ตุลาคม 2553

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
สิงคโปร์ 7-11 กันยายน 2553 ได้อะไรมากมาย (ตอนที่ 1)
เมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนได้รับข้อความจากเพื่อนว่า ไปสิงคโปร์ไม๊ ด้วยความที่อยากไป Universal มานานแล้ว ทำให้การตัดสินใจไม่ได้ยากเลย ประกอบกับถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องพักสมอง(กลวงๆ) ของตัวเองซะหน่อย ก็ตอบตกลงในบัดดล แต่จริงๆอีกปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจไปก็คือ พักฟรี เข้า Universal ฟรี (ฮ่าๆๆๆ แอบงก) จึงได้เกิดทริปนี้ขึ้นมา ไปถึงวันที่เจ็ดตอนประมาณบ่ายๆ ที่พักจองไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว (ตั้งหนึ่งวัน) หาเอามั่วๆใน internet ได้มาหนึ่งที่คือ One Florence Close ห้องอยู่ที่ราคา 88 SGD ห้องน้ำรวม งานนี้ เป็นทริปคนจนผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ โชคดีที่ที่พักอยู่ใกล้กับ MRT (รถไฟฟ้าของที่นั่น) ทำให้สะดวกต่อการไปไหนมาไหน มาถึงสนามบืนก็มองหา MRT เพื่อที่จะนั่งไปที่พักกันเลย ประทับใจมากสำหรับวันแรก ไปที่ช่องขายตั๋วรถไฟ เจอคุณลุงแก่ๆคนหนึ่งอยู่แถวๆนั้นเดินเข้ามาถามว่า จะซื้อตั๋ว MRT เหรอ แล้วจะไปไหนกัน คิดว่าจะอยู่กี่วัน ตอนแรกแอบตกกะใจว่าเอ๊ะ คุณลุงจะมาหลอกอะไรพวกเรารึป่าวหว่า แต่พอคุยไปๆ ถึงได้รู้ว่า เค้าเป็น Senior Citizen ของสิงคโปร์แล้วมาทำงานพิเศษ คอยให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยว เลยรู้สึกดีว่า รัฐบาลเค้าไม่ทิ้งคนแก่แล้วก็ยังจัดหางานให้ทำอีก (แอบหวนคิดถึงบ้านเราเอง) คุณลุงให้รายละเอียดดีมาก เราเลยได้รู้เพิ่มว่า เราสามารถซื้อบัตร Visitor Card ได้ โดยจ่ายค่ามัดจำบัตรที่ราคา 10 SGD และสามารถขอคืนเงินได้เมื่อเลิกใช้แล้ว ส่วนราคาค่าตั๋วก็จะอยู่ที่ 8 SGD ต่อวันสำหรับนั่งไปไหนก็ได้ที่เป็น MRT & BUS แล้วก็ Unlimited อันนี้หล่ะที่ทำให้ตัดสินใจซื้อเลย ซื้อไว้ครั้งแรกก็สองวันก่อน จ่ายไป 26 SGD (8 x 2 + 10) แล้วก็มาขึ้น MRT ที่สถานีตามชื่อสนามบินของเค้าเลย สายของสถานีเค้าก็มีประมาณสี่ห้าสายหลักๆ โดยแบ่งตามสีเพื่อให้ดูง่าย (จริงๆน้อยกว่าที่เกาหลีอีกนะ ดูไม่ยากเท่าไหร่เลย) ถึงที่พัก เก็บสัมภาระเรียบร้อยก็ตะลุยกันเลยดีกว่า เริ่มจากไป Chinatown ด้วยความที่หิวโซกันมาทั้งคู่ เราเลยตัดสินใจเข้า้ร้านอาหารจีนอยู่ร้านหนึ่งซึ่งหน้าตาหน้ากินมากมาย (ดูจากรูป) แต่พอสั่งมาจริงๆ เฮ้อออ เสียดายตังค์ 55 SGD จริงๆ เราสั่งไปสามอย่างมี ปลานึ่งซีอิ้ว เห็ดผัดซอส แล้วก็ ซุปสาหร่ายไข่น้ำ ข้าวเปล่าสองจาน (แอบแพงได้อีก) แต่ก็นะ มื้อแรกก็ประทังไปได้ เค้าถึงได้บอกว่า อย่าสั่งอะไรตอนหิวโซ อาจตายได้ ฮ่าๆๆ ออกจากร้านอาหารก็เดินไปตามตรอกต่างๆใน Chinatown แล้วไปวัดจีนแถวๆนั้น ช่วงที่ไปเป็นงานวันสุดท้ายของเทศกาลไหว้ผีพอดี น่าจะคล้ายๆงาน พ้อต่อ ของจังหวัดภูเก็ต บริเวณรอบๆศาลเจ้ามีการตั้งโต๊ะของไหว้เยอะแยะเลย ภายในวัดกำลังมีการสวดมนต์ (น่าจะสวดให้กับบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้ว) พระที่โน่นแต่งตัวเหมือนพระจีนที่เราดูๆกันในหนังเลย แถว chinatown นอกจากวัดจีนก็ยังมีวัดแขกอีกด้วย ไม่ได้เข้าไปดูภายในบริเวณวัดหรอกนะ เพราะเหมือนว่าต้องเสียค่าเข้าด้วย ก็เลยถ่ายรูปแค่ด้านนอกนิดหน่อย อ้อ ลืมไปว่าได้ซื้อหมูแผ่นจากร้านชื่อดังเก่าแก่ของที่โน่นด้วยนะ หิ้วกันไปคนละ ครึ่งกิโล หมู่แผ่นที่ซื้อไม่ใช่แบบกรอบๆนะ แต่เป็นแบบที่นิ่มๆ เหมือนที่จังหวัดตรัง ถ้าถามเรา เราชอบของที่ตรังมากกว่า (หุหุ ยังสำนึกรักบ้านเกิดอยู่) ออกจาก chinatown ก็ไปเดินเล่นแถวๆ clarke quay เพื่อหาทางไปเจอเพื่อนที่ชื่อ Merlion เดินเรียบคลองสิงคโปร์ไปเรื่อยๆ ร้านอาหารซีฟู๊ดเยอะมากจริงๆ ตลอดสายที่เดินไปเลย เดินไปถ่ายรูปไปเรื่อยๆ แล้วก็ไปถึงบริเวณ Raffles ช่วงเวลานี้ขอบอกว่าเดินได้เหนื่อยมากจริงๆ เพื่อนพาเดินไปเรื่อยๆจนถึง Fullerton Road ช่วงนี้เป็นช่วงที่เค้าเตรียมพื้นที่สำหรับการแข่งขัน F1 พอดีทำให้มีการปิดถนนบางแห่ง แต่เราก็เดินลัดเลาะกันจนสามารถไปทักทายเพื่อนเราจนได้ ก็สหาย Merlion นั่นหล่ะ ไปถึงก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง ถ่ายรูปกันก่อนเลย เวลาไปถึงก็เริ่มโพล้เพล้แล้วก็ถ่ายรูปบริเวณนั้นสักพักก็หาที่นั่งพักได้ Chocolate เย็นของ Starbuck แก้กระหายไปได้คนละแก้ว ออกเดินทางกลับไปยังบริเวณ Clarke Quay ซึ่งเวลาค่ำๆเค้าก็เริ่มเปิดไฟต่างๆ สวยดี ช่วงที่ไปเค้าก็กำลังจะเริ่มเทศกาลไหว้พระจันทร์ก็เลยเริ่มมีการจัดโคมไฟต่างๆสีสันสวยงาม รอบๆคลองก็มีการตกแต่งโน่นนี่ เราก็เดินไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ แล้วก็แวะกินไอติมของประเทศตุรกี เริ่มเหนื่อยกันสุดๆ ก็เลยตัดสินใจกลับที่พักดีกว่า แต่ขากลับแทนที่พวกเราจะกลับ MRT เหมือนเดิมก็เปลี่ยนบ้าง นั่งบัสชมเมืองไปด้วยดีกว่า ก็ไปสุ่มๆหาดูว่า มีรถบัสสายไหนที่กลับถึงสถานีที่เราอยูบ้าง ก็ได้มาหนึ่งสาย ชอบอีกอย่างของที่สิงคโปร์ก็คือ จะมีจอบอกเวลาว่ารถสายไหนจะมาภายในกี่นาที ทำให้เรารู้ว่าเราต้องรอนานขนาดไหน แล้วเท่าที่สังเกต เวลาก็เป็นไปตามที่บอก ไม่ค่อยเจอที่จะสายกว่าที่บอกเลย (อันนี้ของเค้าดีจริงๆ) ถ้าเมืองไทยทำได้อย่างนี้บ้างก็คงจะดี ไม่ใช่เฉพาะรถบัสนะ MRT ก็เหมือนกัน ถึงป้ายที่ต้องลงก็เลยข้ามไปฝั่งตรงข้ามกะว่าจะไปดูๆว่ามีไรกินอีกบ้าง แต่แป่ววว เพราะว่าเค้ากะลังจะปิด mall แล้ว เดินคอตกกลับกันมา ไปเจอแถวที่พักมีร้านอาหารขายตอนกลางคืนอีก เย้ๆๆ ไม่อดแล้วแน่ๆพวกเรา แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวังเพราะว่าเพื่อนสั่งติ่มซำมากิน ไม่หย่อยอ่ะ เลยตัดสินใจเก็บแรงเอาไว้สำหรับเที่ยวพรุ่งนี้ดีกว่า ขอขอบคุณ 100 Plus ที่มีขายที่สิงคโปร์ทำให้เราหายอยากกิน ทุกครั้งที่นั่ง Airasia จะแอบหงุดหงิดเพราะว่ามันไม่มีขายสำหรับ flight ในเมืองไทย T__T เกี่ยวไรไม๊เนี่ย ฮ่าๆๆ (มีต่อภาค 2)



Create Date : 16 ตุลาคม 2553
Last Update : 16 ตุลาคม 2553 12:09:36 น.
Counter : 402 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา