Literature is a luxury. Fiction is a necessity.
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
18 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
Nation: ไม่สามารถบรรยายสั้นๆได้ บอกได้แค่ว่าดี ดีมากๆ

อันที่จริงตั้งใจว่าจะเขียนถึงหนังสือล็อตที่อ่านไปทั้งหมด และเก็บเล่มนี้ไว้เป็นเล่มสุดท้าย แต่ไปได้ข่าวน่าตื่นเต้นมา เลยเปลี่ยนใจเขียนถึงเล่มนี้เลยดีกว่า อีกอย่างสองเล่มที่เหลือก็แค่สามดาว ไว้จะไปบ่นไว้ใน Good Read ละกัลล์

เชิญพบกับหนังสือที่กลายเป็นหนังสือในดวงใจของจขบ.อีกเล่ม ทั้งสนุก ทั้งชวนคิด ทั้งทำให้หัวเราะก๊าก ทั้งทำให้น้ำตาคลอ แบบมีดาวเต็มฟ้าก็ให้หมดเลย

Nation: Sir Terence David John Pratchett, OBE





เรื่องย่อ (แบบไม่สปอยล์)

ฉากเป็นโลกคู่ขนาน ประมาณยุควิคตอเรีย เมื่อภูเขาไฟใต้น้ำซึ่งระเบิดขึ้นในทะเลที่ "คล้ายๆ" ทะเลแปซิฟิค ทำให้ประชากรของเกาะเกาะหนึ่งเสียชีวิตในคราวเดียว มีเพียง Mau เด็กหนุ่มซึ่งอยู่ที่เกาะประกอบพิธีเปลี่ยนผ่านจากเด็กเป็นผู้ใหญ่คนเดียวที่รอดมาได้ เมื่อกลับมาถึงเกาะ เขาก็พบกับ Daphne(?) เด็กสาวผิวขาวซึ่งกำลังจะเดินทางไปหาพ่อ แต่เรือของเธอถูกคลื่นซัดมายังเกาะนี้ และเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวเช่นกัน จากนั้นผู้รอดชีวิตจากเกาะอื่นก็เริ่มทยอยกันมา Mau และ Daphne ซึ่งเป็นตัวแทนเพียงคนเดียวของชาติตน ต้องช่วยกันดูแลและสร้างชาติใหม่ขึ้นมา ระหว่างนั้นพ่อของ Daphne ซึ่งเป็นทายาทลำดับที่ร้อยกว่าๆของบัลลังก์อังกฤษก็ตามหาเธออยู่ และเจ้าพนักงานประจำบัลลังก์ก็ตามหาเขาอยู่อีกทีเพราะทายาทอีกร้อยกว่าคนก่อนหน้าตายหมดแล้ว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ขอเชิญชวน ชักจูง ให้ไปอ่านกันต่อค่ะ


ความเห็นส่วนตัว (ก็ต้องสปอยล์สิ)


อันที่จริงจขบ.ซื้อหนังสือเล่มนี้มาหลายเดือนแล้ว เป็นหนังสือเล่มแรกตั้งแต่เหยียบเกาะนี้ด้วยซ้ำ แต่พอไปได้ข่าวร้ายว่าป๋า Pterry ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ก็เลยพาลไม่ยอมอ่านจนกว่าจะมั่นใจว่าจะมีเล่มใหม่ออกมา (Unseen Academical ออกเดือนตุลา เย้!) ก็เลยเพิ่งจะหยิบมาอ่านกันตอนนี้

หนังสือเล่มนี้เป็น non-discworld เล่มแรกในรอบสิบกว่าปีของป๋า จึงให้อารมณ์ที่แปลกไปมาก อารมณ์ในเรื่องดูจริงจังกว่าปกติ ถึงจะยังมีแฟนตาซีนิดๆตรงเทพเจ้าประจำเกาะ (ซึ่งตอนจบก็หักมุมอีกแระ) ถ้าเป็นนักเขียนคนอื่นคงบอกว่างานตัวเองไม่ใช่แฟนตาซีไปแล้ว แต่ป๋าไม่ใช่ ป๋าไม่กลัวที่จะบอกว่างานตัวเองเป็นไซไฟแฟนตาซี ไม่อ้างว่าเป็น Magical realism เพียงเพื่อทำให้ดูดีเป็น literature ป๋าบอกว่าทำไมคนเราต้องดูถูกแฟนตาซีทั้งที่มันคือรูปแบบของนิยายที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์

เฮ้ย ว่าจะรีวิวหนังสือ ทำไมกลายเป็นเชิดชูคนเขียนฟระ

เรื่องย่อที่แปะไว้ข้างบนเป็นแค่โครงเรื่องค่ะ ความสนุกของเรื่องอยู่ที่การเติบโตของตัวเองและการรับมือกับปัญหาโน่นนี่ที่ผ่านมามากกว่า ตัว Mau เองต้องต่อสู้กับเทพเจ้าแห่งความตายภายในจิตใจซึ่งจะคอยล่อลวงเขาไป และเขาก็ยอมรับว่าถ้าไม่มี Daphne อยู่บนเกาะอีกคน ก็คงตายตามคนทั้งเกาะไปแล้ว ขณะที่ Daphne นั้นเมื่อตอนเด็กพ่อกับแม่เลี้ยงเธอมาอย่างนักวิทยาศาสตร์ จึงมีมุมมองที่ต่างกับเด็กสาวยุคนั้น แต่เมื่อแม่ตาย ย่าก็บังคับเธอให้อยู่ในกรอบกุลสตรี แต่เธอก็ยังมองโลกอย่างนักวิทยาศาสตร์

Nation เป็นหนังสืออย่างที่คนอ่านแต่ละคนจะมีมุมมองต่อเรื่องที่ต่างออกไป เท่าที่อ่านรีวิวมา มีทั้งคนที่คิดว่าหนังสือเล่มนี้พูดถึงความเชื่อของมนุษย์ พูดถึงประเด็นของศาสนาปะทะวิทยาศาสตร์ ฯลฯ แต่สิ่งที่จขบ.เห็นคือความเป็นตัวเรานั้นขึ้นอยู่กับคนรอบข้าง Mau ที่เกือบจะตายกลับตั้งใจอยู่เพราะมี Daphne และเมื่อมีคนมาที่เกาะมากขึ้น เขาก็ต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำ Daphne ซึ่งยามอยู่กับย่าเป็นแค่เด็กสาวในชุดสวย เมื่อมาอยู่ที่เกาะก็ต้องดูแลคนอื่น ทำคลอด ไปจนถึงติดต่อกับวิญญาณ แต่เมื่อเธอพบกับพ่อ ตัวตนที่ต้องเป็นก็เปลี่ยนไปอีก

ตัวละครชวนให้เป็นห่วงและติดตามมาก น่าแปลกที่หนังสือของ Pterry มักจะมีตัวละครที่ชั่วสุดๆแบบชั่วมาแต่กำเนิด แต่พอพูดถึงฝ่ายดีแล้ว กลับไม่มีใครดีแบบขาวสะอาด มีแต่คนที่เมื่อเผชิญกับทางเลือกแล้วตัดสินใจเลือกทางที่ยากกว่าเพราะคำนึงถึงคนอื่นๆ ถึงใจจะไม่อยากแบกภาระก็ตาม

ตลอดทั้งเล่มมีฉากเล็กๆน้อยๆที่น่าประทับใจมาเป็นระยะ แต่ส่วนที่จขบ.ชอบที่สุดในหนังสือคือตอนท้าย เมื่อเวลาผ่านไปหลายต่อหลายปี ธรรมเนียมการต้อนรับทารกแรกคลอดของเกาะก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่สิ่งแรกซึ่งเด็กน้อยได้จับคือหอกเพื่อจะได้เป็นนักรบ สิ่งแรกที่แม่จะจับใส่มือลูกชายแรกเกิดคือกล้องโทรทรรศน์ไม้ เพื่อจะได้มองให้ไกลออกไปเสมอ ขณะที่ลูกสาวจะได้ปูเสฉวน เพื่อที่เธอจะได้ไม่ยอมรับเปลือกที่ใครจะเอามาใส่ให้

สปอยล์รุนแรงกับจุดหักมุมและตอนจบ:



Mau พบว่าหินเทพเจ้าซึ่งชาวเกาะบูชากันนั้นเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นด้วยวิทยาการสมัยใหม่ ทีแรกเขาก็อึ้งมากเพราะคิดว่าเป็นของที่พวกคนขาวทำ แต่ความช่างสังเกตของดาฟเน่ทำให้รู้ว่ามันเป็นหินที่บรรพบุรุษเมื่อหลายพันปีก่อนซึ่งมีอารยธรรมสูงลิ่วสร้างไว้ ถ้ำบรรพบุรุษกลายเป็นแหล่งอารยธรรมอันเหลือเชื่อ เมื่อพวกเขาเคยแล่นเรือไปรอบโลก สร้างกล้องโทรทรรศน์

เมื่อพ่อของ Daphne ที่กลายเป็นกษัตริย์แล้วมาถึงและเสนอให้เกาะนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร Mau ก็ปฏิเสธแต่ขอเข้าเป็นสมาชิกของ Royal Scientific Society แทน พร้อมกับมอบประตูทองคำให้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าจะไม่มีการปิดกั้นความรู้อีกต่อไป แลกเปลี่ยนกับการให้นักวิทยาศาสตร์ผลัดกันมาเลคเชอร์ที่เกาะนี้ ส่วน Daphne ซึ่งทีแรกตัดสินใจจะอยู่เกาะนี้ต่อ ก็ต้องกลับไปกับพ่อเพื่อช่วยพ่อปกครองบ้านเมือง ทั้งสองจากกันอย่างเพื่อน และเมื่อเวลาผ่านไป Daphne ก็ขึ้นเป็นราชินีมีพระสวามี มีลูกมีหลาน แต่เมื่อเธอตายหลังจาก Mau ตายได้สองเดือน คำสั่งสุดท้ายของราชินีคือไม่ให้ฝังในโลงเย็นชืด แต่ให้นำศพใส่เรือเย็นกลับมาที่เกาะ พันด้วยเถาวัลย์ ถ่วงด้วยหิน และคืนเธอกลับสู่น่านน้ำแห่งนั้นแทน

พอถึงตอนนี้จขบ.ก็น้ำตาร่วงแหมะๆ แต่ป๋า PTerry เคยให้สัมภาษณ์ว่ามันไม่ได้จบแบบสมหวังหรือผิดหวัง แต่จบอย่างที่เรื่องจริงๆควรจะจบต่างหาก T^T


สรุปแล้วก็คือเรื่องนี้ชอบมากกก ยกดาวให้ทั้งฟ้าเลย ถ้าใครสนใจจะอ่านดิสก์เวิล์ด แต่คิดว่ามันยาวไป ลองเล่มนี้ก่อนก็ได้ค่ะ จะได้ชิมสไตล์การเขียนก่อน

ลปล. เรื่องตื่นเต้นที่เกริ่นไว้ก็เกี่ยวกับชื่อนักเขียนอันยาวเหยียดข้างบนนั่นล่ะค่ะ PTerry กลายเป็นท่านเซอร์ไปแล้ว! เพิ่งได้รับแต่งตั้งเมื่อปีใหม่นี้เองด้วยข้อหา Service to Literature อันเป็นเรื่องให้แฟนๆแซวกันใหญ่เพราะไบโอของป๋าหลังหนังสือจะเขียนว่า "He has been accused of literature" ซึ่งตอนนี้คงต้องเปลี่ยนเป็น "He has been found guilty of literature, by the Queen" แทน โอม รางวัลคาร์เนกี้ปีนี้จงมา จงมา


Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2552 20:00:55 น. 14 comments
Counter : 539 Pageviews.

 
อปอช.เขม่นตาซ้ายยิกๆตั้งแต่คุณทินาบอกว่าจะเก็บเรื่องเด็ดไว้รีวิวท้ายสุดแล้วค่ะ ว่าแล้วว่าต้องมีป๋ามาเอี่ยว เพราะเพิ่งเห็นเรื่องนี้ในคิโนะพอดี

กลับกทม.ต้องไปซื้อๆ จดไว้ในลิสต์

เอ๊ะ ยังอยู่ในซีรี่ยส์ดิสค์เวิร์ลเหรอคะ ว่าจะถามคุณทินาว่าดิสค์เวิร์ลอ่านเล่มไหนก่อนดี คือจะไปซื้อแล้วค่ะ แต่ว่ามันมีหลายเล่มมาก แล้วพอเปิดดูหลังปกก็ไม่บอกด้วยว่าเล่มแรกเล่มไหนอ่ะ

นายกและแม่ยกสมาคม Discworld แห่งประเทศไทยช่วยไขข้อข้องใจด้วยนะคร้า^^ จะได้มีสาวกมาเพิ่มอีกคน

พูดถึง High Fantasy ที่มีชื่อเรียกยากๆจะขอยกมาไว้บ้าง อ่า... Seyonne, Nyel, Tamir ... อ่านยากจริงวุ้ย สงสัยคนตั้งคงเอานิ้วจิ้มๆคีย์บอร์ดแบบผีถ้วยแก้ว อิๆ แต่ว่าอปอช.ก็ยังไม่แน่ใจว่า Temeraire อ่านว่ายังไงนะเคอะ


โดย: อปอช (apple_cinnamon ) วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:14:56 น.  

 
แอบเก็บชื่อหนังสือกับคนเขียนไว้ในลิสต์ความจำ
แต่ตอนนี้หนังสือภาษาอังกฤษที่มีอยู่ยังอ่านไปไม่ถึงไหนเลย (อ่านNew Moon แล้วแอบรำคาญยัยเบลล่า เลยอ่านๆหยุดๆ )


โดย: PinGz (Kai-Au ) วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:53:25 น.  

 
อปอช: ฮิฮิ รู้ใจจริงๆว่ามีคุณป๋าของเค้าด้วย (ต้องเรียกเซอร์ป๋าสินะ ฮ่า ฮ่า พอใส่คำนำหน้าตามด้วยชื่อเต็มที่ดูภูมิฐานชะมัด) ปล.ปก UK สวยกว่า US อีกแล้วอ่า

ส่วนคำถามนั้น ท่านประธานสมาคมของตอบว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ดิสก์เวิล์ด แต่ถ้าคิดจะลองอ่านดิสก์เวิล์ด จะลองทำความคุ้นเคยกับสไตล์ของป๋า คือหัวเราะอยู่ดีๆอาจจะชะงักกึกกับความลุ่มลึกที่ตามมาด้วยเล่มนี้ก่อนก็ได้ค่ะ

อันว่าอ่านเล่มไหนก่อนดีนี้เป็นปัญหาโลกแตก แนะนำให้เริ่มที่เล่มแรกของชุดย่อยๆข้างในดีกว่า อาจจะเป็น Guards Guards (เล่มแรกของชุด Watch สไตล์การเล่าเรื่องจะเป็นนิยายสืบสวนสอบสวน) หรือ Mort เรื่องแรกของชุด Death ประเด็นจะออกแนวปรัชญานิดนึง จากนั้นก็ไล่อ่านให้จบภายในชุดย่อยแล้วค่อยเข้าสู่ชุดอื่นๆ

ลปล. ชื่อแฟนตาซีนั่นมั่วขึ้นมาล่ะตะเอง ส่วน Temeraire นี่พอรับได้นะเพราะมันเป็นภาษาฝรั่งเศสจริงๆนี่นา

PinGz: สารภาพว่ายังไม่ได้อ่านทไวไลท์กับเขาเลยค่ะ แบบมีลางสังหรณ์ว่านางเอกมันจะแง้งๆตั้งแต่รู้ว่าพระเอกเป็นแวมไพร์แล้ว (คือแนวนี้ถ้านางเอกไม่ใช่นักล่าปีศาจ ชีก็มักจะเป็นลมไปกับความงามของพระเอกอะดิ -_-")


โดย: ทินา วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:40:08 น.  

 
แบบนี้ต้องสอย



โดย: เดินชนกันงานหนักงสือนะคะ (Shuhan^_^ ) วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:36:45 น.  

 
สนเพราะคำเดียวเลย non-DiscWorld

แบบว่าไม่ค่อยมีเวลาตามอ่านอะไรยาวๆ หลายสิบเล่ม
เล่มเดียวยังไม่ค่อยรอดเลยอ่ะ

อ่านสปอยล์แล้ว ผิดหวังนิดหน่อยนะ
แต่มันก็ควรจบแบบนั้นนิ


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:55:11 น.  

 
จดๆ เรื่อง Mort *ทำหน้าจริงจัง*

แวมไพร์ที่ไม่เป็นลมต้องเจ๊แอนน์ไรซ์ค่ะ (มาแล้วๆ นายกสมาคมแอนไรซ์แห่งประเทศไทย...แต่ก่อนที่เจ๊จะเริ่มเขียนออกนอกโลกไปดาวอังคารนะเคอะ)

^
อ๊ะ จะได้เดินชนกับคุณทินาที่งานหนังสือรึป่าว จะกลับมารึเปล่าคะ ดีจัง

ปล.ขอบคุณที่แอดเฟรนด์นะคร้าา


โดย: อปอช (apple_cinnamon ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:09:36 น.  

 
^
ต่อเนื่อง: ทำไมแวมพ์ถึงเป็นลมล่ะ

ไปจับชุดดิสก์เวิร์ล หลายหนแล้ว ทำใจไม่ได้สักที ไม่รู้จะเริ่มยังไง
แต่ได้คำชี้แนะแล้วก็ชัดเจนว่า วางไว้ที่เดิมเหอะ


โดย: อั๊งอังอา วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:27:48 น.  

 
สงสัยเพราะก่อนหน้านั้นเพิ่งอ่านเรื่องอื่น (Girl with a pearl earring) จบด้วยมั้งคะ เทียบความฉลาดของตัวเอกสองเรื่องแล้ว เบลล่าฉลาดน้อยกว่าเยอะเลย (ขออภัยสำหรับแฟนคลับเบลล่ามา ณ ที่นี้) หวังว่าถ้าอ่านต่อไป เบลล่าคงจะฉลาดกว่านี้ 555+

ผลสรุปของบล็อกนี้บอกว่า รอคอมเมนต์บนๆซื้อก่อนแล้วค่อยยืมอ่าน อิอิ


โดย: PinGz (Kai-Au ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:47:37 น.  

 
Shu-han: ได้เดินชนกันแน่ๆค่ะ ^O^

พี่ติ่ม: เศร้านิดนึงเหมือนกันแต่คุณป๋าแกก็คิดไว้ล่วงหน้าแล้วนะ คือในบทสุดท้ายนี่ตัวละครแทบจะหันมาพูดกับคนอ่านเลยว่า ชีวิตมันก็เป็นอย่างนี้ล่ะ ไม่ใช่นิทานนะ

อปอช: ขอบคุณที่แอดเหมือนกันค่า เรามาเริ่มแคมเปญกันเถอะ 555 (มานัดไปกินไปช็อปงานหนังสือกันเถอะ นะ นะ)

อออ: แง ไม่มาเป็นสมาชิกชมรมกันจริงๆหรือคะ T^T ยังไงก็อ่านเล่มนี้เถอะน้า นะ นะ นะ ดิสก์เวิล์ดเดี๋ยวให้ยืมก็ได้ (ล่าสมาชิกจริงจังยังกะสาวขายตรง)

PinGz: ไม่เป็นไรค่า ยืมใครจขบ.ก็ไม่ว่า แค่อ่านก็ดีใจแล้ว


โดย: ทินา IP: 129.11.120.41 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:1:25:50 น.  

 
สวัสดีค่ะ เข้ามาเป็นผีสิงบล็อกคุณทินาประมาณเกืบเดือนแล้ว ก็เลยขอทักทายอย่างเป็นทางการค่ะ (ขออภัยที่ก่อนหน้านี้ทำตัวเป็นสัมภเวสี)

เห็นคุณทินาล่าสมาชิกสมาคมแม่ยกดิสเวิร์ลแห่งประเทศไทยแล้ว ต้องขอชื่นชมมากค่ะ เพราะตอนนี้มีคนตกหลุมแล้วคนนึง

ขอสารภาพว่าเป็นเพราะบล็อกดิสเวิร์ลดอันแรกสุดน่ะค่ะ ที่ทำให้ตอนนี้จินตาไปหาข้อมูลหนังสือจากคิโนะมาแล้ว คาดว่ามีงบเมื่อไหร่ก็คงสอย Reaper Man มาอ่าน เพราะอ่านจากบล็อกแด่ดิสเวิร์ลฯ แล้วรู้สึกว่าตอนของคุณ Death นี่เป็นประเด็นที่ถูกจริตตัวเองมาก ๆ

แต่ว่าซื้อมาแล้วก็คงต้องใช้เวลาอ่านนานอยู่เหมือนกันค่ะ เพราะในชีวิตนี้ยังไม่เคยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษจบสักเล่ม (ยกเว้นพวกหนังสือนอกเวลาของลองแมน เพนกวิน เพราะต้องสอบ )

อย่างไรก็ตาม จะพยายามอ่านให้ได้ค่ะ



โดย: จินตานุภาพ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:15:48:28 น.  

 
จินตานุภาพ: ยินดีต้อนรับสมาชิกเสมอค่า ^O^


โดย: ทินา IP: 129.11.120.41 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:2:42:09 น.  

 
เชื่อแล้วละว่ๅชอบป๋ๅTERRYจริงB-)


โดย: Mr.Chanpanakrit วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:05:11 น.  

 
Mr.Chanpanakrit : He's my favourite author in the world!!! Forever and ever!!!


โดย: ทินา IP: 129.11.76.229 วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:0:52:55 น.  

 
159753*3


โดย: benzlnw0010 IP: 124.120.172.198 วันที่: 27 ธันวาคม 2552 เวลา:6:20:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
ทินา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




หลังไมค์เชิญทางนี้จ้า
Friends' blogs
[Add ทินา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.