดีเหมือนกันตอนแรก ก็เลยเริ่มลงมือหาโรงบาล ความทุกข์มันก็เริ่มตั้งแต่ตอนนี้แหละ ปรากฎว่าไอโรงบาลที่บอกว่ารับประกันเรานะพอไปหามันจิงๆ มันเช็คนู่นเช็คนี่บ้าบอ ข้ามตอนนี้ไปเลยแล้วกันเพราะไม่ใช่เรื่องที่ตั้งใจจะเล่าให้ฟัง เอาเป็นว่ากว่าจะหาได้ต้องโทรไปโทรมาหลายรอบ ข้ามมาตอนไปโรงบาลเลยแล้วกัน วันนั้นก็รีบไปแต่เช้าเลยนะไปตั้งแต่เปิดเลย พอก้าวเข้าไปนะ พระเจ้าช่วย!!!!!คนแม่งเยอะมาก ธรรมดาแทบไม่ค่อยเห็นคนเลยตามถนนแถวนี้ สงสัยมารวมตัวกันอยู่โรงหมอกันหมด แล้วไอโรงบาลนี้นะมันไม่มีระบบการนัดหมอนะคือคนไข้ทุกคนเพชิญชะตากรรมเดียวกัน คือต้องมาลงทะเบียน แล้วรอให้นางพยาบาลไปหาไฟล์เรา แล้วรอเรียกชื่อให้เข้าไปข้างใน บรรยากาศในห้องรอนะ มาคุมาก คือทุกคนต้องมานั่งรอพยาบาลเรียกชื่อ รวมกันในห้องแคบๆ ที่เต็มไปด้วยคนป่วย ลูกเด็กเล็กแดงยั้วเยี้ย ไอที่ป่วยก็ร้องงอแง ผมเซ็งเป็ดเลย กูไม่ได้ป่วยแค่จะมาตรวจร่างกาย แต่พอมานั่งอยู่ในนี้นะไม่ป่วยก็คงต้องป่วยแล้วหละ ไอพวกที่มาเนี่ยก็ไม่รู้เป็นโรคอะไรกันบ้าง พอพยาบาลเรียกชื่อผมนะ ดีใจโครต นึกว่าจะได้เจอหมอซะที.....แต่พอเข้าไปนะ กลับไปเจอห้องรออีกห้องนึง สภาพเดิมเลย พระเจ้าช่วย!!!! ด่านที่สอง สรุปวันนั้นกว่าจะได้เจอหมอ ปาเข้าไปสามชั่วโมง แล้วต้องกลับมาใหม่อีกอาทิตย์ถัดไปเพื่อฟังผลตรวจเลือด

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปผมก็กลับไปอีกครั้ง ก็อารมณ์เดิม ต้องลงทะเบียนแล้วรอเรียกชื่อ แต่คราวนี้รู้แกว คราวที่แล้วมาเช้าคนเยอะ คราวนี้เลยมาเย็นกะว่าคนจะน้อย ซึ่งก็จิง คนน้อยจิงๆ ผมก็นั่งรอ รอ รอ จนคนเข้าไปกันหมดแล้วเหลือผมคนเดียว เลยต้องฝึกภาษาอังกิดกันหน่อย ผมเลยเข้าไปถามพยาบาลว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมไม่เรียกชื่อผมซะทีคนอื่นเข้าไปหมดแล้ว คนมาหลังผมก็เข้าไปแล้ว พยาบาลตอบว่าหาไฟล์ผมไม่เจอ ผมก็รอต่อไป สุดท้ายก็หาเจอ ปรากฏว่าคราวที่แล้วพยาบาลวางไฟล์ผิดที่ ผมก็เซ็งไปตามระเบียบ แต่ก็ให้อภัยนะเพราะชื่อพี่ไทยของเราพอสะกดเป็นอังกิดแล้วก็ยาวเหยียดแถมอ่านยากด้วย ฝรั่งก็มึนเป็นธรรมดา จะโทษแม่ก็ไม่ได้ ตอนแม่ตั้งชื่อเราก็คงไม่คิดว่าลูกชายโตแล้วจะไปอยู่เมืองนอก ไม่งั้นแกคงตั้งชื่อเราทอมมี่ ปีเตอร์ไปแล้ว สรุปก็ได้เจอหมอสมใจ คุยไปคุยมา ปรากฎว่าไม่เจอผลตรวจไขมัน ผมก็งงได้งัยตอนเจอหมอคราวที่แล้วย้ำนักย้ำหนาไขมันสำคัญมากอยากรู้ สืบไปสืบมาพบว่านังพยาบาลลืมเขียนใบสั่งให้แล็บตรวจไขมันเรา แล็บเลยไม่ได้ตรวจ มันเลยไม่มีผลกลับมา เซ็งมัยครับคุณ ต้องกลับมาอีกรอบเพื่อเจาะเลือดกันใหม่ คุณพยาบาลก็ใจดีนะ(คนที่ทำผิดนั่นแหละ) บอกให้คราวหน้าเข้ามาหาเค้าข้างในเลย ไม่ต้องเสียเวลาลงทะเบียนข้างนอก นัดเวลากันเรียบร้อย สิบโมง ฟังดูดีใช่มัยครับ.....เรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้น

และแล้ววันที่นัดหมายกันก็มาถึง ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยไม่ต้องเสียเวลาในห้องรอมาคุ คุณพยาบาลนัดสิบโมง ผมก็กะไปสายนิดหน่อย เผื่อคุณพยาบาลขี้เกียจตื่นหรือมาสาย วันนั้นก็ไปถึงโรงบาลสิบโมงครึ่ง ตรงเข้าไปข้างในเลย ปรากฏว่านังพยาบาลคนนั้นยังไม่มาครับพี่น้อง ผมเนี่ยฉุนแตกเลยครับ ภาษาอังกิดไม่เก่งหรอกครับแต่พอถึงบทด่าหละก็ ด่าได้เป็นฉากๆ ผมก็ตรงออกมาเค้าเตอร์ข้างนอกแล้วก็เริ่มเปิดฉาก.....นังพยาบาลคนนั้นนะมันยังงั้น.....ยังงี้....ได้ไง....บลา บลา บลา......บ่นเสร็จก็ต้องรอต่อไป ปรากฏว่านังพยาบาลคนนั้นมันมาหวะ มาตอนเกือบ 11 โมง ผมเห็นมันเดินมานะ ผมก็จ๋อยดิ ซวยแล้วกู ด่ามันไปซะเยอะ คิดในใจมันจะแกล้งกูป่าววะตอนเจาะเลือด ธรรมดาคนเราเวลาคิดอะไรแล้วได้ดังใจถือว่าเป็นเรื่องมงคลนะครับ แต่ในกรณีผมเนี่ยถือว่าซวยครับ เล่าความซวยให้ฟังเลยดีกว่า ตอนเจาะเลือดนะครับนังพยาบาลก็จิ้มเข็มเข้าไป!!!!จ้วบ.....ไม่เจอเส้นครับ....เธอก็ดึงเข็มออกมา แล้วก็จิ้มเข้าไปใหม่ จ้วบที่สอง.....ไม่โดนเส้นอีกครับ!!!!เธอเริ่มบ่น “เส้นยูอยู่ลึก หายาก” ผมเองก็เริ่มคิดในใจ “นี่มึงไม่เก่ง หาเส้นไม่เจอ หรือมึงแกล้งกูวะ” แว่ปนั้นความทรงจำของผมตอนไปหาหมอที่เมืองไทยก็แล่นเข้ามาในหัว เปิดประตูเข้าไปในโรงบาลรีเสฟขั่นแทบจะอุ้มไปหาหมอ นางพยาบาลก็แทบจะเข้ามาหอมแก้ม แถมจิ้มลิ้มอีกต่างหาก นางฟ้าชัดๆ....ตัดกลับมาที่นางมารกันต่อ หลังจากที่เธอบ่นเสร็จ เธอก็เปลี่ยนไปเจาะที่แขนอีกข้างนึงแทน คราวนี้ก่อนเธอจะจิ้มเข็ม ผมก็แผดเสียง “เดี่ยว ๆๆๆ แน่ใจแล้วนะว่าหาเจอ” เธอก็พยักหัวหงิกๆ .....จ้วบ...เนื้อล้วนๆครับท่านผู้ชม ไม่มีเลือด....ไอเอี้........ ย มึงแกล้งกู...... วันนั้นนะกว่าจะได้เลือดไปตรวจโดนไปสี่เข็มครับพี่น้อง

สรุปหาหมอตรวจร่างกายคราวนี้ไม่เสียซักบาทครับ แต่เสียเวลาไปมาโรงบาลอยู่สองอาทิตย์ โดนเข็มจิ้มไปเบ็ดเสร็จห้าดอก และก็เสียจิตกับนังพยาบาลตัวแสบ....นี่แหละครับทุกขลาภของคนอยู่เมืองนอกอย่างผม



Create Date : 04 กันยายน 2552
Last Update : 12 กันยายน 2552 22:41:39 น.
Counter : 219 Pageviews.

9 comments
  
เห็นใจค่ะเห็นใจ เจอไปห้าดอกใครก็เซ็งเนอะ

เรื่องอื่น ๆ เมืองนอกอาจจะเจริญ และสะดวกกว่าบ้านเรา
แต่การแพทย์และสาธารณสุขคงไม่ต่าง แต่ที่แน่ ๆ ของเรามีดีที่ service mind

เคยไป vaccination สองสามครั้ง ขนาดเลือกไปโรงพยาบาลเอกชนแล้วนะ เจออารมณ์ประมาณนี้เลยค่ะ
แถมมือหนัก ตอนฉีดยาจิ้มเอา ๆ แถมpush เร็วมากกกก ปวดแขน+เซ็งเป็ดไปหลายวัน
โดย: Julie_pikaju วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:11:13:22 น.
  
เข้าใจความรู้สึกเลยค่ะ เคยโดนพยาบาลที่นี่เอาเข็มไช...แยง...อยู่นั่นแหละจากนั้นมันก็เอาเข็มออกและบอกว่า "ว้า...หาเส้นเลือดไม่เจอ...อ่ะ อ่ะ เดี๋ยวลองแทงหาเส้นเลือดอีกทีละกันน๊า" หูยยย ตอนนั้นแบบว่า โกรธมากกกกก อยากกระโดดเตะมันตรงนั้นเลยค่ะ แต่หมดแรงเพราะตอนนั้นป่วย...ฮือออ น่านนนน นะสิ ใครว่าอยู่เมืองนอกสบาย(วะ) 555
โดย: Flowerfun วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:23:33:29 น.
  
คนแอลเอเข้ามาอ่านค่ะ อืม เป็นอีกรูปแบบนึงเลยนะคะ วิสกี้เองก็เพิ่งไปตรวจร่างกายมาเหมือนกันค่ะ
โดย: วิสกี้โซดา วันที่: 4 กันยายน 2552 เวลา:23:50:46 น.
  
โดนกันมาเหมือนกันหรอ......แสดงว่าคุณอยู่เมืองนอกกันนานพอสมควรแล้วนะ.....โชคดีครับ
โดย: หนุ่มแอลเอ วันที่: 5 กันยายน 2552 เวลา:22:15:24 น.
  
อ่านแล้วน่าผลักดันทัวร์สุขภาพในบ้านเราให้เป็นวาระแห่งชาติ ขนาดโรงพยาบาลรัฐบ้านเรายังไม่ขนาดนี้เลย
โดย: แบ๊น แบน วันที่: 6 กันยายน 2552 เวลา:23:57:47 น.
  
ช่ายๆ ขนาดเจ้านายเรายังจะพาเมียไปทำฟันเมืองไทยเลย ทำฟันที่เมกาเนี่ยแพงโครต เมียเค้าจะทำ crown อะ บอกหมอที่นี่คิด 40000 usd ก็ประมาณ 1.3 ล้าน ส่งไปทำที่อัสวะนันบ้านเรา 1.3 ล้านเนี่ยคงได้ฝังเพชรติดมาด้วย
โดย: หนุ่มแอลเอ วันที่: 7 กันยายน 2552 เวลา:10:24:49 น.
  
555+ ชอบค๊า ที่คุณเขียนสนุกค๊า แต่ก็เหนื่อยแทนค๊า ที่เเว๊บปัยๆมาๆโรงพยาบาล
โดย: TuAsEab IP: 124.120.217.80 วันที่: 9 กันยายน 2552 เวลา:2:53:38 น.
  
ประสบการณ์หาเส้นไม่เจอจะเป็นกับคนที่ค่อยข้างเจ้าเนื้อเพราะเส้นจม...เจอบ่อย ๆ เหมือนกันค่ะเวลาบริจาคเลือดทีจะโดนอยู่หลายเข็ม..พยาบาลบางคนก็หมุนเข็มหาเส้นยิ่งกว่าอยากโดดเตะอีกแต่ก็ต้องทำใจ เพราะว่ามันจะเป็นสิ่งดีกับคนที่ได้รับเลือดเราไปอาจจะเป็นการช่วยชีวิต ...เลยไม่ค่อยโกรธ.. ช่างมันเต๊อะ ..แต่ของคุณนี่ตรวจไขมัน..เบาหวาน..ไตรกรีเซอไร..นิดหน่อยเอง..คิดซะว่าเพื่อสุขภาพอย่าไปถือว่าซวยเลย..น้า
โดย: เอยาร่า วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:19:34:44 น.
  
ผมทำงานด้านสุขภาพที่เมืองไทยครับ คนไข้ก็ชอบบ่นแบบนี้แหล่ แต่ผมก็คิดในใจว่า คนไทยเนี่ยช่างไม่รู้เลยเหรอว่า โชคดีที่สุดแล้ว ระบบสุขภาพบ้านเราเนี่ยดีที่สุดในโลกแล้ววว ทั้งการบริการ ทั้งคุณภาพการรักษา ยิ่งเป้นพวกฝรั่งน่ะทำเป้นวางมาด และเรื่องมาก ไอ่เราก็คิดในใจทีอยู่บ้านตัวเองจะมีใครคอยเดินตามบริการแบบนี้มั้ยเนี่ย
น่าเห้นใจนะครับ โดนไปหลายเข็มแบบนั้นส่วนใหญ่ ถ้าไม่ใช่คนอ้วน กับคนสูงอายุมาก มาก และก็เด็ก ก็ไม่น่าจะเกิน สาม สี่ ครั้งนะครับ
โดย: mcphon IP: 125.24.124.40 วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:19:45:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หนุ่มแอลเอ
Location :
Los Angeles  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดึรับฟังทุกความเห็นครับ
กันยายน 2552

 
 
1
2
3
5
6
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30