สถานีย่อย www.carabao2524.com ..ร ว ม พ ล ฅ น ค า ร า บ า ว..
คาราบาว ตำนานที่ยังมีลมหายใจ

ถ้าพูดถึงวงดนตรีเพื่อชีวิต ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยไม่มีใครที่ไม่รู้จักวงดนตรี คาราบาว
เพราะเสียงเพลงที่ผ่านวันเวลามานับ 20 กว่าปี ทำให้คาราบาว สามารถเข้าถึงผู้คน ตั้งแต่
เด็กเล็กๆ ไปจนถึง วัยผู้ใหญ่ ต่างก็มิอาจปฏิเสธได้ว่า บทเพลงของคาราบาว
เข้าไปอยู่ในหัวใจและสายเลือดของหลายๆคน

ปี 2524 การเริ่มต้นของตำนานคาราบาว เป็นชื่อวงดนตรีไทยที่ตั้งขึ้นโดยนักศึกษา 3 คน
ซึ่งทั้งหมดได้ไปศึกษาต่อกันที่ มหาวิทยาลัย มาปัวร์ ประเทศฟิลิปปินส์
ซึ่งต่างคนก็ต่างรักในการเล่นดนตรีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้มีการรวมตัวกันและตั้งวงดนตรีที่ใช้ชื่อว่า คาราบาว โดยมีสมาชิกเริ่มต้น คือ 1.ยืนยง โอภากุล ( แอ๊ด )2.กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร ( เขียว ) 3.สานิตย์ ลิ่มศิลา ( ไข่ )
โดยได้รวมตัวกันเล่นกันตามผับต่างๆ และขึ้นวันการจัดงานต่างๆของมหาวิทยาลัย ซึ่งส่วนมากจะเล่นเพลงสากล มากกว่าเพลงไทย

ที่มาของ ชื่อ คาราบาวเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า คาราบาว แปลว่า ควาย ซึ่งเอามาจากภาษา ตากาล๊อค ซึ่งเป็นภาษาพื้นเมืองของชาวฟิลิปปินส์ แต่ที่มาของชื่อว่า คาราบาว
คือ มีวันหนึ่งที่แอ๊ด คาราบาว ได้ไปที่อนุเสาวรีย์ คาราบาว จีเนียส ซึ่งคนฟิลิปปินส์ จะนับถือ หรือ ศรัทธา ควาย
เพราะเห็นว่า ควายเป็นสัตว์ ที่ใช้แรงงาน มีความสำคัญต่อประเทศ แต่กลับมามองถึงคนไทย ที่มองว่าควาย หมายถึงสิ่งที่โง่เง่า ใช่แต่แรงงาน

ซึ่งทำให้ แอ๊ด คาราบาว นำเก็บมาคิด และเกิดไอเดียในการตั้งชื่อ คารบาว ขึ้นมา วงล้อแห่งตำนานเริ่มเคลื่อนที่
เมื่อทั้ง 3คน จบการศึกษา ก็เดินทางกลับมาเมืองไทย ต่างก็เข้าทำงานประจำตามที่ทุกคนถนัด
แต่ก็ไม่ได้ทิ้งในเรื่องของดนตรี หลังจากที่การเล่มตามงานนักศึกษาและคลับบางแห่ง คาราบาว
จึงคิดที่จะนำผลงานของตนเองสู่ท้องตลาด

โดยขายผลงานของให้กับต้นสังกัด คือ พีค๊อค ในชุด ขี้เมา ซึ่งก่อนหน้านี้ แอ๊ด คาราบาว
ก็มีประสบการในเรื่องของการทำเทป โดยเข้าไปมีส่วนร่วมในชุด ปักษ์ใต้บ้านเรา ของวงดนตรี แฮมเมอร์
ซึ่งเขามีส่วนช่วยในเรื่องของการโปรดิวส์ และออกแบบปก พร้อมกันนั้น ยังนำเพลงแรกที่แต่งไว้ ลงสู่อัลบั้มนี้ด้วย
คือ ถึกควายทุย โดยให้อารีย์ ประธาน นักร้องนำวงแฮมเมอร์ เป็นผู้ถ่ายทอด ชุดขี้เมา มีสมาชิกที่ร่วมทำกัน 2 คน คือ
แอ๊ด คาราบาว และ เขียว คาราบาว

โดยมีแบ๊คอัพ คือ สุเทพ และเพื่อนพ้อง จากวงโฮป มาช่วย ในชุดแรก ในชุดนี้ยังถือว่าไม่ประสบความสำเร็จ
เพราะมีหลายเพลงที่ถูกห้ามเปิด เช่น ลุงขี้เมา และหนุ่มสุพรรณ


พอมาถึงชุดที่ 2 แป๊ะขายขวด เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในวงขึ้น เพราะในการออกชุดแรก แอ๊ด และเขียวก็ได้ออกเล่นตามผับต่างๆ โดยมีวันหนึ่งที่ แอ๊ด คาราบาว เล่นประจำที่โรงแรม แอมบาสเดอร์
โดยมีแขกคนหนึ่งมานั่งดูคาราบาว เล่นในวันนั้น ซึ่งคนๆนั้นก็เป็นเพื่อนกับแอ๊ด ในสมัยเรียนที่อุเทนถวาย
ปรีชา ชนะภัย คือ แขกที่มานั่งดูในวันนั้นและขอเพลงลุงขี้เมา ซึ่งทางโรงแรมห้ามเล่นเพลงนี้
แต่แอ๊ด คารบาว ไม่สนใจ เมื่อเล่นไปแล้ว ตนเองก็ถูกไล่ออกจากงาน เมื่อ เล็ก คาราบาว รู้ว่า เพื่อนโดนไล่ออกจากงานเพราะเหตุจากตนเองได้ขอเพลงที่ทางร้านห้ามเล่น
จึงระเบิดอารมณ์ใส่โต๊ะและเก้าอี้ ในร้านเป็นการใหญ่ จนต้องจับตัวเอาไว้

จุดเริ่มต้นในการที่ได้มาร่วมเป็นสมาชิกคาราบาว ในชุดที่ 2 แป๊ะขายขวด โดยได้วง เดอะ เพรสิเดนท์ มาช่วยเล่นในช่วงบันทึกเสียงด้วย
โดยชุดนี้มีเพลงที่สามารถสร้างชื่อให้กับคาราบาวพอสมควรในหมู่นักศึกษาคือ กัญชา
แต่ในชุดนี้ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จากนั้นคาราบาวก็ย้ายตนเองจากพีค๊อค มาอยู่อะโซน่า บริษัทเพลงไทยรายใหญ่ในสมัยนั้น


พวกเขามีผลงานในสังกัดอะโซน่า 2 ชุด คือ วณิพก และ ท.ทหารอดทน ในช่วงนั้น เพรสสิเดนท์
ออกทัวร์ ต่างประเทศหลายเดือนโดยมีเล็ก ปรีชา ชนะภัย ทำให้คาราบาว เหลือ สมาชิกเพียง 2 คน จึงเป็นช่วงที่คาราบาว
ได้พบกับนักดนตรีมืออาชีพในห้องอัดอะโซน่า ฝีมือดีหลายคน คือ
1.ไพรัช เพิ่มฉลาด
2.อำนาจ ลูกจันทร์
3.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี
4.เทียรี่ เมฆวัฒนา
ทั้งหมดได้มาเป็นส่วนหนึ่งของคาราบาว ในเวลาถัดมา


หลังจากชุด ท.ทหารอดทน คาราบาวและอะโซน่าก็จบลงด้วยความขัดแย้งทางธุรกิจ กัมพูชา เป็นชุดถัดมา
ถึงแม้จะไม่ใช้นามของ คาราบาว แต่ก็เป็นการร่วมงานกันทั้งวง โดยใช้ชื่อของแอ๊ด คาราบาว เพื่อใช้ชุดเดี่ยวของเขาในชุดแรกนี้
ลองตลาดกับค่ายยักษ์ใหญ่ ในตอนนั้น คือ อามิโก้ โดยชุดกัมพูชานี้ ถือได้ว่าเป็นชุดทดลองการทำธุรกิจโดยมีวงเป็นผู้กำหนดบทบาทของตนเองออกมา
จนถึงอัลบั้ม ถัดมาเพียงไม่กี่เดือน


ประวัติศาสตร์วงการเพลงไทยที่ควรจารึก

ถัดมาเพียงไม่กี่เดือน ชุดเมดอินไทยแลนด์ ก็ก่อกำเนิดขึ้นมา เพียงเป็นการตอกย้ำความมั่นใจทางธุรกิจ แต่ก็ยังเป็นผลงานประวัติศาสตร์ของวงการเพลงไทย ที่สร้างความเคลื่อนไหวและทิศทางใหม่ๆของวงการดนตรี ประเทศไทย ซึ่งในอัลบั้มชุดนี้ มีความละเอียดอ่อน และพิถีพิถันในการทำงานมาก โดยในช่วงแรกที่จะทำชุดนี้ขึ้นมา

คาราบาว ขยายขอบเขตของผู้ฟังมากขึ้น ปัญหาภายในวงก็เริ่มก่อตัวตามมาเช่นกัน มีความขัดแย้งในด้านของวิธีการทำงาน บี๋ เดล โรซาริโอ ผู้จัดการของวงคาราบาว ในตอนนั้น ก็หาวิธียุติปัญหาโดย เสนอให้คลายความตึงเครียดในการทำงานด้วยการยกวงไปพักผ่อนที่ฟิลิปปินส์ ถิ่นที่ยืนยง และกิรติ เคยร่ำเรียนอยู่ พวกเขาก็ไปร่วมประชุมกันที่นั่น ปัญหาจึงถูกจัดการไปในระดับหนึ่ง


เมื่อปัญหาเริ่มคลี่คลาย พวกเขาก็เดินทางกลับมาที่เมืองไทย ประชุมกันอีกครั้ง เพื่อที่จะเริ่มงานใหม่ โดยปักหลักที่บ้านของ บี๋ ในซอยหลังสวน จนงานสำเร็จลุล่วง เข้าบันทึกเสียง จนกลายเป็นอัลบั้ม ประวัติศาสตร์ที่มียอดขายกว่า 5 ล้านตลับ

พวกเขาไม่ได้แตกต่างจากวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จอื่นๆที่ต้องรับผลกระทบมากมายจากภายนอกวง และภายในวง ความขัดแย้งจึงก่อตัวขึ้น
จากความสำเร็จที่เรียกว่า เพลง เกาะติดสถานการณ์ ส่วนหนึ่งได้มาจากการเรียนรู้ข้อมูลอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การเปิดหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วหยิบเอามาเขียนเพลง
การศึกษาข้อมูลของการทำงานของคาราบาว ซึ่งมีจุดดีในแง่ของการสะท้อนสังคม


แต่ก็ทำให้บทเพลงของคาราบาวในยุคหนึ่งมีลักษณะเหมือนบทความ อาจจะเป็นการหาข้อมูลและได้พบกับนักวิชาการบางส่วนทำให้ล่วงเลยต่อสายตากลุ่มผู้มีอำนาจ ทางการเมืองระดับประเทศ แนวคิดการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยความรุนแรงจึงเข้ามาสู่บทเพลงของปัญญาชนที่เคยร้องเพลงแห่งเสรีภาพ การสนับสนุนของ พ.อ.มนูล รูปขจรและเส้นสายกระบวนการยังเติร์ก

หลังจาก อเมริโกย และประชาธิปไตย คาราบาวกลับมาสู่เส้นทางของศิลปินอาชีพอีกครั้ง บทเพลงจากยืนยง โอภากุล มีความจริงจัง เสียดสีได้อย่างสนุกสนานมีชั้นเชิง และมีอารมณ์แพรวพราว ในอัลบั้ม เวลคัมทูไทยแลนด์ ซึ่งเป็นในยุคที่รัฐบาลกำลังมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว คำในลักษณะของกวีพื้นบ้านที่ถูกทิ้งไปในสองอัลบั้มก่อนเริ่มกลับนำมาใช้อีก นั่นคือสิ่งที่แฟนเพลง คาราบาว ต้องการอย่างเพลง สบายกว่า และเทวดาท่าจะแย่ เป็นต้น โดยในอัลบั้มชุดนี้ อามิโก้เป็นผู้จัดจำหน่าย โดยจับมือกับ แว่ววาน เพื่อ ร่วมกันโปรโมท


ทับหลัง เป็นอัลบั้มชุดสุดท้าย ที่สมาชิกทั้ง 7 คนได้ร่วมงานกัน พัฒนาการความสัมพันธ์ของ แว่วหวาน เป็น ดีเดย์ และซาวด์ -ซาวด์ ที่มีศิลปินสะท้อนสังคม หลายรายรวมอยู่ด้วย ห้ามจอดควาย คือ อัลบั้มชุดที่ 10 ของคาราบาว แต่ก็ไม่แตกต่างอะไรกับอัลบั้มเดี่ยวของยืนยง ซึ่งมีอัลบั้มเดี่ยวของปรีชา ผสมอยู่ โดยมีนักดนตรี วงตาวัน เข้ามาร่วมช่วยในส่วนของภาคดนตรี ทำให้เนื้อหา และดนตรี มีความหนักแน่นและชัดเจนขึ้นมา

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สุดท้าย....ต้องขอขอบคุณข้อมูลเหล่านี้ที่พี่ทอม บาว (พี่เขย) ให้ป้องเก็บมันไว้ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี 2 ปี 3 ปี .... ใครช่างรวบรวมเรื่องราวเหล่านี้ไว้นะ...ยังไงก็ต้องขอขอบคุณเจ้าของบทความบทนี้ (ซึ่งไม่รู้ว่าใคร ?) รู้แต่ว่าป้องอ่านมันมากกว่า 10 รอบ จนคิดว่าเราเขียนเองซะอีก 5555 ขออนุญาตมาเก็บไว้ที่บ้านหลังนี้เลยแล้วกันนะคะ....เจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขา ไม่รู้จะขอใครดีว่างั้นเหอะ







Create Date : 06 ธันวาคม 2550
Last Update : 11 ธันวาคม 2550 23:20:16 น. 8 comments
Counter : 584 Pageviews.

 



โดย: ป้อง กัวร์ราช่า... IP: 58.137.119.227 วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:10:25:47 น.  

 


ค่อยยังชั่วน้องป้องอ่านค่อยง่ายหน่อย
เห็นตั้งกะอัพบ๊อกแล้วล่ะ
เห็นข้อมูลเยอะแต่ตาลายเหลือเกิน
แวะมาแปะเทปจะบอกว่าม้วนแรกในชีวิต
หรือเปล่าหนอ
เพราะซื้อสูสีกันกับวงคาราวาน
ตอนที่ไปขอลายเซ็ฯต์น้าแอ๊ดเซ็นต์ลงปก
น้าแอ๊ดบอกว่าปกนี้เก็บไว้ดีดีนะมีราคาสูง
เพราะทั้งเป็นปกแรกและมีลายเซ็นต์น้าแอ๊ดด้วยล่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:12:24:44 น.  

 

โอ้ววว ไม่น่าเชื่อพี่อุ้มแฟนเพลงาราบาวรุ่นแรกเลยนะเนี่ย...สุดยอดเลยพี่...

มีข้อสงสัยค่ะพี่ ตัวหนังสือ ที่เป็นสีน้ำเงิน ตรงหัวกรอบคอมเม้นสีมันกลืนกับพื้นหลัง ป้องพยายามหาโค๊ดว่าแก้ยังไง มันก็ไม่ได้ พี่ช่วยหนูหน่อยนะ เอาสีสว่าง ๆ ทำไงดี..บอกมาก็ได้หนูแก้เอง จะได้เก่งๆ ซะที เกรงใจพี่รบกวนมามากแระ....ขอบคุณนะคะ


โดย: ป้อง กัวร์ราช่า... IP: 58.137.119.227 วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:16:38:46 น.  

 



น้องป้องสังเกตที่โค้ดที่สคริปเอเรียน่ะ
จะมีคำๆ นี้



ให้เปลี่ยนจาก blue เป็นสีตามใจน้องป้องน่ะ


จะบอกว่าเป็นแฟนพันธ์แท้ก็จะกระดากปาก
เคยเขียนจดหมายไปหาน้าแอ๊ด
สมัยออกเทปชุดนี้ด้วยนะน้อง
แถมบังเอิญว่า.....ไม่อยากจะเอ่ย
ว่าบ้านเรากะบ้านน้าไพรัช เพิ่มฉลาดน่ะ
ห่างกันไม่กี่ก้าวเจอหน้ากันทุกวัน
วันงานศพน้ารัชเราก็ไป


โดย: อุ้มสี วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:23:11:32 น.  

 


อ้าวโค้ดไม่โชว์เอาเป็นว่าเดี๋ยวมาแปะให้ดูอีกที
ไปถามกูรูก่อนนะเพราะเขาทำมาให้พี่น่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:23:18:31 น.  

 


โดย: ติก IP: 203.113.17.175 วันที่: 17 มกราคม 2551 เวลา:10:31:20 น.  

 
หวัดดีคับ ผมก็เป็นอีกคนที่ชื่นชอบวงคาราบาวมากๆ
ดนตรีสนุก เนื้อหาเพลงสะท้อนชีวิต ได้ใจจิงๆ คับ
ยังไงผมขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคับ
เมลล์ผม neno_ph@hotmail.com อยากรู้จักพี่ๆทุกคนเลยคับ


โดย: นายน้อยสาวกคาราบาว IP: 118.172.133.14 วันที่: 15 มิถุนายน 2551 เวลา:16:18:30 น.  

 
ผมก็เป็นอีกคนที่ใจรักคาราบาว ชนิดเข้าไปอยู่ในสายเลือดซะแล้ว ฟังตั้งแต่เริ่มฟังเพลงครั้งแรกในชีวิตก็คาราบาวนี่แหละ ผมคนสุพรรณครับบ้านเดียวกับพี่แอ๊ด......รักคาราบาวครับ..........


โดย: เด็กสุพรรณ คอคาราบาว IP: 192.168.1.116, 58.9.197.162 วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:19:39:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

แอนไต้ฝุ่น
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





เหมือนสายลมผ่านไป
ในท้องทุ่ง...............
เหมือนน้ำค้างย่ำรุ่ง
อุทาหรณ์................
ว่าสัญญาสายัณห์
ตะวันรอน..........
พอตื่นนอนก็ไร้เงา
พวกเจ้านาย........
<
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add แอนไต้ฝุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.