-----==(< สักกี่คนจะหา.......ความรู้และความจริง >)==------
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
31 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 

ไปงานหนังสือ เมื่อวันก่อน...

ไปงานหนังสือ เมื่อวันก่อน ได้หนังสือ ”The Last Secret of the Temple”



The Last Secret of the Temple

หรือ ชื่อไทยคือ ความลับของมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ ของ Paul Sussman เนื้อเรื่องอิงเรื่องจริง ที่ผู้แต่งอ้างว่า เนื้อหาเกี่ยวข้องกับนวนิยายเรื่อง The Da Vinci Code ซื้อมา 300 บาท ซึ่งถ้าซื้อฉบับอังกฤษคงได้ถูกกว่านี้ แต่ร้านเค้ามีแต่ภาษาไทย - * - ก็ตัดใจซื้อมา อิอิ
เนื้อหาเกี่ยวกับ ความลับที่ถูกปิดบังไว้ ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ นั่นคือ เยรูซาเล็ม และ เรื่องราวของนักสืบซึ่งเป็นตัวละครในยุคปัจจุบัน ซึ่งผู้แต่งเป็นนักโบราณคดีและนักข่าว

พูดถึงหนังสือนวนิยายอิงเรื่องจริง แนวประวัติศาสตร์ + ศาสนา ก็มีหนังสือหลายเรื่องที่น่าสนใจ เช่น นวนิยาย”The Da Vinci Code”


The Da Vinci Code

ของ Dan Brown หรือ รหัสลับดาวินชี เราชอบที่มีการอิงหลักฐานบางส่วนหรือการที่ผู้แต่งชี้ ปมที่น่าสงสัยจากงานศิลปะของ ดาวินชี่นั่นเอง

เรื่องนี้ โด่งดังเนื่องจากการวางโครงเรื่องและกลวิธีการประพันธ์ ผ่านการถอดรหัสจากภาพเขียนศิลปะชิ้นเยี่ยม ที่กล่าวถึง “ความลับที่ถูกปกปิด” โดยมีพระศาสนจักรคาทอลิกและกรุงวาติกัน พยายามปกปิดมิให้ผู้คนรับรู้เรื่องราวที่ “สูญหายไป” เพื่อรักษาศรัทธาและอำนาจของตนเอง ให้คงอยู่ต่อไปในโลกปัจจุบัน
พูดถึงเรื่อง The da vinci code ก็นึกถึงคดีฟ้องร้องซึ่งผู้แต่ง ”The Holy Blood and the Holy Grail”



The Holy Blood and the Holy Grail

ซึ่งมี 3 ท่านคือ Michael Baigent, Richard Leigh, and Henry Lincoln ได้ฟ้องร้อง Dan Brown เนื่องจากพล็อตเรื่องที่คล้ายกันมาก แต่เรื่องนี้เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ล้วนที่ ผู้แต่งใช้เวลาศึกษาประวัติศาสตร์ + เดินทางหลายประเทศเพื่อหาหลักฐานข้อมูล ทั้งสิ้น 4 ปี !!! แต่คดีก็ถูกยกฟ้องไป .... ถ้าใครต้องการหลักฐานเพียวๆ ก็แนะนำหนังสือเล่มนี้เลยจ้า


กะจาเล่าแค่หนังสือเล่มเดียวคือ The last secret.. ที่เราซื้อมา ก็มีลากยาวมาเลย เพราะ ล้วนเป็นหนังสือที่ถ้าใครชอบเล่มหนึ่งในนี้ ก็จาชอบเล่มอื่นๆ ตามมาด้วย และเรากำลังจะมีไว้ในครอบครอง อิอิ




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2550
9 comments
Last Update : 31 ตุลาคม 2550 18:24:39 น.
Counter : 811 Pageviews.

 

อยากอ่านเล่มแรกก็เล่มสุดท้ายนี้เลยค่ะ

 

โดย: หัวใจสีชมพู 31 ตุลาคม 2550 23:43:54 น.  

 

เห็นแว่บๆที่บูทสนพ.นกฮูกอยู่เหมือนกัน แต่ตามอ่านของแดน บราวน์มากไปหน่อย จนเอียนแนวนี้แล้วง่า จะว่าไป ยังดองรหัสลับรัสปูตินกับรหัสลับลาสซปเปอร์อยู่ในกล่องเลยนี่หว่า อ๊ะ เดอะ ลาสต์ เทมปา (จำชื่อไม่ค่อยได้แล้ว) อีกเล่ม ยิ่งนึกยิ่งเยอะแฮะ แย่ล่ะสิ

 

โดย: Wayamin 1 พฤศจิกายน 2550 14:02:38 น.  

 

เล่มสุดท้าย น่าอยากอ่านนะ

 

โดย: None of it 2 พฤศจิกายน 2550 9:53:50 น.  

 

หนังสือน่าสนใจ แนวประวัติศาสตร์นี่ยิ่งอ่านยิ่งอยากอ่านต่อเนื่องไปเล่มอื่นๆ

 

โดย: Aisha 2 พฤศจิกายน 2550 18:56:19 น.  

 

สวัสดีครับคุณ สเนโก้ ผมแวะเข้ามาเชิญชวนคุณ สเนโก้ เข้ามาขีดเขียนความนัยบนกระดานในฝันที่ blog ครับ ผมหวังความคุณ สเนโก้ จะกรุณานะครับ(หนังสือน่าอ่านมากครับแถมยังเป็นเนื้อเรื่องแนวเดียวกันด้วยนะครับ)

 

โดย: veerar 3 พฤศจิกายน 2550 11:11:37 น.  

 

สงสัยว่า สีโป๊วเนื้อไม้ มันทำให้เรียบยังไงหรอ อิอิ ไม่เคยทำงานด้นไม้น่ะค่ะ

คือพอทาสีโป๊ว แล้วก็ใช้กระดาษทรายขัด ทำไมไม่ใช้กระดาษทรายขัดไปเลยล่ะค่ะ

โดย: สเนโก้ วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:22:23 น.


สวัสดีครับคุณสเนโก้ ขอบคุณที่แวะเข้ามาขีดเขียนบนกระดานที่ผมเตรียมไว้ ขอให้คุณสเนโก้มีความสุขในวันทำงานที่จะมาถึงในวันพรุ่งนี้นะครับ (สีโป้วเนื้อไม้ใช้ในการทำให้งานไม้ดูเรียบร้อยครับ ลักษณะของสีโป้วเนื้อไม้จะคล้ายกับปูนพลาสเตอร์หรือดินเหนียว เราจะใช้หยอดหรือแปะลงในวัสดุที่เป็นรอยร้าวหรือเป็นหลุมทำให้งานเรียบ และการใช้กระดาษทรายมาขัดเพื่อให้สีโป้วเนื้อไม้มีพื้นผิวราบเรียบเป็นชิ้นเดียวกับเนื้อวัสดุครับ และที่ต้องใช้กระดาษทรายขัดไปเลยเพราะจะได้ไปถึงขอนแก่นครับ คริ คริ)

 

โดย: veerar 4 พฤศจิกายน 2550 20:19:50 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณสเนโก้... ขอบคุณที่แวะไปทักทายที่บล็อคเรานะคะ
เพลงที่เปิดในบล็อคเป็นเพลงโปรดเราเอง ชื่อเพลง boku no basho ของวงญี่ปุ่นที่ชอบ ชื่อวง kannivalism ค่ะ เราชอบเพลงของพวกเค้ามากๆ เลย...
รูปของเรียว เจ้าของเสียงร้องค่ะ ^^

 

โดย: devilsosleep 5 พฤศจิกายน 2550 20:16:16 น.  

 

สวัสดีครับคุณสเนโก้ ผมขอขอบคุณที่แวะเข้ามาอีกครั้งครับ ตอนนีผมกำลังนั่งมองตราสัญลักษณ์ของ blog ขอคุณสเนโก้ อยู่ครับสวยมากเลย

 

โดย: veerar 5 พฤศจิกายน 2550 22:21:40 น.  

 

สลาม ค่ะ


When praying, don't give Allah instructions -- just report for duty.
หมายถึงเมื่อเราขอดุอาอฺ ให้เราทำหน้าที่ผู้ขอ อย่าได้แนะนำพระองค์ (เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่าสิ่งไหนดีที่สุดสำหรับเรา)

ส่วนหัวข้อบทความแปลยังไง ลมหนาวยังหาทางแปลไม่ได้เลยค่ะ คิคิ

(เอามาแปะ ) ^^

ส่วนเนื้อหาข้างบนเดี๋ยวลมหนาว มาอ่านอีกทีนะ อินชาอัลลอฮฺ

 

โดย: ลมหนาวกับดาวเดือน 5 พฤศจิกายน 2550 22:34:48 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Valentine's Month


 
สเนโก้
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยากคุยกับทุกคน ทักมาน่ะค่ะ


==> My Web
==> ดูเวลาละหมาดของพื้นที่คุณ
Friends' blogs
[Add สเนโก้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.