คิดดี พูดดี ทำดี เพื่อโลกที่ดีของเรานะคะ
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
10 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
ทริปสิงคโปร์ค่า...

หลังจากเก็บเนื้อเก็บตัว ไทยเที่ยวไทยอยู่นาน ก็ได้เวลาเสียดุลย์การท่องเที่ยวบ้างแล้ว งานนี้อิชั้นก็ไม่ได้มีสะตุ้งสะตังค์อะไรกับเขาหรอกค่า...แต่อาศัยใบบุญของสามีอันประเสริฐ ที่บริษัทเขาส่งไปสัมมนา อิชั้นก็เลยสวมวิญญาณเหาฉลาม..ขอเกาะไปด้วย และขอตั้งชื่อทริปนี้ว่า "พักอย่างราชา กินอย่างยาจก" ก็แล้วกันนะคะ เพราะมันเห็นภาพที่สุดแล้ว ที่พักนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะบริษัทสามีจัดหนักให้เลย พักโรงแรมห้าดาวกลางถนนออร์ชาร์ด (โรงแรม Mandarin Orchard) แต่เค้าไม่ได้เลี้ยงข้าวลามเลียมาถึงอิชั้นด้วย อิชั้นก็เลยคุ้ยเขี่ยหาอาหารพื้นบ้านกินไป หนุกหนานค่ะคุณ

ไปแต่เช้า ถึงบ้านเค้าประมาณสิบโมง ประทับใจมากกับ "ความเขียว"



เวลาเช็คอินโรงแรมสิงคโปร ตั้งบ่ายสามแน่ะ เลยออกไปตะลุยออร์ชาร์ดดีกว่า ขอบคุณพันธ์ทิพย์อีกเช่นเดียวกัน ที่ให้ข้อมูลแม่น ๆ ทำให้รู้ว่าควรจะทำอะไรหรือกินที่ไหน หลังจากไปมาแล้วขอคอนเฟิร์มค่ะว่า การทานอาหารที่ฟู้ดคอร์ทในสิงค์โปร์นี่สนุกจริง ๆ ค่ะ มีอาหารหลากหลาย ในราคาพอดี ๆ ระหว่างรอห้องเลยไปลุย Food Republic เป็นแบรนด์ของฟู้ดคอร์ทใหญ่แห่งหนึ่ง ประทับใจสาวน้อยขับเส็กเวย์ขายน้ำอัดลมในฟู้ดคอร์ท



อะฮ้า...มองไปมา นี่เลย!! ข้าวมันไก่สิงคโปร์ ต่อด้วยร้านอาหารไทย คนแน่นเชียว น่าภูมิใจ



ตกใจกับปาท่องโก๋ อะไรจะยาวขนาดนั้น!!!!



แต่เราก็ไม่ได้กินข้าวกลางวันหรอก เพราะยังอิ่มกับอาหารบนเครื่องอยู่เลย

มีถังแยกขยะตลอดเลยนะคะ ส่วนร้านขายหนังสือพิมพ์จะให้เห็นว่า สิงคโปร์มีความหลากหลายทางชนเผ่าสูง แต่ถ้างานระดับล่างก็จะเป็นของกลุ่มเชื้อสายอินเดียค่ะ



ถนนบ้านเค้าวันเวย์งี้ล่ะค่ะ รถเลยไม่ติด



เริ่มร้อน ก็แวะทานน้ำแข็งใส แอบถ่ายรูปคุณลุงกับเครื่องขูดน้ำแข็ง



จุดจอดรถแท็กซี่ ต้องต่อคิวกันขึ้นนะคะ คนเค้าเป็นระเบียบจริง ๆ นึกได้ว่ากรุงเทพพยายามจะทำอยู่พักนึง แต่ต้องพับโครงการไป





กลับโรงแรม...เช็คอินแล้วตกใจมาก ทำไมบริษัทสามีเลี้ยงดีอย่างงี้ ห้องสวีทอลังการมาก ตีลังกาซัมเมอร์ซ้อลท์ได้ 12 รอบเลยอ่ะ อย่างงี้มันน่าพักซักเดือนนึง เสียดายจัง ได้อยู่แค่คืนเดียวเอง







ประทับใจเก้าอี้นวด ตอนกลางคืนคุณชายนวดหลับคาเก้าอี้เลย แหล่มมาก ได้ห้องแล้ว..เวลาก็เหลือ จะไปตะลุยไชน่าทาวน์ล่ะนะ

ณ จุดนี้ต้องขอขอบคุณพี่เปามากนะคะ ถ้าไม่มีบัตร EzyLink ของพี่เปา การเที่ยวของเราสองคนคงไม่สนุกแน่นอน



อีซี่ลิ้งค์ เป็นบัตรบูรณาการ ขึ้นได้ทั้งรถใต้ดิน รถเมล์ แล้วก็ทางด่วน คิดตามระยะทาง สะดวกมากเลยอ่ะ เมื่อไรเมืองไทยจะเป็นแบบนี้บ้าง เฝ้ารออออ

การขึ้นรถใต้ดิน (MRT) ของสิงคโปร์นั้นไม่ยากเลย เราสองคนไม่รู้อะไรเลยก็สามารถขึ้นได้ไม่หลง ง่ายมาก ๆ ค่ะ จะพาไปดูสถานีรถไฟใต้ดินของเค้ากัน (เดี๋ยวจะแอบเห็นโปงลางสะออน ไม่รู้ใครเลียนแบบใครนะเนี่ย)





เรานั่งรถใต้ดินไปไชน่าทาวน์กัน สีสันเค้าสวย และคงความเป็นเอกลักษณ์ของ 3 ชาติพันธุ์ คือ จีน มุสลิม และอินเดีย ได้เป็นอย่างดี เดี๋ยวจะได้เห็นวัดแขกอยู่กลางไชน่าทาวน์เลยค่ะ







เราเดินกันมาเรื่อยเพื่อหาฟู้ดคอร์ททานข้าวเย็น ซึ่งก็หาไม่ยากเลย สังเกตง่าย ๆ ตึกช้อปปิ้งหรือ office building ใหญ่ ๆ มักจะมีฟู้ดคอร์ทเป็นของตัวเองแหล่ะ หน้าตึกนี้มีกลุ่มผู้สูงอายุชายมาเล่นหมากรุกกันอยู่



น่าสงสัยว่า มีแต่อากง แล้วบรรดาอาม่าหายไปไหนกันหมดหนอ เอาล่ะ เข้าไปหาอะไรเจี๊ยะกันดีกว่า มื้อนี้ก็ตั้งใจว่าจะกินข้าวมันไก่ให้ได้ ด้วยความที่เราไม่รู้ว่าร้านไหนอร่อย คุณชายเลยบอกให้ดูคิว ร้านไหนคิวยาวแปลว่าอร่อย เราก็เลือกร้านนั้นแหล่ะ เอาร้านนี้แล้วกัน คิวยาวดี





เหมาะสมมั๊ยคะ กับชื่อทัวร์ "พักอย่างราชา กินอย่างยาจก" ได้ฟีลมาก ๆ ค่ะ มันต้องอย่างงี้แหล่ะถึงจะได้ชื่อว่า มาถึงบ้านเมืองเค้าจริง ๆ ถ้ามาทัวร์ไม่ได้ฟีลอย่างงี้นะเนี่ย ... อิ่มแล้วเราก็เดินไชน่าทาวน์เพื่อหาบริษัททัวร์ที่ในเน็ทแนะนำว่า ขายตั๋ว Universal studio ถูกกว่าที่อื่น หาไม่พบ เลยตัดสินใจกลับโรงแรมดีกว่า (แต่ขอเตือนคุณ ๆ ทั้งหลายว่า อย่าซื้อที่ China Town Cultural Center เด็ดขาดนะคะ ที่นี่ถือโอกาสชาร์จค่ารถรับส่งเราด้วย เพราะมารู้ทีหลังว่า รถรับส่งน่ะ...เค้าฟรีทุกที่แหล่ะ ดีนะเนี่ยที่ไม่เสียรู้ไป)

เราไปช่วงก่อนคริสต์มาสต์นิดนึง ตอนกลางคืนสิงคโปร์จึงสวยงามด้วยไฟแบบนี้ล่ะค่ะ เค้าแบ่งเป็นสามโซน โซนสีฟ้า โซนสีม่วง กับโซนสีชมพู สีมีความหมายทุกโซน แต่ลืมไปแล้ว ประมาณว่า Love, Joy, Fun อะไรประมาณนี้ล่ะค่ะ




นี่คือโรงแรมที่เราพักค่ะ ปีนี้เค้าได้รับรางวัล Best Christmas Decoration ด้วยนะ เพราะนำเอาโคมจีนมาประยุกต์เป็นไฟประดับได้อย่างกลมกลืน



คุณชายมาสิงคโปร์บ่อย เลยพาซื้อไอติมกิน ราคาเหรียญนึง เป็นไอติมตัด ประกอบด้วยเวเฟอร์บาง ๆ อร่อยมากค่ะ



ทุกประเทศย่อมมีมุมเศร้าสลดกันทั้งนั้นนะคะ แม้แต่เมืองหลวงแห่งการค้าขายแห่งนี้



"น้ำ" คือสิ่งที่แพงมากในสิงคโปร์ ดังนั้นเราต้องตุนน้ำของเราเองไปให้มากที่สุดเวลาออกไปเที่ยวข้างนอก บิ๊กใช้วิธีต้มเอาไว้แล้วปล่อยให้เย็น ก็กรอกใส่ขวดค่ะ โอ๊ย..ออกจะเหลือเฟือ



หมดวันแรกไปอย่างตื่นเต้นและสนุกสนาน ... เช้าวันที่สองแล้ว วันนี้คุณชายประชุมทั้งวัน ดิฉันก็ต้องออกไปเที่ยวเองอะไรเอง และหลังเที่ยงต้องกลับมา check-out เพื่อย้ายโรงแรม เพราะบริษัทคุณชายเค้าส่งมาทำงานแค่คืนเดียว เราจะอยู่ต่อคุณชายก็ได้บุ๊คโรงแรมใหม่ไว้ให้ เป็นโรงแรมสี่ดาว ห่างจากโรงแรมเดิมประมาณ 500 เมตร มา..เราทานบุ๊ฟเฟ่ต์เช้าแล้วหญิงก็ออกเที่ยวค่ะ



สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ไปหาข้อมูลสำหรับพรุ่งนี้ก่อน เพราะพรุ่งนี้สามีเลิกทำงานแล้ว จะไปเที่ยว Universal studio กัน จึงข้ามถนนไป Visitor Center ฝั่งตรงข้ามโรงแรม ขอบอกว่า เจ้าหน้าที่เค้าฝึกมาดีจริงๆ ถามอะไรไปรู้หมด ตอบได้ดีมาก แต่ว่าไม่ยิ้มเลย ซึ่งนั่นเป็นธรรมดาของคนสิงคโปร์จ้ะ เค้าก็มีวิธีแสดงความเป็นมิตรในแบบของเค้าแหล่ะ สอบถามแล้วว่าตั๋วยูนิเวอร์แซล คนละ 60 เหรียญขาดตัว เลยซื้อไปเลย 2 ที่ เค้ามีรถรับส่งฟรีด้วย และหากซื้อสินค้าหรือบริการเกิน 100 เหรียญ (ที่ไหนก็ได้) เค้าแถมทัวร์ดูไฟคริสต์มาสต์ 30 นาทีฟรี โดยจองเวลาได้ตามใจชอบ เลยเดินไปจองไว้วันพรุ่งนี้เวลาสองทุ่ม

ทำภารกิจที่สำคัญเสร็จ ก็ออกเดิน เดิน และ เดิน สำรวจสิงคโปร์ เริ่มจากป้ายรถเมล์ก่อนเลย



รถเมล์เค้ามีที่ tab บัตร ขึ้นก็ tab ลงก็ tab ทำให้เราเสียค่าโดยสารตามระยะทางจริง ๆ ที่ต้องดูทางหนีทีไล่ไว้ เพราะเย็นนี้จะไป Singapore Flyer แล้วเจ้าหน้าที่ศูนย์ท่องเที่ยวเค้าแนะนำให้นั่งรถเมล์ไป ป้ายรถเมล์เค้าบอกเลยว่า สายที่เรารอจะเข้าป้ายในอีกกี่นาที ดีจัง ส่วนรถเก๋งนั้น..ไม่มีการจอดรถข้างทางให้การจราจรติดขัด เพราะเค้าบังคับให้ไปจอดในอาคารหมด โดยจะมีป้ายบอกว่า ในอาคารไหน เหลือที่จอดรถอีกกี่คัน อ้อ..เดินไปเจอเซเว่นแบบ open air เลยถ่ายรูปมาให้ดู



จากนั้น เราก็เดินดูบ้านเมืองรอบ ๆ ชอบดูตึกเก่าของสิงคโปร์น่ะ สถาปัตยกรรมแบบนี้เค้าเรียก "ชิโนโปรตุกีส" เอกลักษณ์คือ หน้าตึกแถวจะมีเสา รับหลังคาที่ยื่นออกไป เป็นการแบ่งปันร่มเงาให้กับคนเดินถนนทั่วไปด้วย และที่สำคัญ สิงคโปร์มีต้นไม้อยู่ทุกหัวระแหง มีลานให้คน (และเด็กวัยรุ่น) ทำกิจกรรมอยู่ไม่ไกลเลย







ไม่รู้ชอบดูวิถีชีวิตกันรึเปล่านะคะ..แต่บิ๊กชอบ เดินไปเรื่อยก็ผ่านร้านอาหาร คล้ายบ้านเรานะคะ ที่ไม่เหมือนคือซุปเปอร์มาร์เก็ต คนที่ทำงานเป็นแคชเชียร์จะเป็นคนแก่ ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ



ในบ้านเราจะไม่เคยเห็นประตูอัตโนมัติที่เปิด "ออก" นะคะ มีแต่เปิดไปข้าง ๆ แต่ประตูเข้าโรงแรมเรา "เปิดออก" ค่ะ



เที่ยงแล้ว..ถึงเวลาที่อิชั้นต้องย้ายโรงแรมแล้วล่ะ ก็เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมสุดหรูนั้น ไปยังโรงแรมที่ "หรูน้อยลง" ก็อยู่ปลายถนนออร์ชาร์ดเลย ระยะทางประมาณ 500 เมตร แต่บิ๊กเลือกที่จะเดินลากกระเป๋าไปน้อย ๆ ไปเรื่อย ๆ เพราะทางเท้าเค้าเรียบกริบ แถมต้นไม้ร่มรื่น เดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้วค่ะ ระหว่างทางผ่านสถานทูตไทย สวยงาม โดดเด่นมาก มิน่า..ถึงมีข่าวว่า สิงคโปร์อยากจะขอซื้อที่บริเวณนี้คืน ก็มันเป็นที่ผืนงาม อยู่กลางถนนออร์ชาร์ดเลยนี่คะ ทำเลดีอย่างนี้ ต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่เลือกที่ถูกแปลง เป็นเกียรติเป็นศรีแก่ชาติไทยจริง ๆ



ถึงแล้วล่ะ โรงแรม Orchard Parade ค่ะ



เวลาเช็คอินของที่นี่ บ่ายสามแน่ะ ตอนนี้บ่ายโมงกว่า ๆ เอง เลยเดินหาฟู้ดคอร์ททานข้าวอีก แค่ข้ามถนนไปก็เจอแล้ว สะดุดตากับเมนูนึง เค้าเรียกว่า "Mee Siam" สงสัยว่า เอ๊ะ...บรรพบุรุษของชั้นมาเผยแผ่วัฒนธรรมการกินที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร เลยปรี่เข้าไปหมายจะสั่งมาลองกินดู พิโธ่!!!!ดันหมดซะนี่ อดกินอาหารจากชาติตัวเองเลย แก้หิวโดยการสั่ง "โรตีจอห์น" มากิน



กินอิ่มแล้วก็ยังเช็คอินไม่ได้ เดินไปข้าง ๆ โรงแรม เค้ามีนิทรรศการ "เมืองในอนาคตกับฮิตาชิ" เปิดชมฟรี เลยเข้าไปเดินดูฆ่าเวลา ถึงได้รู้ว่าสิงคโปร์ฉลาดมาก Christmas Decoration ทั้งหมด เค้าไม่เสียเงินเลยทำเองเลยซักบาท แต่หาสปอนเซอร์มา ซึ่งปีนี้คือ ฮิตาชิ แล้วเค้าก็ให้ฮิตาชิ โฆษณาตัวเองได้ตามใจชอบ เช่นนิทรรศการนี้เป็นต้น เข้าไปเดินเล่น เย็น ๆ ใจ



เข้าห้องได้แล้ว โรงแรมโอเคมากเลย เหลือเวลาก็มานั่งเล่นริมสระน้ำ แม่เจ้า...ฝนมาแล้วและตกหนักมาก ตั้งจิตอธิษฐานต่อเทวดาว่า ขอให้ตกแค่ 2 ชม.นะเจ้าคะ หกโมงเย็นลูกช้างจะออกไป Singapore Flyer ได้ผลค่ะ..ฝนตกอยู่ 1 ชม.กับอีก 50 นาที แล้วหยุด บุญมีจริง!!!!



คุณชายเลิกสัมมนาแล้ว ก็เลยย้ายโรงแรมตามมา หกโมงเย็นแล้ว..เราจะไป Fountain of Wealth กับ Singapore Flyer กัน เริ่มไม่มั่นใจเรื่องการนั่งรถเมล์ เลยไปถามหน้าฟร้อนท์อีกที ชายหนุ่มหน้าตาคล้ายณเดช คูกิมิยะแนะนำให้นั่งรถใต้ดินไป แต่ ณ วันนี้ขอบอกว่า "ชั้นไม่น่าเชื่อแกเล้ยยย" นั่งรถใต้ดินเดินไกลมากกกกกก.... รู้งี้เชื่อคำแนะนำของศูนย์นักท่องเที่ยวดีกว่า ที่ว่าให้นั่งรถเมล์ ป้ายรถเมล์อยู่หน้า Fountain of Wealth เลยค่ะ ดีนะ..ที่แกหน้าตาดี เลยพอให้อภัยได้!!!! แต่นับจากนี้ไป จะไปไหน ชั้นก็จะเชื่อวิธีการเดินทาง ที่ศูนย์นักท่องเที่ยวบอกแน่นอน

เอาล่ะ...ระบายความในใจนาน เพราะเดินเหนื่อยมาก ระหว่างเดินก็ผ่านร้านหนังสือ ให้ดูนี่คะ...หนังสือขายดีของเค้า หนีไม่พ้นเรื่องของท่านลี กวน ยู เลยจริง ๆ



ในที่สุดก็มาถึงค่ะ Fountain of Wealth ภาษาไทยน่าจะใช้คำว่า น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง ต้องไปตอนกลางคืนถึงจะสวยค่ะ วิธีการให้มั่งคั่ง คือ เราต้องเดินไปตรงกลาง ถึงน้ำพุ เอามือแตะน้ำพร้อมอธิษฐานจิต จากนั้น เดินวนขวารอบน้ำพุ 3 รอบ เราสองคนก็จัดไปตามนั้น





จากนั้น ก็ถึงไฮไลท์ของค่ำคืนนี้ Singapore Flyer และ บริเวณ Merlion Park คราวนี้เชื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์นักท่องเที่ยวเต็มที่เลย ว่าให้นั่งรถเมล์ไป เราก็ขึ้นรถเมล์ ซึ่งเข้าใจง่ายมาก ๆ ไปลงหน้า Singapore Flyer เลยล่ะ



ถึงแล้วค่ะ... Singapore Flyer คือชิงช้าสวรรค์ใหญ่ ๆ ที่แต่ละตู้สามารถจุคนได้มาก แล้วก็วนขึ้นไปชมวิวงาม ๆ ของสิงคโปร์ได้ ที่สำคัญคือ วิวของ
Marina Bay







จากหน้า Singapore Flyer ก็นั่งรถเมล์ ไปลงหน้า Esplanade ซึ่งบิ๊กแอบเรียกเองว่า โดมทุเรียน เพราะมันเหมือนมาก เดินทะลุเอสปลานาร์ดเข้าไปก็จะได้ชมวิวของมารินา เบย์ที่สวยงามมาก รวมถึงสัญลักษณ์ของสิงคโปร์ คือ Merlion ด้วย หลายท่านคงพอทราบว่า Merlion เป็นลูกครึ่ง Mermaid กับ Lion นะคะ ระหว่างทางเจอเด็กฝาแฝด น่ารักดี



นี่คือโรงแรม Marina Bay Sand ที่ค่อนข้างโด่งดัง แต่บิ๊กเรียกเองว่า ปลาดุกสามขา!!!





ท่องราตรีตามที่ได้วางแผนไว้ เยี่ยมครบทุกสถานที่แล้ว ก็กลับโรงแรม เตรียมตัวสำหรับพรุ่งนี้ ซึ่งมี Universal Studio เป็นที่หมายทั้งวันค่ะ

...เช้าแล้ว ขึ้นรถไปเกาะเซ็นโตซ่าค่ะ รถดีมากทีเดียว ระหว่างทางก็ผ่านย่านอยู่อาศัยของเกาะสิงคโปร์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นคอนโดมิเนียม ผ่าน Singapore Flyer ในมุมกลางแสงแดด และถึงเกาะเซ็นโตซ่าในที่สุด





ถึง Universal Studio แล้วค่ะ ขอบอกว่า ประทับใจมากทีเดียว การบริหารจัดการเค้าดีมาก และสถานที่น่ารัก ส่วนที่เป็นการผจญภัยก็เร้าใจสุด ๆ เหมาะกับครอบครัวจริง ๆ ค่ะ ขอเมดเล่ย์ภาพให้ดูเลยแล้วกันนะคะ





เห็นพระนางคลีโอพัตราเธอจิกขาโพสต์...เดี๊ยนยอมไม่ได้ฮ่ะ...ขอจิกสู้!!!





มื้อกลางวัน มีอาหารหลายชาติให้เลือกสรร แต่เราเลือกทานอาหารอียิปต์กัน อย่าถามนะคะ ว่ามันเรียกว่าอะไร รู้แต่ว่า อร่อยใช้ได้เลยค่ะ



ทานเสร็จก็เดินทัวร์กันต่อ ค่ะ









สิ่งหนึ่งที่อาจารย์สอนการบริการอย่างบิ๊กต้องยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายนำไปสอนเด็ก คือ การจัดการคิวรอเล่นเครื่องเล่นค่ะ คิวยาวอย่างที่เห็นกัน



แต่เค้ามีการจัดการอารมณ์ลูกค้า โดยการขึ้นป้ายไว้เลยว่า "หากจะเล่นเครื่องเล่นนี้ ต้องรอคิวกี่นาที" นี่ค่ะ...คิวนี้ รออีก 65 นาที หากท่านสมัครใจจะรอ เราก็ยินดีครับ



หนึ่งวันผ่านไป อิ่มใจและอิ่มรูปจริง ๆ เกาะเซ็นโตซ่ายังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย จะอยู่ต่อช่วงค่ำเพื่อดูพลุก็ได้ แต่เราเลือกที่จะกลับเลย เพราะคืนนี้มี Christmas night tour รออยู่

กลับมาสู่ถนนออร์ชาร์ดอีกครั้ง มื้อเย็นรออยู่ บิ๊กเลยลองสั่งอาหารที่เรียกว่า "ลักซ่า" หากร้านไหนมีคำนี้ แปลว่า อาหารเป็นแนว มุสลิม + จีน เป็นอีกเอกลักษณ์หนึ่งของอาหารสิงคโปร์เลยค่ะ เมนูของบิ๊กจึงมีรสชาติคล้าย ก๋วยเตี๋ยวแกงค่ะ แต่ชามใหญ่มาก.... คุณชายเพลย์เซฟด้วยข้าวมันไก่เช่นเคย



ทุ่มนึงแล้ว..ได้เวลาขึ้น Topless bus เพื่อชม Christmas decoration รอบ ๆ เกาะแล้วค่ะ ตระหนักเลยว่า ทรัพยากรที่ดีที่สุดของสิงคโปร์คือ "คน" จริง ๆ ค่ะ ไกด์ของเค้าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่เอ็นเตอร์เทนเก่งมาก และไม่ได้มีบัสเราบัสเดียว ยังมีอีกหลายบัส น้อง ๆ เค้าก็ทำงานได้เก่งกันทุกบัสเลยค่ะ ไปชมแสงสีเสียง สวย ๆ กันนะคะ







กลับโรงแรมเพื่อนอนฝันถึงสิงคโปร์ เตรียมตัวกลับเมืองไทยบ้านเกิด...ในวันพรุ่งนี้

ตื่นเช้าแล้ว..เลือกทานอาหารที่ฟู้ดคอร์ทเช่นเคย หน้าตาเหมือนน้ำพริกปลาทู (แต่เช้าเลย)



ไฟลท์อยู่บ่ายสามแน่ะ ช่วงสายเลยชิล ๆ อ้อยอิ่งอยู่โรงแรม แต่แล้วเราก็ตระหนักว่า เรายังไม่ได้กินอาหารขึ้นชื่อของเค้าเลยนี่นา นั่นคือ "Chilli Crab" ปูผัดพริก... แต่ดูร้านดังของเค้าแล้ว อยู่อีกฝั่งนึงของเกาะเลยนี่นา มันไกลไปอ่ะ เลยเดินไปถามในห้างข้าง ๆ โรงแรม ปรากฎว่า เค้ามีร้านที่เสิร์ฟ Chilli crab ด้วย ดีจัง...ไม่ต้องไปไกล

อร่อยขั้นแนะนำค่ะ มาสิงคโปร์อย่าพลาดชิมนะคะ แต่มันจะเปรอะหน่อย ที่ร้านเค้าต้องให้ใส่ผ้ากันเปื้อนทีเดียวค่ะ



ผ่านไปด้วยความสนุกสนาน สำหรับทริปสิงคโปร์ พักอย่างราชา กินอย่างยาจก ได้ไปเห็นแล้ว ก็รู้สึกรักเมืองไทยที่เรามีผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ และเป็นกำลังใจให้ผู้ใหญ่อย่างเรา สร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพให้กับชาติของเราต่อไปนะคะ

ทริปหน้า...ห่างจากสิงคโปร์เพียงแค่ 2 วัน บิ๊กจะพาทุกท่านไปพบอีกด้านหนึ่งของโลก ซึ่งแตกต่างจากสิงคโปร์โดยสิ้นเชิง ... ไปอินเดียกันนะคะ


Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2554 12:46:11 น. 6 comments
Counter : 1636 Pageviews.

 
เที่ยวกันกระหนุงกระหนิง น่ารักจริงค่ะครูบิ๊ก


โดย: ขวัญ IP: 125.24.20.220 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:27:17 น.  

 
ตูเพลิยเลยลืมเรื่องน้ำท่วมไปชั่วขณะ ตอนนี้พอเลีย้วรถจากประชาชื่นเข้าถนนหน้าบ้านคุณบิ๊ก ก็ต้องเลี้ยวกลับน้ำขึ้นสูงมากแล้ว คิดว่าจะไปได้ถึงตลาดมองมาเช่ แล้วคุณก็ไปไหนลำบากหน่อยนะดีว่ามีตลาดอยู่ใต้ถุนบ้าน


โดย: อรวรรณ สว่างกมล IP: 124.122.234.199 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2554 เวลา:23:55:10 น.  

 
อยากไปเที่ยวด้วยค่ะ ยังไม่เคยไปสิงคโปรค่ะ!!!!!!!!!!!!!!


โดย: พี่มาศ IP: 124.121.171.172 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2554 เวลา:10:56:18 น.  

 
ขอบคุณค่าพี่บิ๊ก ที่ยังส่งเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง ^^ ซื้อตั๋วไว้ไปสิงคโปร์ปีหน้าพอดีเลย จะได้ศึกษาไว้ก่อนอิอิ


โดย: หลิง IP: 124.121.171.172 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2554 เวลา:10:57:55 น.  

 
น่าสนุกจังเลยโน๊ะ


โดย: กี้ IP: 124.121.171.172 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:00:04 น.  

 
อยากเห็นอีน้องที่หน้าเหมือน ณเดช อ่ะบิ๊ก


โดย: เจ๊ก IP: 124.121.5.220 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:36:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Teacherbik
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ไลฟ์สไตล์ธรรมดา สำหรับคนที่ชีวิต
มีมากกว่าการทำงานและหาเงิน
New Comments
Friends' blogs
[Add Teacherbik's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.