Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
2 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
Macarons with Salted Caramel Cream


 photo finish7_zpsfb4b3d73.jpg



อาทิตย์ที่ผ่านมา มีโอกาส ทำขนม 2 – 3 อย่าง สำหรับคุณพ่อบ้าน เอาไปที่ทำงาน .. มีมาการองใส้ครีมคาราเมลเค็ม - Salted Caramel Cream Macarons / เค้กมูสคาราเมลกาแฟ Coffee Caramel Mousse Cake / ทาร์ตกล้วย Banana-Cream Tarts ... แต่เสร็จทันแค่ 2 อย่างแรก 55 ... ทาร์ตกล้วย ยังนอนรอท้อปปิ้งอยู่ในตู้เย็น ... วันนี้ขอลงเรื่องราวมาการองไปก่อนนะคะ ... ครั้งต่อไป ค่อยต่อด้วย Coffee Caramel Mousse Cake สูตรอร่อย ... เค้กเยอะสิ่งหน่อย หลายขั้นตอนเลย ... มาดูวิธีทำมาการอง กันนะคะ 





 photo finish1_zpsc493fbf0.jpg



Slightly Adapted From:



//sweetsandloves.blogspot.com/2010/11/salted-caramel-macarons.html

(สูตรของ Pierre Hermé – Italian Method)





ส่วนผสม


A. Macaron Shells 


1. อัลม่อนด์ป่น 150 กรัม
2. น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม 
3. ไข่ขาวส่วนที่หนึ่ง 60 กรัม
4. ไข่ขาวส่วนที่สอง 60 กรัม 
5. น้ำตาลทราย 150 กรัม
6. น้ำเปล่า 40 กรัม 



B. Salted Caramel Cream 


1. น้ำตาลทรายส่วนที่หนึ่ง 50 กรัม
2. น้ำตาลทรายส่วนที่ 2 50 กรัม
3. วิปปิ้งครีม 165 กรัม 
4. เนยสดเค็มส่วนที่หนึ่ง 32 กรัม
5. เนยสดเค็มส่วนที่สอง อ่อนตัวที่อุณหภูมิห้อง 145 กรัม 



วิธีทำ 


A. Macaron Shells 

1. ร่อนน้ำตาลไอซิ่ง และ อัลม่อนด์ป่น ผสมให้เข้ากัน พักไว้ 

2. ผสมน้ำตาลและน้ำในหม้อซอสขนาดเล็ก นำไปตั้งไฟกลาง จนน้ำตาลละลาย ได้อุณหภูมิ 118 C

3. ขณะเดียวกันก็ตีไข่ขาวส่วนที่หนึ่ง 60 กรัม จนได้ยอดอ่อน รอไว้ 

4. เมื่อน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมได้ที่ ถึงอุณหภูมิ 118 C ยกลงจากเตา .... ค่อย ๆ รินเป็นสายต่อเนื่อง ลงผสมกับไข่ขาว มือหนึ่งริน มือหนึ่งตีน่ะค่ะ (พยามรินใส่ตรงกลางอ่างผสม น้ำเชื่อมจะได้ไม่จับเป็นเม็ดที่ขอบอ่าง) .. ช่วงแรกตีด้วยความเร็วต่ำ ตีไปซักครู่ ค่อยปรับสปีดการตีเป็นสูง ตีไปเรื่อย ๆ จนได้เมอร์แรงค์เนื้อข้น ขึ้นเงา และ ส่วนผสมเย็นดี ... สังเกตได้จากเวลาจับก้นอ่าง อ่างจะเย็น ลงที่อุณหภูมิปกติค่ะ (ประมาณ 7 - 8  นาที ... ฟังดูเหมือนนาน แต่เราลองจับเวลาแล้ว  ถ้าให้เย็นสนิท บางครั้งใช้เวลา 10 นาทีตามต้นสูตรว่าจริง ๆ ค่ะ หมายถึงตีด้วยหัวตีมือถือน่ะนะคะ)


5. ตีไข่ขาว ส่วนที่สอง 60 กรัม ให้แตกฟองดี เสร็จแล้วก็เทลงผสมกับส่วนผสมอัลม่อนด์ ... คนให้เข้ากันดี จะได้ส่วนผสมเปียก ๆ หนืด ๆ หน่อยค่ะ


6. แบ่งเมอร์แรงค์ ครั้งละ 1/3 ส่วน ลงผสมกับกับส่วนผสมอัลม่อนด์ ... ครั้งแรกผสมเร็ว ๆ หน่อยก็ได้ค่ะ ไม่ถึงกับต้องระวังมาก ... ให้เมอร์แรงซึมเข้าผสมกับส่วนผสมอัลม่อนด์ คลายความหนืด เห็นบางเว็บเค้าว่ากันอย่างนี้นะคะ ... เสร็จแล้วก็ตะล่อม ไข่ส่วนที่สอง 1/3 ส่วนลงผสม ตะล่อมให้เข้ากันดี ... ตามด้วยส่วนที่เหลือ 1/3 ... ตะล่อมจนได้ส่วนผสมผิวมัน ๆ ... ไหลหนืด ๆ เหมือนลาวา ... ทดสอบโดยการตักแบทเทอร์ด้วยพายยาง แล้วปล่อยให้แบทเทอร์ไหล ถ้าแบทเทอร์ไหลเอื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นสายริบบิ้นพับไป-มา ก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ 


7. แบ่งแบทเทอร์ใส่ถุงบีบ (หัวบีบกลม ขนาด ¼ นิ้ว เราว่ากำลังดีค่ะ) ... บีบแบทเทอร์ สับหว่างไปมา บนถาดอบ .. กระแทกถาด เบา ๆ ซัก 1 ครั้ง ด้วยค่ะ  เสร็จแล้วก็พักไว้ให้หน้าแห้ง .... ตามสูตรเค้าพักไว้ 25-30 นาที ... สำหรับเราใช้วิธี พักไว้ จนหน้าแห้งสนิทดี เวลาเอานิ้วแตะ ... ระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับ อากาศ แวดล้อมของแต่ละบ้านเนาะ 

**** เคยทดลองอบแบบที่หน้ายังไม่แห้งสนิท ... ได้มาการองหน้าแตกกระจายทุกครั้ง เลยค่ะ ... สำหรับเตาอบบ้านเราคงต้องถือหลักให้หน้าแห้งสนิท ถึงอบได้ ต่อไป 

*** ส่วนตัวเราพบว่าการกระแทกถาด ช่วยลดปัญหา มาการองแลบลิ้น หรือ ขาเอียง (ขายาวข้าง ข้าสั้นข้าง) ได้ 



8. พอหน้ามาการองแห้ง ก็อุ่นเตาอบ ไว้ที่ 284 F หรือ 140 C … เราอบที่อุณหภูมิต่ำหน่อยค่ะ ... ทำตามการทดลองมาการองแบบอิตาเลี่ยน ที่ทำไว้ครั้งแล้ว ... ใช้เวลาอบ 16 นาที ... นำถาดมาการอง มาพักให้เย็นลง บนตะแกรง ... แล้วค่อยแกะมาการองออกจากแผ่นรองอบ ค่ะ ... ถ้าวิธีทำถูกต้อง ได้ผล ... มาการองก็จะหลุดออกจากแผ่นรองอบง่าย ๆ อิอิ 





B. Salted Caramel Cream 


การทำคาราเมล ไม่ใช่เรื่องยาก และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยค่ะ ก่อนลงมือทำ คงต้องอ่านวิธีทำซัก 2 -3 รอบก่อนนะคะ ... เราไม่ได้ถ่ายภาพประกอบอย่างละเอียด แต่ก็จะพยายามอธิบายวิธีทำอย่างละเอียดตามที่เราทำค่ะ 


วิธีทำ 


1. อุ่นวิปปิ้งครีม ด้วยไฟอ่อน ไปหากลาง จนอุ่นเวลาเอานิ้วแตะ แต่ยังไม่เดือดนะคะ ... ปิดไฟ พักไว้ 

2. เอาน้ำตาล ส่วนที่หนึ่ง 50 กรัม ใส่หม้อซอสขนาดใหญ่ แบบมีด้ามจับ และพื้นที่ก้นเยอะ ๆ จะดีค่ะ ... นำไปตั้งไฟกลาง ๆ ปล่อยให้น้ำตาลละลาย ไม่ต้องคนอะไรเค้าค่ะ * ใช้เวลาอยู่นะคะ ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็น ๆ อย่าใจร้อนค่ะ 


3. เทน้ำตาลส่วนที่สอง 50 กรัม ลงช่วงกลางหม้อ ตั้งไฟไปซักครู่ พอน้ำตาลเริ่มละลาย ... ยกหม้อขึ้น กระดก ๆ หม้อ ให้ส่วนเม็ดน้ำตาลไหลเข้าส่วนที่ละลาย .. ถ้าพบว่าไฟเริ่มแรง น้ำตาลไหม้เร็วเกินไป ก็ลดลงไฟให้อ่อนลงค่ะ ... วางหม้อตั้งไฟต่อ ให้เม็ดน้ำตาลส่วนที่ละลายต่อไป ... ซักครู่ใหญ่ ยกหม้อ กระดก ๆ ให้ส่วนเม็ดน้ำตาลที่เหลือไหลเข้าส่วนที่เป็นน้ำอีกครั้ง ..   ช่วงนี้จะคนก็ได้ค่ะ พอน้ำตาลละลายดี ได้สีเหลืองอัมพัน เข้ม ๆ ... 

4. ลดไฟเตาเป็นอ่อน ... ใส่เนยส่วนที่หนึ่ง 32 กรัม ลงผสม คนอย่างรวดเร็ว ให้เนยละลายเข้าไปในเนื้อน้ำตาล แล้วค่อย ๆ รินครีมอุ่นลงผสมเป็นสาย ๆ ... มือหนึ่งก็คนผสมอย่างรวดเร็ว กันน้ำเชื่อมคาราเมลจับกันเป็นก้อน ต้มต่อไป จนได้ส่วนผสมข้น ทดสอบโดยจับการ ยกไม้พายที่ใช้คน แล้วใช้นิ้วปาดเนื้อคาราเมลหลังไม้พาย ถ้าเห็นเป็นรอยแยกชัดเจน ก็ใช้ได้แล้วค่ะ ... ตามสูตรเค้าบอกว่าให้ได้อุณหภูมิ 108 C … เราพบว่าวิธีนี้ไม่แน่นอน ... เพราะบางทีกว่าจะได้ที่อุณภูมินี้ เนื้อคาราเมลก็ข้น ไปทางไหม้ก็มี ... ทางที่ดี อาศัยวิธีแบบบ้าน ๆ เชื่อสัญชาติตัวเอง ดีที่สุดค่ะ 

5. เทคาราเมล ใส่อ่างแก้วสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เอาแผ่นพลาสติกคลุมหน้าคาราเมล โดยให้แผ่นพลาสติสัมผัสผิวคาราเมล เหมือนวิธีทำคัสตาร์ด ... เอาเข้าตู้เย็น พักไว้ให้เย็น ... หรือจะพักให้เย็นที่อุณภูมิห้องก็ได้ค่ะ เราเลือกวิธีหลัง พอเค้าเย็นดี เนื้อข้นขึ้น ก็ตีเนยส่วนที่ 2 ลงผสมเลย 


6. ตีเนยส่วนสอง 145 กรัม จนได้เป็นครีมเนียน ประมาณ 7-8 นาที แบ่งคาราเมล ½ ส่วน ลงผสม คนให้เข้ากัน ตามด้วยส่วนที่เหลือ คนให้เข้ากันดี ... หากพบว่าส่วนผสมค่อนข้างเหลว ให้เอาแผ่นพลาสสติกคลุมหน้าครีม โดยให้พลาสติกสัมผัสหน้าครีมคาราเมล เอาเข้าในตู้เย็น อีกซักครู่ใหญ่ ให้เนื้อครีมข้นขึ้น ... ก็นำออกมาหยอดเป็นใส้มาการอง ประกบคู่ ได้เลยค่ะ 





 photo finish4_zpse1bc883f.jpg


*
*
*



วิธีทำ

A. Macaron Shells



 photo 202_zps5d4b2469.jpg

1. ร่อนน้ำตาลไอซิ่ง และ อัลม่อนด์ป่น ผสมให้เข้ากัน พักไว้ 





 photo 207_zps2bf99ed7.jpg

2. ผสมน้ำตาลและน้ำในหม้อซอสขนาดเล็ก นำไปตั้งไฟกลาง จนน้ำตาลละลาย ได้อุณหภูมิ 118 C





 photo 210_zps2fae268d.jpg

3. ขณะเดียวกันก็ตีไข่ขาวส่วนที่หนึ่ง 60 กรัม จนได้ยอดอ่อน รอไว้ 





 photo 212_zpsda7734ad.jpg
 photo 217_zpsbfd92101.jpg

4. เมื่อน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมได้ที่ ถึงอุณหภูมิ 118 C ยกลงจากเตา .... ค่อย ๆ รินเป็นสายต่อเนื่อง ลงผสมกับไข่ขาว มือหนึ่งริน มือหนึ่งตีน่ะค่ะ (พยามรินใส่ตรงกลางอ่างผสม น้ำเชื่อมจะได้ไม่จับเป็นเม็ดที่ขอบอ่าง) .. ช่วงแรกตีด้วยความเร็วต่ำ ตีไปซักครู่ ค่อยปรับสปีดการตีเป็นสูง ตีไปเรื่อย ๆ จนได้เมอร์แรงค์เนื้อข้น ขึ้นเงา และ ส่วนผสมเย็นดี ... สังเกตได้จากเวลาจับก้นอ่าง อ่างจะเย็น ลงที่อุณหภูมิปกติค่ะ  (ประมาณ 7 - 8  นาที ... ฟังดูเหมือนนาน แต่เราลองจับเวลาแล้ว  ถ้าให้เย็นสนิท บางครั้งใช้เวลา 10 นาทีตามต้นสูตรว่าจริง ๆ ค่ะ หมายถึงตีด้วยหัวตีมือถือน่ะนะคะ)





 photo 218_zps26aabc14.jpg
 photo 220_zps8c9ad0b2.jpg

5. ตีไข่ขาว ส่วนที่สอง 60 กรัม ให้แตกฟองดี เสร็จแล้วก็เทลงผสมกับส่วนผสมอัลม่อนด์ ... คนให้เข้ากันดี จะได้ส่วนผสมเปียก ๆ หนืด ๆ หน่อยค่ะ





 photo 224_zpsb55da680.jpg
 photo 225_zpsdcd4e67c.jpg

6. แบ่งเมอร์แรงค์ ครั้งละ 1/3 ส่วน ลงผสมกับกับส่วนผสมอัลม่อนด์ ... ครั้งแรกผสมเร็ว ๆ หน่อยก็ได้ค่ะ ไม่ถึงกับต้องระวังมาก ... ให้เมอร์แรงซึมเข้าผสมกับส่วนผสมอัลม่อนด์ คลายความหนืด เห็นบางเว็บเค้าว่ากันอย่างนี้นะคะ ... เสร็จแล้วก็ตะล่อม ไข่ส่วนที่สอง 1/3 ส่วนลงผสม ตะล่อมให้เข้ากันดี ... ตามด้วยส่วนที่เหลือ 1/3 ... ตะล่อมจนได้ส่วนผสมผิวมัน ๆ ... ไหลหนืด ๆ เหมือนลาวา ... ทดสอบโดยการตักแบทเทอร์ด้วยพายยาง แล้วปล่อยให้แบทเทอร์ไหล ถ้าแบทเทอร์ไหลเอื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง เป็นสายริบบิ้นพับไป-มา ก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ 





 photo 230_zps974048b6.jpg
 photo 232_zps8c93a04d.jpg

แบบนี้ถือว่าได้ที่ พร้อมบีบค่ะ





 photo 238_zps85fc3c2d.jpg

7. แบ่งแบทเทอร์ใส่ถุงบีบ (หัวบีบกลม ขนาด ¼ นิ้ว เราว่ากำลังดีค่ะ) ... บีบแบทเทอร์ สับหว่างไปมา บนถาดอบ กระแทกถาด เบา ๆ ซัก 1 ครั้ง ด้วยค่ะ เสร็จก็พักไว้ให้หน้าแห้ง .... ตามสูตรเค้าพักไว้ 25-30 นาที ... สำหรับเราใช้วิธี พักไว้ จนหน้าแห้งสนิทดี เวลาเอานิ้วแตะ ... ระยะเวลาก็ขึ้นอยู่กับ อากาศ แวดล้อมของแต่ละบ้านเนาะ เคยทดลองอบแบบที่หน้ายังไม่แห้งสนิท ... ได้มาการองหน้าแตกกระจายทุกครั้ง เลยค่ะ ... สำหรับเตาอบบ้านเราคงต้องถือหลักให้หน้าแห้งสนิท ถึงอบได้ ต่อไป 


*** ส่วนตัวเราพบว่าการกระแทกถาด ช่วยลดปัญหา มาการองแลบลิ้น หรือ ขาเอียง (ขายาวข้าง ข้าสั้นข้าง) ได้ 



8. พอหน้ามาการองแห้ง ก็อุ่นเตาอบ ไว้ที่ 284 F หรือ 140 C … เราอบที่อุณหภูมิต่ำหน่อยค่ะ ... ทำตามการทดลองมาการองแบบอิตาเลี่ยน ที่ทำไว้ครั้งแล้ว ... ใช้เวลาอบ 16 นาที ... นำถาดมาการอง มาพักให้เย็นลง บนตะแกรง ... แล้วค่อยแกะมาการองออกจากแผ่นรองอบ ค่ะ ... ถ้าวิธีทำถูกต้อง ได้ผล ... มาการองก็จะหลุดออกจากแผ่นรองอบง่าย ๆ อิอิ 





B. Salted Caramel Cream


การทำคาราเมล ไม่ใช่เรื่องยาก และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยค่ะ ก่อนลงมือทำ คงต้องอ่านวิธีทำซัก 2 -3 รอบก่อนนะคะ ... เราไม่ได้ถ่ายภาพประกอบอย่างละเอียด แต่ก็จะพยายามอธิบายวิธีทำอย่างละเอียดตามที่เราทำค่ะ

(ปล. หม้อในภาพ ไม่เหมือนกัน เพราะทำหลายครั้ง เอามาตัดต่อกันอีกทีค่ะ แหะแหะ)




วิธีทำ



 photo 277_zpsd162083e.jpg

1. อุ่นวิปปิ้งครีม ด้วยไฟอ่อน ไปหากลาง จนอุ่นเวลาเอานิ้วแตะ แต่ยังไม่เดือดนะคะ ... ปิดไฟ พักไว้ 





 photo 286_zps6fefff52.jpg

2. เอาน้ำตาล ส่วนที่หนึ่ง 50 กรัม ใส่หม้อซอสขนาดใหญ่ แบบมีด้ามจับ และพื้นที่ก้นเยอะ ๆ จะดีค่ะ ... นำไปตั้งไฟกลาง ๆ ปล่อยให้น้ำตาลละลาย ไม่ต้องคนอะไรเค้าค่ะ * ใช้เวลาอยู่นะคะ ขั้นตอนนี้ต้องใจเย็น ๆ อย่าใจร้อนค่ะ 





 photo 289_zps755b0506.jpg
 photo 153_zps2602ea62.jpg

3. เทน้ำตาลส่วนที่สอง 50 กรัม ลงช่วงกลางหม้อ ตั้งไฟไปซักครู่ พอน้ำตาลเริ่มละลาย ... ยกหม้อขึ้น กระดก ๆ หม้อ ให้ส่วนเม็ดน้ำตาลไหลเข้าส่วนที่ละลาย .. ถ้าพบว่าไฟเริ่มแรง น้ำตาลไหม้เร็วเกินไป ก็ลดลงไฟให้อ่อนลงค่ะ ... วางหม้อตั้งไฟต่อ ให้เม็ดน้ำตาลส่วนที่เหลือละลายต่อไป ... ซักครู่ใหญ่ ยกหม้อ กระดก ๆ ให้ส่วนเม็ดน้ำตาลที่เหลือไหลเข้าส่วนที่เป็นน้ำอีกครั้ง    ช่วงนี้จะคนก็ได้ค่ะ พอน้ำตาลละลายดี ได้สีเหลืองอัมพัน เข้ม ๆ ... 






 photo 157_zps4070fe13.jpg

4. ลดไฟเตาเป็นอ่อน ... ใส่เนยส่วนที่หนึ่ง 32 กรัม ลงผสม คนอย่างรวดเร็ว ให้เนยละลายเข้าไปในเนื้อน้ำตาล แล้วค่อย ๆ รินครีมอุ่นลงผสมเป็นสาย ๆ ... มือหนึ่งก็คนผสมอย่างรวดเร็ว กันน้ำเชื่อมคาราเมลจับกันเป็นก้อน ต้มต่อไป จนได้ส่วนผสมข้น ทดสอบโดยจับการ ยกไม้พายที่ใช้คน แล้วใช้นิ้วปาดเนื้อคาราเมลหลังไม้พาย ถ้าเห็นเป็นรอยแยกชัดเจน ก็ใช้ได้แล้วค่ะ ... ตามสูตรเค้าบอกว่าให้ได้อุณหภูมิ 108 C … เราพบว่าวิธีนี้ไม่แน่นอน ... เพราะบางทีกว่าจะได้ที่อุณภูมินี้ เนื้อคาราเมลก็ข้น ไปทางไหม้ก็มี ... ทางที่ดี อาศัยวิธีแบบบ้าน ๆ เชื่อสัญชาติตัวเอง ดีที่สุดค่ะ 





 photo 159_zps592e0e97.jpg

คาราเมลที่ได้ ประมาณนี้ค่ะ




5. เทคาราเมล ใส่อ่างแก้วสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เอาแผ่นพลาสติกคลุมหน้าคาราเมล โดยให้แผ่นพลาสติสัมผัสผิวคาราเมล เหมือนวิธีทำคัสตาร์ด ... เอาเข้าตู้เย็น พักไว้ให้เย็น ... หรือจะพักให้เย็นที่อุณภูมิห้องก็ได้ค่ะ เราเลือกวิธีหลัง พอเค้าเย็นดี เนื้อข้นขึ้น ก็ตีเนยส่วนที่ 2 ลงผสมเลย 



6. ตีเนยส่วนสอง 145 กรัม จนได้เป็นครีมเนียน ประมาณ 7-8 นาที แบ่งคาราเมล ½ ส่วน ลงผสม คนให้เข้ากัน ตามด้วยส่วนที่เหลือ คนให้เข้ากันดี ... หากพบว่าส่วนผสมค่อนข้างเหลว ให้เอาแผ่นพลาสสติกคลุมหน้าครีม โดยให้พลาสติกสัมผัสหน้าครีมคาราเมล เอาเข้าในตู้เย็น อีกซักครู่ใหญ่ ให้เนื้อครีมข้นขึ้น ... ก็นำออกมาหยอดเป็นใส้มาการอง ประกบคู่ ได้เลยค่ะ 






 photo finish2_zps3e75c532.jpg





 photo finish3_zps686c2217.jpg


คาราเมลหวาน ๆ เค็ม ๆ ... พอผสมกับบัตเตอร์ครีม จะได้ใส้เบา ๆ ขึ้น อร่อย ๆ ฟิน ๆ อย่างที่ว่าจริง ๆ ค่ะ ... ทำเอง อร่อยเองเช่นเคย อิอิ  ... (เกือบลืม ในส่วนของลายบนมาการอง เราใช้วิธี ละลายกาแฟผง (Instant Coffee) กับน้ำเย็น แบบเข้มข้น หน่อยค่ะ  แต่ไม่ถึงกับเหนียวมากหรอกนะคะ ทดสอบลองวาดดูก่อน เสร็จแล้วก็ใช้แปรงตวัดเล้ย อิอิ) 

----------


ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่แวะมานะคะ ... มีเวลาดี ๆ กัน ... 
(พบกันครั้งหน้า คงได้รีวิว Coffee Caramel Mousse Cake 
ตามภาพข้างบนอีกทีค่ะ)






 photo finish5_zpsf0152d4f.jpg




Create Date : 02 ตุลาคม 2557
Last Update : 15 เมษายน 2558 7:25:06 น. 34 comments
Counter : 6935 Pageviews.

 
สวยงามมากค่ะคุณฉวี รอชมสูตรมูสเค้กนะคะ มีความสุขมาก ๆค่ะ


โดย: function IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:11:38:13 น.  

 
สวยงามน่ารัก น่าทานมากๆเลยค่ะ ทำลายเก๋ดีค่ะ
เจ้าขนมชนิดนี้มันน่ารักนะคะ เห็นกี่ทีก้อไม่เบื่อเลย


โดย: touch the sky วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:13:25:06 น.  

 
มาแล้ว รองเจิมรายที่สาม ฮี่ๆ

ปราณีตสวยงามมากๆค่ะ แอบปริ้นท์ recipe เก็บไว้แล้ว
แต่คงต้องรอๆๆวันขยันค่ะ อุปกรณ์มีครบยกเว้นผงอัลมอนด์
คุณพ่อบ้านแม่หวีโชคดีที่สุด มีของดีๆไปฝากเพื่อนที่ทำงานเสมอๆ
ของเราเวลามีมีทติ้งที่ฮีต้องแชร์ขนมกับกาแฟ นู่นเลยค่ะ
แวะร้านเบเกอรี่เองก่อนถึงที่ทำงาน งิงิ อายจัง


วันนี้ขอเก็บเสื้อผ้ายัดใส่ถุงปุ๋ย เอ๊ย เก็บของ เตรียมเดินทาง
พรุ่งนี้เช้าค่ะ เค้าว่าหนาว อาจมีหิมะลงด้วย บ้าแล้ว
จะไปเดินป่าดูต้นไม้ ป่านนี้ควเหลือแต่กิ่ง
ถือโอกาสฝากบ้านไว้สามสี่วันนะคะ แฮร่


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
Tristy Food Blog ดู Blog

Happy Weekend จ้า


โดย: anigia วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:20:15:54 น.  

 
ขนมน่าทานมากๆอีกแล้วค่ะพี่ฉวี ลวดลายก็เก๋ๆๆ
ดูสวยแตกต่างจากที่เคยเห็นค่ะ
ลายแบบนี้ดูอาร์ตดีนะคะ
Macarons เป็นขนมที่คิดว่าชาตินี้คงทำกับเค้าไม่ได้แน่ๆค่ะ
มีความรู้สึกว่ายากเหลือเกินค่ะ
ไม่สามารถจริงๆค่ะ อิอิ
ฝีมือพี่ฉวีสุดยอดจริงๆ

ดึกๆย่องมาอีกรอบค่ะ




โดย: mambymam วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:21:14:39 น.  

 
Function - ขอบคุณคุณอั๋นมาก ๆ เลยค่ะ ที่แวะมา ... happy weekend นะคะ


โดย: Tristy วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:21:34:43 น.  

 
มาการอง สีขาว สวยเท่ห์ น่ามองจนเกือบลืมว่าทานได้ด้วย
ลายเก๋เข้ากั๊นเข้ากัน ลายสบัดพู่กันเดียว...ฝีมือสุดๆไปเลย
เพื่อนๆที่ทำงานของคนข้างๆคงชอบถูกใจ ชื่นชมคุณฉวี
เราก็แอบปลื้มไปด้วยค่ะ ฝีมือคนไทยเก่งนะคร้า...

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tristy Food Blog

ปล. ขอขอบคุณมากด้วยค่ะ ที่ร่วมส่งน้องโรสสู่สวรรค์
ดีใจจังค่ะ ที่เราเข้าใจอารมณ์คนรักสัตว์เลี้ยงด้วยกัน
ตอนนี้หายเศร้าแล้วคร้า...มีแค่คิดถึงกันเป็นระยะๆ


โดย: Tui Laksi วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:22:24:12 น.  

 
โหวต Food blog ให้เลยครับพี่

มาการองเจ้าดังโรงแรม 6 ดาวแถวบ้านผม
ยังทำออกมาสวยสู้ที่พี่ฉวีทำไม่ได้เลยครับ
อันนี้กล้าพูดเลย
เพราะมาดามก็ซื้อมาให้ทานอยู่ครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:23:28:30 น.  

 
โหวตให้เมนูเก๋ๆค่ะพี่ฉวี


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tristy Food Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น





โดย: mambymam วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:0:04:19 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ฉวี




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:6:35:51 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณฉวี

วันนี้พี่มีเวลาเลยแว้บมาทักทายคุณฉวีทางนี้บ้างค่ะ

โห! ขนมน่าทานมากที่สุดเลยค่ะ
พี่น่ะอยากทำเป็นบ้างจัง พี่หาเวลาอยู่นะคะนี่
บางที่ไม่ว่าอะไรๆไม่อำนวยเอาวะเลย
พี่เลยต้องร้องเพลงรอๆไปก่อนค่ะ

คุณฉวีมีความสุขมากๆนะคะ


โดย: tanjira วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:9:43:28 น.  

 
น่าทานจังครับ เข้ามาบล็อกนี้เหมือนเสพงานศิลป์ไปด้วยอ่ะ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:13:56:31 น.  

 
ผมเคยผ่านความรู้สึกนั้นมาแล้วครับพี่ฉวี
เคยนึกว่าตัวเองเจ๋งที่สุดในโลก 555
อยากเปลี่ยนโลก

สุดท้ายถึงได้รู้ว่าตัวเรานี่เล็กจ้อยมากๆ

การหายไปของเรา
ไม่ได้ทำให้โลกสะท้านสะเทือนอะไรเลยด้วยซ้ำครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:14:10:58 น.  

 
ขนมน่ากินอีกแล้วค่ะน้องฉวี
แต่วันนี้หมดตัวค่ะ
ไหน ๆ มาแล้วขอชิมก่อน
ค่อยมาส่งกำลังใจทีหลังค่ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:19:07:47 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ฉวี ดีใจที่พี่ชอบเพลงที่บล็อกนะคะ
เพลงนั้นเมื่อก่อนดังจริงๆด้วย
แอบขำตัวอิโมที่พี่เลือก น่ารักดีค่ะ อิอิ
ขอบคุณอีกครั้งนะคะ จุ๊บๆๆ



โดย: mambymam วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:20:01:46 น.  

 
สวัสดีค่า ^^

มาชิมมาการองค่า
น่าทานมากไม่เคยเห็นหน้าตากับสีแบบนี้เลย
น่าทานสุดๆค่ะ

ขอบคุณสำหรับวิธีทำค่า



โดย: lovereason วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:22:21:38 น.  

 
สวยงามเพอร์เฟกต์มากค่ะ
อยากทำขนมและอาหารได้เนี้ยบแบบนี้บ้างจัง


โดย: ALDI วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:22:55:12 น.  

 
แวะมาชมขนมหวานมีชื่อ ฝีมือเยี่ยมของ จขบ.อีกครั้งคร้า
อยากได้ชิมผ่านบล๊อกได้ด้วยจัง คริ คริ

ราตรีสวัสดิ์จากประเทศไทยคร้า


โดย: Tui Laksi วันที่: 4 ตุลาคม 2557 เวลา:0:00:02 น.  

 
มาการองน่ากินดีครับ ผมไม่เคยกิน แต่ได้ยินมาว่าหวานน่าดู เท่าที่ดูจากวิธีการทำก็น่าจะหวานอยู่^^

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 ตุลาคม 2557 เวลา:0:13:54 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ฉวี




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 ตุลาคม 2557 เวลา:6:42:27 น.  

 
images by free.in.th
ระลึกถึงเสมอค่ะคุณฉวี


โดย: เกศสุริยง วันที่: 4 ตุลาคม 2557 เวลา:8:00:44 น.  

 
สวยน่ากินตามเคยค่ะน้องฉวี

พี่เห็นด้วยเรื่องการทำคาราเมล เพราะถ้ามัวไปพะวงกับอุณหภูมิน้ำตาลมากเกินไป ทำให้ลุกลนจนบางทีมันเสียไปเลย
สู้ใช้การสังเกตุเอาเองไม่ได้ ทั้งนี้ คิดว่าอาจจะเป็นที่เวลาทำคาราเมล ที่เช็คอุณหภูมิมันจับยากเพราะปริมาณน้ำตาลในหม้อมันค่อนข้างน้อยด้วยหรือเปล่า โอกาสเพี้ยนเลยสูง

เห็นแล้วอยากกิน (ไม่อยากทำนั่นเอง)


โดย: secreate วันที่: 4 ตุลาคม 2557 เวลา:21:15:03 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ฉวี




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 ตุลาคม 2557 เวลา:6:34:46 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับพี่ฉวี

เห็นหลายบ้านเค้ามีลูก 2 คน 3 คน 4 คน
ผมไม่เคยอิจฉาเลยครับ 555

คือรู้ตัวเลยว่ามีคนเดียวนี่ล่ะครับ พอแล้ว
ตารางชีวิตเริ่มลงตัวแล้ว

ถ้ามีอีกคนเหนื่อยกว่านี้หลายเท่าเลยครับ
เพราะผมเลี้ยงกันเองทุกขั้นตอน ไม่มีใครช่วย ไม่มีฝากใครเลี้ยง

แค่ลำพังนั่งสอนการบ้านในตอนนี้ก็มึนแล้วครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 ตุลาคม 2557 เวลา:8:01:23 น.  

 
สวัสดีเช้าวันหยุดจากทางนี้ค่ะน้องฉวี
มาส่งกำลังใจให้ขนมน่าหยิบน่าทานค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tristy Food Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 5 ตุลาคม 2557 เวลา:8:15:42 น.  

 
ฝีมือขนาดน้องฉวี กับขนมยากๆ ขั้นตอนเยอะ ๆ ยังปราบมาหมด
หนมปังนี่เป็นเรื่องจิ๊บๆ มากค่ะ

มาคารองยากกว่า 10 เท่านะค้า


โดย: secreate วันที่: 5 ตุลาคม 2557 เวลา:12:36:53 น.  

 
สาวกคนเลิฟของหวาน ขอบอกว่า อยากชิมมากถึงมากที่สุดค่า
นู๋แบบชอบคาราเมล มันหอมหวานมัน
ตั้งแต่ออกเจมา นู๋ทานเค้กไปหลายชิ้นเลยค่า
ส่วนมาการองก็เลิฟมาก แต่พี่ที่รู้จักกันบอกว่าเป็นขนมปราบเซียนนะคะ
ดูวิธีเหมือนไม่ยาก แต่จะให้ออกมาชิ้นสวยเด้งแบบพี่ฉวี
ต้องฝีมือจริงๆค่า


โดย: prizella วันที่: 5 ตุลาคม 2557 เวลา:21:58:08 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่ฉวี




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:6:25:11 น.  

 
อยากลองอันนี้ค่าพี่ฉวี ชอบอะไรที่เป็นรสนี้จังเลยค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:8:14:53 น.  

 
โห สอนทำมาการองด้วย เคยได้ยินเค้าว่ากันว่ามันเป็นขนมที่ทำยากที่สุดจริงมั้ยครับ

ซื้อกินดีกว่าชาตินี้ให้ฝึกทำก็คงทำไม่เป็น ไร้พรสวรรค์ อิอิ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
กาบริเอล Travel Blog ดู Blog
พรไม้หอม Health Blog ดู Blog
Tristy Food Blog ดู Blog


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:14:49:55 น.  

 
กี้ดดดด


สวยงามน่ากัดเป็นที่สุดค่ะพี่ฉวี
2-3 วันมานี้หนึ่งก็ทำแบบอิตาเลียน พังหมดเลย
สงสัยไข่ขาวข้ามปีจะตายไปแล้ว เลยเหลวไปหน่อย
เห็นพี่ฉวีทำทำอยากทำๆๆๆสวๆแบบนี้ๆ


โดย: AdrenalineRush วันที่: 7 ตุลาคม 2557 เวลา:13:51:19 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ฉวี มาแอบดูเมนูใหม่อีกแล้วค่ะ อิอิ





โดย: mambymam วันที่: 7 ตุลาคม 2557 เวลา:19:13:15 น.  

 
สวัสดียามค่ำจากเมืองไทยค่ะ
ดอกฮอลลี่ฮอค เป็นไม้ที่เอาใจยาก เลี้ยงยากเหมือนกันค่ะ
เบื่อตอนที่เพลี้ยลงด้วย เกาะกันเต็มต้นไปหมด
เห็นคนที่เค้าปลูกงามๆแล้วอยากรู้จังเลยว่าเค้าเลี้ยงยังงัย
ทางเหนือของเมืองไทยปลูกกันเยอะมากค่ะ ปลูกเป็นแปลงสวยงาม
ทางนู้นอากาศเย็น ฮอลลี่ฮอคชอบนะคะ


ขอบคุณที่พี่แวะไปค่ะ น่ารักจริงๆเลย
ขอบคุณที่พี่ชอบเพลงที่บล็อกด้วยค่ะ เเพลงโปรดเลยค่ะเพลงนั้น
ปล.ไว้จะแว่บมาเมียงมอง เผื่อจะมีเมนูใหม่ให้ชิมนะคะ
อิอิ




โดย: mambymam วันที่: 8 ตุลาคม 2557 เวลา:20:23:09 น.  

 
อ่าน ภาระกิจ "กบกินเดือน" ของแม่หวีก็ฮาจริงๆ
เหมือนเราก็พยายามนะคะ จันทร์แดงครั้งสุดท้ายของปีเนี่ย
แต่ตื่น 6 โมง วุ่นๆ กับสองหนุ่มไป รร ก็ หมดอารมณ์หากล้องแล้ว
จริงๆพ่อบ้านก็เมียงมองหาเหมือนกัน คิดว่าตื่นสายไป หรือต้นเมเปิ้ลสูงๆหลังบ้านบังก็ไม่แน่ใจค่ะ

สรุปดูข่าวทางทีวีเอา นั่น มั๊ยล่ะ

ขอบคุณที่แวะไปเที่ยวป่าด้วยกันจ้า
เราก็เดิมๆ บล็อกช่วงฟอลล์ ห้ามพลาดทีเดียวนะคะเดินป่าเนี่ย อิอิ



โดย: anigia วันที่: 8 ตุลาคม 2557 เวลา:21:52:27 น.  

 
น่าทานมากครับ ..
เป็นต่อ 9 ตุลาคม 2557


โดย: T-H-F-C วันที่: 9 ตุลาคม 2557 เวลา:15:51:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Tristy
Location :
.... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1209 คน [?]







มือที่หย่อนเป็นเหตุให้เกิดความยากจน แต่มือที่ขยันขันแข็ง กระทำให้มั่งคั่ง

สุภาษิต 10 : 4



แผนงานของคนขยันขันแข็ง นำสู่ความอุดมสมบูรณ์แน่นอน แต่ทุกคนที่เร่งร้อน ก็มาสู่ความขัดสนเท่านั้น

สุภาษิต 21 : 5


* สุภาษิตจาก “พระคัมภีร์ไบเบิ้ล”



Some Blogs – Click on Each Image for Recipe or Information



Baby Shower Cake



Hand Painted Fondant Cake



Graduation Cake



50 States Birthday Cake



Choc-Espresso Layer Cake



Congratulations Cake



Strawberry Shortcake



Charlotte Royale Cake



Chocolate Gingerbread Yule Log



Orange Cake Rolls



Pumpkin Cake Rolls



Peach Cupcakes



Coconut Cake



Coffee Caramel Mouuse Cake



Apple Sharlotka



Mocha Cake Rolls



Ube Puto



Carrot Cake



Rasberry Madeleines



A Birthday Cake



A Birthday Cake



Macarons (Ladurée Recipe)



Macarons with Salted Caramel Cream



Macarons with Italian Meringue



Pâte à Choux with Streusel



Meringue Mushrooms



Chocolate-Nut Filled Biscotti



Dried-Fruit Biscotti



Poppyseed–Orange Scones



Cinnamon Sugar Scone



Lady Fingers



Spiral Apple Bread



Carrot Appale Breads



Farthing Biscuits



Rich Fudge Brownies



Spinach and Cheddar Tart



Pear Frangipane Tart



Egg Bread – A Korean Street Food



Choc - Banana Bread



Berry Lemonade Bars



Magic Custard Cake



Chocolate and Hazelnut Bread



Strawberry Mousse Cakes



Le Fraisier



Coconut & Mixed Berries



White Chocolate Yogurt Mousse



B-Caraibe



Pumpkin Mousse Cake



Opera w/ Lacquer Glaze



Coffee Genoese



Chocolate Espresso Dacquoise



Mini Dome Cakes



Green Tea Pound Cake



Marion's Raised Waffles



Éclair



Soft Sweet Bread



Mix Berry Tarts



Mini Domes



โมจิ



กะหรี่ปั๊บ



บัวลอยงาดำน้ำขิง



ข้าวมันดอกอัญชัน



เค้กโมจิชาเขียว ถั่วแดง



Perfect Party Cake



Crepe Cake



Taiwanese Pineapple Cake



Mango Mousse Cake



Raspberry Mousse Cake



Lamington Cake



Japanese Strawberry Shortcake



Lemon Mirror Cake



Dobos Torte



No - Bake Fruit Cake



Orange Cake in Lady - Finger Ring



เค้กมะพร้าวอ่อน



Strawberry Bavarian Cake



Red Berry Cake



Green Tea Mousse Cake



Chocolate Mousse Cake



Chocolate Pumpkin Cake



Strawberry Jam



Challah Bread



Delicate Mint Thins



Snowflake Cookies



Parisian Fruit Tarts



Vanilla Crème Brûlée



New York Style Bagels



Waffle Cups



Sour Cream Pancakes



ลอดช่องน้ำกะทิ



ขนมทองเอก



ใส้กรอกอีสาน



น้ำจิ้มลูกชิ้น



ลูกชิ้นเด้งกรุบกรอบ



ข้าวมันไก่



น้ำจิ้มสุกี้



หมูยอ



น้ำพริกอ่อง



สาระน่ารู้เรื่องเครื่องเทศ



ข้าวขาหมู



ข้าวมัน ส้มตำไทย ไก่ฝอย



Fresh Spring Rolls



Lemon Spinach Pesto



Malaysian Pork and Beef Jerky



Korean Spicy Chicken Wings


Friends' blogs
[Add Tristy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.