space
space
space
<<
กรกฏาคม 2564
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
space
space
23 กรกฏาคม 2564
space
space
space

เจลาโต้ กับ ไอศกรีม ต่างกันอย่างไร

 เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมร้านไอศกรีมบางที่ถึงเรียกตัวเองว่าเป็น “เจลาโต้” (Gelato) ? ทั้งที่หน้าตาก็ไม่ต่างจากไอศกรีมธรรมดาเลยสักนิดหากมองเพียงผิวเผิน ครั้งนี้แอดมินจะมาตอบคำถามคาใจเหล่าไอศกรีมเลิฟเวอร์ พร้อมมาแชร์สาระน่ารู้คู่ไอศกรีมให้เพื่อนๆ ได้รู้กันนะคะ อย่ารอช้ารีบคว้าไอศกรีมรสโปรดและอ่านบทความกันเพลินๆ เลย

เปิดประวัติน่ารู้ของ “ไอศกรีม”
แม้จะไม่มีหลักฐานบันทึกไว้ชัดเจนว่า ต้นกำเนิดแรกเริ่มของไอศกรีมมีที่มาจากไหน แต่เชื่อกันว่าไอศกรีมสูตรแรกๆ ของโลกเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาการทำอาหารชนิดหนึ่งของชาวจีนโบราณ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชาง (ประมาณ 2,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช) ประกอบด้วยน้ำนมสัตว์ เช่น วัว ควาย แกะ มาผสมกับ แป้ง การบูร จากนั้นนำมาอัดใส่แท่ง ซึ่งแน่นอนว่าอาหารที่มีกรรมวิธีสลับซับซ้อน ตลอดจนวัตถุดิบหายากแบบนี้ต้องสงวนไว้กับชนชั้นสูงเท่านั้น เช่นเดียวกับ ชาวกรีก-โรมันโบราณที่ค้นพบวิธีการเรียบง่ายอย่างการนำเกล็ดปุยหิมะมาเพิ่มรสชาติด้วยน้ำผึ้งและน้ำหวานดอกไม้ จนเป็นของหวานสุดโปรดของ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และจักรพรรดิเนโร

การเดินทางของไอศกรีมจากยุคโบราณ เริ่มชัดเจนยิ่งขึ่นราวศตวรรษที่ 13 เมื่อ นักสำรวจชาวเวนิส มาร์โกโปโล ได้ผจญภัยไปยังเส้นทางสายไหมและได้นำกรรมวิธีการทำหวานเย็นของชาวจีนกลับมาเผยแพร่ในทวีปยุโรป จนกระทั่งราวปี ค.ศ. 1686 Francesco Procopio dei Coltelli เชฟชาวซิซิเลียน จากอิตาลี ได้มาเปิดร้าน Café Procope ในกรุงปารีสและนำเสนอ สูตร “เจลาโต้” (Gelato) ฉบับทำมือสุดละเมียดละไมสู่เหล่าชนชั้นสูงฝรั่งเศสในยุคนั้นให้ได้มาสัมผัสกับความหวานเย็นน่าพิสมัย นอกจากนั้นชาวฝรั่งเศสยังเป็นผู้คิดค้นเครื่องทำไอศกรีมแบบ “Fromage” ซึ่งตีอากาศเข้าไปในเนื้อไอศกรีมเพื่อเพิ่มความเนียนนุ่มยิ่งขึ้น

กว่าไอศกรีมจะกลายมาเป็นของหวานที่ใครๆ ก็สามารถลิ้มลองได้ ต้องรอจนถึงคริสตศตวรรษที่ 19 หรือช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้เกิดเทคโนโลยีสมัยใหม่และเครื่องทุ่นแรง อย่างเครื่องจักรผลิตไอศกรีมขึ้นมา ทำให้ผู้คนได้มีโอกาสดื่มด่ำความหอมหวานได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น นับเป็นจุดเปลี่ยนของไอศกรีมสมัยใหม่ซึ่งมีที่มาจากการคิดค้นของหวานสำหรับราชสำนักและชนชั้นสูง สู่ความหอมหวานที่สัมผัสได้ทั่วทุกที่บนท้องถนนอย่างในปัจจุบันค่ะ

เจลาโต้ กับ ไอศกรีม ต่างกันอย่างไร?
ไอศกรีมแบบอเมริกัน ต้นตำรับความหอมหวานน่าลิ้มลอง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าไอศกรีมแบบอเมริกัน (American ice cream) นั้นถือเป็นพิมพ์นิยมของไอศกรีมทั่วโลกเลยก็ว่าได้ค่ะ ด้วยจุดเด่นตรงความหอมหวานจากปริมาณไขมันในเนื้อไอศกรีมที่มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 10% และไข่แดง นอกจากนั้นยังมีปริมาณอากาศในเนื้อไอศกรีมอยู่ราว 50% ค่ะ จึงทำให้ไอศกรีมแบบอเมริกันมีเนื้อสัมผัสบางเบา แต่ขณะเดียวกันก็ละลายง่ายเช่นกัน

เล่ากันว่าชาวอเมริกันนำสูตรไอศกรีมของชาวฝรั่งเศสมาดัดแปลงเป็นสูตรของตัวเอง และรู้จักไอศกรีมมาตั้งแต่สมัยปลายสมัยคริตศตวรรษที่ 18 จนถึงต้นศตวรรษที่ 19 โดยมีประธานาธิบดีคนที่ 3 แห่งสหรัฐอเมริกา Thomas Jefferson เป็นผู้ทำให้ไอศกรีมแพร่หลายในสังคมอเมริกัน แม้ว่าขณะนั้นการทานไอศกรีมจะถือว่าเป็นสิ่งหรูหราราคาแพงก็ตามค่ะ ปัจจุบัน ไอศกรีมแบบอเมริกันมีมากมายหลายรูปแบบมากๆ และนี่เป็นจุดเด่นและลักษณะของของไอศกรีมแบบอเมริกันค่ะ

จุดเด่นของไอศกรีมแบบอเมริกัน
- มีรสชาติและหน้าตาหลากหลาย
- ใช้ไข่แดงเป็นส่วนผสมได้
- มีปริมาณไขมันอย่างน้อย 10%
- เนื้อสัมผัสข้นเป็นเกล็ดน้ำแข็งกว่า
- มีปริมาณอากาศได้มากถึง 50%
- มีสัดส่วน น้ำตาล และไขมันสูงกว่า
- เก็บเสิร์ฟที่อุณหภูมิ -12°C องศาเซลเซียส

เจลาโต้: ไอศกรีมอิตาเลียนที่ไม่เลี่ยน
ในยุโรป อิตาลี เป็นประเทศอันดับแรกๆ ที่ได้สัมผัสรสชาติแปลกใหม่ของไอศกรีมมายาวนานกว่าหลายร้อยปี และสามารถย้อนกลับไปไกลถึงสมัยการออกเดินทางสำรวจเส้นทางสายไหมของ มาร์โกโปโล ที่นำสูตรการทำไอศกรีมของชาวจีนแผ่นดินใหญ่มาเผยแพร่สู่อิตาลีและยุโรป อย่างไรก็ตามผู้ที่ได้เครดิตในฐานะผู้คิดค้น เจลาโต้แบบมีรสชาติคือ Cosimo Ruggieri นักเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งคิดค้นสูตร Fior di Latte หรือ ไอศกรีมทำจากนม เพื่อมอบให้แก่ตระกูลขุนนางเก่าแก่แห่งอิตาลี

ในภาษาอิตาเลียน Gelato แปลตรงตัวว่า “แช่แข็ง” (Frozen) และใช้เรียกไอศกรีมทั่วไป อย่างไรก็ตามไอศกรีมแบบชาวอิตาเลียนมีจุดแตกต่างจากไอศกรีมทั่วไปอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส รสชาติ จนถึงขั้นตอนการทำค่ะ หากเทียบกับไอศกรีมแบบอเมริกัน เจลาโต้ เน้นปริมาณนมมากกว่าครีม นอกจากนั้นยังมีอากาศอยู่ราว 25-30% มีไขมันน้อย จึงทำให้เจลาโต้มีเนื้อสัมผัสเนียนละมุนมากกว่าไอศกรีม ที่สำคัญคือเจลาโต้เป็นไอศกรีมที่เน้นวัตถุดิบสดใหม่และมักปราศจากสารปรุงแต่งหรือวัตถุกันเสียอีกด้วยค่ะ เหมาะกับสายหวานที่ใส่ใจสุขภาพมากๆ

จุดเด่นของเจลาโต้
- มีรสชาติและหน้าตาคลาสสิค
- ไม่นิยมใช้ไข่แดงเป็นส่วนผสม
- มีปริมาณไขมันอย่างต่ำ 5-7%
- เนื้อสัมผัสนุ่มเนียนละมุน
- มีปริมาณอากาศราว 25-30%
- มีสัดส่วน น้ำตาลและไขมันน้อยกว่า
- เก็บเสิร์ฟที่อุณหภูมิ - 9°C องศาเซลเซียส

โห... ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าไอศรีมกับเจลาโต้จะมีลักษณะแตกต่างกันขนาดนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไร คนที่หลงใหลไอศกรีมเป็นชีวิตจิตใจอย่างแอดมินก็อดรักพี่เสียดายน้อง ต้องขอเก็บทั้งไอศกรีมและเจลาโต้ไว้ในใจอยู่ดีค่ะ

ดู เจลาโต้ กับ ไอศกรีม ต่างกันอย่างไร >> ที่นี่




Create Date : 23 กรกฎาคม 2564
Last Update : 23 กรกฎาคม 2564 17:15:47 น. 0 comments
Counter : 169 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 4351664
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 4351664's blog to your web]
space
space
space
space
space