ใช้ชีวิตให้สนุกกับทุกวัน
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
27 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
Rome ดินแดนในฝัน

Ciao...Rome
เหตุผลที่โรมเป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางมาเที่ยวครั้งนี้ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นดินแดนที่ทุกคนทั่วโลกรู้จัก มีสถานที่ที่โรแมนติก หรือแม้แต่กระทั่งมีหนังหลายเรื่องไปถ่ายทำและอ้างอิงถึง อย่างเรื่อง Gladiator จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ตัดสินใจมาที่นี่ โรมเป็นเมืองที่มีสถานที่มากมายให้เที่ยวชม การเดินทางก็สะดวกสบาย สามารถไปได้ทั่วโรมโดยใช้บริการ เมโทร (Metro)

การเดินทางครั้งนี้ เริ่มต้นจากนั่งรถไฟเที่ยว 3 ทุ่มจาก ซูริค โดยมาถึงโรมประมาณเกือบ 9 โมงเช้า อย่างแรกเลยก็หาซื้อตั๋ว Roma pass ซะก่อน เพราะว่าเราต้องเที่ยวที่นี่หลายวัน เป็นบัตรมหัศจรรย์พร้อมแผนที่ สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ฟรีหลายที่ แถมไม่ต้องรอต่อแถวซื้อบัตรด้วย และที่สำคัญนั่งรถเมลล์ฟรีด้วย แนะนำว่าให้หาซื้อก่อนเลย หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่พักเพื่อเก็บสัมภาระ ยังไม่ได้เดินทางไปไหนเลย ปัญหาก็เกิดซะแล้ว เพราะที่พักที่เราจองไว้เกิดมีปัญหาซ่อมแซม เค้าก็เลยพาเราไปพักอีกที่หนึ่ง ซึ่งเราก็ชอบนะ เพราะว่าห้องใหญ่ สวย และใกล้กับที่ที่เราจองไว้ โดยเค้าให้เราพักที่นี่หนึ่งคืน แล้วพรุ่งนี้ก็ย้ายกลับไปที่เดิม เอาของเก็บเรียบร้อยแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปเที่ยวกันเลย


เดินทางไปเที่ยวชม Vatican city แต่วันที่ไปมีฝนตกเล็กน้อย ช่วงที่ไปประมาณ ปลายมกราคม แต่เราเตรียมพร้อมเสมอ พกร่มไปด้วย นครวาติกันถือว่ามีฐานะเป็นประเทศประเทศหนึ่ง ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 500 คน ซึ่งส่วนใหญ่คือคนที่ทำงานอยู่ที่คริสตจักร และทหารรักษาการณ์ประจำนครวาติกัน เป็นทหารรับจ้างชาวสวิส วาติกันจะมีแสตมป์และไปรษณีย์เป็นของตัวเอง พอไปถึงก็ต้องต่อแถวเพื่อตรวจค้นกระเป๋า และจะเห็นว่ามีเสา โอบิลิสก์ Obelisk ตั้งอยู่ด้านหน้า ก่อนจะเข้าชม Basilica S.Pietro หรือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ซึ่งเป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ว่ากันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลกคริสตจักรด้วย ครั้งแรกที่เห็นรู้สึกอึ้งไปเลย เพราะว่าใหญ่และสวยงามมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลย แล้วต่อด้วย Musei Vaticani เป็นที่เก็บและแสดงวัตถุที่ทางศาสนจักรสะสมไว้ อีกทั้งด้านในพิพิธภัณฑ์ยังมี Cappella Sistina หรือ Sistine Chapel ความสวยงามอยู่ที่การตกแต่งภายในบนเพดานและข้างฝา เป็นการเขียนของไมเคิล แองเจโลและศิลปินอีกหลายคน ภาพที่โดเด่นคือ Creation of man ที่พระเจ้ากับมนุษย์ยื่นมือเข้าหากัน แต่ไม้ได้สัมผัสกัน (ถ้าจำไม่ผิด ห้ามถ่ายรูปที่ห้องนี้ แต่ก็แอบเห็นหลายคนมีหลากหลายวิธีในการแอบถ่าย แต่เราไม่ได้ถ่ายหรอก ไม่กล้าอ่ะ แล้วเราก็ใช้เวลาที่นี่สักพัก เราก็เดินออกไปยัง Castel Sant Angelo โดยใช้เส้นทาง Via della Conciliazione โดยตลอดเส้นทางเราก็จะเห็นมีทั้งของ hand made และรูปภาพขายอีกด้วย


เริ่มต้นวันที่สองที่ Colosseum ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของโรมและจัดได้ว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่งที่ทุกคนจะต้องนึกถึงเมื่อพูดถึง โรม เราเดินทางไปชมโดยเมโทร ไปลงที่สถานี Colosseo เลย พอเดินขึ้นจากสถานีก็จะเห็น Colosseum ที่เราเคยเห็นในหนังตั้งอยู่ด้านหน้า พร้อมกับผู้คนอีกมากมาย ที่นี่จะมีคนแต่งตัวแบบทหารโรมันเหมือนในหนัง Gladiator ที่ใส่ชุดเกราะมายืนให้นักท่องเที่ยวที่สนใจเดินเข้าไปถ่ายรูปด้วย แต่ว่าต้องเสียตังค์นะ มีทหารชุดเกราะคนหนึ่งเดินเข้ามาทักเรา แบบว่าคงอยากให้เราถ่ายรูปกับชุดเกราะเค้ามั้ง ถามว่าเรามาจากไหน เราก็ตอบไปว่า Thailand เค้าก็บอกว่า เค้ารู้จักนะ เค้าเคยไปมาที่ พัฒพงษ์อ่ะ(รู้สึกว่าเค้าทำหน้าแปลกๆ)เค้าชอบ เราก็แบบว่า งงแล้วก็ยิ้มแหยๆ (แบบว่าไม่รู้ว่าเค้าหมายความว่าไง ก็หวังว่าจะในแง่ดีนะ) แล้วเราก็เดินไปอีกด้าน จะเห็น Colosseum ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ถ่ายรูปจากด้านนอกเสร็จ เราก็เดินเข้าไปชมด้านใน ตอนนี้แหละที่เราจะเห็นประโยชน์ของ Roma pass เพราเดินเข้าไปที่ทางเข้าของบัตร(VIP)นี้ได้เลย แอบเห็นคนรอต่อแถวซื้อบัตรเข้าชมยาวมาก พอเข้าไปด้านในก็รู้สึกว่า ไม่เป็นเหมือนที่เราคิด อาจจะเป็นเพราะว่าเราเคยดูในหนังแล้ว แต่พอของจริงกลับกลายเป็นอย่างที่เห็น เลยรู้สึกว่าชอบดูจากด้านนอกมากกว่านะ ส่วนด้านนอกก็จะมี อะไรให้ดูอีกไม่ว่าจะเป็น Palatino, Arco di Tito, Arco di Costantino


ไม่ไกลจาก Colosseum มากนัก ก็จะมีอนุสรณ์สถาน Monumento A Vittorio Emanuele II เราเดินไปโดยใช้เส้นทาง Via del Fori Imperiali ซึ่งเรารู้สึกชอบทางเส้นนี้มาก เนื่องจากว่าไม่ค่อยมีรถ แล้วถนนก็กว้าง ผู้คนก็เดินกันแบบสบายๆ รู้สึกเหมือนเดินเล่นเพราะว่าไม่ได้เร่งรีบอะไร ใช้เวลาในการเดินประมาณ 20 นาที ระหว่างทาง แอบซื้อเกาลัดกินด้วย อากาศเย็นๆ กินเกาลัดร้อนๆ อร่อยดีนะ พอไปถึงก็ถ่ายรูปด้านล่างนิดหน่อย แล้วเราก็เดินขึ้นไปชมทัศนียภาพด้านบน โดยใช้ลิฟท์ ค่าขึ้นน่าจะ 3 ยูโรนะ ด้านบนลมพัดค่อนข้างแรง แต่จะบอกว่ามุมนั้น มองไปได้ทั่วโรม แล้วก็สวยมากๆเลยหล่ะ แต่แอบเสียวกับความสูงอยู่นะ พอเต็มอิ่มกับวิว ทิวทัศน์แล้ว เราก็ลงมา แล้วก็เดินต่อไปอีกนิดเพื่อไปชม Campidoglio ตอนเราไปถึงก็มืดแล้วหล่ะ เลยได้ชมความงามตอนกลางคืน แล้วก็กลับไปถ่ายรูปที่ โคลอสเซียม กับแสงไฟอีกรอบ


วันที่สามเริ่มที่ Piazza del Popolo โดยลงที่สถานี Flaminio ซึ่งที่จตุรัสนี้ จะเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านและรถอีกเพียบ เราเดินผ่านที่จตรัสนี้ไปยัง Trinita del Monti หรือ Spenish steps ด้านหน้าของบันไดสเปนก็จะมี น้ำพุบาร์คัสเซีย (Fontana della Barcaccia หรือ Barcaccia fountain)ตั้งอยู่ มีทั้งนักท่องเที่ยวและเจ้าถิ่น นั่งกันอยู่เพื่อมารับแสงแดดของเช้าวันนี้ แล้วก็มาช็อปปิ้งด้วย เพราะว่าที่นี่เป็นอีกแห่งที่มีแหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนม มีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา ของร้านยี่ห้อดัง ตั้งอยู่บนถนน Via Condotti



เดินตามหาน้ำพุ Trevi หรือ Fontana di Trevi ซึ่งก็ใช้แผนที่ที่มีอยู่ บอกได้เลยว่าที่มีเป็นไฮไลท์สำหรับนักท่องเที่ยว เพราะทุกคนจะมาที่นี่เพื่อโยนเหรียญลงที่น้ำพุเทรวี่ เพื่อจะได้มีโอกาสกลับมาเที่ยวที่โรมอีกครั้ง (ใครที่มีคนเดียวครั้งนี้ ก็หวังว่าจะกลับมาอีกครั้งกับคู่รักนะ) ยิ่งบรรยากาศตอนกลางคืนนะ แสงไฟก็สวย บรรยากาศดี โรแมนติกมาก ถ้าได้มาเที่ยวที่นี่กับใครบางคน


มุ่งหน้าสู่ Pantheon ซึ่งดูจากภายนอกก็ดูธรรมดานะ ก็เหมือนโบสถ์ทั่วๆไป แต่พอเดินเข้าไป ก็จะได้พบกับความสวยงาม อาจจะเป็นเพราะว่าแสงจากด้านบนที่ส่องลงมา และความสำคัญของที่นี่ คือเป็นที่ฝังพระศพของพระเจ้าวิกเตอร์ เอมมานูเอลที่ 2 และราฟาเอลชื่อดังก้องโลกอีกด้วย อีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดถ้ามาเที่ยวที่โรม


และที่นี่ Piazza Navona ซึ่งเป็นลานกว้างมีน้ำพุ และมีเหล่าศิลปินมากมายมานั่งวาดรูป เป็นอีกที่สำหรับนั่งยามเย็น นั่งจิบกาแฟ ฟังเสียงเพลง และชมบรรยากาศสบายๆ อยู่ริมฝั่งด้านขวาของแม่น้ำไทเบอร์ (Tevere or Tiber) ตรงกลาง Piazza Navona มีน้ำพุแห่งแม่น้ำ (Fountain of the Rivers)


We'll never know till we try




Create Date : 27 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 18 ธันวาคม 2554 16:55:06 น. 0 comments
Counter : 1431 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ปากกากับกาแฟ
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com
Friends' blogs
[Add ปากกากับกาแฟ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.