Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 

วิทยาศาสตร์คืออะไร

วิทยาศาสตร์คืออะไร

วิทยาศาสตร์เป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของธรรมชาติหรือเรื่องที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ มนุษย์พยายามหาคำตอบในสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นการศึกษาอย่างมีกระบวนการ เช่นสิ่งมีชีวิตนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรมีความสัมพันธ์กับอะไรบ้าง และเราจะเอามาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่การศึกษาทางวิทยาศาสตร์จะให้คำตอบที่ถูกต้องและสรุปว่าเราจะเอาสิ่งนั้นไปใช้ประโยชน์ได้อย่างไรเราจะอนุรักษ์สิ่งนั้นโดยวิธีใดได้บ้าง เมื่อหาข้อเท็จจริงได้แล้วก็สามารถสรุปเป็นข้อเท็จจริง และเป็นทฤษฎีในที่สุด

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือวิธีการค้นคว้าหาความรู้อย่างเป็นระบบมีวิธีการกระทำมีขั้นตอนชัดเจน เช่นสังเกตุ รู้ถึงปัญหา ทดลอง และสรุปเป็นข้อเท็จจริงในที่สุด

การศึกษาวิทยาศาสตร์มีองค์ประกอบดังนี้

1กระบวนการ(Process)คือวิธีกระทำโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์ เช่นสังเกตุ ตั้งสมมุติฐานทดลองเพื่อหาคำตอบในสมมุติฐานนั้น สรุปออกมาเป็นข้อเท็จจริง หรือทฤษฎี
2 ความรู้
(Knowledge)เป็นผลที่เกิดจากกระบวนการที่มนุษย์ได้ทำขึ้น เป็นข้อเท็จจริง(Fact)หลักการ (Principle) แนวคิด(Concept) สมมติฐาน (Hypothesis) ทฤษฎี(Theory) กฎ (Law)

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือกระบวนการที่จะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ประกอบไปด้วย

1ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ผู้ที่ศึกษาวิทยาศาสตร์ควรมีทักษะดังนี้(ทักษะพื้นฐาน)

1.1 ทักษะการสังเกต

1.2 ทักษะการวัด

1.3 ทักษะการคำนวณ

1.4 ทักษะการจัดหมวดหมู่หรือการจำแนก

1.5 ทักษะในการหาความสัมพันธ์

1.6 ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล

1.7 ทักษะการจัดทำและสื่อความหมายจากข้อมูล

1.8 ทักษะการทำนาย

และในระดับที่สูงขึ้นไปต้องมีทักษะเพิ่มเติมดังนี้

1.9 ทักษะการตั้งสมมุติฐาน

1.10 ทักษะกำหนดการนิยามเชิงปฎิบัติการณ์

1.11 ทักษะการควบคุมตัวแปรในการทดลอง

1.12 ทักษะการทดลอง

1.13 ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป

2ระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์คือการทำงานอย่างมีระบบเพื่อสืบค้นความจริง

2.1 การสังเกต

2.2 การกำหนดปัญหา

2.3 การตั้งสมมุติฐานคือการคาดคะเนคำตอบจากปัญหาอย่างมีหลักเกณฑ์ ไม่มั่ว

2.4 ออกแบบการทดลองและทำการทดลองเพื่อหาคำตอบ โดยใช้สมมุติฐานเป็นแนวทาง (แต่อาจไม่เป็นตาม
สมมุติฐานก็ได้)

2.5 สรุปผลการทดลอง(อาจทดลองหลายครั้งเพื่อความถูกต้อง)อย่างมีเหตุผล

3 เจตนคคิทางวิทยาศาสตร์เป็นคุณลักษณะของบุคคลที่จะมีพฤติกรรม ออกมาแล้วมีผลต่อความสำเร็จของงาน
ทางวิทยาศาสตร์ลักษณะที่จะพบความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ควรจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้คือ

1ความช่างสังเกต โดยใช้ประสาททั้ง 5 (ตา หู จมูก ลิ้น ผิวกาย)และพิจารณาอย่างระเอียดถี่ถ้วน ในการ
พิจารณาไม่ทำเป็นรู้ไปก่อนเช่นเห็นแวบเดียวก็ทำเป็นฉลาดว่าตนเองรู้แล้วทั้งที่ยังไม่ดูให้ดีเลยว่า
เหมือนกับที่เรารู้มาหรือเปล่า

2ช่างสงสัย ต้องเป็นคนที่สังเกตุเก่งมาก่อนถึงจะมีข้อสงสัยได้ถ้าใช้ตาดูก็ต้องดูอย่างพินิจพิจารณาอย่าง
ถ้วนถี่ เมื่อสังเกตดีก็เห็นข้อแตกต่างให้สงสัยอย่าเอาความรู้เดิมมาตัดสินในสิ่งที่ตัวเองสงสัยในทันที

3เป็นคนมีเหตุผล ต้องคิดเสมอว่าเมื่อมีผลมันต้องมีเหตุเกิดขึ้นและเมื่อมีเหตุเกิดมันต้องมีผลตามมาเสมอ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยการเนรมิตได้(ทั้งวิทยาศาสตร์และทางสังคมมนุษย์ด้วย)

4เป็นคนมีความพยายาม นักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดเป็นคนมีความอดทนและมความพยายามเอาใจใส่กับงาน
ทดลองของตนเองอย่างต่อเนื่องไม่ทิ้งงานระหว่างทำงานอยู่

วิทยาศาสตร์เป็นความรู้ที่ว่าด้วยเรื่องของธรรมชาติทุกชนิดในโลกนี้ดังนั้นการศึกษาถึงธรรมชาติ ดังนั้นเวลาที่เราทำการศึกษาเรื่องวิทยาศาสตร์จึงเท่ากับเราศึกษาตัวเราเองสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา การรู้แจ้งในวิชาวิทยาศาสตร์จึงนำไปแก้ปัญหาต่าง ๆได้อย่างดี ดังนั้นการศึกษาวิชานี้จึงต้องตั้งใจอย่างเต็มที่และคิดอย่างตรงไปตรงมา




 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2556
0 comments
Last Update : 21 พฤษภาคม 2556 23:12:35 น.
Counter : 7611 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


จามรี
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add จามรี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.