กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
7 พ.ค. 2555 (ญี่ปุ่น 7 – 17 พ.ค. 2555)

วันนี้นับเป็นวันเตรียมตัวสำหรับเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการครั้งแรกของสองสาวเพื่อนซี้เริ่มต้นด้วยการจัดกระเป๋าใบใหญ่ๆเอาเสื้อผ้าพร้อมทั้งของฝากอัดๆเข้าไปแล้วไปนั่งลุ้นหน้าเคาเตอร์เช็คอินท์ว่าน้ำหนักจะเกินไม๊ว๊าJ สุดท้ายก็รอดมาได้หมด เพื่อนที่อยู่ที่โน่นอยากกินไตปลาแห้งกะมาม่าเมดอินไทยแลนด์มากก็เลยหิ้วไปให้แถมด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์รสต้มยำแล้วก็ต้องหิ้วของอีกหนึ่งกระเป๋าไปฝากหลานของเพื่อนด้วยงานนี้ก็เลยสองคนสามกระเป๋า มันส์กันใหญ่เวลาบินของเราคือตอนเกือบๆเที่ยงคืนของคืนวันที่ 7 ก็เลยมีเวลาลั๊นลาในกทม.อีกเกือบๆวัน

ไปเดินเตร็ดเตร่อยู่ที่ CentralWorld เพราะว่านัดเพื่อนอีกกลุ่มกินข้าวที่นั่น เจออาหารจีนเข้าไปอิ่มแปล้กันเลยทีเดียวจบจากอาหารยังอุตส่าห์ไปต่อด้วยของหวานอีกเล็กๆพอให้ได้เมาท์มอยกันต่ออีกหน่อยก่อนที่จะแยกย้ายคุณเพื่อนร่วมเดินทางอยากอุ่นเครื่องเรื่องการช๊อปกระซิบบอกว่าอยากไปเดิน Platinumก็เลยต้องจัดให้อีกหน่อย ไปถึง Platinum กันตอนห้าโมงเย็นกว่าๆเดินไปเดินมาได้เสื้อผ้ามาคนละสองสามตัว (บอกแล้วว่าอุ่นเครื่อง)เสร็จแล้วก็ต้องเดินไป Pantip เพื่อไปหาซื้อ Battery สำรองของกล้องตัวเองด้วยเนื่องจากอันก่อนที่ซื้อไว้หายไปโดยไร้ร่องรอย(เซ็งมาก)

เสร็จจากพันทิปก็จับ AirportLink กลับไปที่สนามบินเลยแต่ก็ต้องไปรอพี่อีกคนที่จะฝากของไปให้หลาน นัดเจอกันที่สถานีมักกะสันได้มาหนึ่งกระเป๋าเล็กๆแต่อัดแน่นพร้อมด้วยบัตรรับของที่ King Power เพราะว่าเค้าจะให้ช่วยหิ้วของที่สั่งซื้อใน Duty Free ให้ด้วย (เห็นมะ รับบริการทั่วราชอาณาจักรไทย) ของแถมคือบัตรสมาชิก KingPower ให้ไปใช้บริการเลาจ์ที่นั่นได้ฟรีๆต้องเร่งทำเวลากลับสนามบินกันแล้วเราเพราะว่านัดเจอพ่อกะแม่ที่นั่นบ้านนี้ต้องแตะมือกันไปเที่ยว พ่อกะแม่ลงเครื่องกลับมาจากยุโรปเราก็แตะมือไปญี่ปุ่นต่อที่นัดเจอกันเพราะลูกสาวไม่มีรองเท้าจะใส่ไปเดินลุยแดนอาทิตย์อุทัยรอขอยืมรองเท้าแม่ แล้วก็เต๊าะไอแพดของพ่อ(ตัวเองไม่เคยมีอะไรเล๊ยยในชีวิตนี้) อ้อของตัวเองมีแต่ adapter ที่เคยซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อนเอาไว้เวลาเดินทางไปไหนจะได้สะดวกในการเปลี่ยนหัวปลั๊ก(เฮ้อออ ยังดีที่ยังมีของตัวเองบ้าง)อีกอย่างนัดเจอเพื่อนอีกคนเพื่อที่จะฝากของไปให้เพื่อนที่โน่นด้วยของที่ฝากก็คือพระพุทธรูปเนื่องจากเพื่อนไปพักคราวที่แล้วเจอของดีพอกลับมาก็เลยฝากพระไปให้เพื่อนที่อยู่โน่นเอาไว้บูชาในบ้าน

ได้เวลาแอบเนียนเข้าไปใช้บริการ King Power เลาจ์กันแล้วเราก็เอาบัตรสมาชิกที่ได้มายื่นให้เค้าดูเค้าก็ไม่ได้ถามอะไรมากก็บอกว่าเชิญด้านในเลยค่ะ (แอบปาดเหงื่อโล่งอก)เพราะว่าชื่อในบัตรไม่ใช่ชื่อเรา เฮ้อออ เข้าไปได้ปั๊บอันดับแรกขอไปอาบน้ำก่อนเลยเพราะว่าเดี๋ยวต้องหมักตัวเองอีก6 ชั่วโมงบนเครื่องบิน ก็เลยได้อาบน้ำสระผมกันเรียบร้อยเวลาไปถึงโน่นจะได้แค่ ล้างหน้าแปรงฟันออกผจญภัยได้เลย ขอบอกว่าเลาจ์เค้าสบายนะ มีWifi ให้เล่นฟรีๆ แถมมีอาหารเครื่องดื่มและขนมให้บริการอีกเราเลยสั่งข้าวต้มปลามากินอร่อยดี ตามด้วยน้ำสมุนไพรสักแก้วแล้วต่อด้วยแซนวิจแฮมชีสเล็กๆอีกสักหนึ่งชิ้นก่อนที่จะต้องบอกลาเมืองไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อไปเรียนรู้วัฒนธรรมญี่ปุ่น J



Create Date : 04 กันยายน 2555
Last Update : 4 กันยายน 2555 22:18:12 น.
Counter : 202 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา