ทำไม การทำบล๊อค มันยากยังงี้นะ
 
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
15 ตุลาคม 2553

เกร็ดประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่ง และบันทึกสั้นๆ 5 วันในบาหลี

เกาะบาหลี

เป็นหนึ่งในหมู่เกาะชวา (ประเทศอินโดนีเซีย) ซึ่งคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู
ซึ่งแตกต่างไปจากชาวอินโดนีเซียส่วนใหญ่มี่นับถือศาสนาอิสลาม
ดังนั้นวิถีชีวิตของชาวบาหลีจึงมีเอกลักษณ์เด่นชัด เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ดึงดูดให้มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากมาย








เราเลือกไปช่วง 8-12 สิงหาคม 2553 เพราะเห็นว่าเป็นเดือนที่อากาศดี
เสี่ยงต่อฝนน้อยที่สุด
เดินทางกัน 2 คน หาข้อมูล ติดต่อรถเช่าและโรงแรมพร้อม
แถมเคยไปมาแล้วทำให้มั่นใจมากขึ้น

แต่ก็มีเหตุผิดพลาดที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นตลอด เที่ยวครั้งนี้เลยต้องทำใจเพียงอย่างเดียว
แต่ก็แฝงไปด้วยความสุขใจสุดๆ






8 สิงหาคม 2553

จากกรุงเทพฯ ถึงบาหลี เรามุ่งหน้าสู่เมืองอูบุด (Ubud)








เข้าพักที่ Puri Cantik Bungalow, JL Bisma ถนนเล็กๆแยกจากถนนเส้นหลักที่ผ่าน Ubud Palace






















ห้องชื่อ Cempaka

























































อาหารเย็นที่ร้าน Café des Artistes อยู่บนถนนเดียวกันกับโรงแรม


















เลือกสั่งอาหารเป็นสเต๊กและบาบิคิว อาหารอร่อย







คืนนี้ไปดู การแสดงชุด The Legong of Mahabrata Epic ที่ Ubud Palace
ทั้งหมดมี 8 ชุด









Topeng Arsa Wijaya Dance
มนุษย์เรามี 2 บุคลิกที่แตกต่างกันเปรียบเสมือนหน้ากากที่ใส่อยู่ การแสดงออกของแต่ละคน มีทั้งที่เป็นคนอ่อนโยน และแข็งกร้าวไม่ยอมอ่อนข้อ





















9 สิงหาคม 2553


อาหารเช้าเสริฟถึงห้อง









แซนวิช อบกรอบไส้กล้วย อร่อยมาก









เฮียที่บ้านโม้ว่าเช่ามอเตอร์ไซด์ ขับขี่เที่ยวเล่นสบาย สบาย
(แปลเป็นไทยอีกทีว่าง่ายมาก)
จากอูบุดถึง Tegalalang Rice Terrace ประมาณ 10 กิโลเมตร














แวะกินข้าวกลางวันที่ Teras Padi Café









Milk Shake อร่อยดี
แต่ แต่ แต่น้ำมะพร้าว ไม่อร่อยอย่างแรง แถมลูกมะพร้าวก็นำมาใช้ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก







ข้าวไก่ทอด กรอบอร่อย








บะหมี่ผัด คล้ายโซบะ ก็อร่อยอีก








เฮียถามว่าอยากไปไหนอีก ตอบไปว่า Water Palace เคยเห็นรูปสวยมากกกกกก
ดูจากแผนที่จากจุด B ต้องไปถึงจุด D
เฮียบอกสบายม๊าร์ก (สบายมาก)
แต่เฮียพาไปผ่านเมือง Denpasar จนถึงจุด C (Sanur Beach)
ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
























วนรถกลับมุ่งหน้าไปทิศตะวันออก จาก Sanur ผ่าน Goa Lawah
ไม่ได้แวะทั้งวัดและถ้ำค้างคาว
ผ่าน Candidasa เมืองชายทะเลสำหรับไปดำน้ำ ไม่ได้แวะ









เฮียขี่มอเตอร์ไซค์หลงมาสุดทาง พามาแวะที่นี่

















วนรถกลับสู่ถนนใหญ่อีกครั้ง แวะเติมน้ำมัน ถามทางพอเข้าใจ
ทางขึ้นเขาจนถึงจุดสูงบนเขา เลยบอกเฮียว่าขอพักหน่อย
เห็นทะเลแล้วสดชื่นขึ้นมาก









ลงเขาถึงเมือง Amlapura แวะถามคนแถวนั้น เค้าชี้มาที่นี่
แต่เอ๊ะ เท่าที่เคยเห็นจากรูปมา มันไม่เหมือนเลยนี่นา














ที่เราไปคือ Puri Agung Karangasem
ไม่ใช่ Taman Ujung Water Palace ที่จะต้องออกไปนอกเมืองอีกหลายกิโล
เป็นเพราะเราไม่ได้เตรียมข้อมูลมาก่อน เลยหลงทางซะเหนื่อยยยยยยยย










ขากลับ เริ่มรู้ทาง แต่ยังหลงบ้าง แวะถามตลอด
จากเมือง Amlapura ถึง Goa Lawah เลี้ยวขวาที่สี่แยกใหญ่ ถึงเมือง Semarapura
ผ่านเมือง Gianyar และเมืองBedulu ในที่สุดก็ถึงเมืองอูบุด ด้วยสภาพเยิน เปียกทั้งตัวเพราะมีฝนตก

ตั้งแต่เกิดมาอายุจวนจะครึ่งศตวรรษ นี่เป็นครั้งแรกที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ข้ามเมือง
ข้ามเขาระยะทางไม่ต่ำกว่า 150 กิโลเมตร !!!!!!!!!!!!!!
บนถนนสภาพอย่างที่เห็น แถมบางช่วงกำลังก่อสร้าง ฝุ่นคลุ้งไปหมด









แวะกินข้าวเย็นที่ Nacho MaMa Nuris Warung Maxican Food ในอูบุด












สั่งบะหมี่ผัด
ไก่สะเต๊ะ
และสุดท้าย ออสเตรเลียน บีฟ สเต๊ก ขอดิบ ดิบ ของเฮีย
พอได้มา เฮียมองจานสเต๊กตัวเอง มีเนื้อย่างแห้งๆอยู่ก้อนเดียวบนจาน
ไม่มีสลัด ขนมปัง หรืออื่นๆอีกเลยยยย


















10 สิงหาคม 2553

อาหารเช้าของวันนี้มีผลไม้ ชาหรือกาแฟ ขนมปัง และไข่เจียว
เสียดายที่หนักเค็มไปหน่อย














วันนี้นัดรถที่เช่าไว้มารับพาไปเที่ยวที่ต่างๆเริ่มจาก
Goa Gajah หรือถ้ำช้าง













ต่อไป Gunung Kawi วัดประกอบด้วยเจดีย์ 10 องค์
ที่สร้างขึ้นอุทิศแด่กษัตริย์ Anak Wungsu พระมเหสี และพระราชวงศ์






































Tirta Empul (Holy Fountain)




















Pura Besakih วัดสำคัญที่สุดของบาหลี แต่เต็มไปด้วยไกด์มาเฟียดักตีหัวนักท่องเที่ยว
เราเคยมาแล้วขนาดเตรียมตัวพร้อม แต่ก็ยังเจอ จนเฮียอารมณ์เสียไม่ยอมเข้าไปในบริเวณข้างใน
















11 สิงหาคม 2553



Tanah Lot













Jetituwih นาข้าวขั้นบันได
ระหว่างทาง ยางรถข้างหลังแบน ต้องหยุดซ่อม เฮียลงไปช่วย
พอเห็นเราถ่ายรูป บอกว่าเรานิสัยไม่ดี
อ้าว ก็ถ่ายรูปบันทึกเหตุการณ์เท่านั้น นิสัยไม่ดีตรงไหนกัน

เปลี่ยนยางแล้ว ยางอะไหล่ก็แบนอีก เบื่อเลย
คนขับก็ให้รอแล้วก็ขับรถทั้งยางแบนๆไปซ่อม !!!!!!!








ถึง Jetituwih แต่ไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้านเพราะเริ่มเซ็งๆ ถ่ายรูปมา 3 แช๊ะ









Pura Ulun Danu หรือ Bratan Beratan Bedugul Lake
วัดที่ลอยอยู่ในทะเลสาบ ชอบที่นี่มากกกกก
เหมือนกระทงเป็นวัดลอยอยู่ในน้ำ สวนก็สวยสะอาด














Pura Taman Ayun วัดหลวงแห่งเมือง Mengwi เป็นที่ ที่ชอบมากอีกที่
เจ้าหน้าที่ก็ใจดี (ค่าเข้าคนละ 3000 RP เรามีเงินย่อยแค่ 5000 RP
เจ้าหน้าที่ก็โบกมือให้เข้าไป)



















Uluwatu (Pura Luhur) วัดริมหน้าผา บนฝั่งมหาสมุทรอินเดีย








Keyak Dance การแสดงโดยชายชาวบาหลี 50 คนทำเสียงเพลงให้จังหวะ
โดยไม่ต้องใช้เครื่องดนตรี ส่วนเนื้อหาเกี่ยวกับรามายณะ (รามเกียรติ์)
คาดว่าเป็นตอนหนุมานเผาเมืองลงกา
จบการแสดงก็ตรงแวะรับประทานข้าวเย็นแล้วกลับโรงแรม




















12 สิงหาคม 2553

บอกลา สวัสดีบาหลี









เกร็ดประวัติศาสตร์



(จากหนังสือ กบฏกริชบาหลี ของธีรภาพ โลหิตกุล)

โลกรู้จักหมู่เกาะชวา-บาหลีในนาม “หมู่เกาะอินเดียตะวันออก” มาเนิ่นนานหลายพันปี
ชื่อประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งกินความหมายรวมถึงหมู่เกาะชวาทั้งหมด 17,676 เกาะนั้น ก็มาจากคำในภาษากรีกว่า Indos ซึ่งแปลว่าอินเดียตะวันออก กับคำว่า Nesos ซึ่งแปลว่าหมู่เกาะ นั่นหมายความว่าโลกในสมัยโบราณรู้จักดินแดนแถบนี้ในฐานะเป็นหมู่เกาะที่อยู่ในมหาสมุทรอินเดียทางทิศตะวันออกสุดนั่นเอง ...




....และที่สำคัญอันไม่อาจลืมได้ก็คือหมู่เกาะโมลุกกะ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะชวานั้น อุดมไปด้วยเครื่องเทศประเภทกระวาน กานพลูและพริกไทย

บันทึกของวาส โกดา กาม่า นักเดินเรือชาวโปรตุเกสจึงมีอยู่ว่า เมื่อเขาแล่นเรือห่างจากหมู่เกาะโมลุกกะ 1-2 กิโลเมตร เขาก็ได้กลิ่นหอมของเครื่องเทศโชยมาแล้ว เขาจึงเรียกหมู่เกาะนี้ว่า “หมู่เกาะเครื่องเทศ” อันเป็นเหตุให้โปรตุเกสเป็นชาติแรกที่มาตั้งสถานีการค้าที่นี่

และเป็นเหตุให้ทั้งจีน อินเดีย อาหรับ ยุโรป พุ่งความสนใจมายังหมู่เกาะแห่งนี้จนเกิดเป็น “เส้นทางสายเครื่องเทศ” ทางทะเล เทียบเคียงกับ “เส้นทางสายไหม” ทางบกอันลือลั่น


“เมื่อศาสนาอิสลามแพร่กระจายมาจากอาหรับรวดเร็วและรุนแรงราวมหาวาตภัย กวาดเอาผู้คนบนหมู่เกาะนี้เกือบทั้งหมดหันมายอมรับนัถือในองค์อัลเลาะห์ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 จนเจ้าชายแห่งราชวงศ์มัชปาหิต (Majapahit) ตัดสินพระทัยนำพาผู้คนที่ยังยืนยันในศรัทธาต่อองค์ศิวเทพ นารายณเทพ และพรหมเทพ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดู อพยพย้ายถิ่นจากเกาะชวาข้ามทะเลมาปักหลักยึดเอาเกาะบาหลีเป็นปราการด่านสุดท้ายของฮินดูมาตราบเท่าทุกวันนี้”



“ราวพุทธศตวรรษที่ 22 โปรตุเกสก็เริ่มเสื่อมอำนาจ นักล่าอาณานิคมที่ยังหนุ่มแน่นกว่าอย่างฮอลันดาก็เข้ามาแทนที่ ด้วยการตั้งสถานีการค้าที่ปัตตาเวีย (ปัจจุบันคือนครจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย) และควบคุมหมู่เกาะชวาอย่างเบ็ดเสร็จในราวพุทธศตวรรษที่ 24”

“......นักล่าผู้ไม่รู้จักอิ่มก็เพ่งเล็งไปที่เกาะเล็กๆทางตะวันออกของหมู่เกาะชวาที่ชื่อว่า บาหลี ชื่ออันมีความหมายตามภาษาพื้นเมืองว่า “ความแข็งแกร่ง” ก่อนที่เขาจะไปค้นพบความจริงว่าเกาะเล็กๆซึ่งผู้คนถูกขัดเกลาด้วยหลักคำสอนทางศาสนาฮินดู จนวันๆเอาแต่นั่งกลัดกระทงใส่เครื่องเซ่นสรวงบูชาเทพเจ้านั้นกลับ “ ...เป็นดินแดนที่ให้บทเรียนราคาแพงแก่ฮอลันดา ในการที่ฮอลันดาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเอกราชของเกาะนี้....” (ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่ม 1: ดี.จี.อี ฮอลล์)






ข้อมูลจาก //en.wikipedia.org/wiki/Puputan

14 กันยายน ค.ศ. 1906 ทหารชาวดัตท์ ยกพลขึ้นบกที่อ่าวซานัว
หลังจากนั้นมุ่งหน้าไปสู่เมืองเดนปาซ่าร์
ขณะเดินผ่านเมืองที่ดูเหมือนเมืองร้าง ทันใดนั้นได้ยินเสียงกลองอันกึกก้องดังมาจากภายในพระราชวังเมื่อมาถึงหน้าพระราชวัง ก็เห็นองค์ Raja ประทับบนเสลี่ยง ทรงภูษาแบบราชประเพณี ทรงเครื่องประดับอันงดงาม และกริชอยู่ในพระหัตถ์ พร้อมต่อสู้กับผู้รุกราน




(จากหนังสือ กบฏกริชบาหลี ของธีรภาพ โลหิตกุล)

“... ด้วยพระราชศรัทธาอันแรงกล้าในโบราณราชประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ว่า ราชนิกุลแห่งราชสำนักบาหลีไม่เคยยอมจำนนต่อศัตรู และเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติยศ ความซื่อสัตย์ยุติธรรมและความเป็นหนึ่งเดียวกันของราชอาณาจักร พระองค์ทรงตัดสินพระทัยอย่างองอาจและเด็ดเดี่ยว พร้อมด้วยผู้ตามเสด็จ อันประกอบด้วยเหล่าข้าราชบริพาร เจ้าจอมหม่อมห้าม เหล่านางสนมนางใน ไม่เว้นแม้แต่พระบรมวงศานุวงศ์ที่เป็นเด็กและคนชรา ออกไปเผชิญหน้ากับข้าศึก เพื่อหนทางสู่ความตายอย่างมีกียรติที่เรียกว่า ปูปูตัน....”

“...พระองค์ทรงเป็นผู้นำเข้าต่อสู้กับทหารชาวดัตท์ ซึ่งระเบิดกระสุนปืนไรเฟิลใส่ ทำให้พระองค์และข้าชบริพารแถวหน้าสุดล้มลง เหล่าสนมกำนัลในบางคนโยนเหรียญทองและอัญมณีล้ำค่าให้ทหารดัตช์ เป็นค่าจ้างที่ส่งดวงวิญญาณของเธอสู่สรวงสวรรค์ ใครยังไม่ถูกยิงตายก็เอากริชประดับเพชรนิลจินดาที่เคียนเอวมาจ้วงแทงตนเองตายอย่างน่าสยดสยอง และบ้างก็วิ่งไปนอนตายกองทับถมพระศพขององค์ราชาเอาไว้ไม่ให้ใครมาแย่งชิงเอาพระศพไปได้...”

ยังมีเหตุการณ์ตายเพื่อเกียรติยศ หรือ ปูปูตัน ตามมาอีกหลายเมืองบนเกาะบาหลี จะมีแต่ที่เมืองอูบุด ซึ่งยอมให้ความร่วมมือกับฮอลันดาแต่โดยดี จึงทำให้มีพระราชวังหลงเหลือให้นักท่องเที่ยวได้เห็นในวันนี้







 

Create Date : 15 ตุลาคม 2553
1 comments
Last Update : 16 ตุลาคม 2553 9:35:56 น.
Counter : 2675 Pageviews.
Share to Facebook

 

มีที่เที่ยวหลายที่ที่ไม่เจอในรีวิวอื่นเลยค่ะ

อยากทราบว่าหาข้อมูลจากไหนบ้างคะ จะทำการบ้านเตรียมตัวไปกะเค้าบ้างอะค่ะ แฮ่

ที่พักสวยมาก ราคาเท่าไหร่คะ? ร้านอาหารที่อยู่ใกล้โรงแรมก็น่าสนใจเชียวววววว ชอบอ้ะ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 20 ตุลาคม 2553 11:22:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


teddy bear in the box
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ
สาวใหญ่วัยกลางคน
มีความสนใจหลากหลายด้าน แต่ไม่เชี่ยวชาญชำนาญด้านไหนเลยจึงเป็นแค่มือสมัครเล่นในทุกๆอย่าง

ชอบเย็บปักถักร้อย ประดิษฐ์ของต่างๆด้วยตัวเอง
ชอบทำอาหารคาว หวาน เป็นแม่ครัวสมัครเล่น
ชอบดื่ม
ชอบสนทนากับผู้อาวุโส ผู้รู้ด้านต่างๆ
ชอบปาร์ตี้กับหมู่มวลเพื่อนๆคุ้นเคย
ปลูกต้นไม้
ท่องเที่ยว
อ่านหนังสือ
ฟังเพลง Soft Rock, Pop
ละครเวที
ดูหนัง ประเภทหนังชีวิต ตลก สนุกสนาน
และอื่นๆอีกมาก
แม้กระทั่งเรื่องทำงาน ทำการ ก็เป็นมือสมัครเล่น ทำงานที่บ้าน
ล่าสุด เป็นนักเรียนและแม่บ้านสมัครเล่น

ขอบคุณที่เข้ามารู้จักกันค่ะ

[Add teddy bear in the box's blog to your web]