Group Blog
 
<<
มกราคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 มกราคม 2549
 
All Blogs
 
เรื่องความรักของอริสโตเติล---เอามาจากพันทิบ

วันหนึ่ง เวลาดึกๆ ก็เข้าไปอ่านกระทู้ ในพันทิป
(ในช่วงเวลาที่นอนไม่หลับ) ตามปกติ

อ่านกระทู้ของคนโน้นที คนนี้ที มีหลายๆเรื่องๆ
หลายประสบการณ์...

แต่มาสะดุดกับกระทู้ กระทู้นึง (มีคนส่ง Link มาให้อ่าน)
ที่มาสะดุด เพราะกระทู้นี้ มีคนเข้าแสดงความคิดเห็นกัน
เยอะมาก (1000 up) จนกระทู้พัง...

แต่ พอได้อ่าน กลับ ติดแหงก จนอ่านไปอ่านมา จนเช้า...
อ่านไปพลาง หวนคิดถึง เรื่องเก่าๆ ที่มีความสุข สนุกสนาน
ความขี้โกงของเรา ความน่ารักของเธอ
ที่คล้ายๆ กับเรื่องนี้ (ก็คือ อยากให้ ลองอ่านกันนั่นแหละ..สรุป)

และที่สะดุดที่สุด(โดน) คือข้อความที่ว่า


....จะมีสักกี่คน ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
แล้วยังคงติดอยู่ในความทรงจำ.......
.....จะมีสักกี่ความทรงจำที่ทุกครั้งที่คิดถึง
ก็ยังให้รอยยิ้มแก่เรา......
.....และจะมีสักกี่รอยยิ้มที่จะนำพาน้ำตา
มาด้วยทุกครั้ง.....



ปล.. ที่เราเอาเรื่องนี้ อัพลงบล๊อค เจตนาคือ ต้องการ
เก็บไว้อ่านเอง เวลาที่เหงาๆ เพราะกระทู้ของเจ้าของเรื่อง
พังไปเรียบร้อยแล้ว...

เรื่องราวนี้ คือ เรื่องราวความรักของคุณ อริสโตเติล เขียน
เล่าเรื่องราวความรักของตัวเอง ในแบบฉบับของตัวเอง
โด่งดังมากใน พันทิป และมีคนเข้าไปออกความคิดเห็น
ในกระทู้ของคุณอริสโตเติล คิดว่า มากที่สุด

ตั้งแต่ที่เราเล่นพันทิปมา....
และน่าจะไปแต่งเป็นหนังสือ หรือทำเป็นหนังได้เลย

สุดท้ายนี้ ขอ ขอบคุณคุณอริสโตเติล ที่เขียนเรื่องราว
(ของตัวเอง) ที่ น่ารักๆ สนุก ๆ ซึ้ง ๆ ให้อ่านครับ

Image hosted by Photobucket.com





มาอ่านเรื่องความรักของผมบ้างซิ




มาอ่านเรื่องความรักของผมบ้างซิ

ช่วงนี้เรื่องรักมาแรง ผมก็มีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟังเหมือน
กัน อันนี้เป็นเรื่องจริงนะ

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ตอนที่ผมกำลังหลับอย่าง
สบายอยู่นั้น

ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันวุ่นวาย อยู่หน้าห้อง เลยเป็นครั้งแรก
ในรอบ 2 อาทิตย์ ทีมีโอกาสได้เห็นนาฬิกาบอกเลข 08:00 ซักที
เอาตาไปแนบที่มองตรงประตูจึงรู้ว่า ห้องว่างที่เยื้องห้องเรา
มีคนเข้ามาอยู่แล้วซิ ห้องนั้นเราเคยพยายามเข้าไปขโมย
อะไหล่พวก ฝักบัวมาเปลี่ยนกับห้องเรา
ตั้งใจว่าวันนี้จะไปเอาบานเกล็ดมา ว้า ไม่ทันซะแล้ว
ช่วงเที่ยง ตอนออกจากห้องก็เห็นประตูห้องนั้นเปิด
สงสัยเจ้าของห้องกำลังจัดของอยู่ อ๊ะ เป็นอาม่าด้วย
เราจะมีอาม่าเป็นเพื่อนแล้ว อ้าวอาม่ามีลูกเล็กด้วย
โอย อย่างงี้เด็กร้องโวยวาย เรานอนไม่หลับแน่เลย
เฮ้ย มีหมาด้วย มีครบเลยเครื่องมือโวยวาย
ไปกันใหญ่แล้ว
แต่ก็ไม่ได้อยู่ดูต่อว่า อาม่ามีอะไรเป็นอุปกรณ์เสริมอีก
เพราะต้องรีบไป นัดเพื่อนไว้เดี๋ยวโดนเตะ

วันนั้นผมกลับมาดึกเพราะคืนวันเสาร์ ตามประสาคนโสด
อยู่ห้องไม่เป็นหรอก ตอนกำลังใขกุญแจเข้าห้อง
ก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องนั้น
อืมมม อาม่าาาา ฟังเพลงวัยรุ่นดีจัง

แล้วชีวิตผมก็ดำเนินต่อไปตามปกติ กลางคืนก็ทำงาน
ตื่นตอนเที่ยง ตอนบ่ายก็ออกไปกินข้าว
ผมทำงานเป็น Freelance นะครับ
เวลาเลยไม่ตรงกับชาวบ้านเขา บางทีก็กลางวันนอน
กลางคืนทำงานเพราะมันสงบดี

Image hosted by Photobucket.com

ประมาณ 2 อาทิตย์ถัดจากนั้น ช่วงเช้าอีกแล้ว ผมกำลัง
นอนอยู่เลยก็มีคนมาเคาะประตู พี่ Security นี่เอง
ผมจึงเปิดประตูออกไป
"สวัสดีครับขออนุญาติรบกวนครับ"
"ครับไม่เป็นไรครับ ผมตื่นเช้าอยู่แล้ว ฮะ ฮะ ฮะ มีอะไร
ครับ" หัวเราะแห้งๆ
"คือเมื่อคืนมีขโมยเข้ามาขโมยของ ไม่ทราบห้องคุณมี
อะไรหายไหมครับ"
"อ้าวขโมยมาได้ไง พี่ไม่อยู่เหรอ" ผมตอบแบบเบลอ ๆ
"อยู่ครับ แต่ผมหลับ"
อ้าวไปนั่น พี่ยาม เอ้ยต้องเรียก Security ซิ หลับในเวลา
งาน ขโมยเข้ามาขโมยของอีก
อย่างงี้เค้าเรียก หลับยาม เอ๊ะ หรือ หลับ Security ละ งง
"ห้องผมเหรอ ไม่มีอะไรหายหรอก เมื่อคืนผมทำงานอยู่ทั้งคืน"

"แล้วคุณเห็นอะไรที่ผิดปกติบ้างไหมครับ เมื่อคืนจนถึงวันนี้"
กำลังจะบอกว่าพี่นั่นละ มาปลุกผม ผิดปกติที่สุดแล้ว แต่
กลัวโดนเตะ เลยไม่ได้บอกไป
แล้วพี่ Security แกก็ไปเคาะห้องต่อไป แกคงเคาะมา
หลายห้องแล้วละท่าทาง

คราวนี้เป็นห้องอาม่า เออ ดีๆๆ เดี๋ยวพี่ Security เห็นอาม่า
เลี้ยงหมา กฏเค้าห้ามเลี้ยง อาม่าโดนแน่ บาปจังเราแกล้งคนแก่
ด้วยความที่อยากจะเห็นอาม่าโดนจับได้ว่าเลี้ยงหมา
ผมเลยแกล้ง ทำโน่นทำนี่ โดยไม่ปิดประตู แล้วพี่
Security แกก็ดำเนินการตามบทที่แกท่องมา
ก๊อก ๆ ๆ
"สวัสดีครับขออนุญาติรบกวนครับ"
".................."
"สวัสดีครับขออนุญาติรบกวนครับ" ย้ำอีกรอบ
"ซักครู่ค่ะ" ตอนนั่นผมกำลังง่วนกับการแกล้งเก็บโน่นเก็บ
นี่แต่นึกในใจ อาม่าเสียงหวานจัง
"มีอะไรเหรอค่ะ" ประตูห้องอาม่าเปิดออกมาพร้อมเสียง
"คือเมื่อคืนมีขโมยเข้ามาขโมยของ ไม่ทราบห้องคุณมี
อะไรหายไหมครับ"
"ไม่มีนี่คะ คุณขึ้นมาก็ดีแล้ว ช่วยบอกช่างให้มาเปลี่ยนฝัก
บัวเร็วหน่อยนะคะ แจ้งไปหลายวันแล้ว รบกวนด้วยนะคะ"
อึ๊ก นี่พูดกระแทกเราป่าวเนี่ย อาม่าเสียงเพราะแฮะ แล้ว
ผมก็เลยออกไปดูเจ้าของเสียง อ้าวไม่ใช่อาม่านี่ ไม่ใช่
หมาด้วย

ผู้หญิงผมยาว ตัดผมไสลด์ หน้าม้านิดๆ ผิวขาว สูงพอดีๆ
โหยยยย เราหลงผิดตั้งนาน อาม่านั่นอาจจะเป็นญาติเธอก็
ได้ เธอมองมาทางผมผมก็มองมาทางเธอในใจนึกขอบคุณ
ขโมยคนนั้นมาก ที่ทำให้ผมได้เห็นอะไรดีๆ แบบนี้ตั้งแต่
เช้า

พรุ่งนี้มาอีกก็ได้นะ แต่ไปขโมยห้องอื่นละกัน เรามองกัน
ซักแว้บนึง แต่ใจผมคิดว่ามันนานมากเลย แล้วก็มีเสียงพูด
ขัดขึ้นมา

"แล้วคุณเห็นอะไรที่ผิดปกติบ้างไหมครับ เมื่อคืนจนถึง
วันนี้" พี่ Security ท่องบทของแกต่อ
"ไม่มีนี่คะ อืม ไม่มีนะ" เธอหลบตาจากผมแล้วก็ไปคุยกับ
พี่ Security ต่อแล้วพี่แกก็จากไป
ก่อนที่จะปิดประตูผมแอบมองหน้าเธออีกครั้ง คือเวลาคน
เรามันรุ้สึกดีกับอะไรบางอย่าง โลกมันก็ดูดีไปหมด
อาม่าของผม คงอายุไม่เกิน 22 แน่เลย จากที่ไม่เคยสนใจ
ว่าจะมีใครอยู่รอบตัว แต่ตอนนั้นคำถามมากมาย เกิดขึ้น
เธอเป็นใคร ชื่ออะไร เฮ้อออออออ

นี่หากพี่ Security ถามผมอีกทีตอนนั้น ผมจะบอกพี่แกไป
ว่า"ผมมีของหายแล้วครับ เพิ่งหายเมื่อกี้นี่เอง หัวใจครับพี่
หัวใจ" แล้วให้พี่แกจับอาม่าของผมไปซะให้เข็ด โทษฐาน
ขโมยหัวใจ =)

หลังจากวันนั้นผมก็พยายามออกนอกห้องเหลือเกิน
เมื่อก่อนละเก็บตัว เดี๋ยวนี้ขยันออกไปทิ้งขยะมาก
เผื่อเจอหน้าเธอก็ยังดี
ห้องผมเลยไม่มีขยะ เลยซักชิ้น ความรักทำให้ห้องสะอาด
ได้ด้วยแฮะ ผมมาเจอเธออีกทีหลังจากนั้นอีก 2 วัน ผม
กลับมาจากไปพบลูกค้า กำลังจะเข้าห้อง ตกใจแทบแย่ไม่
คิดว่าจะเจอกัน เธอนั่นเอง กำลังจะออกไปข้างนอก อ้าว
เธอยังเรียนอยู่เลย
คงเรียนมหาลัยไกล้ๆ นี่แน่เลย โหยรู้งี้ หากมาช้ากว่านี้ 1
นาที ตรงหัวมุมได้เดินชนกันแบบในหนังแน่ รู้ตัวอีกทีเธอ
เดินไปลงลิพท์ซะแล้ว เพ้อนานไปหน่อย

โอยทำไงละ แย่แล้วแล้ว ชื่อเค้ายังไม่รู้ แล้วเค้ายังเรียน
อยู่เลย เรามันก็ทำงานแล้วด้วยซิ เธอน่าจะอยู่ซักปี 4 ผม
เรียนจบมาแล้ว 2 ปี แสดงว่าเธออ่อนกว่าผม 3 ปีอย่าง
มาก ทำยังไงจึงจะได้ทีโอกาสรู้จักกับเธอละ หากเข้าไป
คุยเลยจะหาว่าหัวงูหรือป่าวอะ ไม่มั้ง

หรือเป็นแบบพี่ชายดี แบบเข้าไปติว ไม่ได้อีก เธอคงไม่
เรียนคณะเดียวกะเราหรอก คณะเราไม่เคยมีหญิงงามแบบ
นี้ ดูจากสถิตินะครับ
คืนนั้นผมนอนคิดแผนตลอดเลย ว่าจะคุยกับเธอได้ไง
ตอนนี้อยากเอาฝักบัวไปคืนจัง แถมคนอาบให้ด้วยเลยเอ้า



Image hosted by Photobucket.com


หลังจากวันนั้นผมก็เจอเธอเรื่อยมา เดินสวนกันบ้าง ขึ้น
ลิฟท์พร้อมกันบ้าง แต่ผมก็ยังหาโอกาสเหมาะๆ คุยกับเธอ
ไม่ได้ผมไม่กล้าด้วยละ มันนานเกินไปที่จะแล้วที่จะถาม
ว่า "มาอยู่ใหม่เหรอครับ" เฮ้อ

ตกเย็นวันหนึ่ง วันนี้เป็นวันที่ผมขี้เกียจเลยไม่ทำงาน นั่ง
เล่นเกมส์ทั้งวัน ตอนเย็นเบื่อๆ เลยลงไปเล่นกะน้องหมา
ใต้ตึกน้องหมาเหล่านี้ เป็นหมาจรจัดที่มาเกิดลูกไว้นะครับ
พวกนี้พักดีกับผมทุกตัว เพราะผมจะเอาข้าวที่เหลือมาให้
กินประจำ ผมไม่ได้เกลียดหมาหรอกนะ


อ่านแล้วจะหาว่าผมเกลียดหมาในห้องอาม่า ระหว่างที่เล่น
กับน้องหมาอยู่ก้มีรถเข้ามา ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร มองดีๆ
อีกที เธอนั่นเอง กลับมาจากเรียน แล้วเธอก็เอารถเข้าไป
จอดที่จอดรถ แต่เธอไม่ยอมลงจากรถ นั่งฟุบหน้ากะพวง
มาลัยอยู่ อ้าวเกิดอะไรขึ้นละ
ผมยืนมองด้วยความเป็นห่วง เธอเป้นอะไรหรือป่าว ทำไม
นิ่งไปแบบนั้น น้องหมาก็คงสงสัยว่าผมเป็นไรไปหรือป่าว
ทำไมยืนมองนิ่งแบบนั้น คนมองคน หมามองคน มองด้วย
ความรู้สึกเป็นห่วงเหมือนกัน

ผมไม่รู้ว่าเธอนั่งอยู่อย่างนั้นนานแค่ไหน เพราะผมขึ้นมา
ก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสงสัยคือ เธอต้องมีปัญหาอะไร
แน่ หรือว่าทะเลาะกับแฟนมา หน้าตาแบบนี้เหงาหรือโสด
ได้ไม่นานหรอก คงมีแฟนแล้วแน่เลย

ผมคิดไปต่างๆนาๆ
ผมกับเธอห่างกันแค่ผนังกั้น แต่เหมือนกับไกลกันคนละโลก
เรื่องผมมีแค่นี้เอง สั้นไปหน่อย นี่หากผมได้รู้จักกับเธอ
คงมีโอกาสได้มาเล่าต่อ
ทำไงดีละ

จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 13 ก.ย. 45 00:20:24 A:203.107.144.227 X: ]

Image hosted by Photobucket.com


Create Date : 16 มกราคม 2549
Last Update : 16 มกราคม 2549 19:58:23 น. 40 comments
Counter : 2168 Pageviews.

 
เคยอ่านแล้วเหมือนกัน

แต่นานมากแล้ว นานจนคิดถึงก็ไม่รู้จะไปหาอ่านอีกที่ไหน

พอดีเห็นชื่ออริสโตเติล เลยแวะเข้ามาดู

ไม่ผิดหวังเลย

จะรออ่านต่อนะครับ


โดย: jukklu วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:14:44:30 น.  

 
เราจะ อัพ ทีละตอน นะครับ เพราะ ยาวมาก
(แต่ก็สนุกมากเช่นกัน)
อยากให้ลองอ่านๆ ดูนะครับ

อ่านแล้วเป็นไงบ้าง ก็ comment มาได้ครับ
(ถ้าใครสนใจ เวอร์ชั่น เต็มๆ ได้ที่พันทิบนะครับ)


Image hosted by Photobucket.com


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:20:11:09 น.  

 
เนื่องจากผมพิมพ์เรื่องนั้นมานาน 1 อาทิตย์แล้ว

แต่เพิ่งได้ post หลังจากนั้นก็มีเหตุการ์เพิ่มเติมเล็กน้อย
เลยมาเล่าต่อ

================================

ถัดจากวันนั้นอีกวัน ผมเลยคิดว่ายังไงก็ต้องให้รู้จักกับเธอ
ให้ได้ ก็เลยคิดว่า หากลงไปถามป้าที่ดูแลตึกอาจจะรู้
อะไรก็ได้ นิดหน่อยๆ ก็เอาละ ผมเลยแกล้ง (อีกแล้ว)
ลงไปนั่งที่ชั้นล่างอ่านหนังสือพิมพ์ ซื้อหนมป้ามากิน
ป้าแกขายหนมด้วยนะ
"ป้าๆ ตอนนี้มีห้องว่างไหมครับ เพื่อนผมจะมาอยู่"
เอ้อ เริ่มเรื่องได้ดีแฮะเรานี่ ไม่ได้คิดมาก่อนเลยนะ
"ไม่มีหรอกหนู ห้องตรงข้ามหนูละ ห้องสุดท้ายแล้ว"
เข้าล็อค ป้ารู้ใจจัง
"อ้าวห้องตรงข้ามนั่นมีคนมาอยู่แล้วเหรอ ผมจะถามห้อง
นั้นละป้า" เริ่มเข้าเรื่องแล้ว
"ไม่มาบอกป้าก่อน แล้ววันนี้ไม่ทำงานเหรอหนูนะ"
อ้าว ป้าอย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องดิ
"วันนี้ไม่ได้ออกไป ทำที่ห้องนะป้า แล้วห้องนั้นเค้าซื้อหรือ
เช่าละป้า" ผมพาป้ากลับเข้าเรื่อง
"เออ หนูไอ้หมาพวกเนี้ย ใครให้มันข้าวกินเหรอ ทำไมมัน
อยู่ดีกันทุกตัวเลย"
ไม่เอาเรื่องหมา เข้าเรื่องเหอะ พลีสๆๆ
"อ้อ ห้องนั้นเหรอ เค้ามาเช่านะ เห้นบอกจะซื้อต่อ เออ ยัง
ไม่เปลี่ยนฝักบัวให้เลย ช่างก็ไม่ยอมมา"
เรื่องฝักบัวอีกแล้ว
"เห็นเมื่อเช้าเดินถือกระเป๋าออกไป"
แล้วป้าแกก็เปลี่ยนเรื่องไป ผมเลยได้ข้อมูลเพิ่มมาอีกนิด
หน่อย มาเช่า กับออกไปเมื่อเช้า
แล้วมันจะช่วยอะไรผมได้ไหมเนี่ย อ้าๆๆ ยังมีอีกคน
พี่ Security อันนี้ผู้ชายอาจเปิดใจได้มากหน่อย หึหึหึ
ผมเลยตรงไปนะป้อมยาม เอ ไปเฉยๆ ไม่ดีแน่เลย
แอบไปซื้อบุหรี่ กะมาติดสินบน
(หนูๆ อย่าเอาอย่างนะ สูบบุหรี่ไม่ดีเน้อ)
จริงๆ ผมไม่ได้สูบบ่อยหรอก กินเหล้าทีสูบที
แต่วันนี้เลยแกล้งเดินไปไกล้ๆ แล้วจุดบุหรี่
พี่แกหันมายิ้มเลยยื่นให้แกไป เข้าล็อคอีกราย
"ไม่ทำงานเหรอครับคุณ วันนี้" นี่หน้าเรามันขยันมากเลย
เหรอ เจอหน้าต้องถามเรื่องงาน
"ไม่ละพี่ เออพี่ตกลงจับขโมยได้ปะ"
ถามโง่ๆ งั้นละ จับได้ก็บ้าแล้ว
"ไม่ได้หรอกคุณ โจรสมัยนี้"
"เอ้อพี่ ห้องที่อยุ่เยื้องๆ ห้องผมนะเค้ามาอยู่ใหม่เหรอ"
เข้าเรื่องอย่างไม่ปี่มีขลุ่ย
"อ๋อห้องนั้นเหรอ ใช่ๆ เพิ่งมาอยู่ ลูกสาวเค้ายังเรียนอยู่
เลย ว่าแต่ถามทำไมเหรอคุณ" พี่แกหันมายิ้มมีเลสนัย
"ก็ป่าวนี่ถามดูเฉยๆ " พูดไปไม่สบตา เดี๋ยวจับได้ว่าโกหก
"เมื่อวานผมเห็นด้วยละ เห็นคุณ ... " พี่แกเรียกชื่อห้อง
แทน อาม่า ของผม แกคงไม่รู้ชื่อ
"เห็นนั่งร้องในรถนะ ผมจะเข้าไปถามก็ลังเล ไม่รู้เป็น
อะไร" สรุปแล้วว่าร้องจริงด้วย
"นานไหมพี่"
"ซัก 30 นาทีได้มั้ง แล้วเค้าก็ขับรถออกไปอีกที เมื่อเช้าก็
ออกไปแล้วนี่ หิ้วกระเป๋าใบโตออกไป ฝากให้ผมดูห้องให้
ด้วย
บอกจะไป ตจว 2-3 วันนะ"

ไปต่างจังหวัด ร้องให้ในรถ โอย อกหักชัวร์
แบบนี้ไปทะเลชัวร์เลย คนอกหักต้องไปทะเล
ว่าแต่เธอไปทะเลที่ไหนเหรอ
ใกล้ๆ ขับรถไปไม่น่าจะเกิน ชะอำ หัวหิน ระยอง หรือ
เสม็ด หากตามไปแล้วเจอกันที่ทะเลนะ
โอกาสคุยกันมีแน่ "เอ๊ะ คุณเราอยู่ห้องเยื้องๆ กันนี่"
อูยแค่คิดประโยคเริ่มก็สุดแสนจะเนียนแล้ว แล้วเราก็รู้จักที่ทะเล เพ้อไปใหญ่แล้ว
คงจะหาเจอหรอกนะ แล้วเธอไปจริงหรือเปล่ายังไม่รู้เลย
อาจจะกลับบ้านก็ได้ เฮ้อออออ

ผมกลับขึ้นมาด้วยใจที่ห่อเหี่ยว
เห็นห้องเธอล็อคยิ่งแล้วใหญ่
ถึงแม้จะไม่ได้คุยกัน แต่อย่างน้อยรู้ว่าอยู่ก็ยังดี
เพราะเราห่างกันแค่ไม่เกิน 3 เมตรใครนะทำให้เธอ
ร้องไห้ ใจร้ายจริงๆ หากเป็นผมละก็รับรองไม่มีวันหรอก
คืนนั้นผมรุ้สึกเหงาเป็นพิเศษนั่งทำงานไปแบบเหม่อๆ
ใจนึงก็คิดถึงแต่หน้าเธอ อีกใจก็เป็นห่วงเธอ
อีกใจก็อยากรู้จักเธอ
นี่ผมหลายใจเหมือนกันนะเนี่ย

ผมผ่านคืนนั้นมาอย่างเบลอๆ จริงๆ

================================


จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 13 ก.ย. 45 12:08:05
A:203.107.145.245 X: ]


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:20:27:24 น.  

 
ถ้า เพื่อนๆ คนไหน อ่านจบ แล้ว

ก็บอกด้วยนะ จะ อัพ ตอนต่อไปให้จ้า

(ที่ไม่อยากอัพ เยอะๆ จนจบ เพราะว่า มันจะยาวมาก

เดี่ยว พาลไม่อยากอ่าน แต่ ถ้าได้อ่านแล้วรับรองสนุก

มากๆๆ ความสนุกต้องให้ เครดิต คุณ อริสโตเติลคับ



โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:20:33:32 น.  

 
งึมๆๆๆ..อ่านๆๆๆ..


โดย: VSr. วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:20:40:38 น.  

 
ยังไม่เคยอ่าน แต่น่ารักดีค่ะ ไว้จะมาอ่านต่อ

ว่าแต่..กระทู้ในพันทิพยังอยู่ไหมคะ


โดย: เดอะ กั้ง วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:20:42:35 น.  

 
ตอบคุณ กั้ง ไม่แน่ใจนะ
คิดว่า กระทู้ คง พังไปแล้ว เพราะคนเข้าเยอะ

แต่ อาจจะมี link อยู่ หรือไม่ อาจจะมีใคร ตั้งกระทู้ แล้ว
เอาข้อความมาใส่ เหมือนบล๊อคเรา
ยังไง ลอง seach คำว่า
อริสโตเติ้ล ดู ล่ะกันครับ


โดย: ตาต้า IP: 203.148.136.67 วันที่: 16 มกราคม 2549 เวลา:23:31:06 น.  

 
ก่อนอื่นต้องขออภัยก่อน ตอนแรกกะว่าจะพิมพ์ให้อ่าน
เรื่อยๆ แบบว่าชวนติดตามแต่จริงๆ เรื่องนี้เกิดมา 1 ปีแล้ว
ละครับ ผมเอามาจากไดอารี่ของผมเอง เป็นความทรงจำที่
ดีที่สุดของผมนะ
กะว่าจะพิมพ์ไปเรื่อยๆ แต่ผมขี้เกียจจะมานั่งแปลงเวลา
แล้วละ เอาเป็นว่าเหตุการณ์ทั้งหมดตรงกับวันนี้ของปีที่
แล้วละกัน =)

================================

เช้าวันที่ 4 ที่เธอหายไป ฝนตกหนักมาก ตกอย่างไม่ลืมหู
ลืมตาเลย กิจวัตรประจำวันของผมในช่วง 2-3 วันนี้คือ
เปิดประตูออกไปดูว่าห้องของเธอยังล๊อคกุญแจอยู่หรือ
เปล่า วันนี้ก็ยังล็อคอยู่ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีใครที่เธอไม่รู้จัก
เค้ากำลังคิดถึงเธออยู่นะ ไม่ไกลเลยเยื้องๆ กันนี่ละ
เวลาที่เรารอคอยอะไรบางอย่างเนี่ย เหมือนเวลามันนาน
ขึ้นจริงๆ เลย

เพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่านวันนี้เลยออกไปทำงานดีกว่า กว่าจะกลับ
มาก็ค่ำๆ แล้ว แล้วสิ่งที่ผมรออยู่ก็มาซักที เธอกลับมา
แล้วห้องเธอไม่ได้ล็อคกุญแจ

เย้วว ดีใจจัง

คืนนั้นผมตั้งใจไว้แล้วว่า เป้นไงเป้นกันไม่มีอะไรจะเสีย
ยังไงต้องหาเรื่องคุยกับเธอให้ได้

รุ่งขึ้นผมกำลังดักรอเหยื่อเหมือนหมาป่าจ้องจับลูกแกะ
รอจังหวะที่เธอออกจากห้องผมจะออกด้วย แล้วตอนอยู่
ในลิฟท์นี่ละ ผมจะเริ่มเลย หึหึหึ ไม่ใช่ลวนลามนะ
คุยเฉยๆ ผมตื่นเช้ามาก แต่งตัวรอ แสตนบายไว้
แต่กว่าจะเริ่มแผนได้ก็เกือบ ชม
จากที่ผมสังเกตทุกวันนี้เธอจะมีเรียนนะครับ
เลยแน่ใจว่าเธอต้องออกมาแน่ แล้วพอมีเสียง
ก๊อกแก๊ก ใช่แล้วเธอออกมาแล้ว ผมทิ้งระยะแป๊บนึงก็ออก
ตามมา แล้วเราก็ยืนรอลิฟท์พร้อมกัน เป็นการรอที่วิเศษ
จริงๆ ยืนไกล้ๆกัน คนอะไรหอมจัง

ผมนึกในใจ ทำไมไม่คุยวะ คุยสิๆๆๆ แต่ตอนนั้นเหงื่อมัน
แตกพลักเต็มฝ่ามือแล้ว
เหมือนเด็ก 15 เริ่มจีบผู้หญิงเลย ลิฟท์ก็ลงมาเรื่อยๆๆ จะ
มาถึงชั้นที่ผมรอแล้ว
แล้วก็ไม่ได้คุย ลิฟท์มาซะก่อน ยังมีโอกาสในลิฟท์ไง ใน
ลิฟท์เพราะมีเพียงผมและเธอเท่านั้น
ตอนที่ประตูลิฟท์กำลังจะปิดนั่นเอง

"รอป้าด้วยหนู" ป้าเมด มาทำไมเนี่ย ไอ้ครั้นเราจะรีบปิด
ลิฟท์ก็น่าเกลียด ป้าแกไม่ได้มาตัวเปล่านะ
แกหิ้วถังน้ำมากับอุปกรณ์ทำความสะอาดสารพัดมาด้วย
ตอนแกจะเข้าลิฟท์ทุลักทุเล พอสมควร
ผมเลยช่วยแกยกถังน้ำเข้ามา
"เหนื่อยเหลือเกินวันนี้ ไปทำงานกันเหรอเด็กๆ "
"ครับ" เธอยิ้มไม่ได้ตอบอะไรเพราะเธอยังไม่ทำงานนี่เอง
เลยไม่มีสิทธิ์ตอบคำถามนี้

แล้วบรรยากาศที่สดใสของผมก็มาคุเลย เตรียมตัวแต่เช้า
เจอสกัดดาวรุ่งเข้าไป ตอนลิฟท์ถึงชั้น G ป้าแกก็เริ่มขน
ของๆ แกออกผมก็ช่วยยกถังน้ำ ระหว่างที่กำลังยกนั่นเอง
ประตูลิฟท์ก็หนีบผม โอวแม่เจ้า ผมโดนลิฟท์ต่อหน้าสุดที่
รักของผม ไอ้เจ็บนะไม่เท่าไหร่หรอกแต่อายนี่ซิ หนีบหัว
ด้วยคุณ ผมจะยื่นหัวไปทำไมเนี่ย
เธอคงตกใจเลยรีบกดปุ่มเปิดประตูให้พร้อมกับประโยคที่
ว่า"เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" ผมกำลังจะตอบ ป้าแกก็ถาม
บ้าง"เป็นอะไรไหมหนู"
"ไม่เป็นอะไรครับป้า " คำตอบผมเลยกลายเป็นของป้าเค้าไป

เธอเลยช่วยอีกแรงยกของให้ป้า น้ำใจงามจังคนอะไร
แล้วเราก็แยกจากกัน ดีใจลึกๆ อย่างน้อยเธอาก็คุยกับเรา
แล้ววันนั้นหากคุณไปอยุ่ที่คอนโดผม แล้วเห็นผู้ชายคนนึง
พยายามถูกลิฟท์หนีบ ไม่ต้องสงสัยว่าใคร เค้าคือผมเอง



ตอนนี้อะไรๆ กำลังไปได้สวย หากเจอเธออีกครั้งเราก็มี
สิทธิ์ยิ้มให้ได้แล้วซิ เธอเห็นหน้าผมคงจำได้
"อ๋อ ไอ้ลิฟท์หนีบนี่เอง" เธออาจคิดในใจแบบนี้ แล้ววัน
ของผมก็มาถึง ในอีก 2 วันถัดมา





จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 14 ก.ย. 45 02:30:51 A:203.107.149.223 X: ]


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:0:23:44 น.  

 
คงเป็นจังหวะที่ดีเฮือกสุดท้าย ของคนเบญจเพสอย่างผม
เพราะผมเจอเธอแทบทุกครั้ง ที่ออกจากห้อง แต่ไม่ได้
เจอะแบบจังๆเหมือนเมื่อ 2 วันก่อน
วันนี้ก็เช่นกันตอนผมกลับจากทำงาน นั่นเอง กำลังเอารถ
เข้าจอดเธอก็มาด้วยเช่นกัน ผมเห็นเธอ พระเจ้าให้โอกาส
ผมอีกครั้งแล้ว

วันนี้ละ พี่ลิฟท์จะไม่ยอมปล่อยอาม่าไปไหนหรอก
วันนี้อารมณ์ปอดแหกของผมหายไปหมดแล้ว ไม่รู้ทำไม
ทำตัวได้ธรรมชาติมากอาจเป็นเพราะเธอเริ่มจำหน้าผมได้
แล้วมั่ง

ตอนลงจากที่ลานจอดรถ ยังไงก็ต้องเดินลงตรงบันใดเดียว
กันเพื่อมาที่ชั้น G

ผมเลยได้โอกาส หันไปยิ้มให้เธอ แต่เธอทำหน้างงๆ ไม่มีอาการอะไรกลับมา

ซวยละสิ หรือเธอหยิ่ง แต่สักพัก เธอก็เดินเข้ามาไกล้ๆผม

ผมเหมือนประกวดนางงามเลยครับ ผมยิ้มค้างไว้ เพราะไม่
รุ้เธอจะเอายังไง
ในใจก็นึก "จะเอาไงกับ ku ว้า ๆ"
"อ๋อ พี่นั่นเอง มองไม่ชัด" เธอพูดกับผมแล้ว สุดยอดเลย
ครับ บรรยายความรู้สึกไม่ถูก

"อ้า พี่เอง" ผมยังยิ้มค้างบวกงง ๆ
"คือวันนี้ไม่ได้ใส่คอนแทคนะค่ะ แว่นอยู่ในกระเป๋า" อ้อ
มองเราไม่เห็นนี่เอง

"นี่เรียนที่ ... เหรอ"
"ใช่คะ"
"จริงสิ ผมก็จบจากที่นี่เหมือนกัน"
"พี่รหัสเท่าไหร่คะ แล้วเรียนคณะอะไร"
"ผมรหัส xxx จบคณะ xxx" ตัวย่อนะครับ ไม่ใช่ x อย่างว่า
"เหรอคะ เอ๊ะแบบนี้ตอนปี 1 พี่ก็ปี 4 นะสิ" จริงด้วยเราเดา
ไว้ถูกเผง

"แล้วน้องเรียนคณะอะไรเหรอ"
"คณะ rrr นะคะ" r ตัวย่อนะ ไม่ใช่ r อย่างว่า
แล้วเราก็เดินไปคุยไปสัพเพเหระ จนจะแยกจากกัน
เหมือนผมส่งเธอถึงหน้าห้องเลย แต่ป่าวหรอก ห้องเยื้อง
กันนิแล้วสิ่งที่ผมลืมสนทเลยก็คือ ผมไม่ได้แนะนำตัว
และไม่ได้ถามชื่อเธอซวยแน่ไม่อยากโดนเรียกพี่ลิฟท์
ตลอดชาติ ก่อนที่เธอกำลังจะปิดประตู
ผมเลยรีบออกมาเพื่อถามชือ่เธอ

"โทษที พี่ชื่อพี่นัทนะ จะให้เรียกน้องว่า"
"นัท" เธอทวนซ้ำ
"ครับ พี่ชื่อนัท" ผมทวนบ้างไม่ยอมหรอก
"นัทค่ะ" ท่าทางเธอก็ไม่ยอม แต่ก่อนที่ผมจะบ้าไปกว่านี้
"ชื่อเหมือนกันคะ" เธอยิ้มแล้วปิดประตูไป
ชื่อเหมือนกัน เป็นเรื่องมหัศจรรย์อีกเรื่องของผมเลยละ
คนที่ชอบชื่อเดียวกัน

คืนนั้นเป็นคืนที่หลับสนิทที่สุดในรอบ อาทิตย์ที่ผ่านมา





จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 14 ก.ย. 45 02:33:58 ]


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:0:28:29 น.  

 
Image hosted by Photobucket.com

นอนหลับฝันดี ครับ


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:0:51:34 น.  

 
พี่นัทกับน้องนัทมีกิจกรรมอะไรต่อไปครับ
อย่าให้ค้างซิเพ่


โดย: U2 IP: 61.90.184.202 วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:12:38:19 น.  

 
ก้วันนี้ของปีที่แล้ว แต่ถอยไปอีก 2 เดือน
ตอนนี้กระทู้จะตกแล้วอะ ทำไงให้มันขึ้นไปข้างบนๆ
ได้บ้างละครับ
=================================

วันนี้ผมตื่นมาด้วยอารมณ์สดใสอย่าบอกใคร ตื่นเช้ายังไม่
ได้ลุกจากเตียง นอนเขิลไปเขิลมาคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
แล้ว เฮ้อ ยิ้มไม่หุบจริงๆ อ๊ะ ใช่ๆ ลืมไปเช้ามาต้องเช็ค
ก่อนว่าไปไหนหรือเปล่า ห้องไม่ได้ล็อคนี่นา ไม่ไปไหน
จริงๆ ด้วยละ ตอนนี้ผมเหมือนพวกโรคจิต ประเภทถ้ำมอง
ไปแล้ว ฮะ ฮะ ฮะ

ตอนนี้แผนแรกของผมก็สำเร็จไปแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็
สร้างความสนิทสนมกับเธอ
แต่ไอ้ครั้นจะรุกมากๆ ก็ไม่งามต้องทนเฉยๆ ไปก่อนซัก
ระยะถึงแม้ในใจจะบ้าตาย
ก็กะว่าหากเจออีกทีอาจจะลองพูดๆ เล่นชวนไปกินข้าวมื้อ
เย็นอะไรแบบนี้
แต่วันนั้นทั้งวันผมก็ไม่ได้เจอเธอ จนตกเย็นประมาณ 3
ทุ่ม เนื่องจากมีข้าวเหลือนิดหน่อย
ผมเลยเอาลงไปให้น้องหมาที่ข้างล่าง น้องหมาก็ระริกระรี้
ตามเคย เพราะได้กิน
ข้าวแล้วนี่ ตอนนี้มีทั้งหมด 8 ตัวแล้ว แม่ 2 ลูก 6 ไม่ต้อง
ไปซื้อสวยๆ มาเลี้ยง
หมาไทยแท้ๆ แบบนี้ละ ผมว่าน่ารักดี เนือ่งจากผมต้องเฝ้า
น้องหมากินข้าวหากไม่เฝ้า จะมีพี่หมาใจใหญ่มาแย่งไปกิน
ทุกที ไม่เฝ้าเปล่านะ มีพูดกับน้องหมาด้วย ผมพูดกับมันได้
นะแต่มันเข้าใจหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ ระหว่างที่กำลังดูน้อง
หมา กินข้าวอยู่นั่นก็มีเสียงดังจากข้างหลัง

"แค่นั้นจะอิ่มเหรอค่ะ" เสียงนี้ๆ ัชวร์เลยผมหันไปยิ้ม วันนี้
เธออยู่ในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อสีขาวน่ารักมากเลย
"อ้าน้องนัท นั่นเอง" เธอไม่ได้มาตัวเปล่านะ ถือกะละมังใส่
ข้าวอันใหญ่มาด้วย แล้วดูกับข้าวของเธอสิ น่ากินมากเลย
อย่าหาว่าผมแย่งหมาเลยนะ มันมีไส้กรอกด้วยละ เป็น
ข้าวหมาไฮโซ
จริงๆ หลังจากที่ผมดูอยู่นานก่อนที่จะเริ่มหิว เธอก็เอาไป
ให้น้องหมา
น้องหมาผมจากที่กินของผมอยู่นั้น ด้วยความภักดี มันย้าย
ไปกินข้างหมาไฮโซของเธอหมดเลย
ข้าวของผมกลายเป็นข้าวหมาหัวเน่าไปเลย ชิๆๆๆ ใช่ซิ ชั้น
มันเก่าแล้วนิ

"พี่นัทเอามาให้มันบ่อยนะ นัทเห็น" เธอเห็น เธอเห็นผม
แสดงว่าตลอด 2 เดือนเธอเห็นผม
"ก็อยู่ตัวคนเดียว ซื้อไรมาทีก็เหลือบ่อยละ" ออกตัวว่า อยู่
ตัวคนเดียวด้วย

"ที่บ้านนัทเลี้ยงมากกว่านี้อีก อย่าแย่งกันลูก" อ้าว น้อง
หมาผมเป็นลูกเธอไปแล้ว งั้นเราก็เป้นพ่อสิ
"บ้านพี่ก้เลี้ยง แต่หลังเทรนแมวมาแรง แม่บอกแบบนั้น
เลย มีแมวมากกว่าหมา"
"แล้ววันนี้ไม่ทำงานเหรอคะ เนี่ย" ผมเลยถือโอกาสบอก
เรื่องส่วนตัวเกี่ยวกับงานซะยาวเลย
"แบบนี้พี่นัทก็ว่างเยอะนะซิ"
"ใช่แล้วละ บางอาทิตย์ก็ไม่ได้ไปไหนเลย ว่างจัด เบื่อๆ
เหมือนกัน"
"ดีจัง อยากเรียนจบแล้วอิสระ แบบนี้บ้างจัง" ผมยิ้มไม่ได้
พูดอะไรตอบไป

เรานั่งคุยกันอยู่อีกนานมาก คงราวๆ 30 นาทีได้ วันนี้ทำให้
ผมได้รู้อะไรเกี่ยวกับเธอมากขึ้น
รวมถึงการได้ตั้งชื่อหมาด้วยกัน สุขอย่าบอกใครละคุณเอ้
ย เนื่องจากหมามี 8 ตัว ตอนแรก
เธอพยายามเอาชื่อนักบอลลิเวอร์พูลใส่ไป แต่ไม่ครบแบบ
นี้อาจไม่ได้แข่ง ผมเลยตั้งชื่อชั่วคราว
ไปก่อน รอให้แม่เกิดอีก 3 แล้วค่อยตั้งกันใหม่ ตอนนี้เลย
เรียก น้องหมาเบอร์ 1 ถึง 8 ไปก่อน
ผมแอบมองเธอ ตอนเธอเล่นกับน้องหมา อยู่หลายครั้ง
เธอไม่ได้รวบผม ผมยาวของเธอตกลงมา
เป้นภาพที่สวยงามจริงๆ ตอนนี้เธอก็ดูมีความสุขดีแล้ว
เหตุการณ์ที่เธอร้องไห้ในวันนั้นละ ผมยังไม่ลืม แต่ผมคิด
ว่ายังไม่สมควรที่จะถาม เพราะระยะห่างของผมกับเธอยัง
มากกว่า 1 เมตรอยู่ดี




จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 14 ก.ย. 45 17:49:09]


โดย: ตาต้า IP: 203.148.136.67 วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:21:27:38 น.  

 
Image hosted by Photobucket.com

หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของผมก็เหมือนเดิม คือหากเจอ
กันก็ได้คุยกัน ไม่เจอก็คือไม่เจอ ผมพอใจในความ
สัมพันธ์แบบนี้อยู่ 2 อาทิตย์

แต่ปล่อยไว้อาจเริ่มไม่ดีแล้ว เพราะมีเด็กนักศึกษามาตาม
จีบเธอ ไอ้เราก็ไม่ชอบใจซักเท่าไหร่ หรอก ทำงี้มันหยาม
รุ่นพี่เกินไปแบบนี้ต้องงัดข้อกันหน่อย มีอยู่วันนึงตอนผม
ลงมาซื้อของ

"พี่ๆ พี่รู้จักห้อง ... ป่ะ เค้าชื่อไรเหรอ" มันกระตุกหนวด
เสือ มันถามผม
"ห้องนั้นเหรอ ไม่รู้ซิ ถามเค้าเองไม่ดีกว่าเหรอ" เรื่องไรจะ
บอกเด็กเวร ชิ
"ผมเคยถามแล้วแต่เค้าไม่บอกพี่ผมเห็นพี่คุยกับเค้านี่"
ข้อมูลมันใช้ได้แต่น้องนัทคนดี อย่าไปบอกมันนะ
"พี่ช่วยผมหน่อยนะ เอานี่พี่ผมซื้อหนมมาฝาก"
อ๊ะ มีหนมอย่างงี้ค่อยว่าง่ายหน่อย
เอ้ยไม่ได้ๆ อย่าเห็นแก่กิน

"2 กล่องผมให้พี่กล่อง พี่ช่วยเอาไปให้เค้ากล่องนึงนะ"
"แล้วจะให้พี่บอกว่าใครให้ละ เดี๋ยวเค้างง"
"บอกว่าเอกนะครับ เอกที่อยู่คณะ #@$ ที่เจอกันเมื่อ
วานซืนนะ เธอคงจำได้"
"อย่าลืมนะพี่ ขอบคุณครับ"

คืนนั้นผมเลยได้กินขนมฟรี 2 กล่อง คิดเหรอว่าจะเอาไป
ให้ ผมไม่ใช่พระเอกนะ
บ้าบอที่สุด ชั้นนี่ละคู่แข่งแกเด็กเวร แต่รู้สึกผิดเล็กๆ
เหมือนกันไปกินของเค้า เออ
แล้วมันใส่นาสเน่ห์บ้างหรือเปล่าเนี่ย เดี๋ยวเช้ามาเห็นแต่
หน้าไอ้หมอนี่แทนน้องนัทละ ซวยเลย


เหตุการณ์ของน้องเอกผู้แสนจะเวร ที่มาตามตื้อน้องนัท
ของผมนั้นก็ดำเนินต่อไป ท่ามกลางความระแวงของผม
น้องเอกแกหน้าตาดีในขั้นโคม่าเลยละ คงมีสาว
ในคอนโทรลเยอะ มีอยู่วันนึงตอนที่ผมกำลังจะออกไปทำ
งาน พอดีจ๊ะกะน้องนัทที่ชั้นล่าง เห็นเธอรีบๆ ผมก็สงสัย
อ๋อ ไอ้เด็กเวร มันตามมาอีกแล้ว หมอนี่ตื้อพยายาม
จะมาส่งน้องเค้าที่ห้องนะ เธอเห็นผมเลยเดินเข้ามาทัก
"พี่นัทไปไหน" เสียงหวานเหมือนเคย
"ไปทำงานนะจ๊ะ" หลังๆ ผมออกจ๊ะ จ๋าแล้วนะคุณ
แล้วน้องเอกตัวมารก็เข้ามา
"นัทรอเอกด้วย อ้อ พี่คนนี้นี่เอง" มันสืบจนได้ชื่อมาแล้ว
แล้งน้องเอกก็พูดอะไรไปไม่รู้นานมาก น้องนัทคนดีของ
ผมก็ยืนฟัง ไม่พูดอะไร
ผมเลยเห็นว่าอย่าไปยุ่งกะเด็กเลย เพราะดุท่าทางเธอคง
ไม่ชอบหมอนี่เท่าไหร่
ผมเลยเดินออกมา แต่รักษาระยะที่แอบฟังได้ไว้ ลึกๆ ยัง
ห่วงอยู่ ผมเดินมาถึงระยะที่เธอไม่เห็นผม มุมๆ หน่อย

"เราบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอย่ามาตามเรา" เธอคง
รำคาญแล้ว
"เราแค่อยากมาส่งเธอนะ" มันทำเสียงอ้อน
"เราบอกว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบ เข้าใจใหม" ผมไม่เคยเห็น
เธอเยือกเย็น มีรังสีอำมหิตมากขนาดนี้มาก่อนเลย
ตอนนี้น้องเอกเริ่มหน้าเศร้า หรือมันทำก็มิอาจรู้ได้ แล้ว
ประโยคที่ออกจากปากมันมา ทำให้เรื่องราวที่ผมสงสัยก็
เริ่มเชื่อมโยงกัน
"เราพอจะรู้แล้วละ ว่านัทไม่เคยลืมพี่บอลเลยใช่ไหม"
เหมือนฟ้าผ่าเลยคุณประโยคนี้ ผมไม่น่ามาดักฟังเลย แล้ว
น้องเอกก็เดินจากไป พร้อมทิ้งปรริศนาไว้ให้ผม เวรจน
หยดสุดท้ายจริงหนูนี่ ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เห็นน้องเอกอีก
เลย คงยอมไปแล้ว แต่ มันชื่อบอล มันชื่อบอล ฮึ่ม ๆ คนนี้
ละพระเอกของเธอ และศัตรูตัวฉกาจของผมตัวจริง

จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 14 ก.ย. 45 17:50:16 ]


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:21:34:01 น.  

 

Image hosted by Photobucket.com


ผมไปทำงาน อีกวันที่เป็นวันไร้สมอง ประชุมไปก็นั่ง
เป็น สิ่งของที่ไม่มีส่วนร่วมจริงๆ ใครเอาอะไรกลมทรงบอล
มาไกล้เป้นอันเตะไปไกล

ช่วงนั้นเลยไม่ได้ดูบอลไปหลายคู่ ฮะ ฮะ ฮะ

ผมลืมบอกไปตลอดเวลาที่ผมเจอเธอ ผมมีเพื่อนที่คอยวาง
แผนและช่วยมาตลอดไม่รอช้าหลังประชุมเสร็จผมเลยโทร
ไปหามัน คุยกะมัน เพื่อนผมมันขาเชียร์อยู่แล้วเลยบอกว่า

"ไม่มีใครไม่มีอดีตหรอก ขนาดเอ็งเอง ยังมีแฟนมาแล้ว
เลย ขึ้นอยู่กับวันนี้เท่านั้นว่าเอ็งจะทำให้เค้าลืม ไอ้หมอนั่น
ได้หรือเปล่า" ฟังเพื่อนพูดทำให้ผมฮึดขึ้นมาอีกครั้ง
เอาวะ ผมนี่ละจะมาลบอดีตเอง แล้วตัวโกงก็เริ่มแผนสาม
ต่อไป

ก่อนกลับบ้านผมแวะร้านฮาร์ดแวร์ คุณคงเดาออก
ผมไปซื้อฝักบัวครับ จะเอาไปให้เธอ เพราะไอ้อันที่ผม
แอบเปลี่ยนน้ำมันจะไม่ค่อยแรง เลือกสีที่ผมชอบด้วยละ
เมื่อซื้อของพร้อมก้ขับรถกลับมา เปลี่ยนชุดอะไรเรียบร้อย
แล้วก็ตรงไปห้องเธอเลย

เป็นครั้งแรกที่ผมเคาะประตูห้องเธอ รอซักพักเธอก็มาเปิด
"พี่นัทมีอะไรค่ะ"
"คือพี่ซื้อนี่มาให้นะ"
"พี่รู้ได้ไงว่าฝักบัวเสียละ"
"ก็เห็นวันนั้นนัทพูดกับยามนะ" ชั้นนี่ละคนเปลี่ยน
"ขอบคุณมากนะคะ ว่าแต่เท่าไหร่คะ"
"ไม่ต้องหรอกจ้า ขอกันกินมากกว่านี้"
"จริงๆ นัทก็ซื้อมาแล้วแต่ทำไม่เป็นนะ ช่างไม่ยอมมาทำให้"
"คือพี่ทำได้นะ" เธอนิ่งไปแป๊บ เหมือนลังเล ใครจะยอมให้
ผู้ชายเข้าห้องละ

จริงๆ แผนผมในวันนี้คือ เข้าไปดูร่องรอยอดีตเธอนะ เช่น
รูปถ่ายเธอกับแฟน
อาจมีตั้งไว้ที่เตียง เธอลังเลก่อนบอกว่า ให้ผมรอสักครู่
ซัก 5 นาทีเธอก็กลับมา

เปิดประตูบอก จัดห้องแล้ว เมื่อกี้ไม่เรียบร้อย เชิญค่ะ

สำเร็จ แต่ผู้ต้องสงสัยทำลายหลักฐานซะก่อนหรือเปล่า
ผมไม่รู้นะ แต่เท่าที่ดูๆ ไม่มีอะไรที่บอกว่าเจ้าของห้องมี
แฟนเลย ก็ใจชื้นขึ้นระดับนึง ระหว่างที่ผมกำลังทำฝักบัวให้
เธอนั้น เธอก็พยายามมาช่วย แต่ซ่อมฝักบัวนะจ๊ะ
ไม่ใช่สร้างบ้าน ทำแป๊บเดียวก็เสร็จ
"เสร็จละ"
"อ้าวพี่นัทเปียกเลย" จริงไม่เปียกหรอก ผมเอาน้ำมาฉีดตัว
เองตะหากละ ก้ผมมันตัวโกงนี่
"ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวกลับไปเปลี่ยนได้จ้า" เธอยิ้ม แล้วเธอก็
เอาน้ำ หนมมาให้ผมกินเป็นการขอบคุณ
ผมอยู่ได้ไม่นานเพราะชักหนาว เสื้อเปียกนะ เจ้าเล่ห์ไป
หน่อย อิอิ เลยขอตัวกลับ
เธอมาส่งผมที่ประตูห้อง ผมก็เดินไปที่ประตูผมก่อนที่ผม
จะปิดประตู

"ขอบคุณมากนะคะ" ผมยิ้มอย่างมีความสุข
"เอ้อ พี่นัทเบอร์มือถือเบอร์ไรอะ" ตั้งแต่เจอกันผมไม่เคย
ขอเบอร์เธอเลย และไม่เคยออกอาการ
ว่าจะจีบเธอ นี่อาจทำให้เธอไว้ใจผมก็ได้ ด้วยความอาย
และเรียบร้อยของผม บ้ามาขอเบอร์กัน
"01-xxxxxxxx" ตอบแบบไม่คิด
"ขอบคุณค่ะ" แล้วเธอก็ปิดประตูไป ผมยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
อีกแป๊บก็กลับมาเปลี่ยนเสื้อ บรึ๋ยยย
หนาววววว

วันนั้นผมเข้านอนเร็วเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน ในใจก็นึกให้
เบอร์ไปแล้วก็โทรมาสิ คนดีๆๆๆๆ
แต่ก็ยังเงียบ เอาไปทำสเน่ห์หรือไงฟะ

จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 14 ก.ย. 45 17:50:55 ]


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:21:40:39 น.  

 
เหตุการณ์เมื่อวานทำให้จิตใจผมสงบลงได้เยอะ
เพราะมองจากเหตุผลแล้ว ตลอดเวลา 3 เดือนที่เรา
รู้จักกัน ผมไม่เคยเห็นเธอไปกับใคร หากไม่เข้าข้างตัวเอง
ผมนี่ละที่ไกล้ชิดเธอที่สุด ผมเลยลืมเรื่องของไอ้หมอนั่น
ไปสนิท

แล้วก่อนเที่ยงข้อความที่ผมรอก็มาถึง
"ตื่นได้แล้ว จะนอนไปถึงไหน/ อาม่า" อ้าผมลืมบอกไป
หากเราหยอกล้อกัน เราจะเรียกฉายากัน ผมเรียกเธออา
ม่า เธอเรียกผม พี่ลิฟท์ ซวยโคตรตู

"ตื่นตั้งแต่ไก่โห่ ก่อนหล่อนอีก แล้ววันนี้ไม่ไปไหนเหรอ/พี่
ลิฟท์" เนื่องจากวันนี้วันเสาร์
นะครับ เธอคงว่าง ปกติเธอจะกลับบ้านที่เยาวราช วันนี้ไม่
กลับ สงสัยไม่ปกติ
"ยังไม่รู้เลย พี่ลิฟท์ละ" ยังไม่รู้ เหมือนบอกเป็นนัยๆ ว่าว่าง
"รอน้องนัทคนดีไปดูหนังด้วยกันไงจ๊ะ" ผมแหย่เล่นๆไป
แต่เธอเงียบไปเลย ไม่ยอมส่งกลับมา
ซวยแล้ว โกรธหรือเปล่า ไม่น่าไปส่งข้อความเกินเลยแบบ
นั้นเลย เธอเงียบไปเลยครับ ผมละ
ไม่กล้าส่งไปอีกที เริ่มหมดหวังแล้วตอนนั้น แต่ว่า ฮะ ฮะ
ฮะ

"แต่งตัวเสร็จแล้ว อย่าโอ้เอ้ เร็วๆ/อาม่า" สำเร็จ เดทแรก
ของผมและเธอ เราเลยไปกินข้าวดูหนังกัน น้องนัทในชุด
เสื้อยืด กางเกงยีนส์ น่ารักมากเลย เฮ้อ ไม่คิดเลยว่าผมจะ
มีวันนี้ หนังวันนั้นก็สนุกมากเลย โชคดีที่เราสองคนมี
รสนิยมดูหนังน่ากลัวๆ คล้ายๆกัน
แต่เธอปิดตาตลอดเรื่องแล้วยังจะมาบอกว่าชอบอีก แล้วก็
ไปเดินซื้อของซักแป๊บก็กลับกัน
วันนี้ผมขับรถของผมไปกับเธอนะครับ แต่เธอบอกว่าวันนี้
ตอนค่ำต้องกลับบ้าน แต่เนื่องจากรถเธออยู่ที่คอนโดผม
เลยได้ที

"เอางี้ไหมละ พี่นัทขับไปส่งได้"
"แล้วนัทจะกลับมาไงอะ พรุ่งนี้"
"ก็ให้พี่นัทไปรับสิ" เข้าทางพี่นัทเค้าละครับ
"ไม่ดีกว่า พี่นัทเหนื่อยแย่ ไหนต้องทำงานอีก"
"เยาวราชๆๆ อ้อ ขึ้นทางด่วนตรงนี้" ไอ้คนขับไม่ได้สนใจ
เลย จะไปส่งท่าเดียว เธอก็คงตกกระไดพลอย
โจนไปแล้ว เลยไม่ได้ปฏิเสธ บ้านเธออย่างกะวัง ผมไม่ได้
เข้าไปหรอก ส่งแค่ประตูบ้าน อยู่เลย เยาวราชไปหน่อย
เรียกไม่ถูก แต่จำทางแม่นเลย

"ขอบคุณมากค่ะ จะเข้าไปเล่นกะลูกๆก่อนไหม" เธอหมาย
ถึงหมาเธอนะครับ
"ไม่ดีกว่า ไว้วันหลังดีกว่านะ แล้วพรุ่งนี้จะให้พี่มารับกี่
โมง" ผมยังเกรงๆ กับบ้านเธออยู่
"อ้อไม่เป็นไรมั้งค่ะ เดี๋ยวให้คนขับรถไปส่งดีกว่า เดี๋ยวไป
ถึงแล้วจะไปเคาะกวนประสาทนะ"
"จ้า" ทำไปเหอะ ทำไป ดีหมดละ ทำไรดีหมด เราอยู่ใน
ช่วงโปรโมชันนี่นา

วันนี้กลับห้องมา ห้องเธอล็อคแต่รู้สึกดีพิกล เป็นอีกวันที
ชีวิตมีความหมายมาก

================================

เธอกลับมาตอนบ่ายแก่ๆ ของอีกวัน วันนั้นฝนตก เธอมา
เคาะและบอกว่ากลับมาแล้ว ก่อนกลับเข้าห้องไป
หลังจากวันนั้นผมและเธอก็สนิทกันมาก ไปไหนมาไหน
ด้วยกันบ่อย ผมเองก็ไม่กล้าที่จะถามถึงความสัมพันท์
เพราะ กลัวจะเสียเธอไป หากปล่อยแบบนี้อย่างน้อยเธอ
ยังไม่ไปไหน อีกเหตุผลหนึ่งคือ เธอจะรักษาระยะห่างได้ดี
มาก ถึงแม้เราจะไปเที่ยวกัน ไปดูหนังฟังเพลง แต่เธอจะ
เก่งที่พยายามไม่พูดเรื่องความรักคงมีอยู่ครั้งนึง เธอคง
เผลอถามผมว่าเคยมีแฟนไหม แต่คงรู้ตัวเลยเปลี่ยนเรื่อง
ไป

1 เดือนผ่านไปอย่างมีความสุขจริงๆ ก่อนพายุจะมา ทะเล
มักนิ่งเสมอ


จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 14 ก.ย. 45 17:51:58 ]


Image hosted by Photobucket.com


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:21:47:56 น.  

 
อะไรเนี่ยต่อจิ


โดย: ปลา (parnatedao ) วันที่: 17 มกราคม 2549 เวลา:23:12:40 น.  

 
ม่ายช่ายคอนโดเอแบค
โดนลิฟท์คอนโดอื่นตะหาก
ยังไม่จบ จบแล้วจะบอก

================================

ผมตื่นเช้าอีกวัน เพราะปัญหาเรื่องงานกว่าจะเคลียร์
ได้ก็เกือบเที่ยง เธอไปเรียนแล้วก็กลับมาช่วงบ่าย ซื้อขนม
มาฝากผมด้วย =)

ช่วงบ่ายนั่งทำงานไปได้สักพัก ก็มีคนมาเคาะห้องอ๊ะ เธอ
นั่นเอง "วันนี้ตอนเย็นพี่นัท ว่างไหมอะ"
"ว่าง !!" ตอบเสียงดังแบบไม่ต้องคิดเลย ผุ้ชายพายเรือ
"งั้นออกไปเพื่อนนัทหน่อยนะ" ก็เพราะเสียงออดอ้อนแบบ
นี้ละ ที่ทำให้ผมไม่เคยปฏิเสธเธอเลย แล้วประมาณช่วง
เย็น ก็ออกไปกัน จุดหมายอยู่ที่สุขุมวิท แต่จำซอย
ไม่ได้แล้ว ระหว่างทางที่ชับรถไปเธอแผ่รังสีอำมหิตอีก
แล้ว หากเปรียบรถเป้นเตาอบ
รังสีอำมหิตคือไมโครเวฟ ผมคงหอมกรุ่นน่ากินพอดี
ไม่พูดจาเลย หรือเธอจะหลอก ผมไปปล้น ก่อนที่จะ
เตลิดไปกว่านั้นเลยถามไปว่า นี่เราจะไปไหนกัน
เธอไม่ตอบแต่ยิ้มๆ นิดๆอ้อ คงจะพาเราไปทำให้ประหลาด
ใจแน่นอน ประหลาดใจจริงๆ ครับ ประหลาดใจยิ่งกว่า
อะไรเลย

เธอจอดรถหน้าบ้านหลังหนึ่ง ผมว่าบ้านผมหนึ่งหลังเท่ากับ
ห้องครัวบ้านหลังนี้ได้แล้ว เธอก็กดโทรศัพท์
"อยู่หน้าบ้านแล้ว" แล้วก็วางหูไป อีกซักแป๊บก็มีชายหนุ่ม
หล่อมากออกมาผมเห็นปุ๊บจำมันได้ปั๊บ หมอนี่เรียนรุ่นเดียว
กับผม มันดังมากสมัยเรียน
"พี่นัทรออยู่ในรถนะ" เธอลงไป แต่ตอนนั้น ถึงผมจะโง่
หรือบ้าก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องออก
หากผมจำไม่ผิดหมอนี่ละชื่อบอล ผมทำตัวไม่ถูกจริงๆ
ตอนนั้นไอ้หมอนั่นมันมองมาในรถหลายครั้งเหมือนกัน
เนื่องจากเสียงเพลงในรถดัง ผมเลยไม่รู้ว่าเค้าสองคนคุย
อะไรกัน แต่ก็ดีที่ไม่ได้ยิน ผมอยากจะหนีไปให้ไกลจริงๆ
หากทำได้ตอนนั้น แต่จะทิ้งเธอไปก็ไม่ได้
เพราะหลังจากนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทั้งสองคนคุย
กันประมาณ 10 นาที แล้วเธอก็ร้องไห้ ยืนนิ่งแล้วร้องไห้
ไอ้หมอนั้นก็มองหน้าผม อยากจะออกไปตั๊นหน้ามันมาก
แต่ผมรุ้ตัวดีว่าผมเป็นเพียงคนอื่นไกลของคนทั้งคู่ สักครู่
เธอกลับเข้ามาในรถ

"ไปเถอะ" ผมต้องมาขับรถให้ เพราะหากปล่อยให้เธอขับ
อาจเป็นอันตรายได้ ระหว่างทางกลับเธอเงียบและไม่พูด
อะไรเลย ส่วนผมก็ไม่มีอะไรจะพูดเหมือนกัน ถึงแม้
จะมีคำถามมากมายแต่ถามไปก็เท่านั้นผมรู้เพียงว่าหน้าที่
สุดท้ายของผมคือพาเธอไปส่งที่คอนโด ประโยคเดียวที่
ผมพูดคือ "อย่าคิดมาก เดี๋ยวก็ต้องเคลียร์กันได้"
เธอเงียบงันไม่ได้ตอบอะไร
พอจอดรถเสร็จแล้ว ผมบอกให้เธอขึ้นไปก่อน ผมจะเอา
ขนมไปให้น้องหมา
แล้วผมก็มานั่งให้ขนมน้องหมา น้องหมาริกรี้ได้ไม่นาน
เหมือนจะรู้ว่า ผมผิดปกติ
ซักพักมันก็มานอนไกล้ผม อีกไม่นานผมก็คงเป็นหมาหัว
เน่าเหมือนกับน้องหมาเหล่านี้
ผมไม่รู้ว่าผมนั่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ผมไม่มีที่
จะไปจริงๆ แล้วซักพักเธอก็ลงมาหา
ผมอีกครั้ง แล้วมานั่งไกล้ผม

"ขอบคุณพี่นัทมากนะคะ วันนี้" เสียงเธอแหบ ตาเธอบวม
"ไม่เป็นไรหรอกจ้า ยังไงนัทก็ยังมีพี่ชายคนนี้เสมอนะ"
เอ้อ เอาเข้าไป ไม่ได้อยากเป็นพี่ชายเลย
ก็เพราะเป็นคนแบบนี้นี่ละ ชีวิตเลยไม่รุ่ง
"เดี๋ยวก็เคลียร์กันได้ อย่าคิดมากนะคนดี" เธอหันมาแล้ว
ยิ้มนิดๆ ก่อนจะเงียบไปอีก
แค่ทำให้เธอยิ้มได้ ผมก็ดีใจแล้ว
เกือบๆ เที่ยงคืนเธอจึงขึ้นไปนอน เพราะพรุ่งนี้มีเรียน
ส่วนผมนั่งอยู่แป๊บก็ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน เหล้าไม่ใช่
การแก้ปัญหา แต่บางครั้ง

เราก็ต้องการลืมปัญหาแม้มันจะเพียงครึ่งคืนก็ยังดีกว่า
ปล่อยให้มันกัดกินจิตใจเราต่อไป


จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 15 ก.ย. 45 22:48:28 ]



โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:11:57:09 น.  

 
Image hosted by Photobucket.com


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:12:07:48 น.  

 
หลังจากนั้น 3 วันผมไม่ได้คุยกับเธอเลยส่วนหนึ่งก็
เพราะผมต้องการหลบหน้าเธอ ไม่มีข้อความจากเธอ
ก็ในเมื่อเค้าคืนดีกันแล้วผู้ร้ายอย่างผมก็ต้องไปซักที
ห้องเยื้องกันจากที่เคยเป็นสวรรค์ ตอนนี้ยิ่งกว่านรกอีก
เย็นวันนั้นตอนผมกลับมาจากทำงาน ตอนออกจากลิฟท์
เพื่อเข้าห้องก็เจอเรื่องร้ายๆ ตอกย้ำอีกครั้ง หมอนั่นมาหา
เธอที่ห้อง ยืนคุยกันอยู่หน้าห้อง เนื่องจากผมเดินเลี้ยวเข้า
มาเลยไม่รู้ตัวก่อนไม่งั้นผมคงไม่เอาตัวเองไปอยู่ที่ตรงนั้น
เด็ดขาด และคนทั้งคู่ก็เห็นผมแล้ว ก็ไม่รู้ทำอย่างไรจะ
กลับไปก็ไม่ได้เลยเดินก้มหน้า ไม่ได้มองไปทางทั้งคู่และ
ก็เข้าห้องไป เข้ามาถึงห้องก็เปิดเพลงดังๆ เพื่อกลบเสียงที่
เราเคยอยากได้ยิน เสียงที่เราคิดว่าเป็นเสียงที่เพราะที่สุด
ลูกผู้ชายอย่างผมน้ำตาคลอเบ้าก็หนนี้ละ หลายครั้งที่
เพื่อนผู้ชายร้องไห้ ผมไม่เข้าใจหรอกว่าอะไรจะรัก
กันขนาดนั้น วันนี้ผมเข้าใจจริงๆ


ผมเสียใจกับเหตุการณ์ต่อไปอีก 3 วัน เธอก็เงียบหาย
ไป งานการก็ไม่ได้ทำ พอดีวันนี้นั่งเช็คเมล์ ผมมีเพื่อน
สนิทที่อยู่แก๊งเดียวกันแต่ตอนนี้ไปทำธุรกิจอยู่ที่ภูเก็ต เรา
เมล์คุยกันตลอด ผมอ่านเมล์ฉบับล่าสุด ทำให้ผมรู้ได้ทันที
ว่า ผมควรจะหลบไปไหนดีหันไปมองเป้ใบเก่ง รองเท้าผ้า
ใบคู่เก่าทุกอย่างพร้อม โทรไปเลื่อนนัดเกี่ยวกับงาน พร้อม
ฝากความรับผิดชอบให้น้องที่บริษัท โทรไปจองตั๋ว
เย็นวันนั้นผมก็ถึงสนามบินภูเก็ตเพื่อนมารับ แต่ผมไม่ได้
บอก เพื่อนว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงมา ตั้งใจว่าจะมาพักร้อนซัก
2 อาทิตย์

ผมมาที่นี่ครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นมาดำน้ำกัน
กับเพื่อนในกลุ่ม 5 คน เพื่อนผมคนนึงชื่อหนึ่ง ติดใจเลย
ขอเงินพ่อแม่ไปเรียนจนได้ licenseดำไปดำมาเลยได้เปิด
ร้านดำน้ำที่ภูเก็ต เปิดมาได้เกือบปีแล้วทุกอย่างกำลัง
จะไปได้สวย ตอนที่หนึ่งจะเปิดร้านดำน้ำ เคยชวนผมลงหุ้น
ด้วยแต่เนื่องจากผมไม่ถนัดและจบทาง ITเลยไม่ได้ทำ
ด้วยกัน

แต่วันนี้หุ้นส่วนคนนึงกำลังจะถอนหุ้นไป ทำให้ร้าน
เกิดปัญหา เพราะต้นทุนเรื่องพวกนี้สูง หากไม่ทันก่อนไฮซี
ซันนี้ ธุรกิจก็มีปัญหาแน่ หนึ่งเลยชวนผมอีกครั้งครั้งนี้ผม
เริ่มลังเลเพราะ ผมชอบทะเล ถึงแม้จะไม่สามารถคาดหวัง
กับรายได้ แต่ผมคิดว่ามันหล่อเลี้ยงจิตใจได้ดีทีเดียว
ผมมาคราวนี้ พอเพื่อนๆ รู้ข่าวก้ตามลงมาอีก 2 คน
พวกเราเลยได้ไปดำน้ำกันอีกครั้ง สนุกมาก เสียดายจังที่
บัดดี้ที่ดำเป็นเพื่อน หากเป็นเธอ ปลาการ์ตูนที่ว่าสวยยังชิด
ซ้าย ขนาดดำน้ำยังคิดถึงได้ ตั้งใจว่าจะไม่คิดถึงแล้วเชียว


อยู่ภูเก็ตได้ 10 วันตกลงกับหนึ่งว่าจะไปเคลียร์เรื่องที่
กรุงเทพแล้วจะให้คำตอบภายในเดือนนี้พอดีกับที่น้องที่
ออฟฟิตโทรมาตามว่างานมีปัญหาผมเลยต้องกลับเร็วกว่า
กำหนด3 วัน

11 วันที่ไม่ได้เจอ เธอโทรหาผมหลายครั้ง แต่ผมให้เพื่อน
รับแล้วบอกว่าเจ้าของเบอร์ไม่ได้ชื่อนี้ เธอเลยไม่โทรมา
อีกเลย

เวลามีเรื่องไม่สบายใจ ทะเลช่วยเราได้จริงๆ

จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 15 ก.ย. 45 22:51:03 ]


Image hosted by Photobucket.com


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:12:22:42 น.  

 
กลับมาถึงกรุงเทพรู้สึกดีขึ้นกว่าก่อนไป ส่วนหนึ่งเพราะได้
คุยกับเพื่อนด้วย ผมเข้าคอนโดอย่างกับขโมย ไขกุญแจ
ห้อง ด้วยความเงียบเพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าผมกลับมา
แล้ว ถึงผมกลับมาหรือจากไปมันก็คงไม่สำคัญอีกแล้ว
สำหรับเธอ

กลับมาถึงก็ต้องออกไปทำงานเลย เธอไม่รู้ตัวผมหลบหน้า
ต่อได้อีก 1 วันแต่ตอนที่ผมกลับมาจากทำงานนี่ซิ
ตอนที่กำลังไขกุญแจนั่นเอง เธอคงรู้ตัวและเปิดประตูออก
มา "พี่นัท" ผมตกใจ คิดอีกทีเราไม่ได้ทำผิดนี่ได้ยินแต่
ก็ไม่ตอบ มุมานะไขกุญแจต่อไป

"พี่นัท" เสียงเริ่มเข้มขึ้น
"อืมม ว่าไง" ตอนนี้รังสีมาคุ ของทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าใส่กัน
"ขอคุยด้วยหน่อย" เธอวีนแล้ว ผู้หญิงน่ากลัวเหมือนกัน
เธอเข้ามาคุยที่ห้องผมเลย
"มีอะไรก็ว่ามา" ทำเป็นไม่แคร์
"ไปไหนมา" สนใจด้วยเหรอ ผมตัดพ้อในใจ
"อ้อ พี่ไปติดต่อธุรกิจมานะ"
"ไปเป็นอาทิตย์เนี่ยนะ"
"ก็แวะไปเที่ยวกับเพื่อนนิดหน่อย พอดีรีบๆ ไม่ได้ซื้ออะไร
มาฝาก"
"แล้วทำไมไม่ติดต่อมาเลย จะไปก็ไม่บอก"
"พอดีมันรีบๆ นะ" ทุกถ้อยของผมเป้นคำพูดประชดทั้งนั้น
โดยเฉพาะ
"ตอนนี้พี่ตกลงกับเพื่อนได้แล้ว อีกไม่นานพี่คงไม่ได้อยู๋ที่
นี่แล้ว เพราะต้องไปช่วยเพื่อนดูแลงานที่ภูเก็ต" โอ้ยถึงแม้
จะงอนเธอแต่ผมจะประชดทำไมเนี่ยโกหกด้วย ปากไวไป
หน่อย เธอไม่พูดอะไรแล้วงอนไปเลย ผมไม่ได้ตามไปง้อ
เพราะคิดว่าเรื่องราวตอนนี้เป้นแบบนี้ละดีแล้ว ยังไงเรามัน
ก็ส่วนเกินนี่

หลังจากนั้นผมก็ใช้ชีวิตตามปกติ เจอกันก็คุยนิดๆหน่อยๆ
เหมือนไม่สนิทกันเลย เอาข้าวไปให้น้องหมาก็เอาไปให้
คนละที น้องหมาคงงงตกลงจะกินของใครดี

แต่ช่วงหลังๆ ผมเริ่มลังเลเหมือนกันว่าจะปล่อยให้เรื่องมัน
จบแบบนี้เหรอ ผมไม่เคยได้บอกจากปากว่าคิดยังไงกับ
เธอเลย และไม่เคยถามเธอเลยว่าเรื่องของเธอมัน
ลงเอยยังไง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมคิดเองสรุปเอง
ทั้งนั้น ถึงแม้ว่าเธอจะลงเอยกับไอ้หมอนั่น แต่ผมก็ไม่มี
สิทธ์ที่จะไปโกรธเธอเพราะเธอไม่ได้ทำผิด เธอไม่เคย
บอกว่าจะคบกับผม เธออาจคิดว่าผมเป็นพี่ชายคนนึงก็ได้
ยิ่งคิด จากที่เคยคิดว่าฝ่ายโน้นผิดกลายเป็นเราเองซะแล้ว

จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 15 ก.ย. 45 22:52:44]


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:12:27:48 น.  

 
หลังจากที่ปรึกษากับเหล่าบรรดาที่ปรึกษาทั้งหลายแล้ว
ผมจึงตัดสินใจว่ายังไงก็ต้องพูดกับเธอให้ได้ แต่เธอก็ไม่
อยู่ห้องซักที รอมาหลายวันแล้ว โทรไปก็ไม่รับสาย คงยัง
โกรธอยู่ กะว่าเดี๋ยวดักเจอแล้วค่อยบอกก็ได้ 2 วันก็แล้ว
3 วันก็แล้วผมเริ่มชักระแวงแล้ว แล้วคำตอบก็เฉลย
"หนูๆ ที่บอกว่าเพื่อนหนูจะมาอยู่นะ ตอนนี้ห้องว่างแล้ว
นะ" อ่ะ ซวยแล้วไปโกหกไว้เรา"เหรอ ครับ พอดีเพื่อนผม
เค้ารอไม่ไหว ได้ที่อื่นไปแล้วละครับ"
"เหรอ แหมพอว่างแล้วไม่เอา ห้องที่ถามวันนั้นพอดี"
อะไรนะ ห้องที่ถามวันนั้น ไปกันใหญ่แล้ว
"ป้าว่าไงนะ พูดอีกที" ผมใจหายวูบ
"ห้องนั้นละ ที่รู้จักกับหนุ่มนั่นละ ย้ายออกไปเมื่อวานซืน
เอง"
เมื่อวานซืนเธอเลือกเวลาย้ายได้ดี เพราะผมออกไปทำงาน
เลยไม่รู้ หมดแรงเลยคุณ รีบกดโทรศัพท์หาเธออีกที
แต่ก็เหมือนเดิมเธอไม่รับสายเลยทิ้งขอ้ความไว้ แต่ก็ไม่
โทรกลับอยู่ดี ผมลืมไปสนิทเรื่องนึง เธอเรียนจบแล้ว เธอ
เรียนจบ 3 ปี ครึ่ง นี่แสดงว่าเธอเรียนจบมาเดือนกว่าแล้ว
แต่ผมไม่ได้นึกเอะใจเลย อาจเป็นช่วงที่กำลังงอนก็ได้

ผมกลับขึ้นมา ห้องนั้นไม่ได้ล๊อคกุญแจ คงรอทำความ
สะอาด ฝักบัวที่ผมเปลี่ยนให้เธอก็ยังอยู่ที่เดิม ห้องมันว่าง
เปล่ามาก

วันนี้ผมนั่งอยู่ในห้องคนเดียวเหมือนทุกวันแต่สิ่งที่ต่างไป
คือ ไม่มีคนมาเคาะกวนประสาทไม่มีเสียงเรียก พี่นัท ไม่มี
คนมานั่งเล่นกับน้องหมาอีกแล้วแล้วก็ไม่รอช้า ผมขับรถ
ไปหาเธอที่บ้านทันที แต่ไม่ได้เข้าไปในบ้านหรอก เพราะมี
คนออกมาบอกว่าคุณนัท ไม่อยู่มีอะไรให้สั่งไว้ คงเป็นเด็ก
ในบ้านเธอ ผมถามต่อไปว่าจะกลับเมื่อไหร่ เด็กก็บอกไม่
รู้ ผมรุ้ว่าเธออยู่ในบ้าน แต่ไม่ยอมออกมาพบผม ผมเลย
ฝากไปบอกว่าให้โทรกลับมา หาผมมีเรื่องจะคุย

แต่เธอคงสวมบทใจแข็งแล้ว ไม่มีอะไรติดต่อกลับมาจาก
เธอเลย

หลังจากนั้นผมก็เพียรโทรหาเธอทุกวัน จนเริ่มท้อใจ เอา
วะ เป็นไงเป็นกัน สวมบทโหดบุกบ้านเธออีกครั้ง ให้รู้ดำรู้
แดงไปเลย อย่างดีก็แค่โดนข้อหาบุกรุก แต่ได้บอกสิ่งที่
อยากบอกเธอก็ถือว่าคุ้ม ด้วยความที่เพื่อนผมเป็นห่วงเลย
ตามมาด้วยอีกสองคน แต่เอ๊ะไม่ดี เหลือไว้คนแสตนบาย
เผื่อประกันตัวดีกว่า

ผมไปถึงบ่ายเธอช่วงบ่าย กะว่ายังไงอย่าให้เจอพ่อแม่เธอ
ดีที่สุด อาจเป็นผลต่อการขอลูกสาวในอนาคตคิดไปโน่น
แต่แผนการบุกของหน่วยสวาทไม่สำเร็จ เพราะบ้านเธอไม่
มีใครอยู่เลย แถมเพื่อนผมยังโดนหมาในซอยไล่อีกกว่าจะ
กลับมาขึ้นรถได้แทบแย่

3 อาทิตย์ผมไม่ได้ข่าวคราวเธออีกเลย ทางหนึ่งก็ถามเพื่อ
จะเอาคำตอบจากผม ผมเลยตอบตกลงไป แต่โชคดีที่ทาง
หนึ่งบอกว่าให้ผมเป้นนักลงทุนอย่างเดียวเพราะไปทำก็
เกาะกะ เพราะจะมีเพื่อนในแก๊งอีกคนไปทำเอง ผมเลยยัง
ได้อยู่ที่นี่ต่อ

ถึงวันเปิดร้านใหม่ ฝั่งอันดามันเข้า High Season แล้ว
หนึ่งเปลี่ยนชื่อร้าน (ผมอยากบอกชื่อร้านจังแต่อย่าเลย
เดี๋ยวหาว่าเอาไดอารี่มาหากิน) มะรืนนี้เป็นวันกำหนดตัด
ริบบิ้น ผมเลยต้องลงไปซะหน่อย เนื่องจากช่วงนี้
งานที่ กทม เริ่มซา ผมเลยมีเวลาว่าง ก่อนไปผมเลยส่งข้อ
ความไปบอกเธอว่าจะไปแล้วนะ ไม่กี่วันกลับก่อนไปอยาก
เจอ จะรอที่ .....

เมื่อก่อนเราจะไปออกกำลังกายที่นี่เป็นประจำ น้องนัทเธอ
เฮลตี้ ต้องได้เหงื่อทุกวัน ผมรอจนถึง 2 ทุ่ม แต่เธอก็ไม่
มาเลยตัดสินใจโทรไปอีกที คราวนี้มีคนรับสาย
"ฮัลโหล สายนัทครับ"
"พี่นัทไม่อยู่นะคะ" คงเป้นน้องสาวเธอ เธอมีพี่น้อง 2 คน
"แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอครับ"
"ไม่แน่ใจคะ แต่น่าจะประมาณปีหน้า" ผมงง นี่มันปลายปี
ไปไหนถึงปีหน้า
"ขอโทษนะครับ เค้าไปไหนเหรอ"
"พี่นัทไปเรียนต่อคะ" วูบยิ่งกว่าวูบ กลั้นใจถามต่อไปได้
ความว่าเธอไปเรียนต่อที่อังกฤษ ผมพยายามขอที่อยู่กับ
เบอร์โทร
แต่น้องเธอบอกว่าให้ผมทิ้งเบอร์ไว้แล้วจะบอกพี่นัทให้
เวลาโทรกลับมาเมืองไทย

ผมมาถึงภูเก็ตได้ไงก้ไม่รู้ 25 ปี โหดร้ายจัง

==============================

ตอนหน้าจบแล้วละ


จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 15 ก.ย. 45 23:47]

Image hosted by Photobucket.com


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:12:35:59 น.  

 
อ่านแล้วเป็นยังไง กัน บ้าง
comment บ้าง สิ ....
ขอให้มีความสุข ในการอ่านครับ...

Image hosted by Photobucket.com


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:12:43:42 น.  

 
คิดว่าเอามาจากชีวิตจริงของต้าร์ซะอีก


โดย: เปิ้ล IP: 58.10.133.111 วันที่: 18 มกราคม 2549 เวลา:13:32:17 น.  

 
คาดเดาว่านี่แหละชีวิตจริงของตาต้าร์

น้องนัทคงแอบรักพี่ต้าแล้วล่ะครับ

น้องนัทอกหักซ้ำสองเลยหนีไปเรียนต่างประเทศซะเลย

แล้วพี่ต้าร์ต้องไปดักรอส่งที่สนามบิน สารภาพรัก

HAPPY ENDING


โดย: U2 IP: 61.90.184.202 วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:12:57:37 น.  

 
ผมเลือกที่จะจบวันนี้เพราะวันนี้เป็นวันครบ 1 ปีที่

เรารู้จักกันและขอจบเรื่องไว้แค่นี้

วันนี้ผมยังใช้ชีวิตตามเส้นทางของตัวเองต่อไป
และเธอก็จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป
ขอบคุณเธอที่ทำให้ผมมีวันดีๆ ในชีวิต
รอยยิ้มของทุกคนที่เกิดจากเรื่องราวเหล่านี้
ผมขออุทิศให้แด่เธอ .... ผู้ซึ่งจากไปไกลแสน
ไกล .... :_ )

================================


พฤษภาคม 2545

มรสุมเริ่มเข้าฝั่งอันดามันแล้ว ลูกทัวร์ดำน้ำก็น้อย
ลง ผมมาอยู่ที่นี่ได้ เกือบอาทิตย์แล้ว วันนี้มีปาร์ตี้ส่งลูก
ทัวร์กลุ่มนึง เป็นปาร์ตี้เล็กจัดแถวๆ บังกะโลที่ Co กับทาง
ร้านหลังงานเลิก ผมก็มาเดินเล่นที่ชายหาด วันนี้อากาศดี
พระจันทร์เต็มดวงเลยเห็นดาวน้อยกว่าปกติ ฟ้าผืนเดิมก็ยัง
สวยเหมือนเดิม ทุกครั้งที่มีเวลา ผมจะทำแบบนี้เสมอ
ทุกครั้งที่ผมคิดถึงเธอการแหงนดูท้องฟ้า ทำให้ผมสบาย
ใจ เพราะอย่างน้อยเราก็อยู่ใต้ฟ้าผืนเดียวกัน ห่างกันแค่
ซีกโลก แต่ผมก็ไม่เคยหมดหวังที่จะรอเธอกลับมา
และปลอบใจตัวเองเสมอว่า ความทุกข์ของผมนั้นเล็กมาก
เมื่อเทียบกับจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้
ขอโอกาสให้ผมอีกครั้ง ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผมรอแค่จะ
บอกเธอว่า ผมรักเธอ

ผมรอด้วยศรัทธาที่ว่า
ในเมื่อโชคชะตาพาเรามาเจอกัน ก็ต้องมีอีกครั้งที่เส้นทาง
ของเราจะต้องมาเจอกันอีกที


หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันผมก็เดินทางกลับกรุงเทพ เวลา
เปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยน
ผมไม่ได้อยู่ที่คอนโดเดิมแล้ว เนื่องจากออฟฟิซใหม่ค่อนข้างไกล

เลยย้ายออกมาอยู่อีกที่ ส่วนห้องผมก็ให้คนอื่นเช่าต่อ
ห้องของเธอก็มีคนมาอยู่ใหม่แล้วเช่นกัน ตอนนี้ที่นั่นเหลือ
เพียงความทรงจำเท่านั้น

เย็นวันศุกร์ ผมเลิกงานเกือบ 2 ทุ่มเพราะต้องเคลียร์งาน
ที่ทำงานเหลือผมเพียงคนเดียว ตอนนี้เพื่อนๆ ผมเริ่มจะไม่
ค่อยมีเวลาออกมากินเหล้ากันแล้ว เนื่องจากอายุที่มากขึ้น
ภาระต่างๆก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว บางคนก็แต่งงานไป
จะเฮไหนเฮนั่นเหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้ ศุกร์นี้ผมเลยไม่มี
ที่ไป เรียกว่าไม่มีใครสักคนเลยก็จะดีกว่า หากเธอยังอยู่
ไกล้อะไรๆ มันคงดีกว่านี้ วันนี้ผมคิดถึงเธอมาก เลยขับรถ
ไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย ผมมารู้ตัวอีกทีก็อยู่แถวๆ
บ้านเธอแล้ว คิดว่าไหนๆ ก็ผ่านมาเลยแวะเข้าไปดีกว่า
จอดรถหน้าบ้านเธอ ก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าจะมาทำไม
เจ้าของบ้านเค้าไม่รู้อยู่ไหน แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว ยังไม่ดึก
ไปลองถามๆดูก็ไม่เสียหาย ผมเลยกดออด
เด็กในบ้านออกมา ผมบอกว่ามาหาคุณนัท เธอบอกว่าคุณ
นัทไม่อยู่ ยังไม่กลับมา จะเข้ามานั่งก่อนไหม ผมก็เข้าไป
หวังเล็กๆว่าหากเจอพ่อแม่หรือใครก็ตาม ผมอาจจะรู้
อะไรของเธอเพิ่มเติมก็ได้ นั่งรออยู่ในห้องรับแขก เด็กเอา
น้ำมาให้กิน บอกว่ารอซักแป๊บ ผมนั่งรออยู่ประมาณ 15
นาที ยืนดูรูปโมเน่ต์ที่ติดผนังอยู่ แล้วก็มีเสียงดังมาจาก
ข้างหลัง

"รอนานไหมคะ" เสียงที่ผมคุ้นเคย เสียงที่ผมรอคอย
ผมงงมาก
"จำรถได้" เธอยิ้ม แวบแรกที่เห็น เธอไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
อาจดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
"พี่นัททานไรมาหรือยัง" แต่สำเนียงการพูดอ้อนๆ เหมือน
เดิม
"ยังเลย"
"งั้นรอแป้บนะ ออกไปหาอะไรทานกัน เดี๋ยวเอาของไป
เก็บก่อน"
ผมรอเธออีกประมาณ 15 นาที บวกกับอาการงงๆ เอามือ
หยิกแก้มตัวเอง เออแฮะ โลกแห่งความจริงนี่นา
บทที่จะเจอก็ง่ายเหลือเกิน

เราหาร้านทานกันแถวๆ บ้านเธอ เธอเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง
มากมาย ไปเรียนก็คอร์สสั้นๆ และเพิ่งกลับมาเมื่อ
2 อาทิตย์ที่แล้ว ตอนนี้ทำงานให้กับที่บ้านอยู่ เราพูดแลก
เปลี่ยนเรื่องราวของกันและกันจนออกจากร้าน


ระหว่างทางขับรถไปส่งเธอที่บ้าน ผมมีความสุขมาก ความ
สุขอยู่ข้างๆผมแล้ว และจะไม่มีทางปล่อยให้
ความสุขไปไหนอีกแล้ว ผมตัดสินใจบอกสิ่งที่ผมรอที่จะ
บอกเธอมานาน และแม้ว่าผลลัพธ์จะออกมายังไง

"พี่รักนัท" เธอเงียบไป แล้วยิ้มมาทางผม


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.


วันนี้ผมต้องไปภูเก็ตอีกวัน เพราะมีหุ้นส่วนคนใหม่คือเพื่อน
ในกลุ่มอีกคน กลายเป็นว่าทั้งร้านมีเรา 4 คนทำงานสบาย
ใจมากเลยนัดไปฉลองกัน ตอนเที่ยงแล้วผมเพิ่งจะขึ้น
Taxi มีเมสเสจเข้ามา
"อยู่สนามบินแล้ว อย่าโอ้เอ้ เร็วๆ กระเป๋าหนักนะ/อาม่า"




=================================

หากคุณรักใครซักคนในขณะนี้ และยังไม่ได้บอกเค้าให้รู้
อย่าอ้างว่า ไม่มีโอกาส
อย่าอ้างว่า ไม่กล้าพอ
อย่าอ้างว่า กลัวผิดหวัง
อย่าอ้างว่า ยังไม่ถึงเวลา

ความสุขของการได้รักคือการให้คนที่เรารักมีความสุข
และการได้บอกรักครับ



จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 17 ก.ย. 45 ]


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:16:39:08 น.  

 
ผมดีใจจัง ที่หลายๆ คนอ่านแล้วยิ้ม
หลายคนอ่านแล้วมีกำลังใจ
หากเธอได้รับรู้ก็คงจะมีความสุขเหมือนที่ผมมี
ตอนนี้เช่นกัน

=================================


วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุด ตื่นมาสดใสมาก เพราะอะไร
นะเหรอ ก็เมื่อคืนผมได้บอกสิ่งที่เก็บมาตลอดแล้วนะซิ
ถึงแม้จะไม่ได้รับคำตอบใดๆ จากเธอ แต่รอยยิ้มนั้นก็ไม่
ได้หมายความว่าปฏิเสธหรือรังเกียจแม้แต่น้อย ที่เหลือ
ก็รอเพียงเวลาเท่านั้นที่จะนำคำตอบของเธอมาให้ผม

คืนนั้นเลยตามเพื่อนออกมาฉลอง บอกมีข่าวดีจะบอก
หากไม่งั้นพวกมันคงไม่ออกมา เหล่าที่ปรึกษาทั้งหลายก็มี
ความสุขกันถ้วนหน้าไม่รู้สุขเพราะเรื่องผมหรือสุข
เพราะได้กินเหล้า

แต่หลังจากนั้นเราแทบไม่ได้เจอกัน เพราะต่างคนก็งานยุ่ง
เธอมีงานของเธอ ผมก็มีงานของผม เรียกว่าว่างแทบไม่
ตรงกันเลย ผ่านมา 2 อาทิตย์เราเจอกันครั้งเดียว
ไปทานข้าวเย็นกัน และโทรคุยกันก็ไม่กี่ครั้ง จนผมเองก็
เริ่มหวั่นๆ ว่าเป็นการปฏิเสธกันทางอ้อมหรือเปล่า

แต่แล้วก็มีเหตุให้ผมต้องมีอันไปภูเก็ตหลายวัน ปกติไปแค่
ไม่เกินอาทิตย์ แต่คราวนี้ อาจต้องไปเป็นเดือน ก็เพราะ
เพื่อนผมอีกคนที่อยู่ร้านมีเหตุจำเป็นต้องไม่อยู่ขึ้นมา
งานทางกรุงเทพก็ยุ่ง แต่ครั้นจะไม่ไป เพื่อนคนเดียวก็ไม่
ไหว เลยต้องโอนงานให้น้องที่ออฟฟิซทำแทน คืนก่อนไป
ก็เลยโทรไปบอกน้องนัทคนดีซะหน่อย
"เอ้อ พี่มีเรื่องจะบอก" ตัดมาตอนบอกเลยนะ
"มีอะไรเหรอ"
"คือพรุ่งนี้ ต้องไปภูเก็ตนะ แต่คราวนี้อาจนานหน่อย
ไม่แน่ใจว่าจะ 1 เดือนหรือเปล่า"
เสียงอ่อยแล้วก็ขนาดอยู่ไกล้กันยังหาโอกาสเจอเธอยาก
เลย ไปอยู่โน่นยิ่งแล้วใหญ่
"พรุ่งนี้ว่างไหม ไปส่งหน่อยดิ" อยากเจอเธอก่อนไปนะ
ครับ
"คงไปไม่ได้ละพี่นัท พรุ่งนี้ติดงานจริงๆ" เอาแล้วครับ
"........ งั้นก็ไม่เป็นไร แล้วจะโทรหานะ ฝันดีละกัน"
งอนแล้วผมงอนแล้ว รีบวางไปเลย คนจะไปหลายวันยัง
เห็นงานดีกว่าอีก โป้ง !!

วันเดินทางเลยเซ็งๆ คนที่อยากให้มาก็ไม่มา เลยเอ้อ
ระเหยกว่าจะออกเดินทางได้ก็เกือบเที่ยงแล้วก็มี
เมสเสจเข้ามา (ข้อความจริงๆ เป็นภาษาอังกฤษนะครับ)
"อยู่สนามบินแล้ว อย่าโอ้เอ้ เร็วๆ กระเป๋าหนักมาม่า"
อ่านข้อความก็งง อยู่สนามบินกระเป๋าหนักมาม่า แล้วจะ
เอามาม่าไปทำไม ยังไม่ทันรู้ว่าใครส่งมา ก็มีมาอีกอันนึง


"อยู่สนามบินแล้ว อย่าโอ้เอ้ เร็วๆ กระเป๋าหนักนะ/อาม่า"
อ้อพิมพ์ผิด
เฮ้ย นี่มันๆๆ บอกพี่ Taxi ด่วนเลยพี่ จะขึ้นกี่ทางด่วนไป
เลยเพราะกลัวว่าเดี๋ยวต้องขึ้นเครื่อง

เวลาร่ำลาหวานซึ้งจะน้อย แต่พอไปถึงมันไม่ใช่ เธอไม่ได้
มาส่ง เธอมาในชุดไปเที่ยว
ไอ้ผมนะดีใจมาก แต่ไอ้ครั้นจะวิ่งเข้าไปกอดก็ไม่ได้ แต่
ในใจคิดไปแล้วอะ
"กลัวมีคนงอน" ประโยคแรกที่เธอพูด ผมนะยิ้มอย่างเดียว

มาถึงภูเก็ตตอนเย็น เพื่อนมารับ เพื่อนผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าจะมีเซอร์ไพรซ์
ท่าทางมันตกใจเหมือนกัน หันมายิ้มมีเลสนัยอีก หึหึหึ เที่ยวนี้มันมากับสาว

เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศแจ่มใสมากเลยจะพาเธอไปดำน้ำซะหน่อย พอดีวันนี้ที่ร้านไม่มี
แขกเลย เรือก็เป็นของเรา เพื่อนผมก็อาสาขับเรือให้ วันนี้สิ่งมีชีวิตหลากสีสัน ใต้ทะเล
ชิดซ้ายไปถนัดตา เพราะเจอสิ่งมีชีวิตขาวหมวยเข้าไป น้องปลาการ์ตูนคงประชดประชัน
"ต๊ายเธอดูสิ ระริกระรี้ยิ่งกว่าพวกเราอีก ทีมาคนเดียวละหงอย" น้องปลาเบอร์ 1 กระแนะกระแหนผม
"อ๊างงง จริงด้วย แล้วดูสิพาปลาอะไรไม่รู้ ไม่มีสีอื่นนอกจากสีขาว" น้องปลาเบอร์ 2 กระแนะกระแหนเธอ
เอ้อ ผมบ้าไปแล้ว
เวลาดำน้ำ(เรียกว่าดำก็ไม่ถูกเพราะ สนอกเกิ้ลเอง) เหมือนกรณีเธอเนี่ยไม่ได้ดำบ่อย
หน้าที่เราก็ต้องพาเธอไปดูตรงโน้นตรงนี้ นั่นปลาปักเป้านั่นปลานกแก้ว
นอกจากจะทำให้เธอรื่นเริงแล้ว =) ยังได้จับมือเธอด้วย แผนนี้แยบยลครับ ดูจริงใจยังไงไม่รู้

ตกกลางคืนเราก็มีงานเลี้ยงปกติตามประสาคนรักงานเลี้ยง บังกะโลหลังเดิม
ทะเลเดิมๆ ฟ้าก็ยังผืนเดิม แต่สิ่งที่แตกต่างไปคือ ไม่ต้องเดินคนเดียวที่ชายหาดอีกแล้ว
หลังงานเลิกผมออกมาเดินเล่นกับเธอ
"ดีจังเลยนะคืนนี้" ผมพูดลอยๆ
"ดีอะไรเหรอ"
"ก็ดีไง แบบว่า .... ช่างมันเถอะ ดาวสวยดีนะ เคยเห็นดาวตกป่ะ" พูดไม่ออก เลยเปลี่ยนเรื่องถามเธอ
"เคยเห็นตอนเด็กๆ นานนนมากแล้ว" เธอตอบพร้อมเงยหน้าแหงนมองฟ้า คืนนี้ดาวเกลื่อนฟ้า สวยจริงๆ
"แล้วหากเห็นจะขออะไร"
"บอกของตัวเองมาก่อน" เธอถามผมกลับ
"ไม่รู้สิ สิ่งที่ขอไปก็สมหวังแล้ว ขอไปอีก เดี๋ยวจะโดนหาว่าโลภ พระเจ้าจะลงโทษ"
สิ่งที่ผมขอประจำเวลาที่อยู่ที่นี่ เวลาที่แหงนมองฟ้าก็คือให้ผมได้เจอเธอนั่นละครับ

"สมมุติพระเจ้าใจดี บอกว่าให้ขอได้อีกข้อละ" ตอนนี้เราทั้งคู่หยุดเดิน มองดูฟ้าทั้งคู่
"......................" ผมเงียบ ก่อนที่จะพูดว่า
"งั้น...ขอให้คนที่เรารักอยู่กับเราตลอดไป"
ผมไม่รู้ว่าเราสองคนเงียบไปนานแค่ไหน รู้แต่ว่าเวลานั้น
ผมและเธอต่างก็แหงนมองฟ้าเหมือนต้องการจะหาดาวตกจริงๆ แล้วเธอก็กลบความเงียบนั้น

"คนที่พี่นัทรักเค้าไม่ไปไหนอีกแล้วละ เค้าก็อยากอยู่ไกล้คนที่เค้ารักเหมือนกัน"

ภาพที่สวยที่สุดในคืนนั้น คือภาพคนสองคนเดินจับมือกันไป
ทะเลเป็นที่ๆ ดีที่สุดสำหรับผม
แต่ทะเลที่มีเธอเนี่ยมันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด



จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 19 ก.ย. 45 ]


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:16:50:58 น.  

 
Image hosted by Photobucket.com

ตอนหน้า จบแล้ว ครับ .....

ขอให้ทุกคนมีความสุข กับความรักนะครับ


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 19 มกราคม 2549 เวลา:16:56:09 น.  

 
หวัดดีต้าร์ ตูไม่น่าเผลอไปอ่านเล้ย เลยทำให้อยากอ่านต่อเลยอะ

รีบเอามาลงสิฟระ เร็วๆ


โดย: nutto IP: 195.90.77.8 วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:13:29:36 น.  

 

คำตอบของข้อสงสัยต่างๆ มันอาจทำให้เรื่องของ

ผมและเธอที่เคยสร้างรอยยิ้มให้กับหลายๆคนหมดไป

บางทีชีวิตคนก็เหมือนนิยายจริงๆ ครับ

ถ้าคุณมองความรักในแง่ดี ก็ขอให้เรื่องของผมจบไว้เท่า
นั้น
อย่าได้อ่านต่อจากนี้เลย ผมเองยังอยากให้เวลาผมหยุด
แค่ตอนนั้น
และไม่อยากอ่านเรื่องราวต่อไปจากนี้เหมือนกัน

=================================

วันที่เธอพาผมไปหาแฟนเก่านั้น ในวันนั้นเธอยังไม่มีความ
รู้สึกพิเศษอะไรกับผม เธอรู้แต่เพียงว่า เธอคงรู้สึกดี
มากกว่าหากมีผมอยู่ข้างๆ ในตอนที่เธอร้องให้คนทั้งคู่เคย
คบกันสมัยเรียน แต่ฝ่ายชายเรียนจบและไปเรียนต่อเมือง
นอกและก็ไปมีคนใหม่ ทิ้งเธอไปตอนเธอเรียนปี 3 เธอ
พยายามทำใจอยู่หลายเดือน ผ่านไปเกือบปีฝ่ายโน้นเรียน
จบแล้วกลับมาขอคืนดี เธอเริ่มทำใจได้และปฏิเสธ
วันที่เธอพาผมไปหาก็เพื่อบอกว่า เธอไม่ได้คิดอะไรกับ
ฝ่ายโน้นแล้ว แต่ที่ร้องไห้ ก็เพราะความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้
กันบางส่วนยังคงอยู่ เธอเริ่มมองเห็นผมหลังจากวันนั้น แต่
ไม่แน่ใจว่าใช่ความรักหรือเปล่าและเธอกลัวจะต้องเสียใจ
อีกครั้ง

ในตอนที่เธอตัดสินใจไปเรียนต่อ ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอไม่
มั่นใจในตัวเธอเองและไม่มั่นใจในตัวผม รวมถึงทางบ้าน
ต้องการให้ไป ตอนแรกเธอยืนยันว่าจะไม่ไป
และรอให้โอกาสผม แต่ผมก็ปล่อยโอกาสนั้นไปอย่าง
เปล่าประโยชน์ด้วยการหนี

เธอตัดสินใจไปเพราะคำพูดของผมที่ไปบอกเธอว่าจะไปอยู่ภูเก็ต

คำตอบทั้งหมดนี้ผมได้มาจากไดอารี่ของเธอ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

จะมีสักกี่คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราแล้วยังคงติดอยู่ใน
ความทรงจำ จะมีสักกี่ความทรงจำที่ทุกครั้งที่คิดถึงก็ยังให้
รอยยิ้มแก่เราและจะมีสักกี่รอยยิ้มที่จะนำพาน้ำตามาด้วย
ทุกครั้ง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ปลายเดือนกรกฏาคม เธอจากผมไปอย่างไม่มีวันกลับ
เนื่องจากเธอประสบอุบัติเหตุ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เธอเคยพูดกับผมว่า หากมีใครสักคนต้องจากไป ผมจะ
เลือกใคร ผมตอบว่าผมขอเลือกไปเองดีกว่า เพื่อให้อีก
คนได้อยู่ต่อไป แต่เธอบอกว่า
เธอเลือกเป็นฝ่ายอยู่ เพราะคนที่อยู่ต้องทนรับรู้ถึงความ
เป็นไปทุกอย่าง ต้องทนผ่านวันคืนที่แสนเนิ่นนานเพียง
ลำพัง

ผมได้ไดอารี่ของเธอในงานวันสุดท้าย น้องเธออยากให้
ผมเก็บมันเอาไว้ ในบันทึกมีเรื่องราวของผม มีความฝัน
ของเธอ ประโยคสุดท้ายของเธอคือ

"เสาร์นี้นัดไปเที่ยว ตวจ กัน ต้องรีบเคลียร์งานให้เสร็จ =) "


วันนี้ผมเป็นฝ่ายอยู่ และใช้ชีวิตผ่านวันเวลาเพียงลำพังต่อ
ไป ผมมั่นใจว่าเธอไม่เคยจากไปไหน ยังคอยเฝ้ามองและ
ให้กำลังใจผมอยู่จากที่ไกลๆ เสมอ

================================


แก้ไขเมื่อ 20 ก.ย. 45 23:16:52

แก้ไขเมื่อ 20 ก.ย. 45 20:49:35

จากคุณ : อริสโตเติ้ล - [ 20 ก.ย. 45 19:10:59 ]

Image hosting by Photobucket


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:13:59:20 น.  

 
....จะมีสักกี่คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราแล้วยังคงติดอยู่ในความทรงจำ....

....จะมีสักกี่ความทรงจำที่ทุกครั้งที่คิดถึงก็ยังให้รอยยิ้มแก่เรา...

....และจะมีสักกี่รอยยิ้มที่จะนำพาน้ำตามาด้วยทุกครั้ง....."


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:14:12:43 น.  

 
น่ารักมาก น่ารักจริงๆ ทั้งสองคน
พยายามคิดถึงตัวเองเมื่อหนุ่มๆ ไม่มีอะไรสวีทเลย

คุณตาต้าร์ รีบนำมาลงต่อเดียวนี้ โปรดอย่าทรมานคนแก่เลยนะ

เขียนดีมาก ภาษาวัยรุ่น ชวนติดตามเห็นภาพ อินมากเลย
ขอให้ต้าร์สมหวังนะครับ


โดย: U2 IP: 61.90.184.202 วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:14:12:45 น.  

 
จบแล้ว นะ อ่านแล้วเป็นไง บ้าง
Comment ด้วยล่ะ ....

Image hosting by Photobucket


โดย: โขมงโฉงเฉง วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:15:59:24 น.  

 
ต้า ขอบใจนะที่ส่งมาให้อ่าน ยามที่เราเป็นแบบนี้
เราดีขึ้นแล้ว


โดย: นัน IP: 202.5.85.224 วันที่: 20 มกราคม 2549 เวลา:16:53:27 น.  

 
โหย...จบเศร้ามากๆ T__T แต่เค้าเขียนได้ดีมากๆ เลยค่ะ

อ่านคร่าวๆ ยังไมได้อ่านละเอียด แต่ขอบคุณมากที่เอามาให้อ่านค่ะ


โดย: เดอะ กั้ง IP: 58.9.43.189 วันที่: 21 มกราคม 2549 เวลา:16:05:59 น.  

 
ต้าร์ครับ
ชีวิตคนเรามันสั้นนัก เข้าทำนองทำวันนี้ให้ดี คิดดี ทำดี OK.

มีสิ่งที่รักเป็นทุกข์แบบนึง (ตอนที่รักเขาก็ทุกข์)
จากสิ่งที่รักก็เป็นทุกข์อีกแบบนึง (ตอนที่เขาจากไปก็ทุกข์)

อย่ากำหนดให้ชีวิตเรามีความทุกข์ตลอดไป มันไม่ยุติธรรมแก่ตัวเราเลย

ยังมีคนที่รักเราอีกมากมาย อย่าทำให้คนที่อยู่ที่เขารักเรามีความทุกข์อีกเลยครับ
กลับมาเป็นคนเดิมๆดีกว่าครับ


โดย: U2 IP: 61.90.184.202 วันที่: 23 มกราคม 2549 เวลา:12:16:41 น.  

 
ขอบคุณ ทุกคนเลย ที่ชอบนะครับ
ทุกคนอ่านแล้ว รู้สึกดี เราก็ดีใจ
ที่ดีใจ มากๆ อีกคือ ติดตาม และ คอย คอมเมนต์บล๊อกเรา
ขอบคุณสำหรับ มิตรภาพ ครับผม

Image hosting by Photobucket


โดย: ตาต้า IP: 58.10.143.100 วันที่: 23 มกราคม 2549 เวลา:18:00:25 น.  

 

เศร้ามากๆเลยค่ะ


โดย: epicky วันที่: 27 มกราคม 2549 เวลา:16:54:07 น.  

 

ได้อ่านตอนจบ ขนลุกวูบขึ้นมาเลยค่ะ...เศร้า มากกกกก

ทั้งๆที่ ตอนแรก นั่งอ่านไป ยิ้มไป ได้ตั้งนาน
ชีวิต คนเราก็ยังงี้ นะคะ มีสุข เศร้า เคล้ากันไป
ขอแค่ทำเวลาช่วงที่ยังมีชีวิต ให้มีรอยยิ้มเปื้อนหน้า ให้มากที่สุด -- ก็คงพอ


โดย: aon IP: 203.148.160.209 วันที่: 27 กรกฎาคม 2549 เวลา:16:00:15 น.  

 


โดย: tatar IP: 58.64.104.134 วันที่: 28 ตุลาคม 2549 เวลา:13:53:50 น.  

 
รู้อะไรหลายๆ อย่าง สิ่งที่ควรจะเป็น กับสิ่งที่เป็นบางครั้งมันแค่ขั่วครู่ แต่มันเเสนนาน ขอบคุณครับที่มีเรื่องดีๆๆให้อ่าน
#ชีวิต


โดย: OmeGa Ap IP: 223.206.251.171 วันที่: 24 กรกฎาคม 2557 เวลา:19:15:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

โขมงโฉงเฉง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ฉันอาจเป็นสายฝน เมื่อเธอร้อนใจ
อบอุ่นเหมือนไฟ เมื่อเธอเหน็บหนาว
อาจเป็นดนตรี กล่อมเธอเมื่อเหงา
อาจเป็นแสงดาว เมื่อเธอแหงนมอง...คิดถึงนะ

You're just too good to be true.
Can't take my eyes off of you.
You'd be like heaven to touch. I wanna
hold you so much. At long last love has arrived. And I thank God I'm alive. You're
just too good to be true. Can't take my
eyes off of you.Pardon the way that I stare. There's nothing else to compare. The sight of you leaves me weak. There are no words left to speak.
But if you feel like I feel. Please let me know
that it's real. You're just too good to be true.
Can't take my eyes off of you.
I need you baby, if it's quite all right,
I love you baby, you warm a lonely night. I love
you baby. Trust in me when I say It's OK: Oh pretty
baby, don't let me down I pray. Oh pretty
baby, now that I found you, stay. And let me
love you, oh baby let me love you, oh baby....


Friends' blogs
[Add โขมงโฉงเฉง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.