Group Blog
 
<<
มีนาคม 2549
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
9 มีนาคม 2549
 
All Blogs
 

07/03/2006 วันเดียวก็เที่ยวได้ แม่สอด-เมียวดี



เนื่องจากมีความจำเป็นต้องพเนจรออกนอกบ้าน...
ไม่รู้จะไปนอนไหนดี ? ชำเลืองตามองไปเห็น หนังสือ อสท.
ที่ซื้อมาจากภูเก็ต เลยตัดสินว่า... จะตามรอย อสท. .
ไป แม่สอด-เมียวดี ดูซักหน ว่าแล้วโทรไปจองตั๋ว
เก็บกระเป๋า แล้วเตรียมตัวเดินทาง.. ตั้งใจจะอาศัย
รถทัวร์เป็นที่หลับนอน ก็เลยไม่ได้เอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน
พกแต่เจลล้างมือ ครีมล้างหน้า ยาสีฟัน หนังสือ และ MD
ตอนไปแม่สอด ไปรถทัวร์ 999 ของ บริษัทขนส่ง 610 บาท
ที่นั่งกว้างแต่ิเอนได้น้อยมาก อาหารไม่ได้ลงไปกิน
ใช้คูปองแลก ยาคูลท์มาได้ 3 ขวด

ไปถึงแม่สอดประมาณ 6 โมงเช้า เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า
แปรงฟัน แล้วนั่งกิน ชาร้อนกะขนมปังปิ้งที่ขนส่ง




รอถึง 7 โมงเช้า ก็เหมารถไปส่งที่ สำนักงานออกบัตรผ่านแดน
และสะพานไทยมิตรภาพ 150 บาท
แต่เนื่องจากสำนักงาน เปิด 8 โมง
คนขับรถสามล้อ เลยพาไปเที่ยวตลาดก่อน
จำชื่อตลาดไม่ได้ แต่ตลาดก็ค่อนข้างยาวเหมือนกัน
ส่วนมากที่เห็นทำงานกันอยู่เป็นพม่าทั้งนั้น
ไม่ได้ซื้ออะไร... ไม่อยากมีภาระหอบของข้ามแดนไปด้วย




มีสามเณรมาบิณฑบาตรตอนเช้า ๆ ด้วย



เกือบ 7 โมงครึ่ง สามล้อมาตามไปขึ้นรถ พาไปทำบัตรผ่านแดน
ไปถึงสำนักงานก็ยังไม่เปิด ... รอกันต่อปาย




ว่าง ๆ ถ่ายรถประจำตำแหน่งไว้เป็นที่ระลึก
มันเหมือนกับสกายแลปของอีสานหรือเปล่า ?
เกือบแปดโมงมีไกด์ขับรถตู้มารอผู้โดยสารที่สำนักงาน
ปกติเค้าจะขับรถพานักท่องเที่ยวไป เมียวดี
พาไปสถานที่ทั้งหมด 6หรือ 7 แห่งนี่แหละ
ราคาต่อหัว หนึ่งพันบาท
เค้าไม่รบเร้าให้เราเหมาเค้า แถมแนะนำการข้ามแดนดีมาก
และด้วยความคุ้นเคยกับที่สำนักงานอย่างมาก
ไกด์ก็เลยช่วยทำบัตรผ่านแดนให้เราเสร็จ
ค่าทำบัตร 30 บาท ใช้บัตรประชาชนใบเดียว
รูปก็ถ่ายฟรี เค้า print ใส่กระดาษ recycle A4
มาแปะลงใบเอกสาร ...ประหยัดจริง ๆ
ที่จริงเราจะใช้ passport ข้ามไปก็ได้
แต่เสียค่า Visa 500 บาทที่ฝั่งพม่าก๊ะ




แล้วเราก็ได้ข้ามแดนไปเมียวดี ก่อนแปดโมงเช้า
แต่กระนั้นแดดก็ร้อนจ้า ๆ (เพิ่งมารู้ทีหลังว่า...
วันที่ไปเป็นวันที่ตากมีอากาศร้อนที่สุดในประเทศ 40 กว่าองศา )
ตอนเดินไป มีเราเดินไปคนเดียว ที่เหลือเค้าเดินเข้ามาเมืองไทยกันหมด ...โอ้วว...ระทึก ๆ
เจ้าหน้าที่ฝั่งเราบอกว่า ให้กลับมาก่อนห้าโมงเย็น
และห้ามถ่ายรูปสถานที่ราชการของพม่า... จำไว้ ๆ




แม่น้ำเมย แห้งเชียว...
พวกพม่าวิ่งข้ามเข้าออกเอาของมาขายฝั่งไทย
เป็นว่าเล่น มีชาวบ้านมาอาบน้ำ ซักผ้ากันด้วย




ซุ้มด่านตรวจคนเข้าเมืองของพม่า...
เสียค่าเหยียบแผ่นดิน 10 บาท ตรงนี้เจ้าหน้าที่ ตม.
ภาษาไทยไม่แข็งแรง ภาษาอังกฤษก็ไมไ่ด้เลย...
เค้าถามอายุเท่าไหร่ บอก thirty two อยู่ 4-5 รอบ
พี่เค้าก็เขียน 22 อยู่นั่นแหละ
สุดท้าย..ใช้ภาษามือแทน...

--------------------------------------------------------------------------


จากด่านตรวจคนมาไม่ไกล เดินไปเรื่อย ๆ จะมีวัดอยู่ทางขวามือ
ไกด์บอกว่า วัดนี้จำลองเจดีย์ชเวดากองมาไว้ที่นี่






รอบ ๆ วัดจะทำเหมือนกันหมด 4 มุม



เนื่องจากด้านหน้าวัดกำลังสร้างถนน เลยหลบฝุ่นมาเข้าวัดด้านข้าง..
มีน้องสิงโตสองตัวนั่งมองหน้ากันอยู่




ไม่รู้ว่าเป็นเทพเทวดาองค์ไหน..
ให้เดาก็เรียกพระสังข์แหละ..
ก็ถือหอยสังข์อยู่นี่นา




การตีระฆังให้เสียงดังไปถึงสวรรค์
คงเป็นธรรมเนียมของชาวพุทธทั่วโลก




ดูเหมือนว่าที่นี่ เค้าใช้ดอกไม้ที่ทำจากกระดาษเงิน กระดาษทองไหว้พระนะ





เป็นได้ทั้งดอกตูมและดอกที่บานแล้วเลย..
เก่งจังทำได้ไงไม่รู้




เข้าใจว่าเป็นศาลา



ยืนยันได้ว่า น้องเค้าเป็นคนขอให้เราถ่ายรูปให้ ..
ไม่รู้จะบอกให้เค้ายิ้มยังไง..เค้าฟังภาษาไทยไม่เข้าใจ
ยิ้มให้ดูก็ไม่ยอมยิ้ม.. ก็เลยได้รูปแบบนี้มา อิอิ




ออกจากวัด ไปต่อที่วัดจระเข้ ด้วยรถสามล้อ 20 บาท
จำเป็นต้องขึ้น เพราะคนขับรถสามล้อ เดินตามตลอด
ถามว่าไกลมั้ย เค้าบอก 2 กิโล ปรากฏว่า..
ข้ามถนน เดินเข้าซอยตรงกันข้ามประมาณไม่ถึงหนึ่งกิโล
แล้วก็เลี้ยวขวา ก็ถึงวัด..
สามล้อยืนยันจะรอพาไปวัดเจดีย์และตลาด
ห่างจากที่นี่อีก สองกิโล บอกไปว่าไม่มีตังค์ย่อยแล้ว
เพราะในกระเป๋ามีแต่แบงค์ห้าร้อย เค้าไม่เข้าใจ
เลยล้วงเงินเหรียญในกระเป๋ามา มี 15 บาท
บอกเค้าว่ามีเท่านี้ เค้าเลยคิิดว่าเราไม่มีตังค์
และเลิกตื้อเราในที่สุด หุหุ






วัดจระเข้...ในปากวัดมีพระพุทธรูปอยู่หลายองค์เหมือนกัน
ไม่ได้ถ่ายเลย เพราะเจ้าอาวาส ที่บอกว่าเป็นคนจีนชวนคุย
แล้วก็ชวนไปถ่ายมุมโน้น มุมนี้ present วัดเต็มที่ คงเป็นเพราะ
ยังเช้าและเป็นวันทำงาน เลยมีเราเป็นนักท่องเที่ยวคนเดียว




อันนี้กุฏิเจ้าอาวาส อยู่ด้านหน้าวัดเลย ...
ไม่มีใครบอกหรอกว่าเป็นกุฏิ พยายามอ่านป้ายเอานะ
มันก็คล้าย ๆ ภาษาไทยอยู่นิ๊ดดสสสนึงนะ




โยนเงินเข้าบาตรได้...ถือว่าเก่ง.. เอาเหรียญโยนลงไป
4-5 เหรียญ ลงไปเหรียญเดียวเอง เอาแหละ ใช้ได้เนอะ




ที่เมียวดี ไม่ค่อยเห็นต้นไม้ ดอกไม้เท่าไหร่ ในวัด
นอกจากดอกเข็มแล้ว ก็เห็นดอกอันนี้แหละ
ดอกไรไม่รู้ ก้านย้าวยาว




เจ้าอาวาสเรียกไปถ่ายห้องนอนใครไม่รู้ง่ะ... งง
ให้รูปเจ้าอาวาสมาไว้บูชาด้วย ...
จะบอกเค้าว่าเป็นคริสต์ ... กลัวโดนเค้าว่า..
จึงต้องรับมาด้วยความยินยอม




จากนั้นเจ้าอาวาส พาไปดูวิวหลังวัด... มองไปเห็นวัดเจดีย์
อยู่บนเนินด้านหลัง โห..ระยะทางแค่นี้ เดินไปก็ถึง...
เกือบเสียเงินไปอีก 20 บาทให้สามล้อซะแล้ว...




ดูบันไดของบ้านหลังนี้ดิ...สูงชะมัด



ด้านข้างวัด เป็นไรไม่รู้ ที่เห็นก็ไม่รู็อะไร ถ่ายมาไว้ดูเล่น ๆ



ยอดเสา เป็นนกยูงใช่มั้ยละนั่น แปลกดี ๆ



วัดเจดีย์เค้าสร้างไว้บนปราการอีกที ด้านนอกเป็นสีชมพู



แต่ด้านในเป็นสีเขียว



วัดนี้สีสันเยอะ ๆ



กระเบื้องก็หลากหลายแบบสุด ๆ



เจดีย์ก็เหมือนวัดอื่น ๆ อ่ะคะ ...
แต่ถ่ายมุมนี้คล้าย ๆ ดอยสุเทพมะ ?




น่าจะเป็นป้ายบอกประวัติความเป็นมาของวัดนะ
มีเหมือนกันหมดทุกวัด เท่าที่ดูไม่ค่อยเห็นพระอยู่ในวัดเลย..
และวัดก็เหมือนกับเพิ่งจะสร้างกันไม่นาน
และเห็นกำลังก่อสร้างอีกหลายวัดเลยแหละ






เสื่อใช่เปล่า ? เห็นวัดนี้มีเยอะยัง ไม่รู้เอาไว้ทำไม



เห็นมีต้นไม้ดอก กำลังปลูกอยู่มุมนี้หลายกระถาง ...
แต่ไม่สวย เลยถ่ายต้นไม้ใหญ่มาแทน




ที่เมียวดี เค้ามีตุ่มน้ำแบบนี้ให้ดื่มฟรีอยู่ตามรายทางนะ
ไ่ม่เยอะ.. แต่อันนี้ของวัด






ลงมาด้านล่าง เห็นตึกด้านหน้านึกว่าเป็นโรงแรม
แต่ดูอีกทีไม่น่าจะใช่ เข้าใจว่าเป็นบ้านพักนายทหาร...
เพราะเห็นมีทหารถือปืนกลอันใหญ่ยาว เฝ้าอยู่หน้าตึก
แถมมีรถลานหทารจอดอยู่อีกสองคัน

ที่จริงตอนใส่รองเท้า
(ลืมบอก เข้าไปในบริเวณวัดต้องถอดรองเท้าด้วย
จะเอาไว้ที่ชั้นฝาก หรือถือไปด้วยก็ได้ แต่เราถือไป..
เพราะกลัวรองเื้ท้าหาย)
เห็นรถตู้ไทยพานักท่องเที่ยวผ่านมา ..
ว่าจะตามรถตู้ไป..แต่อากาศร้อนมาก ฝุ่นก็เยอะ
เลยตัดสินใจกลับบ้านเมืองเราดีกว่า
ปลอดภัยกว่ากันเยอะ






บ้านของประชาชน คนเดินดินทำมะดา



รถประจำทาง..คงมาจากจีน
เห็นตัวอักษรภาษาจีนเต็มไปหมด
อันนี้เค้าจอดซ่อมตรงนี้ เลยถ่ายมาได้
ที่จริงนอกจากวัด ไม่ค่อยกล้าถ่ายอะไร
กลัวผิดระเบียบ..




ร้านขายของ เหมือนชนบทบ้านเราเลย
มีของไทยขายด้วย พวกขนม แชมพู






แบบว่าเค้ากำลังก่อสร้างถนนอ่ะ ฝุ่นเยอะมาก...
ที่จริงถึงไม่่มีการสร้าง เมืองนี้ก็ฝุ่นเยอะนะ
เพราะถนนไม่ได้ลาดยาง ส่วนมากเป็นดินแดงทั้งนั้นเลย






ผลไม้ไทย ๆ ก็มีมาขาย ไม่รู้ราคาเท่าไหร่
แบบว่ามี 15 บาท กลัวไม่พอ จะจ่ายแบงค์้ห้าร้อย
ก็กลัวเค้าทอนเงินปลอมมา




ไอติมยี่ห้อนี้ ของเนสเล่ใช่เปล่า ? มาขายถึงนี่เชียว



อาคารอะไรไม่รู้สีสันจัง ส่วนด้านริมสุดเป็นธนาคาร
ชื่อ Univesal Bank




เด็กนักเรียนที่นี่ใส่ผ้าถุงเขียว กระโปรงเขียวกันทุกคนเลย



ก่อนขึ้นสะพานเห็นคนนี้มาขายขนม คล้าย ๆ โรตีกรอบ
อยากกินมาก ใกล้เที่ยงแล้ว.. แต่สุดท้าย..
ก็ไม่ได้กิน..งัด m&m ที่พกไปด้วยมากินแทน






ระหว่างเดินกลับไปฝั่งไทย ก็มีเด็ก ๆ เดินตาม
เห็นเราตั้งกล้องถ่ายรูปตัวเองก็ขำ เลยชวนมาถ่ายด้วยกัน
รีบงัดแว่นตาดำมาใส่เสริมหล่อเลย




ประเทศไหนก็มีเบียร์ของตัวเอง



ถ่ายป้ายมาเผื่อหัดอ่านได้



ข้ามมาถึงฝั่งไทยโดยสวัสดิภาพก่อนเที่ยง
เห็นน้องที่ยืนริมกำแพงนั่นป่ะ เค้าพยายามจะปีนออกไป
พี่ชายเค้ามุดใต้รั้วออกไปได้แล้วง่ะ โห..ทำได้ไงไม่รู้

กลับเข้ามาพวกทหารก็ถามกันใหญ่ ว่าไปถ่ายรูปได้เหรอที่พม่า
ก็บอกเค้าไปว่าได้ ก็ตาม อสท. มา
เหมือนพี่ทหารจะไม่รู้จัก หุหุ งง งง ดี




แวะตลาดริมเมยไม่รู้จะซื้ออะไรมาเป็นที่ระลึก



ด้านหลังสุดของตลาด ก็มีพวกพม่า เอาของมาขาย...
รั้วก็สู๊งสูง
โดดข้ามเข้ามาฝั่งไทยไม่ได้เลยเนอะ ดูดิ

สุดท้าย นั่งรถสองแถว 10 บาท(มีแต่พม่าทั้งคัน)
ไปตลาด เดินไปวัดนู้น วัดนี้ ผ่านทันจิตต์ทัวร์
ก็เลยจองตั๋วกลับ ที่นั่งก็ OK เลย พอดีเรานั่งรอรถ
ที่ท่านาน (เป็นอาคารพาณิชย์ใกล้สถานีตำรวจพี่นาย
ท่าเป็นผู้หญิง) ก็เลยคุยกันถูกคอ พี่เค้าเลยเหมือนกั๊ก
ที่นั่งให้เราเป็นที่นั่งเดี่ยว เพราะปกติคนมันไม่เต็มรถ
เลยนั่ง ๆ นอน ๆ สบายในราคา 460 บาท






เพื่อให้สมกับตามรอบ อสท. มาก็เลยเดินหาร้านโรตีที่เค้าบอกไว้
ถามแม่ค้าว่าถนนศรีพานิชอยู่ตรงไหน เค้างง ๆ ต้องถามว่ามี
สุเหร่าอยู่ตรงไหน เค้าจะบอกทางได้ แต่เราเดินอ้อมไป
อ้อมมาอยู่นาน ที่จริงจากทันจิตทัวร์ เิดินไปทางสถานีตำรวจ
แล้วเลี้ยวขวาตรงไปเรื่อย ๆ ก็เจอแล้ว ส่วนร้านโรตีก็ตรงข้ามกับ
สุเหร่าเลย มีแกงหลายอย่างแต่เราไม่กินไก่ ไม่กินเนื้อ
และไม่กล้าถามว่ามีแกงหมูอะเปล่า เลยสั่งโรตีใส่ไข่ราด
นม กะ Coke หนึ่งขวด 20 บาท




ประมาณทุ่มนึงก็ออกไปหาข้าวเย็นกิน ไม่รู้จะกินอะไร
แต่กลิ่นผัดไทยหอมดี เลยสั่งมาหนึ่งจาน 20 บาท
เค้าผัดมาแบบจืด ๆ ถ้าใครไม่กินรสจัดก็เหมาะแหละ
แต่เราขอเติมเปรี้ยวกะเผ็ดนิดนึง เครื่องเยอะดี..อร่อย

แวะตลาดเดิม ๆ ซื้อองุ่นไร้เม็ดมาเป็นของฝากกลับกรุงเทพ 2 ถุง
ถุงละ 75 บาท สดและหวานดีนะ ขอแนะนำ

สามทุ่มครึ่งขึ้นรถกลับกรุงเทพ
ระหว่างทางโดนตำรวจ
ตรวจสองรอบ รอบสองค้นกระเป๋าด้วย
เค้าสงสัยว่าไปทำอะไรที่แม่สอด...
บอกว่าไปเที่ยวแบบใน อสท..
เค้างงอีกแล้ว .. เฮ้อ

สรุปกลับถึงกรุงเทพประมาณ ตีห้า ครึ่ง หุหุ มัน ๆ แต่เีสียว ๆ


"คนเดียว วันเดียว ครั้งเดียว เมียวดี "




 

Create Date : 09 มีนาคม 2549
7 comments
Last Update : 14 มีนาคม 2549 7:47:38 น.
Counter : 8858 Pageviews.

 

โหไม่ดีใจหรอ เค้าเขียนว่าอายุ 22 ปีน่ะ อิอิ

ว่าแต่ไอติมนั่นมัน "แมคโนเลีย" ไม่ใช่หรอ

blog ดีมากถึงมากที่สุด ไม่เห็นแวะไปอ่านบ้างเลยนะ อิอิ

 

โดย: ## ARMYKUNG ## 10 มีนาคม 2549 21:21:48 น.  

 

ไปคนเดียวปะคะ เจ๊จุ่ม น่าหนุกจางงง ไว้หนูจะไปเที่ยวไกลๆ คนเดียวแล้วมาเล่ามั่งน้า

 

โดย: มันจะดีเหรอคะ 11 มีนาคม 2549 2:57:50 น.  

 

อิอิ ไม่คิดว่าเจ๊จะมา blog อาร์มคุง ขอบคุณมากๆคับ เหอๆ

..........อัพ blog อีกแล้ว 55+

 

โดย: ## ARMYKUNG ## 12 มีนาคม 2549 15:36:49 น.  

 

เก่ง ทึ่ง เสียว ไปได้ไงคนเดียว ฮิ ฮิ

 

โดย: tipong_pol 13 มีนาคม 2549 23:36:27 น.  

 

นั้นดิ ไปได้ไงคนเดียว เก่งเกิน ญ แล้วเจ๊

วันหลังอย่าไปคนเดียวอีกนา เป็นห่วงเน้อ

 

โดย: Uki Daruma IP: 133.87.1.154 15 มีนาคม 2549 19:58:47 น.  

 

คิดถึงเจ๊อะ

 

โดย: ริโกะ_hatyai IP: 202.12.74.7 24 พฤษภาคม 2549 10:44:28 น.  

 

กำลังจะไปเที่ยวเมียวดี (คนเดียว) อยู่เหมือนกันครับ แต่ที่กลัวอย่างเดียวก็เรื่องความปลอดภัยนี่แหละ ถ้าไปกับทัวร์รถตู้จะดีกว่ารึเปล่าครับ แต่น่าจะทั่วถึงกว่าแน่ๆ ยังไงก็ขอคำแนะนำด้วยนะครับ

 

โดย: เอก IP: 118.173.210.194 5 มกราคม 2555 23:23:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


someone_on_planet
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add someone_on_planet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.