มิถุนายน 2551

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
Deoksugung Palace-Gyeongbokgung Palace-Jogyesa Temple-Seoul Tower-28 May 2008
วันนี้ตื่นสายตามเคย กะว่าจะตื่นเช้าๆออกมาดูวิถีชีวิตชาวเกาหลี แต่ป่าวเลย ออกสายอีกแล้ว ตื่นมาปั๊บก็เดินข้ามฝั่งไปตลาดนัมแดมุน เพื่อแวะหาของกินก่อน เดินไปเรื่อยๆผ่านทางขึ้นของ Subway เห็นป้าคนนึงนั่งขายพวกเค๊กข้าวมีสองแบบคือแบบธรรมดาแล้วก็คลุกกับผงอะไรสักอย่างเรียกไม่ถูกเหมือนกันแฮะสีน้ำตาลตัวเนื้อแป้งสีขาว อีกแบบคือจะเป็นแบบสีเขียวคล้ายชาเขียวแต่ไม่ใช่หรอกแล้วก็คลุกกะผงสีน้ำตาลเหมือนกัน ก็เลยซื้อไปถุงนึง 1,000 WON เดินไปอีกหน่อยก็เจอร้านอาหารร้านหนึ่งเป็นร้านข้างทางในตลาดนี้แหล่ะ ก็เลยตัดสินใจเลือกเข้าร้านนี้ เค้าขายบะหมี่ใส่หอยเหมือนหอยหวานบ้านเราอ่ะ ท่าทางน่าจะอร่อยก็เลยชี้ไปที่รูปนี้หล่ะ กินบะหมี่กะกิมจิก็อร่อยดีเหมือนกัน รสชาติคนละแบบกะบะหมี่(แกะจากซอง) ที่กินไปเมื่อวันก่อน ก็ดีไปอีกแบบ ราคาก็ไม่แพงนะ อยู่ที่ 3,500 WON

แล้วก็เลยตัดสินใจเดินไปเหมือนเดิม ทางเดิมด้วย แต่วันนี้เดินผ่านพระราชวังด๊อกซูกุง ก็เลยแวะไปซะก่อน ค่าเข้าไม่แพงเหมือนวังอื่นๆ อยู่ที่ราคา 1,000 WON เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมาก สำหรับเราอ่ะนะ เพราะว่าเมื่อวานก็ดูวังมาแล้วหนึ่งวัง แถมวังนี้ก็เล็กกว่าอีก วังนี้เป็นวังที่พี่ชายของกษัตริย์องค์นึงของเกาหลีประทับอยู่ ก่อนที่วังอื่นๆของเกาหลีจะถูกญี่ปุ่นเผาทำลาย วังนี้ก็เลยกลายเป็นที่ประทับชั่วคราวของกษัตริย์ไปด้วย ในบริเวณพระราชวังด๊อกซูกุงแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะด้วยนะ แต่ว่าเราไม่ได้เข้าไปหรอกเพราะว่าต้องเสียค่าเข้าอีก แล้วอีกอย่างตัวเราก็ไม่ค่อยมีหัวทางด้านศิลปะด้วย (ป่าวร๊อก..จริงๆแล้ว งก หน่ะ อิอิ) เดินอีกนิดหน่อยก็เลยออกมา เพราะว่าไม่มีคนช่วยถ่ายรูปให้เนื่องจากคนที่มาเดินช่วงที่เราไปยังน้อยอยู่ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใครดี เฮ้อ ข้อเสียของการเที่ยวคนเดียวจริงๆเล๊ย

พอออกมาก็เลยเดินต่อไปที่พระราชวังเคียงบ๊อกกุง ซึ่งเป็นไฮไลท์ของเกาหลีเลยหล่ะ แต่ขอบอกว่าเดินหลงอีกแล้ว ถามเหยื่อคนแรกที่ผ่านมาก็บอกว่าไปทางนี้ ถามอีกคนก็บอกว่าไปอีกทาง ก็เลยวนไปวนมาอยู่พักนึง แต่ในที่สุดก็ถึงพระราชวังเคียงบ๊อกกุงจนได้ วังนี้เป็นวังแห่งแรกของเกาหลีเลยหล่ะ สร้างก่อนเลยเก่าแก่มากก่อนที่จะถูกญี่ปุ่นเผาทำลายอีกเหมือนกัน ค่าเข้าที่นี่ 3,000 WON แล้วก็ถ้าใครต้องการฟังคำบรรยายจากเครื่องบันทึกเทปก็สามารถเช่าได้ในราคา 1,000 WON จากข้างๆที่ขายตั๋วนั่นเอง เราเองก็เช่ามาอันนึงเพราะว่าอยากจะรู้ว่าแต่ละที่เป็นยังไงบ้าง ของเค้าดีนะ แค่เรากดตัวเครื่องฟังลงไปตามแผนที่ ที่เค้าจัดไว้ให้เราอยากรู้ว่าส่วนนี้เป็นยังไงก็แตะเครื่องลงไปตรงบริเวณนั้นของแผนที่ เครื่องก็จะอธิบายว่าที่แห่งนั้นมีประวัติเป็นยังไงมายังไง

โชคร้ายของเราที่วันที่เราเลือกไปวังวันนี้ฝนตก ตอนแรกๆก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอผ่านประตูแรกเท่านั้นแล แหมดันตกซะไม่น่าเดินเลย ก็เลยยืนดูประตูเล่นๆไปก่อน พอเริ่มซาก็เลยตัดสินใจฝ่าสายฝนเดินผ่านไปประตูที่สอง แล้วก็เดินดูตามส่วนต่างๆของวัง ขอบอกว่ากว้างมากๆ เดินจนเหนื่อยเลยนะเนี่ย ผ่านตรงที่เค้าให้ใส่ชุดฮันบก ของเกาหลีเพื่อถ่ายรูป (เช่านะค๊าบ ป่าวถ่ายฟรี) คนละ 15,000 WON เฮ้อ..เก็บตังค์ไว้กินข้าวดีกว่า แล้วอากาศก็ไม่ดี ถ่ายไปก็ไม่สวย อากาศไม่แจ่ม หุหุ (ข้ออ้างของคนขี้งกอีกแล้วค๊าบ) เดินไปเรื่อยๆก็ไปดูพิพิธภัณฑ์เกาหลี ก็มีพวกประวัติของสิ่งต่างๆของเกาหลี รวมทั้งกิมจิด้วย แล้วก็พวกเครื่องแต่งกายแบบต่างๆ ความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อน ง่ายๆคือเหมือนกับการรวมวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเอาไว้ในนี้เลย แถมยังมีให้ดูอีกนะว่าแต่ละเทศกาลเค้ามีของกินหรือว่าอาหารสำหรับวันสำคัญต่างๆยังไงบ้าง เห็นแล้วอยากกินจริงๆเล๊ย

เดินจนเหนื่อยแล้วก็เลยเดินออกมาคิดว่าคงจะต้องออกแล้วหล่ะ เพราะว่านัดกะเพื่อนเอาไว้ว่าจะไป N Seoul Tower ด้วยกันหน่ะ ออกมาได้หน่อยก็เจอกะพี่สาวคนที่เจอกันที่พระราชวังชางด๊อกกุงเมื่อวันก่อนที่ผลัดกันถ่ายรูป ก็เลยผลัดกันถ่ายรูปกันอีกรอบ ฮ่าๆๆ หัวอกเดียวกัน เที่ยวคนเดียวเหมือนกัน ตอนแรกเค้ากะจะตามเราไปวัดโจเกซาด้วยกัน แต่เราบอกเค้าว่าเรามีนัดกะเพื่อนต่อ เค้าก็เลยให้เรารีบไปเดี๋ยวจะไม่ทันนัด เราก็เลยรีบๆออกมาแล้วก็เดินต่อไปวัดโจเกซา เพื่อไปนมัสการพระพุทธรูปที่นั่นก่อนที่จะไปเจอเพื่อน เราใช้เวลาที่วัดไม่นานมากนักหรอกเพราะว่ารีบอย่างหนึ่งแล้วก็อีกอย่างก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ดูมากนักที่วัดอ่ะ ประชาสัมพันธ์ก็ไม่เปิด เอกสารแผ่นพับภาษาอังกฤษก็ไม่มีเหมือนกันเลยไม่รู้อะไรเลย เดินๆรอบนึงก็เลยรีบนั่งรถไฟไปเจอเพื่อน พอไปเจอกันปั๊บเค้าก็พาไปกินอาหารร้านโปรดของเค้า (อีกคนแล้ว) อาหารที่สั่งมาก็เป็นข้าวปั้น(แนวมากิ) แล้วก็บะหมี่ต้มยำตามแบบฉบับของเค้าอ่ะนะ แล้วก็มีสลัดเต้าหู้ทอดใส่ผักสดๆแล้วก็ราดน้ำซอสถั่ว น่ากินมากๆ กินกันเสร็จเพื่อนถามว่าอยากดื่มชาหรือว่าอยากกินไอติม แต่ว่าตอนนั้นอิ่มมากๆเลยบอกว่ายังก่อนดีกว่า ก็เลยเดินแถวๆเมียงดงกันซักพัก

ย่านนี้เป็นย่านวัยรุ่นของเกาหลี จะมีพวกวัยรุ่นมาช๊อปปิ๊งแล้วก็แสดงโน่นนี่ตลอดเวลา เดินๆกันไปเพื่อนเลยพาไปซื้อไอติม (เลี้ยงเราอีกแนะ) เป็นไอติมที่แบบว่าแท่งยาวๆอ่ะ เราก็สั่งรสมะม่วงมา อร่อยดี แต่กินยากชะมัด เรากินเลอะเพียบเลย หุหุ แต่คนที่นี่กินกันเร็วดีนะ เพื่อนเรากินแป๊บเดียวก็หมดแล้ว หลังจากกินเสร็จก็นั่งแท็กซี่ขึ้นไปที่จุดรอขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ค่ากระเช้าขึ้นไปที่โน่นก็ตกคนละ 7,000 WON แล้วพอไปถึงนั่นก็ต้องเสียค่าขึ้นไปชมตรงจุดสูงของหอคอยอีก 7,000 WON (เพื่อนเลี้ยงอีกแล้ว เกรงใจจริงๆ ^_^) อย่างที่บอกว่าวันนี้อากาศไม่ค่อยดี ก็เลยทำให้เห็นวิวอะไรไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เสียดายจริงๆอุตส่าห์เสียตังค์ขึ้นมาแล้ว เศร้าจัง แต่ว่าอย่างน้อยก็ได้ขึ้นมาชมวิวที่หอคอยนี้ก็ถือว่าโอเคแล้วนะ ที่นี่มีบริการส่งโปสการ์ดไปที่ต่างๆที่เราต้องการให้ส่งไปโดยซื้อโปสการ์ดของเค้าอ่ะนะ เราก็เลยซื้อสองแผ่นให้เพื่อนแผ่นนึงเราแผ่นนึง ตอนแรกกะว่าจะต่างคนต่างเขียนส่งให้ตัวเอง แต่เพื่อนเราดันเขียนให้เราซะเนี่ย กลายเป็นว่าเราเขียนส่งตัวเองสองแผ่น (เซ็ง)

กลับลงมาด้านล่างแวะดูวิวรอบๆอีกหน่อย ที่นี่เป็นที่ๆหนุ่มๆสาวๆมักจะมีออกเดทกันเพราะว่าบรรยากาศดี รอบๆจะเป็นเหมือนโซ่เหล็กรอบๆเหมือนเป็นรั้วอ่ะนะ แล้วก็มีคนเอากุญแจเป็นคู่ๆมาคล้องกันเอาไว้แล้วก็เขียนข้อความ เพื่อนอ่านให้ฟังประมาณว่า ขอให้รักกันตลอดไป แนวๆรักๆกันทั้งนั้นเลย เค้าก็ทำน่ารักดีนะ เอาไว้มีแฟนเมื่อไหร่จะเอาไปคล้องบ้าง หุหุ ชาตินี้จะมีกะเค้าบ้างไม๊น๊า ลงมาดูวิวจากข้างล่างมองกลับขึ้นไปนะ สวยมากๆเลย ทั้งหอคอยเป็นสีขาวแล้วก็สูงตระหง่านเชียว ชอบวิวนี้มากๆเลยหล่ะ กลับลงมาจากกระเช้าก็นั่งแท็กซี่มาลงที่เดิมที่ขึ้นเมื่อกี๊ แล้วก็ต่างคนต่างก็นั่ง Subway กลับบ้าน เราก็มีของฝากเพื่อนเหมือนกันนะ ซื้อ Magnet จากเมืองไทยไปฝาก เป็นรูปการละเล่นสมัยก่อนของไทย

พอกลับมาถึงก็เลยเดินไปซื้อผลไม้ตรงตลาดนัมแดมุน ซื้อสับปะรดแล้วก็แคนตาลูปอย่างละหนึ่งไม้ เค้าเอาไม้เสียบผลไม้ผ่าเอาไว้เรียบร้อย ตกไม้ละ 1,000 WON ก็ประมาณเกือบสี่สิบบาทต่ออันอ่ะ ซึ่งก็ถือว่าแพงเหมือนกันนะ เทียบกับบ้านเราอ่ะ ได้แค่เสี้ยวเดียวเท่านั้นเอง เดินกลับมาก็ซื้อนมเปรี้ยวแพ็คหนึ่ง ก็กินซะสามขวด (ไม่ต้องตกใจนะ ขวดนิดเดียวเอง) แล้วก็ผลไม้ อาบน้ำ เช็คเมลล์ของโรงแรมแล้วก็เมลล์ส่วนตัว เล่นเนตนิดหน่อย แล้วก็นั่งคิดว่าพรุ่งนี้จะไปไหนดี คิดไม่ออกเพราะว่าในโซล ตามแหล่งที่ควรจะไปก็ไปเกือบหมดแล้วตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก ยังไงก็ไปนอนก่อนดีกว่า เริ่มง่วงแล้วหล่ะ เดี๋ยวเจอกันใหม่วันพรุ่งนี้นะ ไจ๋กา



Create Date : 29 มิถุนายน 2551
Last Update : 29 มิถุนายน 2551 19:43:45 น.
Counter : 351 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา