กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
8 พ.ค. 2555 โคนิจิวะ โอซาก้า

เครื่องร่อนลงที่สนามบินคันไซตอนเวลาเจ็ดโมงนิดๆผ่านพิธีการทางด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรมาด้วยความราบรื่นงานนี้โชคดีที่ไม่โดนค้นกระเป๋า สองสาวมากระเป๋า 3ใบ เค้าให้ผ่านไปได้สบายๆคงเพราะว่าเค้าเขินที่ทักเราผิดเค้าถามเราว่า มากับคุณแม่เหรอ (เหว๋อออออออออ) เราบอกว่าเปล่าค่าหนูมากับเพื่อนค่า เค้าก็เลยรีบขอโทษขอโพยแล้วทักทายอีกเล็กน้อยก็ปล่อยเราออกไป


เรานัดหลานของเพื่อนให้มารับที่สนามบินเพื่อที่วันนี้เค้าจะเป็นไกด์กิตติมศักดิ์พาเราท่องโอซาก้าวันนี้โอซาก้าอากาศกำลังดีไม่ร้อนเกินไป แต่ก็แอบมีท้องฟ้าขุ่นมัวไม่ค่อยแจ่มเท่าไหร่ระหว่างรอน้องเค้ามารับเราก็ไปแลก JR Pass กันก่อนโดยจะเริ่มเปิดใช้วันที่11 พ.ค. 2555 เป็นวันแรกและแล้วเราก็ได้บัตรเบ่งมาเก็บไว้กับตัว บัตรนี้มีค่าถึง 28300 เยนกันเลยทีเดียว คิดเป็นเงินไทยก็คูณ 0.38 เข้าไปประมาณนั้นขอบอกก่อนว่าไม่เคยเจอน้องเค้ามาก่อนได้แต่คุยกันทาง Facebook แต่ก็เจอหน้าค่าตากันมาบ้างพอน้องมาถึงก็เลยไม่ต้องมานั่งหากันอยู่ว่าใครเป็นใคร พวกเราตัดสินใจซื้อบัตร OsakaUnlimited Pass สำหรับ 1 วัน ในราคา 2000เยน โดยส่วนตัวคิดว่าคุ้มมากสำหรับเที่ยวในโอซาก้าเพราะว่าบัตรนี้รวมค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆเอาไว้ให้ด้วยโดยเราไม่ต้องเสียค่าเข้าชมเพิ่มอีก ตอนแรกก่อนไปวางแผนว่าจะซื้อ KansaiThru Pass สำหรับ 3 วันในราคา 5000 เยน ก็เลยเปลี่ยนใจซื้อบัตรนี้ตามที่เจ้าถิ่นแนะนำดีกว่าเพราะว่าใช้เข้าสถานที่ต่างๆได้ฟรีทั้งหมด 28 แห่งรวมถึงลดราคาสถานที่อื่นๆรวมถึงร้านอาหารงานนี้อยู่ที่เราว่าจะเก็บที่เที่ยวได้เท่าไหร่ นอกจากจ่ายค่าบัตร 2000 เยนแล้วก็จ่ายเพิ่มค่าเดินทางจากสนามบินคันไซไปยังโรงแรม SheratonMiyako Osaka ราคา 300 เยน ตอนซื้อบัตร OsakaUnlimited Pass จะได้มาพร้อมกับหนังสือคู่มือเล่มเล็กๆหนึ่งเล่มพร้อมคูปองบัตรเข้าชมสถานที่และส่วนลดต่างๆสำหรับเวลาไปแต่ละที่ต้องฉีกคูปองของที่นั้นๆพร้อมโชว์ตั๋วที่เราซื้อมา(ห้ามหายเด็ดขาดนะค๊า)

ความโชคดีของเราคือเราได้ที่พักราคาไม่แพง 49 USD++ ต่อคืนสำหรับที่นี่ถือว่าคุ้มมากกับค่าที่พักในญี่ปุ่นซึ่งราคาโหดได้อีก(สำหรับเรา)จริงๆน้องเค้าชวนไปพักด้วยกันที่บ้านแต่อารามเกรงใจเลยตัดสินใจพักโรงแรมดีกว่าสองคืนเท่านั้นในโอซาก้าถึงที่พักจัดการเรื่องเช็คอินท์เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยล้างหน้าแปรงฟันทำสวยกันเสร็จก็เริ่มออกเดินทางกันเลยแรกสุดตั้งใจไปพิพิทธภัณฑ์โอซาก้าแต่โชคร้ายที่ดันปิดวันอังคารเลยเสียไปแล้วหนึ่งที่ๆยังไม่ได้เก็บก็เลยถ่ายรูปกะตึก NHK ก่อนที่จะเดินต่อไปที่ปราสาทโอซาก้า (OsakaCastle) สวยงามสมกับที่ควรจะต้องมาเยือนส่วนประวัติเป็นยังไงหาอ่านได้ตามเวบนะค๊าบ อิอิ เข้าไปในปราสาทก็ขึ้นไปยังจุดชมวิวชั้นบนสอยได้แม็กเนตมาหนึ่งอัน 


สักพักก็ได้เวลาย้ายตัวเองไปที่อื่นเราตัดสินใจว่าจะไปอีกหนึ่งพิพิทธภัณฑ์แถวริมทะเลคือ Osaka Maritime Museumและแล้วก็โชคไม่ดีอีกเหมือนกันที่มัน “ปิด”เฮ้ออ ตอนนี้เราเริ่มรู้สาเหตุแล้วที่ปิดเป็นเพราะส่วนใหญ่หลังจาก GoldenWeek สถานที่สำคัญหลายที่จะปิดเพื่อให้ลูกน้องได้ไปพักผ่อนกันบ้างหลังจากที่เปิดให้บริการช่วงนั้น(จริงเท็จอย่างไรก็ไม่อาจทราบได้ เจ้าถิ่นเค้าบอกมา)


อีกที่หนึ่งที่อยากไปแต่วันปิดของที่นั่นเป็นวันอังคารก็คือOsaka Museum of Housing and Living ที่นี่เค้าจะมีชุดยูกาตะให้ใส่เดินถ่ายรูปด้วยน๊าเป็นอีกหนึ่งที่ๆไม่ได้เก็บ แอบเศร้าเล็กๆ แต่ชีวิตเราก็ต้องเดินทางต่อไป (เอ๊ะเกี่ยวกันไม๊) เราตัดสินใจเบนเข็มเข้าเมืองโดยไปแถว Dotomburi ไปถ่ายรูปกับนักวิ่งสัญลักษณ์กูลิโกะตอนช่วงสายๆ ก่อนที่จะไปหาอะไรใส่ท้องเราเลือกกินราเมนน้ำต้มกระดูกหมูพร้อมเครื่องเคียงเป็นกิมจิรสอร่อย(ฟรีด้วยอีกต่างหาก) ชามละ 600 เยน อร่อยจริงๆเจอร้านกูลิโกะแล้วแต่ยังไม่สามารถซื้อของได้เพราะว่าเรายังต้องไปต่ออีกหลายที่ใกล้ๆกันมีอีกหนึ่งพิพิทธภัณฑ์คือ Kamigata Ukiyoe Museum เป็นสถานที่เล็กๆแสดงพวกภาพวาดญี่ปุ่นแล้วก็มีสอนวาดภาพด้วยแต่ต้องจองล่วงหน้าเราไม่มีเวลาขนาดนั้นก็เลยต้องเสียสละตัวเองไปต่อ >_< 


ที่ต่อไปที่เราไปเยี่ยมเยือนก็คือShitennoji Temple เข้าไปไหว้พระแล้วก็เดินถ่ายรูปเล็กน้อย แล้วก็ขึ้นไปTsutenkaku Tower (Osaka Tower)ขึ้นไปชมเมืองโอซาก้าผ่านหอคอยอันนี้มองโดยรอบ 360 องศาบนนั้นมีรูปปั้นเทพเจ้า Billikenให้สักการะและขอพรเพื่อให้โชคดีลงจากหอคอยเราก็ต้องแยกกับน้องเค้าเพราะน้องต้องกลับไปช่วยงานที่ร้านก่อนแล้วนัดเจอกันอีกครั้งตอนค่ำๆ เราสองคนก็ไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ที่ชื่อ HEPFIVE Ferris Wheel เป็นชิงช้าสวรรค์ที่อยู่บนห้างอีกทีหนึ่งไม่อยากบอกว่าเดี๋ยวนี้กลายเป็นคนกลัวความสูงไปซะแล้วจากที่เมื่อก่อนชอบเล่นสวนสนุกทุกรูปแบบ ตอนนี้กลัวซะแล้ว ฮ่าๆๆขึ้นไปไม่กล้ามองลงมาข้างล่างเลยได้แต่มองไปตามตึกต่างๆในระดับเดียวกับที่ชิงช้าหมุนไปเป็นเอามากเหมือนกันแฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆ แก่แล้วก็อย่างเงี้ย


ลงมาจากชิงช้าก็เดินเล่นๆบริเวณนั้นนิดหน่อยแล้วก็กลับไปยังสถานีที่นัดเจอกับน้องเค้าคุยกันว่าจะเดินมาเรื่อยๆเพื่อมาเจอกันครึ่งทางแต่สงสัยเราจะเดินเร็วไปหน่อยก็เลยไปไกลว่าซอยที่น้องเค้าทำงานอยู่ ยิ่งเดินยิ่งไกลเริ่มไม่แน่ใจว่าเอ๊ยย ชั้นหลงทางอยู่ในญี่ปุ่นจะทำยังไงดีเนี่ย ว๊ากกกกกกกกตัดสินใจบอกเพื่อนอีกคนว่าเดี๋ยวนั่งตรงนี้ก่อนแล้วก็ไปดูลาดเลาว่าที่นี่มันจุดไหนเจอญี่ปุ่นใจดีพูดภาษาอังกฤษได้เค้าก็ช่วยเหลือไอ้เราก็เข้าตาจนขอเค้าโทรศัพท์หาน้องซะเลยให้เค้าส่งภาษาโคนิจิวะกันแล้วน้องเค้าก็ปั่นจักรยานมาเจอพวกสองสาวบ้านนอกพอดี ก็เลยโชคดีไปรีบขอบคุณมิตรภาพดีดีที่พบได้ระหว่างการเดินทางจากสาวชาวญี่ปุ่นคนนี้ก่อนจะไปร้านอุด้ง(ยักษ์) ที่อาอี๊เจ้าถิ่นจะพาเราไปกินกันวันนี้ อาหารอร่อยและจานใหญ่มากกกกกกินกันไม่หมดเลยทีเดียว แต่อาอี๊บอกว่าสาวญี่ปุ่นที่นี่เค้ากินกันหมดนะ บางคนขอสองเอ๋ออออ ข้าน้อยขอคารวะเลยก็แล้วกัน


กินมื้อเย็นเสร็จก็เลยแวะไปร้านอาหารไทยที่อาอี๊เค้าเปิดที่ญี่ปุ่นไปนั่งคุยย่อยอาหารกันเล็กน้อยวันนี้โชคดีที่มีพี่คนไทยอีกคนที่สนิทกับอาอี๊มากินอาหารที่นี่อาอี๊เลยขอให้เค้าไปส่งเรากับเพื่อนแล้วก็น้องเค้าเพราะว่าน้องเค้าต้องไปเอาของที่เราหิ้วมาจากเมืองไทยที่โรงแรมก็เลยโชคดีได้นั่งรถกลับไปไม่ต้องไปต่อรถไฟกลับกันอีก


ถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพโดยได้ชมเมืองโอซาก้ายามค่ำคืนตอนนั่งรถผ่านสถานที่ต่างๆหลับเป็นตายเพราะวันนี้เดินเยอะมากจริงๆ มาถึงโรงแรมก็ต้องมาติดต่อเรื่องบัตร Kansai Thru Pass สำหรับ 2 วันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาวันพรุ่งนี้อีก ก็เลยถามทาง Front Office ก็ได้ความว่าซื้อที่นี่ได้ เค้าก็จัดแจงเอาบัตรมาให้เราราคาบัตรใบนี้อยู่ที่ 3800 Yen สำหรับใช้ 2 วัน ถ้า 3 วันจะอยู่ที่ 5000 Yen โชคดีไป วันนี้เหนื่อยมากแล้ว พรุ่งนี้เตรียมตัวเที่ยวนารา และ โกเบแต่คงไม่ใช่ตั้งแต่เช้าตรู่แน่ๆไปนอนฝันหวานดีกว่า คร่อกๆๆ

ปล. งานนี้ต้องขอบคุณ น้องยู๊, อาอี๊, แล้วก็น้าคนไทยที่ไปส่งพวกเราด้วยนะคะรวมถึงชาวญี่ปุ่นที่ให้ยืมโทรศัพท์



Create Date : 04 กันยายน 2555
Last Update : 4 กันยายน 2555 22:22:58 น.
Counter : 668 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา