กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
10 พ.ค. 2555 เกียวโต ไม่ไปไม่ได้แล้ว

วันนี้ก็เวลาเดิมๆตอนสายๆก็เยื้องกรายกันลงมา Check out ออกจาก Sheraton Miyako Osaka สองคืนกับที่นี่นอนหลับสบายดี (เพราะเหนื่อยมากกับการเดินมาราธอน) ก่อนออกออกจากโรงแรมก็แวะจัดการเรื่องฝากกระเป๋าใบใหญ่ของเราทั้งสองคนไปส่งที่บ้านเพื่อนที่เมืองอิบารากิก่อนเลยชอบบริการนี้มากมายเพราะว่าทำให้เราสะดวกไม่ต้องแบกกระเป๋าใหญ่ๆหนักๆตะลอนไปทุกที่ราคาก็สมเหตุสมผลไม่แพงเกินไป 


เสร็จจากเรื่องฝากกระเป๋าก็แวะร้านเดิม FamilyMart หาอะไรใส่ท้องแก้หิวนิดหน่อยหลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟไปเกียวโตกันเลยดีกว่าวันนี้โชคดีมากได้ยืนเกือบตลอดทางที่จะไปเกียวโตโชคดีที่ระยะทางไม่ได้ไกลมากแล้วปลายๆก็ได้นั่ง เฮ้ออ มาถึงสถานีเกียวโตก็ถามหา shuttlebus ของ Westin Miyako Kyoto ใช้เวลาไม่นานไปยืนรอที่ป้ายจอดรถบัสขนาดกลางก็แวะมารับแขกของโรงแรม 


ในที่สุดเราสองคนก็พาตัวเองมาถึงโรงแรมได้อย่างปลอดภัย ทำการ Check in เสร็จเรียบร้อย กรี๊ดกร๊าดกับห้องในโรงแรมอยู่สักพัก (ราคาได้อยู่ที่คืนละ89 USD++ excluding breakfast) ล้างหน้าล้างตาแล้วก็ออกตะลอนกันเลยอันดับแรกก็ไปวัดน้ำใสกันก่อนเพราะว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้ระหว่างทางขึ้นไปร้านค้าเยอะมากมายแต่ก็ทำได้แค่อดใจไว้ก่อนแวะแค่ร้านเดียวเพื่อหาอะไรกินเพื่อเติมพลังกันก่อน ได้เบนโตะกันมาคนละเซตแล้วล้างปากด้วยเค้กชาเขียวกะไอติมหลังจากนั้นก็พากันออกเดินทางต่อไปเรื่อยๆผ่านศาลเจ้าเล็กๆที่เป็นที่ตั้งของก้อนหินสองก้อน 


เค้าว่ากันว่าถ้าปิดตาเดินจากหินก้อนหนึ่งไปยังหินอีกก้อนหนึ่งโดยที่ไม่มีอะไรมาสะดุดจะได้เจอเนื้อคู่เราก็เลย เอาวะ ขอลองซักหน่อย เดินได้โดยไม่สะดุดด้วยนะ(เพราะว่าเพื่อนเตยคอยบอกทางอย่างระแวดระวัง กลัวเพื่อนไม่มีคู่)ประสบความสำเร็จในเรื่องการเดินปิดตาระหว่างหินสองก้อนนี้แต่ก็ยังหาคู่ไม่ได้ซ๊ากกะที T__T แล้วก็เดินทางถึงวัดน้ำใสแวะไหว้พระแล้วก็ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามรอยนักท่องเที่ยวคนอื่นๆทุกคนวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เจอเด็กนักเรียนเยอะแยะต่อคิวเพื่อดื่มน้ำสามสายนี้กันเป็นแถวยาวมากๆแล้วก็ได้เจอกลุ่มน้องนักเรียนที่ไปเจอกันที่เมืองนาราเมื่อวานวันนี้ก็เลยทักทายกัน (แบบไม่รู้เรื่อง) แล้วก็เนียนๆขอน้องให้ช่วยถ่ายรูปคู่ให้เราสองคนซะเลยเอิ๊กๆๆ


ดื่มด่ำเต็มที่กับบรรยากาศที่วัดน้ำใสก็เดินกลับมาแวะซื้อของตามทางเดินเล็กน้อยเพราะว่ามีพี่อีกคนฝากซื้อแครกเกอร์ชาเขียวที่เค้าบอกว่ามีขายแค่ที่นี่เท่านั้น
!!! ก็เลยต้องหิ้วกันจากที่นี่ตะเลงกันไปเที่ยวด้วยซะเลยออกจากวัดก็ไปต่อที่ศาลเจ้ากิออน แวะไหว้พระ เคาะระฆัง โยนเหรียญเสร็จแล้วก็ไปต่อกันที่ปราสาทนิโจ เป็นปราสาทที่ใหญ่เอาการและก็เก่าแก่นะเนี่ยเดินกันสนุกสนานอย่างมีระเบียบเรียบร้อย ทั้งในและโดยรอบเดินจนครบรอบปราสาทก็ออกเดินทางต่อเพื่อไปยังอีกไฮไลท์ของเมืองนี้คือ วัดทองเราว่าสวยสมคำร่ำลือนะ ตั้งโดดเด่นเป็นสง่ามากๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆแล้วก็เดินรอบๆวัดจนหมดก็แวะซื้อเครื่องลางกันซักเล็กน้อยก็ออกมานั่งรถบัสเล่นรอบเมืองแล้วไปเดินตามถนนประวัติศาสตร์ หนาวก็หนาว ลมก็พัดวิ๊วๆ 

จากตอนแรกที่อยากเดินเพื่อชมวิว กลายเป็นเดินเพื่อให้ถึงถนนเร็วๆ (จริงๆก็ไม่มีอะไรให้ดูด้วยหล่ะเป็นทางเดินที่มีต้นไม้ร่มรื่น คงจะสวยถ้ามาตอนซากุระบาน) ตอนนั้นก็เป็นเวลาเย็นๆแล้วด้วยหิวก็เริ่มหิวเดินมาจนถึงถนนใหญ่ก็หาทางกลับโรงแรมนั่งรถไปลงถนนใกล้ๆโรงแรมแล้วก็แวะโรงแรมเอาของมาเก็บไว้ก่อนเปิดประตูห้องเข้ามายิ้มแก้มแทบปริ เจอ Amenity set น่ารักมากคิดว่าน่าจะมาจาก Khun Suter เป็นขนมของเมืองเกียวโต(อร่อยดี) แล้วก็นกกระดาษตัวเล็กๆพร้อมน้ำแร่อีเวียงแล้วก็เชอรี่สด พร้อมการ์ดจาก GMดีใจ J เก็บของเสร็จก็เดินลงมาเจอKhun Suter ตัวเป็นๆหลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายปีมากรู้สึกว่าหนุ่มขึ้นเยอะแฮะ 

Khun Suter พาไปนั่งดื่มน้ำที่ coffeeshop ของโรงแรมนั่งคุยกันไม่นานมากเพราะว่าเค้ามีนัดต้องไปเจอแขกอีกแล้วก็แนะนำให้เราเดินจากโรงแรมไปหาของกินแถวสะพานข้ามแม่น้ำใหญ่ๆแวะถ่ายรูปเป็นที่ระทึกแช๊ะสองแช๊ะก็แยกย้ายกันไป เราสองคนก็เดินดุ่มๆไปเรื่อยๆหิวก็หิว แต่ด้วยความที่ Khun Suter บอกว่าไม่ไกลเดินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึงก็เดินไปเรื่อยๆแต่ไม่เจอสักที ฮ่าๆๆๆ สุดท้ายผ่านสะพานใหญ่ๆคิดว่าใช่ไม่ใช่ก็คงต้องกินแล้วก็เลยแวะร้านอาหารญี่ปุ่นร้านนึงเพราะเพื่อนเตยอยากกินเนื้อย่างร้อนๆเราเองก็ได้ปลามาแทะเล่นกินเสร็จก็เลยเดินเล่นเรื่อยๆเพราะอยากไปเดินแถวกิออนยามค่ำคืนเผื่อจะโชคดีได้เจอไมโกะจัง สุดท้ายก็แห้วไม่เจอน้องไมโกะสักคนเจอแต่น้องดังโงะปิ้ง เห็นคุณป้าที่ขายดังโงะดูเก่าแก่ดีก็เลยลองสั่งมากินเล่นสักไม้โชคดีที่ไปเจอก่อนเร็วๆเพราะหลังจากที่เราสั่งไปแล้วไม่รู้คนมาจากไหนมาต่อแถวเยอะแยะมากมายก็เลยคิดว่า ต้องอร่อยแน่ๆ อิอิ คงไม่เสียแรงที่ลองสั่งมาสุดท้ายก็อร่อยแบบแป้งๆราดน้ำหวานๆโรยผงถั่วคล้ายๆหนมอี่บ้านเราเลยหง่ะ ^^ ประสบการณ์ที่หาซื้อได้ไม่แพงมากของค่ำคืนนี้ 

เมื่อเราสองคนทนความหนาวไม่ไหวก็เลยตัดสินใจนั่งรถไฟกลับมาสถานีใกล้ๆโรงแรมแล้วก็กลับมาเล่นเนตในโรงแรมเจอ Khun Suter และครอบครัวพอดีก็เลยได้ทักทายกันอีกสักแว๊บวันนี้ก็จบลงไปอีกวัน เตรียมตัวบอกลาเกียวโตเพื่อไปต่อเมืองอื่นกันดีกว่า ซาโยนาระเกียวโต



Create Date : 04 กันยายน 2555
Last Update : 4 กันยายน 2555 22:25:54 น.
Counter : 306 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา