พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ปู๊นปู๊น ฉึกฉัก ฉึกฉัก มาแบกเป้ขึ้นรถไฟ ลงเรือ ไปเที่ยวเมืองปีนังกันดีกว่า (ต่ออีกสักวันนะ)
นั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้น Penang Hill ซ่อมรูปรอบเมืองอีกครั้ง 24 ตุลาคม 2558
วันนี้สองเท้าหมุนเวลาเดิมคือ 8 โมง เมื่อคืนนึกว่าจะหลับเป็นตายกลายเป็นว่ากว่าจะได้นอนเกือบตีสอง ง่วงสุดๆ ณ ขณะตื่น จุดหมายแรกที่เราจะไปกันคือร้านติ่มซำอีกร้านที่เป็นร้านคนท้องถิ่นมากกว่าร้านเมื่อวานอยู่ถนนคิมเบอรี่ ติ่มซำหน้าตาคล้ายๆกันแต่ร้านวันแรกดูน่ากินและอร่อยกว่าร้านนี้ มื้อนี้กินไปประมาณ 80 กว่าๆริงกิต ออกมาก็ไปต่อร้านหมี่ปลาชุบแป้งทอด แต่จริงๆเหลือบไปเห็นของอันตี้ข้างๆของเค้าสั่งแบบรวมมิตรมีทั้งหมูสับก้อน ลูกชิ้นปลา เนื้อปลาสด เนื้อปลาชุบแป้งทอดดูน่ากินสุดๆ น้ำซุปก็หอมอร่อยด้วยความที่เป็นคนชอบกินน้ำซุปเป็นทุนเดิมเลยไม่ต้องปรุงก็ได้ ชามนึงตก 6 ริงกิต ใกล้ๆเป็นตลาดสดแต่ไม่ได้เดินไปชม พี่ที่เดินไปบอกว่าหลักๆขายพวกปลาซะเยอะ ออกจากถนนคิมเบอรี่ก็เดินหน้าเพื่อไปขึ้นรถบัสข้างๆตึกคอมต้าเพื่อขึ้นรถบัสสาย 204 ไปสุดสายที่ Penang Hill ค่ารถคนละ 2 ริงกิต บอกก่อนนะว่าเตรียมเงินให้พร้อมเพราะคนขับจะไม่ทอนเงินนะคะ งานนี้กะจะนอนในรถอีกสักงีบแต่โดนตีตั๋วยืนกันตลอดทางเพราะคนใช้บริการหนาแน่นมาก ถึงสุดสายคือ Penang Hill ก็ซื้อตั๋วเพื่อขึ้นกระเช้าไปชมวิวที่จุดชมวิวของเมืองปีนัง ค่าขึ้นกระเช้าไปกลับอยู่ที่คนละ 30 ริงกิต คนรอคิวกันเยอะพอสมควรแต่กระเช้าวิ่งเร็วกว่าที่คิดและไม่รู้สึกหวาดเสียวอะไรเนื่องจากเห็นแต่หัวมนุษย์เต็มไปหมด วันนี้โชคไม่ดีเท่าไหร่เพราะมีควันจากอินโดแผ่กระจายทั่วเมืองบดบังทิวทัศน์ปีนังซะเกลี้ยง พวกเราก็แค่เดินดูรอบๆถ่ายรูปพอเป็นพิธี แต่ที่นี่ก็อินเทรนด์นะมีพวงกุญแจคู่รักให้มาล็อคไว้ด้วย เลียนแบบเกาหลีซะงั้น(หรือใครเลียนแบบใครก็ไม่รู้) ลงมาถึงจุดหมายก็นั่งรถบัสสาย 204 ค่ารถคนละ 1.40 ริงกิตเพื่อลงมายังวัด เก๊ก ลก ซี่ Kek Lok Si ที่มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมรูปใหญ่และเจดีย์สูงๆ ก่อนเข้าไปก็แวะสอยกะลอจี๊คุณลุงคนนึงกล่องละ 3 ริงกิต แป้งเค้าอร่อยนุ่มมากเลย จากนั้นก็เดินเข้าไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดเสร็จและเลี้ยงเต่าด้วยการซื้อผักบุ้งคนละ 2 ริงกิตมาโยนให้เต่าที่มีจำนวนเยอะมากในวัดนี้ ออกจากวัดมาต่อรถบัสสาย 201 โดยเดินตรงมาจากทางออกของวัดแล้วเจอป้ายรถบัส ค่ารถคนละ 2 ริงกิต พวกเราแวะกลับมายังที่พักเพื่อเตรียมไปซ่อมภาพที่เหลือบางส่วน โดยเราเลือกนั่งรถบัสฟรีไปลงแถว Little India ถนน Jalan Masjid Kapitan เจอน้องคนไทยแนะนำร้านอาหารแถวนั้นเยื้องๆโรงแรม Red Inn Court ร้านอยู่เลขที่ 56 อาหารอร่อยมากโดยเฉพาะข้าวผัดและมะเขือม่วงผัดเต้าเจี้ยวหมูสับ จานปลาทอดก็อร่อยโฮกกินกันไม่เหลือเลยสักอย่าง ค่าเสียหายหมดไป ร้อยกว่าริงกิตถือว่าไม่แพงเลยทีเดียว ออกจากที่นั่นก็ไปแวะที่ Camera Museum ตามที่เพื่อนแนะนำ ร้านเก๋ดีแต่กาแฟและเค้กแอบแพงไปหน่อย มีโฮมเมดเค้กเป็นเค้กทุเรียนรสชาดเค้กอร่อยแต่เนื้อเค้กร่วนไปนิด ส่วนชีสเค้กอร่อยมากหมดก่อนใครเพื่อน กาแฟและน้ำอื่นๆก็ถือว่าดีเลยนะ ชื่อร้านกาแฟของเค้าคือ Double Exposure มื้อนี้ราคาพอๆกันกับที่กินข้าวมาเลย ตกไปร้อยนิดๆเฉียดกันนิดหน่อยเท่านั้น จากนั้นก็เริ่มตามหาภาพที่เหลือกันต่อและในที่สุดพวกเราก็เก็บภาพสีตามแผนที่ได้ครบหมดทุกภาพ ส่วนภาพที่เป็นโครงเหล็กดัดก็ขาดไปแค่ 7 ภาพเท่านั้น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นการเดินที่ทรหดอดทนอีกทริปหนึ่งเลยทีเดียวเชียว หมดจากนี้เราก็ยอมแพ้ขอเข้าโหมดช้อปปิ้งกันแล้ว ตัดสินใจเดินไปขึ้นรถบัสที่ท่าเรือเพื่อไปยัง Gurney Plaza จะไปหาซื้อของและหาข้าวมื้อค่ำกินกันโดยเลือกนั่งสาย 101 ซึ่งเป็นสายเดียวจากท่าเรือที่จะไปที่นั่น ค่ารถก็ตกที่คนละ 2 ริงกิตเช่นกัน ไปถึงก็แวะกินที่เกอนี่ไดรพ์ซึ่งเป็นเหมือนตลาดโต้รุ่งมีร้านอาหารมากมายและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะมากินที่นี่กันเยอะ ถ้าถามว่าอร่อยไม๊ก็ต้องบอกว่าเฉยๆถ้าเทียบกับร้านแถวโรงแรม Sunway จากนั้นพวกเราก็เดินซื้อของกันใน supermarket แล้วมานั่งรอรถบัสสาย 103 เพื่อกลับที่พัก แต่ต้องบอกก่อนเลยว่ารอรถนานมากเกือบครึ่งชั่วโมงได้ ค่ารถขากลับอยู่ที่คนละ 1.40 ริงกิต มาถึงที่พักก็หมดสภาพแต่ยังอยากออกไปเดินหาของเลยตัดสินใจเดินกันไปรอบๆขาไปก็เกิดอาการกลัวๆเพราะร้านส่วนใหญ่ปิดกันหมดแล้ว มืดๆดูอันตรายสาวสวยอย่างเราสามคนก็เลยเกิดอาการกลัว ตัดสินใจเรียกสามล้อถีบเพื่ออุดหนุนคุณลุงคนแก่ นั่งกันสามคนตอนสี่ทุ่มกว่าๆสงสารก็สงสาร กลัวก็กลัวแต่ก็ได้ประสบการณ์แบบใหม่ไปอีกแบบ สุดท้ายให้คุณลุงส่งแค่ที่หน้าห้างแล้วเดินต่อกันเองอีกหน่อย ตอนแรกตกลงราคากันไว้ที่ 20 ริงกิตแต่คุยกันว่าให้ลุงไป 30 ริงกิตค่าเหนื่อยเถอะ ในที่สุดก็ถึงที่พักโดยปลอดภัยหมดไปอีกหนึ่งวัน ทำไมเวลาเดินเร็วจังเลยพรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้วเหรอเนี่ย เฮ้ออออ ว่าแล้วก็อาบน้ำนอนดีกว่า



Create Date : 14 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2558 15:52:13 น.
Counter : 77 Pageviews.

0 comments

tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา