อย่าปล่อยให้การเรียนรู้ของคุณ จบอยู่แค่ในโรงเรียน
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2550
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 

GMOs มันก็แค่เครื่องมือในการหาเงินของนักวิทย์

และนักธุรกิจหัวใสเท่านั้น ผมอาจจะขึ้นต้นหัวข้อแบบดูถูกเจตนาดีของนักวิทย์หลายๆ คนไปสักหน่อย เพราะผมว่าผมก็เรียนจบวิทยาศาสตร์มา แล้วก็ไม่เคยเห็นด้วยกับการนำเอาเทคนิคการตัดต่อยีน มาตัดเอายีนสัตว์ยีนพืชมาใส่กันให้มั่วไปหมด

มองแบบชาวบ้านๆ ณ เวลานี้ผมอยู่ในอังกฤษ ก็ไม่เห็นกระแส GMOs มันจะได้รับความนิยมเลยสักนิด ประชาชนส่วนใหญ่กลับยอมจ่ายเงินแพงกว่าเพื่อจะเลือกกินพืชปลอดสารพิษ หรือ แบบที่เรียก Organic crops กันมากกว่า ดังนั้น การที่มีคนบางกลุ่มบางพวกพยายามจะอ้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือถ้าจะให้ดูดีมีศีลธรรมหน่อยก็จะอ้างว่า ทำเพื่อผลทางการแพทย์ จริงๆ แล้วควรจะบอกกันตรงๆ เลยดีกว่า การทำครั้งนี้ก็เพื่อให้ได้มาเพื่อเงินทุนวิจัย และผลประโยชน์ทางสิทธิบัตรที่จะตามมาในภายหลัง หมดทุนวิจัยขั้นแรก ก็นั่งเขียนเพื่อขอทุนวิจัยขั้นต่อไปอีกไม่จบไม่สิ้น

นักพันธุศาสตร์หัวหมอทั้งหลายอาจจะพูดได้ว่า "โอ้ย ในธรรมชาติหน่ะ การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมมันเกิดขึ้นอยู่แล้ว ไม่ต้องไปกังวลอะไร เพียงแต่เราทำให้มันเกิดถูกจุด และก็เร็วขึ้น แม่นยำขึ้นเท่านั้น"

งั้นผมก็อ้างได้เช่นกัน ว่า ในธรรมชาติหน่ะ การผสมข้ามสายพันธุ์ มันไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เลยสักนิด เพราะสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดมีกลไกในการป้องกันการผสมข้ามสายพันธุ์ของตัวเองไว้ ตั้งแต่ขั้นตอนการแสดงออกทางพฤติกรรม ไล่ไปเรื่อย....ถ้าพลาดเกิดเลียนแบบพฤติกรรมกันไปได้แล้วทำท่าจะผสมข้ามสายพันธุ์กันได้ ก็ยังมีเกราะป้องกันในขั้นตอนการผสมพันธุ์ หรือถึงระดับการเข้าปฏิสนธิเลยทีเดียว คือธรรมชาติจะออกแบบเกราะป้องกันไว้หลายชั้น ถ้าพลาดจากระดับหนึ่งก็จะมีวิธีการป้องกันไว้อีกระดับ สุดท้ายถ้าดันทะลึ่งฝืนธรรมชาติแล้วเกิดมาได้ ก็จะถูกกำหนดให้เป็นหมันไปในที่สุด เพราะธรรมชาติรู้ดีถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ หรือความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ แล้วโอกาสที่ยีนจากพืชต่างสายพันธุ์กันมันจะกระโดดไปหากันแบบ Trasposon gene นั้น มันคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่ๆ ในธรรมชาติ แต่นี่พวกคุณเล่นเอายีนที่ต้องการ ยีนที่ทำเงิน มาใส่ในสิ่งมีชีวิตมั่วไปหมด โดยอ้างว่า ไม่เกิดผลกระทบอะไรหรอก กินไปก็ย่อยสลายไปหมดแล้ว พูดหน่ะมันง่าย แต่กลไกจริงๆ ในร่างกายไม่มีใครตอบหรือยืนยันอะไรได้เลย

นอกจากนี้ มนุษย์ก็ยังพยายามที่จะเลือกทำวิจัยไปในทางทำลายความหลากหลายทางชีวภาพซะงั้น ส่งเสริมเฉพาะสายพันธุ์ที่ทำเงิน ให้ประโยชน์ทางด้านการเงินสูงสุด เอะอะก็เอาวิทยาศาสตร์มาอ้าง ว่าทำเพื่อคนทั้งโลก วิทยาศาสตร์แก้ปัญหาได้ ที่ไหนได้ ทำเพื่อตัวเองและพวกพ้องเท่านั้น

ถ้าทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์ถูกค้นพบมาเพื่อทำเพื่อโลก และคนบนโลก มันคงไม่มีปัญหาสารพัดชนิดมาให้เห็นตำตาอยู่จนทุกวันนี้อย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ GMOs ถูกอ้างกันบ่อยครั้ง เรื่องอาหารจะไม่พอกินบนโลกใบนี้ ผมว่าอาหารหน่ะมันพอกิน แต่การกระจายหรือการแจกจ่ายอาหารต่างหาก ที่ไปแบบไม่ทั่วถึง และมักจะไปไม่ถึงในที่ที่ไม่มีเงินมาซื้อ ระบบทุนนิยม ทำให้อาหารมากองอยู่แต่ในเมืองหลวง เพราะคนในเมืองหลวงมีกำลังซื้อมากกว่า กองกันจนหมดอายุ และก้อทิ้งไป แม้กระทั่งคนในเมืองหลวงยังอดมื้อกินมื้อ จะมีอะไรมายืนยันว่า ถ้าประเทศไทยเป็นเจ้าพ่อ GMOs แล้วคนจนๆ ทั้งประเทศจะมีอาหารกินอย่างอุดมสมบูรณ์และทั่วถึง เพราะถึงอย่างไร ทุกคนก็ต้องเอาเงินไปซื้ออาหารมากินทั้งนั้น จะอ้างว่า จะผลิตพืชหรือสัตว์ตัดต่อยีน มาให้คนจนเลี้ยงเพื่อเพิ่มรายได้ มันไม่ง่ายไปหน่อยหรือ เพราะที่ผ่านมา ขนาดปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ตามธรรมชาติ ก็ยังไม่มีทุนที่จะทำได้เลย

เมื่อเป็นเช่นนี้ GMOs มันจะสำคัญไปได้อย่างไร ทางที่ดี รัฐบาลควรจะหันไปส่งเสริมให้คนมีการศึกษา มีวิธีคิดและพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ทำอย่างไรจะให้คนพึ่งพาตนเองได้ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีอาชีพ ทำอย่างไรให้ประชาชนคิดแบบวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลได้ ทำอย่างไรให้ประชาชนอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างมีความสุข

ดีกว่าที่จะมาส่งเสริมให้ประชาชนขยันซื้อ ขยันเปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ให้ทันเทคโนโลยี รวมทั้งนโยบายการส่งเสริมการใช้ GMOs หรือคิดจะทำ BioTech Hub of Thailand เพื่อตอบสนองความต้องการของคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น

วิทยาศาสตร์ที่คุณว่าเจ๋งๆ ยังไงซะ มันก็แพ้กิเลส ของมนุษย์เรื่อยไป




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2550
10 comments
Last Update : 25 สิงหาคม 2550 15:19:54 น.
Counter : 326 Pageviews.

 

เท่าที่อันเรียนมา

พืชจีเอ็มโอ ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป

แล้วมันจะมีไปเพื่ออะไรละคะ ?

 

โดย: เด็กน้อยขี้แย 25 สิงหาคม 2550 8:17:18 น.  

 

ก็จริงนะ เพราะพืชทุกชนิดที่เป็น GMO จะต้องซื้อเมล็ดพันธ์ หรือต้น จากผู้ผลิตเท่านั้น ซึ่งเกษตรกรไม่สามารถเพาะพันธ์เองจากรุ่นก่อนได้ เป็นการผูกขาดเส้นทางรายได้ใหวิ่งเข้ากระเป๋าบริษัทพวกนี้โดยตรง

และยังมีพืชที่น่ากลัวกว่านั้นอีก คือ Terminator Seed ซึ่งมีรหัสพันธุกรรมทำลายตัวเองในตัว

คิดดูถ้าพันธุกรรมนี้หลุดออกไปในธรรมชาติ (เช่น ทางละอองเกสร) อะไรจะเกิดขึ้นกับพืชรุ่นลูกหลานข้างหน้า

พืชทุกต้นในโลกอาจจะทำลายตัวเอง และ ในที่สุด ไม่มีอาหารเหลืออีกเลย และไม่มีอีกแล้ว ตลอดกาล ?

 

โดย: NaCl 25 สิงหาคม 2550 9:54:38 น.  

 

https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=greenpeacethailand&month=23-08-2007&group=1&gblog=3

 

โดย: NaCl 25 สิงหาคม 2550 9:57:31 น.  

 

พวกที่คิดทำ GMO เพราะบ้านเมืองเขาไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้มั๊งฮับ

เลยคิดทำขึ้นมา แต่ไม่กล้าบอกชาวโลกให้รู้ถึงพิษภัยของมัน

 

โดย: drunkcat 25 สิงหาคม 2550 11:04:26 น.  

 

ไอ้ผมก็ยอมรับในสิ่งที่เจ้าของกระทู้พูดน่ะครับแต่ว่าวิทยาศาสตร์ก็คือเครื่องมือส่วนจะนำไปใช้อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับคนใช้ งานวิจัยต้องก้าวไปข้างหน้าครับไม่งั้นเราจะค้นพบยาต่างๆเหรอ ผมขอยกตัวอย่างที่ดีในการใช้ GMO น่ะครับ ทุกวันนี้การสกัดฮอร์โมนอินซูนลินเพื่อผู้ป่วยโรคเบาหวานก็มาจากการตัดต่อยีนที่สร้างฮอร์โมนตัวนี้ไปใส่ไว้ในแบททีเรียตัวหนึ่งซึ่งทำให้สามารถสกัดเอาฮอร์โมนไปรักษาผู้ป่วยอย่างเพียงพอ ส่วนเกี่ยวกับพันธุ์พืชนั้นปัจจุบันพืช GMO ได้พยายามเปลี่ยนจากการถ่ายยีนเข้าสู่นิวเคลียสไปเป็นการถ่ายเข้าไปสู่คลอโรพลาสซึ่งทำให้ไม่สามารถถ่ายทอดผ่านละอองเกสรได้และตอนนี้ก็ประสบความสำเร็จในหลายๆพืช ก็อย่างที่ผมบอกละน่ะครับ ผมก็ไม่ได้สนับสนุนให้มีการกินพืชดัดแปลงพันธุกรรมอย่างแพร่หลายน่ะครับแต่ว่าพยายามจะยกข้อดีให้เพื่อนๆได้เห็นว่าประโยชน์ที่ได้จากมันก็ไม่ใช่น้อยๆเลย เช่นพืชทนแล้งหรือพีชทนเค็ม ก็มีประโยชน์ต่อเกษตรกรอยู่ไม่น้อย

 

โดย: นักเรียนนอกเช่นกัน IP: 147.46.250.73 27 สิงหาคม 2550 17:43:01 น.  

 



Ref. - //www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9500000101148

จากนั้น เวลา 09.00 น. องค์กรพัฒนาเอกชน 4 องค์กร ประกอบด้วย มูลนิธิชีววิถี มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค และเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เดินทางมาที่หน้าทำเนียบฯ ยื่นหนังสือผ่านเจ้าหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรี ถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องขอให้ยับยั้งการทดลองพืชจีเอ็มโอในระดับไร่นา ที่กระทรวงเกษตรฯ เตรียมจะเสนอให้ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 เมษายน 2544 เพื่อเปิดให้มีการทดลองจีเอ็มโอในระดับไร่นาได้ โดยขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยผลสรุปคณะกรรมการตรวจสอบการแพร่กระจายของมะละกอจีเอ็มโอ เมื่อปี 2547 และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนการจดสิทธิบัตรไวรัสใบด่างจุดวงแหวน ซึ่งเป็นทรัพยากรชีวภาพของไทย แต่ถูกจดสิทธิบัตรโดยนักวิชาการต่างชาติ ภายหลังการทดลองจีเอ็มโอ รวมทั้งให้มีการผลักดันปรับปรุงร่างกฎหมายความปลอดภัยทางชีวภาพเกี่ยวกับจีเอ็มโอ และแก้ไขฉลากสินค้าที่เป็นจีเอ็มโอให้ชัดเจนต่อผู้บริโภค

ทางองค์กรฯ ยังระบุในเอกสารด้วยว่า เรื่องการทดลองจีเอ็มโอนี้ เป็นความพยายามผลักดันของกลุ่มนักวิจัยจีเอ็มโอ และบริษัทข้ามชาติ ขณะนี้ควรอนุญาตให้มีการทดลองเฉพาะในสภาพปิดเท่านั้น จนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพ ถ้าหาก ครม.พิจารณาเปิดให้มีการทดลอง องค์กรพัฒนาเอกชนก็จะดำเนินการฟ้องศาลปกครอง ฟ้องรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และขอคุ้มครองชั่วคราวไม่มีการทดลองพืชจีเอ็มโอด้วย นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนสมาคมการค้าเกษตรอินทรีย์ไทย ยื่นหนังสือคัดค้านเช่นเดียวกัน เนื่องจากเกรงจะกระทบความเชื่อมั่นการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ไปทั่วโลก

 

โดย: Tahno 28 สิงหาคม 2550 13:15:42 น.  

 

เข้ามาอ่านครับ ผมกำลังเขียนเรื่องมะละกอ GMO พอดี

 

โดย: appendiculata191 22 กันยายน 2550 11:29:40 น.  

 

ทุกๆ คนทำเพื่อประโยชน์ตัวเองก่อนทั้งนั้น.....แต่ประโยชน์ของตนจะเป็นโทษกับคนอื่นจริงหรือปล่าวไม่ทราบ...หรือบางเรื่องมันกุมาจากการขัดผลประโยชน์ของสองฝ่ายกันแน่....อันนี้ก็ไม่รู้...ที่แน่ๆ คำว่า ความรู้ เป็นสิ่งดี..ยังไงก็ต้องพัฒนากันต่อไป...การควบคุมต้องไปควบคุมที่คนนำไปใช้ไม่ใช่ไปต่อต้านคนพัฒนาองค์ความรู้...ถ้าย้อนเวลาได้..คงต้องไปฆ่าไอน์สไตน์เพื่อไม่ให้เกิดระเบิดนิวเคลียร์งั้นหรือ...นักวิทยาศาสตร์ใช่จะร่ำรวย...เงินทำวิจัยเป็นภาษีที่เจียดมาเป็นสัดส่วนน้อยนิดเมื่อเทียบกับงบประมาณที่เอาไปให้พวก..คนเลวๆโกงกินเสียอีก...กระนั้นนักวิจัยยังโดนโจมตีตลอดเวลา

 

โดย: เสือเจ้าถิ่น 26 กันยายน 2550 12:08:14 น.  

 

กลไกจริงๆ ในร่แต่การกระจายหรือการแจกจ่ายอาหารต่างหาก ที่ไปแบบไม่ทั่วถึง และมักจะไปไม่ถึงในที่ที่ไม่มีเงินมาซื้อางกายไม่มีใครตอบหรือยืนยันอะไรได้เลย

ชอลทัศนะของคุณครับ

 

โดย: คนนอก IP: 58.9.55.32 9 ตุลาคม 2550 14:30:22 น.  

 

เป็นความจริงที่น่าเศร้าที่การผลักดันเรื่องจีเอ็มโอในเมืองไทยอยู่ในมือของคนไม่กี่คนเท่านั้น ยิ่งเป็นเรื่องมะละกอจีเอ็มโอยิ่งนับนิ้วได้ไม่เกินหนึ่งมือ แต่ละคนอยู่ในองค์กรที่กุมนโยบายเกษตรและเทคโนโลยีของชาติ เช่น ก.วิชาการเกษตร ไบโอเทค และก.วิทย์ พวกเขาอ้างอิงชื่อสถาบันเพื่อสนองความอยากของตัวเอง สามารถอ้างอิงข้อมูล (เท็จ) ได้สารพัด เป็นต้นว่าคนไทยกำลังจะอดมะละกอไทย คนขอนแก่นต้องนำเข้ามะละกอ (ก็ใช่น่ะสิ คนขอนแก่นต้องนำเข้าผักและผลไม้ชนิดอื่นจากที่อื่นด้วยเหมือนกัน)
น่าเสียดายที่พวกเขาได้ทุนไปเรียนเมืองนอกปีละล้านหลายปี แต่ไม่ได้ทำอะไรที่สร้างสรรค์ให้กับการเกษตรไทยเลย...เศร้าจัง

 

โดย: คนวิเศษ IP: 117.47.119.37 21 ตุลาคม 2550 21:29:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Tahno
Location :
ดาวโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




'Nobody will lose because of more science education' (Osborne,1998)

Friends' blogs
[Add Tahno's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.