Literature is a luxury. Fiction is a necessity.
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
24 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
Knife of Never letting Go: ศัตรูคือสิ่งที่สร้างขึ้นเอง

อันที่จริงอ่านเล่มนี้จบไปพักใหญ่แล้ว แต่ไม่ได้ฤกษ์เขียนถึงเสียที
วันนี้ไปอ่านเจอว่าเล่มสองในชุดได้เข้าชิง Carnegie Medal (ลำบากใจจังเลยแค่มี Pratchett's Nation ปะทะ Gaiman's Graveyard Book ก็แย่แล้ว นี่ดันมี Fever Crumb ของคุณ Reeves ซึ่งเป็นชุดเดียวกับ Mortal Engines และ The Ask and the Answer ของคุณ Ness ที่เป็นตอนต่อของเล่มนี้อีก) ก็ถือว่าเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะเขียนถึงหนังสือแนว dystopia ซึ่งทำให้จขบ.ขนลุกที่สุดเท่าที่เคยอ่านมา

Chaos Walking Trilogy I: The Knife of Never Letting Go
Patrick Ness





เรื่องย่อ

Todd Hewitt ใกล้จะอายุครบสิบสามแล้ว ในที่สุดเขาก็จะได้เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเสียที แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ทำให้เขาถูกผู้ปกครองบังคับให้หนีจากหมู่บ้านประหลาดที่อาศัยอยู่ หมู่บ้านที่มีแต่ผู้ชาย หมู่บ้านที่มีความลับ เขาได้เจอเพื่อนใหม่ และล่วงรู้ถึงความลับอันน่ากลัวแห่งจิตใจมนุษย์

บ่นพร่ำแบบสปอยล์

เรื่องนี้เป็นไซไฟค่ะ ในบทแรกๆ เราจะได้รับรู้ว่าชาวดาวเคราะห์แห่งนี้อพยพมาจากโลกของเรา และติดเชื้อไวรัสประหลาดที่ว่ากันว่าเป็นอาวุธชีวภาพของชาวพื้นเมืองซึ่งทำให้มนุษย์ได้ยินความคิดของกันและกันรวมถึงสรรพสัตว์ และคร่าชีวิตผู้หญิงไปหมดโลก จึงเหลือประชากรแค่เท่าที่มีในเมือง Prentis Town

แต่เมื่อทอดด์อายุใกล้สิบสาม เขาไปพบเรื่องประหลาดเข้า คือเจอหย่อมที่ไร้เสียง และเด็กผู้หญิงชื่อไวโอล่า ซึ่งเหมือนจะถูกสาธุคุณคลั่งศาสนาประจำหมู่บ้านจับไว้ และจากนั้นผู้ที่เลี้ยงดูเขามานับแต่แม่ตายก็สั่งให้เขาหนี พร้อมมอบบันทึกของแม่ให้ พร้อมสั่งให้เขาพาแมนชี เจ้าหมาผู้ซื่อสัตย์เดินทางไปเตือนเมืองข้างๆ

ไวโอล่าเป็นเด็กสาวที่เดินทางมาจากโลกเราเพื่อสำรวจที่สำหรับตั้งรกราก แต่เธอก็ต้องตกใจเมื่อพบกับโลกประหลาดแห่งนี้ เมื่อไปถึงเมืองถัดไป ทั้งคู่ก็ได้รู้ว่าคนจากเมืองของท็อดด์นั้นเป็นที่เกลียดชังด้วยเหตุผลบางอย่าง ซ้ำร้ายคนในเมืองนั้นยังออกมาตามล่าท็อดด์

สุดท้ายแล้วเราก็ได้รับรู้ถึงความจริงอันเลวร้ายว่าชาวพื้นเมืองนั้นเป็นแค่คนอ่อนแอไร้ทางสู้ซึ่งอยู่กับการได้ยินเสียงความคิดผู้อื่นมาแต่แรก แต่มนุษย์ซึ่งทนกับสภาพที่ต้องได้ยินความคิดคนอื่นตลอดเวลา และคนอื่นก็ได้ยินความปรารถนาทุกสิ่งของตนเองไม่ได้ กลับป้ายสีว่าเป็นความผิดของชาวพื้นเมืองจนถึงขั้นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และที่ร้ายกว่านั้นคือเมื่อเสียงทั้งหลายยังไม่หายไป คนอย่างนายกเทศมนตรีของ Prentiss Town ก็สร้างศัตรูรายใหม่ขึ้นมา นั่นก็คือผู้หญิงทั้งหลาย เขาใช้ศาสนาป้ายสีว่าที่ผู้หญิงไม่ติดเชื้อก็เพราะเป็นคนบาป เป็นผู้ร้าย จึงฆ่าผู้หญิงในเมืองทิ้งทั้งหมด เมื่อถูกล้อมปราบและกักให้อยู่แต่ในหมู่บ้านตน เขาก็สร้างกฎให้เด็กชายทั้งหลายในเมืองต้องฆ่าคนด้วยมือตัวเองก่อนก้าวสู่วัยผู้ใหญ่ เพื่อสร้างกองทัพขึ้นมา


คนเขียนบรรยายอารมณ์ได้เก่งมากเลยค่ะ ทำให้เรารู้สึกถึงความอึดอัด ความกลัว ความขยะแขยง ความโกรธของท็อดด์ราวกับได้ยินเสียงความคิดของเขาจริงๆ ถึงขั้นอ่านไปก็เครียดไป ความสัมพันธ์ระหว่างท็อดด์กับไวโอล่าที่เริ่มมองเห็นตัวตนของกันและกันทีละนิดๆ จากตอนแรกที่ท็อดด์เรียกไวโอล่าว่า it เพราะไม่รู้จักสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิง จนสุดท้ายเธอก็กลายเป็นไวโอล่าในสายตาเขา

มีฉากสะเทือนอารมณ์เพียบ โดยเฉพาะฉากของเจ้าหมา ซึ่งถ้าใครเป็นคนรักหมาอาจปาหนังสือกันได้ทีเดียว

ตัวร้ายในเรื่องก็ชวนสยองสุดๆ โดยเฉพาะอีตาสาธุคุณฆ่าไม่ตายซึ่งพยายามบังคับให้ทอดด์ฆ่าตัวเองเพราะคิดว่ากำลังสร้างกองทัพพระเจ้าอยู่ เป็น fanatic ที่น่ากลัวมาก ขณะที่นายกเทศมนตรีก็ฉลาดเลือดเย็นหาใครเปรียบ

แต่ที่น่ากลัวที่สุดเห็นจะเป็นความคิดของคนในเมือง Prentiss คนที่เมื่อเกลียดสภาพที่เป็นอยู่ก็ไม่คิดจะปรับตัว แต่กลับเอาป้ายคนผิดไปแปะคนอื่นเพื่อระบายอารมณ์ เมื่อหมดเหยื่อชุดแรก ก็สามารถสร้างเหยื่อชุดใหม่ขึ้นมาจากพวกพ้องตัวเองอีก และยังคอยมองหาคนผิดกลุ่มใหม่ไปเรื่อยๆ

ประโยคที่ชอบจากเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์เมื่อไวโอล่าต้องลงมือฆ่าใครบางคนด้วยความจำเป็นและเห็นว่าตัวเองสกปรกนัก สิ่งที่ท็อดด์บอกเธอก็คือ

"Here's what I think, I think maybe everybody falls," I say. "I think maybe we all do. And I don't think that's the asking. I think the asking is whether we get back up again."

"ฉันคิดว่าอย่างนี้นะ ฉันคิดว่าบางทีทุกคนอาจก้าวพลาด ฉันคิดว่าเราอาจทำแบบนั้นกันทุกคน แต่ฉันไม่คิดว่านั้นคือสิ่งสำคัญ สิ่งที่สำคัญก็คือเราจะสามารถลุกขึ้นได้อีกครั้งหรือเปล่า"

แถมอีกนิด อันนี้ออกจะ...เข้ากับสถานการณ์ล่ะมั้ง

"War is like a monster," he says, almost to himself. "War is the devil. It starts and it consumes and it grows and grows and grows." He's looking at me now. "And otherwise normal men become monsters, too."

"สงครามคือสัตว์ร้าย สงครามคือปีศาจ มันเริ่มต้นขึ้น สวาปาม และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ และคนธรรมดาก็กลายเป็นสัตว์ร้ายไปเช่นกัน"

ถ้ามองหาอะไรหนักๆ ก็แนะนำให้อ่านกันค่ะ




Create Date : 24 เมษายน 2553
Last Update : 24 เมษายน 2553 18:14:47 น. 7 comments
Counter : 1797 Pageviews.

 
เล่มนี้ท่าทางจะอ่านแล้วเครียด+หดหู่มิใช่น้อยนะคะ
ถ้าคนเรายังเห็นแก่ตัวกันต่อไปเรื่อยๆ ซักวันอาจจะเป็นแบบคนในเมืองนี้ก็ได้มั้งคะ
ประโยคสุดท้ายนั่นเข้ากับสถานการณ์จริงๆค่ะ ...แล้วเมื่อไหร่มันจะจบนะเนี่ย


โดย: Emotion-P วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:20:06:45 น.  

 
แง้ววว มืดมน เค้ากลัว

/ตัวสั่น ลับมีด


โดย: แพนด้ามหาภัย IP: 124.127.123.51 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:16:45:37 น.  

 
Emotion-P: เครียดจริงๆ ค่ะ แต่ไม่ถึงขั้นหดหู่นะ
อีกอย่างก็คือยิ่งเรื่องมืดเท่าไหร่ พอถึงจุดสว่างก็ยิ่งดูสว่างมากเลยค่ะ

แพนด้าฯ: เอ่อ ตัวสั่นลับมีดนี่คือสั่นสู้ใช่มะ


โดย: ทินา IP: 58.8.199.237 วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:20:13:39 น.  

 
ผ่านโลด เค้าเป็นสาวน้อยใจอ่อน

เม้นท์ของหมี รู้สึกเหมือนถ้าหมีอ่าน อาจปลุกอะไรบางอย่างในตัวหมีขึ้นมาได้


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:16:22:44 น.  

 
ตอนนี้อ่านเรื่องหนักๆไม่ไหวอ่ะ เป็นแอปเปิ้ลพลัดถิ่นอยู่แม่ริมร้อนๆ (กระซิบมรณะ..บ้านเค้าอยู่ราชดำริแหล่ะตะเอง กระซิกๆๆ ปัจจุบันลี้ภัยอยู่)

อ่านแล้วมันน่าโมโหชาวเมืองและอีนายกเทศมนตรี ไม่อยากคิดถึงตอนที่มีหมา งี๊ดดส์ แค่คิดก็สะเทือนขวัญ

กลับไปอ่านป๋าPratchettดีก่า โอ้วว มวยCarnegieศึกนี้ท่าจะมันส์

^
อย่าปลุกให้หมีตื่น!! กรั่กๆๆ



โดย: อป (apple_cinnamon ) วันที่: 30 เมษายน 2553 เวลา:14:53:48 น.  

 
อ่า..น่าอ่าน ไม่ได้อ่านแนวนี้นานหนักหนา

แต่ว่า..ช่วยแปลเป็นไทยให้ตรูข้าได้อ่านทีจิ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 4 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:30:16 น.  

 
พี่ติ่ม: อะค่า อ่อนหวานก็อ่อนหวาน

อปอช: บ้านเค้ามีสาขาอยู่สีลมอ่า -_-"
ศึกคาร์เนกี้รอบนึ้เชียร์มวยไม่ถูกเลย ทำไงดี ทำไงดี

สกจซ: เอ่อ อ่า เรื่องนั้นเกรงว่าจากยากส์ซะล่ะค่ะ


โดย: ทินา IP: 183.89.19.104 วันที่: 5 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:16:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ทินา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




หลังไมค์เชิญทางนี้จ้า
Friends' blogs
[Add ทินา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.