กุ ญ แ จ แ ห่ ง ก า ล เ ว ล า . . .
ภูกระดึง ... ที่คิดถึง



ปีที่ผ่านมาไปเที่ยวอยู่หลายที่ แต่ที่ติดหนึ่งในความคิดถึง เป็นที่ใดไปไม่ได้ นอกซะจาก "ภูกระดึง เสน่ห์ซึ้งตรึงใจ" นั่นเอง กว่าจะไปถึงจุดหมายปลายทางแม้จะผ่านความเหนื่อย แม้จะผ่านความยาก แต่สุดท้ายเราก็ไปถึงจุดมุ่งหมายสมใจ ความสุขเมื่อได้เริ่มเดินทาง ความสุขเมื่อผ่านระยะทางที่แสนไกล แล้วความสุขที่เกิดขึ้นอีก ... เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

สมัยยังวัยเยาว์ อิอิ ประมาณปีสามเห็นจะได้ เพื่อน ๆ พากันยกทีมไปถล่มภูกระดึง ตอนนั้นเสียดายไม่ได้ไป เพื่อนกลับมาเอารูปให้ดูแอบอิจฉาเล็ก ๆ แล้วก็คิด ... "ซักวันหนึ่ง ฉันจะต้องไปพิชิตภูกระดึง" บ้าง ^^


บันทึกการเดินทาง :

ก่อนออกเดินทางเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเป็นยาคลายกล้ามเนื้อทั้งกินทั้งทาถู ๆ ผ้า support ขาทั้งสองข้าง เรื่องอาหารการกินไม่ต้องกลัวอด ข้อมูลที่ได้รับคือมีขายตลอดทางทุกซำ ไม่ต้องขนให้เหนื่อย แต่เตรียมเงินไว้ก้อนนึงก็ดีเพราะอาหารจะแพงกว่าภาคพื้นราบแต่ไม่ถึงกับน่าเกลียดอะไร ต้องเห็นใจคนขายด้วยเพราะเค้าต้องเสียค่าขนส่งมิใช่น้อย อย่างเช่นน้ำแข็งกว่าจะไปถึงบนยอดภูก็ละลายไปส่วนหนึ่งแล้วมันก็ต้องแพงเป็นธรรมดา แต่ถ้าใครแข็งแรง มีความสามารถแบกขึ้นไปเองก็ได้ ^^

เรื่องระยะทางไม่ไหวหวั่น เค้าว่ากระบี่อยู่ที่ใจ แล้วก็ได้คนนำทางที่ดี ดูแลเป็นอย่างดี ทุกอย่าง สบมยห ... เลือกเดินทางในวันทำงานของชาวบ้านแต่เป็นวันหยุดของเรา ไม่ต้องไปแย่งที่อยู่ที่กิน เดินทางทางเส้นเพชรบูรณ์ ผ่านเขาค้อดูวิวและเส้นทางที่สวยงาม แวะรายทางกินขนมจีนหล่มสัก ซื้อมะขามติดรถ ถ่ายรูปกันนิดหน่อย เลยเดินทางกันนานไปหน่อย กว่าจะถึงอุทยานก็ปาเข้าไปเกือบหกโมงเย็น ตอนนั่งอยู่ในรถมีคอมแพคที่พกไว้ถ่ายรูประหว่างรถขับเคลื่อน เห็นพระอาทิตย์กำลังจะตก เขาที่เห็นอยู่ตรงหน้าคงจะเป็นยอดภูกระดึง แต่มันไม่สามารถปรับอะไรได้เท่าไหร่ เลยไม่ค่อยงาม นึกแล้วก็เสียดายจริง ๆ

พักที่ว่าการอุทยาน 1 คืน ก่อนเดินทางขึ้นภูกระดึง มีบ้านพักและจุดกางเต้นท์ไว้รองรับ น้ำอุ่นซะด้วยค่อยดีหน่อย อากาศกำลังสบาย สิบกว่าองศาเอง มื้อเย็นน้ำพริกปลาทูอร่อยมาก ๆ

เช้าวันแรกแห่งการเดินทางเท้าได้เริ่มต้น หลังจากเสียค่าธรรมเนียม และชั่งของเพื่อให้ลูกหาบนำขึ้น ลำพังตัวเองก็จะไม่รอด ยังงั๊ยยังงัยต้องพึ่งลูกหาบแน่นอน กิโลละ 15 บาท ต้องเตรียมอีกอย่างคือไม้เท้ากายสิทธิ์มันช่วยได้เยอะ มีกอง ๆ ไว้ก่อนทางขึ้นเลือกหยิบได้ตามอัธยาศัย เริ่มเดินทางที่กิโลเมตรที่ 0 ระยะจากจุดเริ่มต้นจนถึงที่ทำการข้างบนภูกระดึงประมาณ 9 กิโลเมตร ถ่ายคู่กับทุกหลักกิโลเป็นหลักฐาน อิอิ แรก ๆ ยังสดใสกระดี๊กระด๊าอยู่ 55 ผ่านป่าไผ่จนถึงซำแคร่ด่านแรกก็มีร้านอาหารขายแล้ว ยังก่อนไปต่อดีกว่า ไปพักอีกทีก็ที่ซำแฮก เล่นเอาหอบแฮ่กสมชื่อ พักเหนื่อยก่อน ดูเหมือนฟ้าจะเป็นใจฟ้าเป็นฟ้า แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับดินฟ้าอากาศ เดี๋ยวเกิดอาการเซ็งขึ้นมาถ้าไม่ได้ดั่งใจ หุหุ และแล้วก็แวะอีก จริง ๆ ก็แวะตลอดทางแหล่ะ ทีนี้เริ่มหิวอยากกินส้มตำขึ้นมาเจอร้านแรกของซำกอซางอยู่ด้านซ้ายมือ ชื่อร้านลุงกลาง ส้มตำอร่อยดีหรือหิวก็ไม่รุ หายเหนื่อยแล้วต้องไปต่อ ผ่านไปหลายซำจนถึงทางลาดชันยังมีบันไดและราวจับให้ ผู้คนที่สวนทางกำลังจะลงต่างก็ให้กำลังใจกันตลอด อีกนิดเดียวครับ อีกนิดเดียวค่ะ ฮ่า ๆ เชื่อได้ที่ไหน แต่รู้สึกดีค่ะเหมือนมีคนให้กำลังใจแรงฮึดมันมาอีกระรอก ไม่รีบไม่ร้อนไปเรื่อย ๆ เราออกกันแต่เช้าไม่ต้องรีบมาก จอดถ่ายรูปตลอดทาง เหนื่อยแต่ก็เพลินดี

พอไปถึงหลังแปได้ อาการเหนื่อยเมื่อยล้าค่อยผ่อนเบาลง สูดลมหายใจรับอากาศดีดีบนขุนเขา ที่เพิ่งมาเยือนเป็นครั้งแรก อีกไม่นานนักจะถึงแล้ว เห็นรถจักรยานจอดไว้พร้อมป้ายค่าเช่าต่อวัน 350 บาท แต่เราเลือกที่จะเดินดีกว่า ที่หลังแปจะมีลูกหาบจอดพักเปลี่ยนจากหาบมาเป็นรถเข็นเพื่อนำไปส่งยังที่ว่าการอุทยาน มาถึงตรงนี้แล้วต่อไปก็สบายหน่อยเดินทางราบ ใช้เวลาเดินทางถึงที่ว่าการทั้งหมด 5 ชั่วโมงครึ่ง ถึงประมาณใกล้ ๆ จะบ่ายสองของวันนั้น อาหารการกินที่นี่หายห่วงขายกันจนมืดจนค่ำ ตามผาต่าง ๆ ก็มีไว้รองรับนักท่องเที่ยว

เย็นวันแรกของการอยู่บนภูกระดึง หลังจากเก็บสัมภาระเป็นที่เรียบร้อย ตกลงกันว่าจะไปผาหมากดูก อยู่ใกล้หน่อยไปดูพระอาทิตย์ตกทัน ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ต้นสนสามใบสองข้างทางเด่นเป็นสง่า เดินเรื่อย ๆ ยังแรงดีอยู่ พอถึงผาหมากดูกแวะกินน้ำแข็งใสน้ำแดงเย็นชื่นใจ แล้วก็หาทำเลมุมที่พระอาทิตย์จะตก รอไปเล็งไปดูท่าวันนี้ท่าจะไม่สวย เมฆเยอะ พอใกล้เวลา โฮะ ๆ พระอาทิตย์ผลุกเข้ากลีบเมฆเป็นที่เรียบร้อย เซ็งไปตาม ๆ กัน แต่แล้วก็รอเผื่อจะมีแสงสุดท้ายให้ดูบ้าง ไม่นานนัก พระอาทิตย์ก็โผล่พ้นลงมาให้เห็นดวงกลม ๆ หน่อย แม้จะไม่สวยนัก แต่ก็ยังดี ไม่เป็นไรพรุ่งนี้คงจะสวย คิดไว้เช่นนั้น ทริปเดินทางครั้งนี้ตามตำรับ เดิน กิน นอน ไปถึงที่พักได้ลองสัมผัสน้ำเย็น ๆ กับอากาศหนาว ๆ เป็นคืนแรก อะจึ๋ยยยยย พรุ่งนี้เช้าคงแคล้วคลาดเป็นแน่แท้ ...

เช้าวันที่สอง ตื่นแต่เช้ามืดตีสี่ครึ่ง เจ้าหน้าที่อุทยานนัดคนที่จะไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ประมาณตีห้า หนาวใช้ได้เลย เตรียมไฟฉายไปหนึ่งกระบอก มีคนเดินด้วยประมาณ 10 กว่าคน มีป้ายให้ระวังช้างป่าเป็นระยะ ใช้เวลาซักครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ไปถึงมีกาแฟตั้งไว้ให้บริการเสร็จสรรพ ขาดไม่ได้ซะล่ะ ได้ลิ้มลองกาแฟท่ามกลางอากาศหนาว ๆ นี่มันอร่อยที่สุด อีกแล้วเมฆเยอะอีก วี่แววพระอาทิตย์จะไม่มาอีกแหล่ว คิคิ มีบางคนไปนั่งเซ็งไม่พูดไม่จา และแล้วได้ยินเสียงคน ๆ นึงดังขึ้น โน่น พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เท่านั้นแหล่ะ ตั้งกล้องแทบไม่ทัน หุหุ มาได้งัยง่ะ ก็มันหายไปแล้วนี่หน่า ขากลับเดินออกทางลานวัดพระแก้วแล้วกลับทางเส้นทางของหมูป่า เห็นรอยเท้าเต็มไปโม๊ด

สาย ๆ จะไปตระเวนน้ำตกค่ะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เมื่อวานเย็นได้ยินเด็กวัยรุ่นบอกว่าน้ำตกไม่มีน้ำเลย แต่ด้วยความมาแล้วก็ต้องเดินให้ครบ เดินเพลินไปตามเส้นทางป้ายที่มีบอกตลอดทาง ไปที่น้ำตกวังกวางก่อน เรื่อยไปยังน้ำตกเพ็ญพบใหม่ ระยะทางก็พอสมควร รู้สึกเราจะเป็นผู้นำ แต่ต่อมาก็เป็นผู้ตาม เป็นอย่างคำล่ำลือว่า ช่วงนี้ไม่มีน้ำ เมเปิ้ลที่ถวิลหาก็เพิ่งจะผลิยอดใบเขียว ๆ และใบแห้ง ๆ ที่ร่วงหล่นให้เห็น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ตั้งโปรแกรมว่าวันนี้จะเที่ยวให้ครบ ลงไปน้ำตกต่าง ๆ ตามป้ายที่เขาชี้นำทาง ยิ่งไปก็ยิ่งเป็นทางลง อิอิ เริ่มหมดแรง ดีที่ระหว่างทางยังมีสปอร์ของมอสที่ยังไม่เหี่ยวแห้งให้เห็นตั้งกอนึง และแล้วก็หลงอีกจนได้ ไปออกอีกทาง แคบ ๆ ชันขึ้นเรื่อย ๆ มีขี้ช้างเต็มไปหมด นี่ถ้าเจอช้างระหว่างทางยังไม่รู้จะหลบตรงไหน โชคดีที่ไม่เจออ่ะนะ

เดินไปเดินมาขาเริ่มอ่อนล้าสงสัยจะไปไม่ถึงผาหล่มสัก ใจน่ะไปแต่ขามันไม่ยอมไปด้วย เหอ ๆ และแล้วก็ได้ไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูกอีกครั้ง ไปถึงเร็ว ปูเสื่อปิกนิกกันแต่วัน รอ รอ เย็นนี้ค่อยดีหน่อยรู้สึกว่าแสงจะดีกว่าเมื่อวานแต่ก็ยังมีเมฆบัง ๆ อยู่เหมือนเดิม

เช้าวันที่สาม วันนี้จะไปผาหล่มสักเป็นที่สุดท้ายไฮไลท์ขอการมาเที่ยวภูกระดึงอีกจุดหนึ่ง ผ่านผาต่าง ๆ ไปทางเดียวกับผาหมากดูก เดินลัดเลาะชมวิว ชมข้างทาง ดูดอกไม้ ใบไม้ใบหญ้า แวะกินส้มตำอีกแล้วที่ผานาน้อย พ่อค้าแม่ค้าที่อัธยาศัยดีทุกคน น่ารักมาก ๆ แกก็แนะนำว่าจะดูเมเปิ้ลต้องมาช่วง ๆ ต้น ๆ ธันวา แต่เวลาไปน้ำตกควรจะเตรียมมะนาวไปด้วยไว้ทาขากันเจ้าตัวทากดูดเลือด ดอกไม้ช่วงมีนาก็กำลังออก สรุปว่าจะมาเก็บให้ครบต้องมาสามฤดู เดินเรื่อย ๆ ไปต้องรีบมากเวลาเหลือเฟือ ตั้งใจว่าจะไปถึงผาหล่มสักจะกินกาแฟสดซัก 1 แก้ว ไปถึงจุดหมายปลายทางได้กินกาแฟสมใจ มีของที่ระลึกขายด้วย ไม่แพง มีโปสการ์ดให้เขียนส่ง ได้เสื่อไปหนึ่งผืนไปรอพระอาทิตย์ตกตรงชะแง่งตำแหน่งนิยม รอจนแสงสุดท้ายกำลังจะหายไป เดินทางกลับอีก 9 กิโล เย็นนั้นถึงที่พักเอาสามทุ่ม ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ความมืดคืบคลาน เสียงผู้คนเริ่มหายไป เค้ากลับกันหมดแล้ว เริ่มกลัว ๆ เหมือนกัน ได้ยินเสียงหมูป่าด้วย เหมือนมันวิ่งป๊าดไปป๊าดมา แต่ไม่เห็นตัว ไม่รู้ว่าเรากลัวมันหรือมันกลัวเรา หุหุ

วันที่สี่เป็นวันที่เราจะจากภูกระดึงไปแล้ว ตื่นสายหน่อย เช้านั้นองศาความหนาวอยู่ที่เลขตัวเดียว ไม่คิดว่าจะได้มา ไม่คิดว่าผ่านเส้นทางสายนี้มาได้ เก็บความประทับใจผ่านภาพถ่าย เก็บความรู้สึกดีดีผ่านตัวอักษร เก็บห้วงเวลาแห่งความทรงจำ ^____^



ภาพแห่งความคิดถึง ...



ระหว่างทางก่อนไปผาหล่มสัก ต้นสนต้นนี้เด่นเป็นสง่า ขับกับท้องฟ้าที่สดใส






ทุ่งป่าสนบนภูกระดึง มีให้เห็นตลอดเส้นทาง






จักรยาน พาหนะทุ่นเวลา ตามหลังน้องเค้าไปติด ๆ แต่เราเดินดีกว่า ไปเรื่อย ๆ ไม่รีบ






รองเท้าจอมยุทธ เพื่อนคู่คิด มิตรเดินทาง ระหว่างนั่งรอดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหมากดูก






พื้นดิน ทิวเขา ท้องฟ้า ไล่ระดับสลับกัน






ต้นไม้สองต้นนี้กำลังโอบพระอาทิตย์อยู่






หล่มสัก ชะง่อนนี้ไฮไลท์






ดอกอะไรไม่รู้เจอระหว่างทาง สีขาว เรียงกันน่ารักเชียว






ก่อนจะเดินไปน้ำตกเพ็ญพบใหม่ ระหว่างทางถ่ายดอกไม้ ใบไม้ ไปเรื่อย





โชคดีที่ยังเจอ ตอนหลงไปน้ำตกเพ็ญพบใหม่ แล้วก็ลงไปน้ำตกอื่น ๆ หาทางออกไม่เจอ แต่เจอเจ้ามอสแทน มิเสียแรง มีอยู่กระจึ๋งนึง






ที่ผานกแอ่น






ผาหมากดูก






ผาหมากดูก อาทิตย์เริ่มลดแสง นั่งใต้ต้นสน รอคอยพระอาทิตย์ตก






ลมพัดเย็น ๆ มองทิวเขา ที่ผาหมากดูก






ส้มตำอาหารประจำชาติ ที่ผานาน้อย ก่อนจะไปดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก หิว เหนื่อย นั่งพัก ดื่มน้ำเย็น ๆ ให้ชื่นใจ






แสงแดดลอดผ่านต้นไม้ ที่ผาหล่มสัก






ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกว่าต้องมีกาแฟสดแน่ ๆ ไปถึงยิ้มกริ่มสมใจ เลยแวะเอาร้านแรกเลย คาปูเย็น 1 แก้ว






ผู้คนเริ่มทยอยมาที่ผาหล่มสัก






กิจกรรมอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก






โปสการ์ด ที่ร้านชมพู่มะเหมี่ยว เจ้าของร้านถ่ายเอง ซื้อกาแฟแถมโปสการ์ด แถมส่งให้ น่ารักจริง ๆ






เป็นช่วงเวลาใกล้ค่ำ แสงเริ่มจะหมด ขณะเดินกลับที่พักจากผาหมากดูก






ดอกหญ้าข้างทาง เจอกันระหว่างทางไปผาหล่มสัก






พระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ดวงกลมส้มสวยเลย มิเสียแรง






แนวตั้งบ้าง พระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก






เก็บมาเป็นที่ระลึก ดูระยะทาง และเส้นทางก่อนจะมาถึงจุดหมายปลายทาง






อากาศสดชื่น อิริยาบถของผู้มาถึงที่นี่ ผลัดกันเป็นตากล้อง ผลัดกันเป็นนายแบบนางแบบ






ช่วงขากลับ สวนทางกันกับลูกหาบ ช่างทรหดอดทนจริง ๆ ไทยเข้มแข็ง






เดินทางไปน้ำตก แต่ไม่เจอน้ำตก






นักเดินทาง บ้างก็มากันกลุ่มเพื่อน บ้างก็มากันเป็นครอบครัว






ปิดท้ายสำหรับบล็อกนี้ด้วยภาพสีสันของป่า มุมหนึ่งของภูกระดึง ซูมไกล ๆ แถว ๆ ซำแฮก






*** ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมค่ะ ***



Create Date : 06 ตุลาคม 2553
Last Update : 6 ตุลาคม 2553 17:57:31 น. 17 comments
Counter : 494 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: TREE AND LOVE วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:18:42:18 น.  

 
หนาวนี้ ... ได้ไปแวะเยี่ยมแน่ครับ นัดกันแล้ว


โดย: หน่อย - ตั้ม (tumauto ) วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:19:24:30 น.  

 
โฮ สวยงามมากมายครับ น่าไปเที่ยวจัง


โดย: raknakubkondee วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:19:27:13 น.  

 
ภาพสวยมากค่ะ ..

เห็นแล้วอยากไปเยือนอีกรอบ.....


โดย: poongie วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:20:16:01 น.  

 


ภูกระดึง เปิดฤดูกาล "เมื่อยขา" แล้ว ตั้งแต่เดือน 1 ต.ค.53-พ.ค.54
//www.pantip.com/cafe/blueplanet/topic/E9773786/E9773786.html

ปีนี้เปิดให้เข้าป่าเมเปิ้ลแดงที่น้ำตกขุนพอง

เห็นรูปแล้วคิดถึงเลย
หนาวนี้ ไม่ปาย ก็ ภูกระดึง นี้แหละ


โดย: *SUPRA* วันที่: 6 ตุลาคม 2553 เวลา:21:21:18 น.  

 
รูปสวยมากเลยค่ะ (รูปตำซั่วก้อยังสวย) อยากไปมั่ง แต่ไม่รู้จะปีนเขาไหวรึป่าว


โดย: Sugar lip วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:0:10:09 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ
ขอตามมาเที่ยว ภูกระดึง ด้วยคนค่ะemo

ถ่ายภาพได้ สวยงามมากค่ะ
คิดถึงภูกระดึงจัง
ขอให้มีความสุขนะค่ะ


โดย: iamorange วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:5:41:46 น.  

 

TREE AND LOVE : ขอบคุณที่แวะมาทักทายคะ

หน่อย - ตั้ม : แล้วเก็บภาพมาฝากด้วยน๊า

raknakubkondee : ขอบคุณค่ะ งั้นต้องลอง ไม่รุเคยไปรึยัง

poongie : ขอบคุณค่ะ ไปสิ ๆ อยากไปลองอีกสักครั้งเหมือนกัน ไม่รู้ความรู้สึกจะเหมือนครั้งแรกรึป่าว

*SUPRA* : เสียดายไปช่วงเมเปิ้ลไม่แดง น้ำตกน้อยมาก ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

Sugar lip : ของจริง เวลาหิว ๆ เหนื่อย ๆ ยิ่งอร่อยใหญ่ ถ้าได้เริ่มต้นเดินแล้วต้องถึงแน่นอน

iamorange : ขอบคุณค่ะ เพิ่งไปเมื่อมกราที่ผ่านมา ภาพที่ถ่าย ๆ ไว้ หยิบมาดูทีไร คิดถึงทุกทีเหมือนกัน





โดย: ตะวันดวงเดียว วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:8:45:05 น.  

 
ภาพสวยจัง ... อยากไปจังเลยอ่ะ ขอบคุณนะคะ


โดย: เจ้าหมูตุ๋น วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:12:05:47 น.  

 
เจ้าหมูตุ๋น : ลองไปสิคะ แล้วเราจะเป็นอีกผู้หนึ่งที่พิชิตภูกระดึง อิอิ สวยค่ะ บรรยากาศก็ดี


โดย: ตะวันดวงเดียว วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:19:09:06 น.  

 
อย่าลืมไปเที่ยวต่อกันที่เชียงคานแวะชิมก๊วยจั๊บ ขนมจีนสูตรโบราณร้านป้าลี่ปากซอย14นะแล้วจะไม่ผิดหวังทั้งรสชาติ ราคา และการบริการแน่นอนครับ และมีทะเลหมอกที่สวยมากจริงๆบนภูทอกครับไม่เชื่อลองไปดูครับ


โดย: คนเชียงคาน IP: 172.20.2.100, 58.137.114.2 วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:19:19:33 น.  

 
คนเชียงคาน : ขอบคุณที่แนะนำคะ ไว้มีโอกาสคงจะได้ไปชิม ว่าไปแล้วภูทอกก็น่าสนใจเหมือนกัน :)


โดย: ตะวันดวงเดียว วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:20:35:35 น.  

 
อ่า ภาพมุมสวยๆทั้งนั้นเลยครับ อาทิตย์ก้อกลมสวยแสงลงตัวมากๆครับผม ชอบอ่ะ
ตอนแรกจะได้ไปครั้งแรกมั่งแล้ว ต้นเดือนธันวานี้ แต่มีเหตุต้องไม่ได้ไปแล้ว เสียดายมากๆ
ยิ่งเห็นภาพสวยๆแบบนี้แล้ว อิจฉาาา อิอิ แต่ได้ชมภาพแบบนี้ก้อสุฃใจได้เหมือนกัน
ขอบคุณที่นำมาฝากกันครับ สวยมากๆ


โดย: ZeeBlue-Melody วันที่: 8 ตุลาคม 2553 เวลา:23:03:44 น.  

 
ZeeBlue-Melody : ขอบคุณคะ เสียดายแทน ไม่เป็นไร ภูกระดึงยังรออยู่เสมอ ^^


โดย: ตะวันดวงเดียว วันที่: 9 ตุลาคม 2553 เวลา:19:25:28 น.  

 
แวะมาสวัสดีในวันที่ 10/10/10 ครับ


โดย: หน่อย - ตั้ม (tumauto ) วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:20:36:44 น.  

 
แวะมาชมภาพภูกระดึงที่แสนเสียดายอีกรอบ T_T เศร้าๆ
แต่เหนืออื่นใดคือภาพแสงสวยๆ บรรยากาศแบบเหงาๆถูกใจมากจริงๆ ชอบภาพ 6 อ่ะ
มีแสง มีอาทิตย์ มีกิ่งก้านของต้นไม้ บอกเรื่องราวต่างๆได้โดยไม่ต้องพูดดี สวยครับ


โดย: ZeeBlue-Melody วันที่: 12 ตุลาคม 2553 เวลา:19:56:44 น.  

 
หน่อย - ตั้ม : สวัสดีค่ะ ย้อนหลังไปหลายวันหน่อย อิอิ เลขสวย 10 10 10

ZeeBlue-Melody : แวะมาชมอีกรอบ สงสัยคราวหน้าได้ไปเยือนภูกระดึงแน่ ๆ


โดย: ตะวันดวงเดียว วันที่: 13 ตุลาคม 2553 เวลา:15:52:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตะวันดวงเดียว
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
6 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ตะวันดวงเดียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.