มกราคม 2550

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
24 มกราคม 2550
All Blog
San Francisco
เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาในรัฐอื่นๆของอเมริกา ไปกะเพื่อนสมัยเรียนป.โท ด้วยกัน เป็นโชคดีของพวกเราสองคนที่เพื่อนเมย์เค้ามีเพื่อนอยู่ที่อเมริกา และมีความชำนาญในการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ทำให้เรามีโอกาสท่องเที่ยวในราคาสุดคุ้มและได้ไปดูสถานที่สวยๆหลายแห่ง ไม่เหมือนไปกับพวกทัวร์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยประทับใจเลย แต่ครั้งนี้ทำให้รู้สึกประทับใจมาก ทั้งการดูแลเป็นอย่างดีจากเพื่อนของเพื่อน (ขอสงวนนามเพราะยังไม่ได้ขออนุญาต) และการท่องเที่ยวที่สนุกสนาน

เริ่มต้นจากวันที่ เจ็ด มกราคม สองศูนย์ ศูนย์เจ็ด ออกเดินทางจาก รัฐเวอร์จิเนีย (Virginir) ไปเมืองซานฟรานซิสโก (San Francisco), รัฐแคลิฟอเนีย (California) เมืองซานฟรานเป็นเมืองที่มีความน่ารักอยู่ในตัวเองด้วยประการทั้งปวง เป็นเมืองสงบและอีกอย่างมีเอเชียเยอะด้วย(หุหุ) สามารถดูรูปประกอบได้จากคอลัม โฟโต้ ของข้าพเจ้าที่ได้ดาวน์โหลดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ลงจากสนามบินปั๊บ เราก็เช็คอินน์เข้าโรงแรม เชอราตัน ฟิชเชอร์แมน ว๊าฟ (Sheraton Fisherman's Wharf) ซึ่งเป็นโรงแรมติดกะพวกท่าเรือต่างๆที่จะท่องเที่ยว สะดวกมากแถมได้ราคาดีดี (อันนี้ต้องขอบคุณนู๋เลดี้เป็นอย่างสูง) เสียดายโรงแรมไม่มีตู้เย็น ไม่มีพวกของใช้ให้ต้องขอ ห้องน้ำเล็กมากเนื่องจากที่นั่นที่คงจะแพงมากอ่ะนะ เลยต้องสร้างแบบประหยัดๆ ฮ่าๆๆ แถมถ้าแขกมีที่จอดรถก็คิดค่าจอดรถด้วยนะ (แขกนะแขก) ไม่เหมือนโรงแรมในเมืองไทยเรา ส่วนใหญ่จะเตรียมไว้ให้เสร็จสรรพ แต่ก็โอเค ได้ราคานี้ก็ถือว่าดีมากๆแล้ว หลังจากเก็บของเรียบร้อย พวกเราทั้งสี่ ก็ออกเดินทางไปซื้อตั๋วเพื่อนั่งเรือเฟอรี่ข้ามฝั่งไปเมืองเซาซาลิโต้ (Sausalito) ผ่านคุกอาว์คาทาซ (Alcatraz) ซึ่งเป็นคุกที่คุมขังนักโทษร้ายแรงสมัยก่อน (ห้ามถามรายละเอียดเพราะว่าตอบไม่ได้ ฮ่าๆๆ) ผ่านเกาะ แองเจิ้ล (Angel Island) สะพานโกลเด้นเกจ (Golden Gate Bridge) ค่าเรือไปกลับตกคนละ 17 USD แต่มาเห็นทีหลังจากหนังสือทัวร์ทั่วไปตามโรงแรมว่ามีคูปองโปรโมชั่นด้วยนะได้ลด 3 USD (ช้าไปแล้วต๋อย ฮ่าๆๆ) ก็นั่งเรือชมบรรยากาศรอบๆเกาะแล้วก็แวะที่เมือง Sausalito เป็นเมืองเล็กๆน่ารักๆ บ้านแต่ละหลังสวยๆแพงๆทั้งนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นที่ๆพวกคนมีกะตังค์เค้าอยู่กัน แล้วก็นั่งเรือข้ามฟากไปทำงานที่เมืองซานฟรานฯ แต่ก็มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเยอะ บางคนจะเช่าจักรยานปั่นจากเมืองซานฟรานฯ มาที่เมืองนี้แล้วก็นั่งเฟอรี่กลับไป (เพราะว่าเหนื่อย ปั่นต่อไม่ไหว) แต่เราไม่ได้ทำกิจกรรมนั้นเพราะว่าไม่มีเวลาพอ หลังจากเที่ยวเสร็จก็กลับมาที่เมืองซานฟรานฯ แล้วก็ไปเดินย่านไชน่าทาวน์ (China Town) เพื่อไปหาอะไรใส่ท้องก่อน นั่งแท๊กซี่ไปกัน คนขับก็แนะนำร้านอาหารจีนให้ร้านนึงบอกว่าร้านนี้เป็นร้านที่ เฉินหลง ชอบมากินมากๆ ก็เลยตัดสินใจไปลองซะหน่อย ก็อร่อยดีนะ ปลาสดๆ ปูตัวใหญ่ๆ เอามาผัดในแบบของจีนๆ แล้วก็มีข้าวผัดหมูแดง (จานนี้อร่อยมาก ชอบๆ) แต่จริงๆก็อร่อยหมดหล่ะ กินกันไม่หมด หิ้วกลับมากินรอบดึกที่โรงแรมอีก ทริปนี้เป็นทัวร์กินจริงๆเลย ตั้งแต่นิวยอร์คมาแล้ว มื้อนั้นกินไปทั้งหมด เจ็ดสิบห้าเหรียญ รอดตายไปหนึ่งวัน

วันที่ แปด มกราคม สองห้าห้าศูนย์ (ไทย) เช่ารถเพื่อขับออกไปเที่ยวนอกเมืองกัน โดยเริ่มต้นจากไปดูทะเลฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งสวยมากเลย คลื่นเป็นคลื่นเลยนะนั่นอ่ะ ใหญ่มากๆ ดูแล้วให้ความรู้สึกน่าเกรงขามเหลือเกิน (เวอร์ไรเนี่ย) สามารถดูได้จากรูปประกอบ (อีกนั่นหล่ะ) ขับรถไปเรื่อยๆ ไกด์กิตติมศักดิ์ของเราก็แนะนำว่าที่ไหนเป็นอย่างไรมีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง เป็นไกด์ที่น่ารักทั้งคู่เพราะว่าจะคอยถามตลอดว่าสนุกรึป่าว อยากถ่ายรูปที่ไหนก็บอกจะได้แวะจอดให้ น่ารักจริงๆเลย เราขับไปเมือง มอนเทอเรย์ (Monterey) เพื่อต้องการขับเข้าไปยังจุดชมวิวซึ่งเรียกกันว่า 17 Mile Drive ซึ่งมีจุดชมวิวหลายๆจุด แต่จุดสำคัญที่เค้าแนะนำก็คือ เปปเปอร์ บีช กอล์ฟ คอร์ส (Pebble Beach Golf Course) ซึ่งเป็นสนามกอล์ฟชื่อดังของอเมริกา นักกอล์ฟหลายคนฝันว่าอยากจะไปตีกอล์ฟที่สนามกอล์ฟแห่งนี้สักครั้ง เป็นที่แข่งขัน US Open ด้วย (อันนี้ไกด์บอกมาอ่ะนะ) แล้วก็ที่ดังๆก็คือ พาร์ ห้า (แบบว่าไม่ได้ตีกอล์ฟเลยไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่) แต่สวยมากๆ สนามกอล์ฟติดทะเลเห็นวิวสวยเลยหล่ะ ส่วนอีกที่ก็คือ โลนลี่ ไซเปส (Lonely Cypress) เป็นต้นสนที่ขึ้นเดี่ยวๆบนโขดหินอ่ะ ขึ้นมานานแล้วประมาณสองร้อยห้าสิบปีได้แล้วมั้ง แต่ก็ยังคนยืนหยัดอยู่อย่างนั้นไม่ล้ม แต่ตอนที่ไปก็เห็นเค้าเริ่มเข้ามาดูแลรักษาแล้วอ่ะนะ อีกที่ที่ไปก็คือ ซีล ร๊อค (Seal Rock) เป็นแหล่งที่พวกแมวน้ำอยู่กันเป็นฝูงใหญ่ๆเลย พวกแมวน้ำจะขึ้นมาตากอากาศบนก้อนหิน เป็นพวกแมวน้ำสีน้ำตาล เยอะมากๆแล้วก็จะมีพวกนกปนอยู่ด้วย คนก็ไปถ่ายรูปกันแต่ไม่ค่อยเห็นหรอกนะเพราะว่าอยู่ไกลเอาการอยู่ แต่เค้ามีพวกกล้องส่องทางไกลแบบหยอดเหรียญไว้บริการด้วยนะ เผื่ออยากส่องดูให้เห็นชัดๆ เสร็จจาก 17 Mile Drive เราก็ขับรถกลับมาเมืองซานฟราน ระหว่างทางที่กลับก็เป็นเวลาบ่ายคล้อย พระอาทิตย์กะลังจะตกดิน เราแวะไปที่ Pegion Point Lighthouse ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยมาก เราเองก็จำได้ลางๆว่าที่แหลมพรหมเทพเป็นไงอ่ะนะ แต่เราว่าที่นี่สวยกว่าอ่ะนะ (ห้ามว่าเรานะว่าไม่รักชาติ -_-') แล้วก็กลับมาถึงเมืองซานฟรานฯ โดยสวัสดิภาพ พวกเราสามสาว (หนึ่งหนุ่มคนขับรถต้องพักผ่อนแล้วเพราะว่าขับคนเดียวทั้งวัน) ก็เลยออกไปหาอะไรกินข้างนอก ก็ได้กินร้านจีนเหมือนเดิม เพราะว่าไม่อยากกินพวก นมเนยแล้ว แล้วก็กลับมาเข้านอน หมดไปอีกหนึ่งวัน

วันที่ เก้า มกราคม สองศูนย์ ศูนย์เจ็ด วันนี้เป็นวันเมา (ของไกด์) ฮ่าๆๆ เพราะว่าไกด์ของเราเป็นนักดิ่มไวน์ตัวยง ก็เลยมีทัวร์ชิมไวน์ขึ้นมา เริ่มต้นด้วยการเช่ารถออกเดินทางผ่านสะพานโกลเด้นเกจ คราวนี้ได้ข้ามฟากของจริงหลังจากดูผ่านๆจากเรือเฟอรี่ แต่เห็นไม่ค่อยชัดเนื่องจากสภาพอากาศไม่ค่อยอำนวย ทำให้ถ่ายรูปได้ไม่สวยเท่าไหร่ แล้วก็ขับไปเมืองนาปา (NAPA) เพื่อไปซื้อไวน์รวมทั้งชิมไวน์หรือเรียกกันว่า Wine Testing ตามโรงงานผลิตไวน์ต่างๆ แหล่งผลิตไวน์ที่ขึ้นชื่อของอเมริกา ก็อยู่ที่นี่หล่ะเค้าเรียกกันว่า Napa Valley มีโรงงานผลิตไวน์ทั้งมีชื่อและเพิ่งเริ่มกิจการเยอะแยะไปหมด อย่างน้อยๆก็ไม่ต่ำกว่าสองร้อยเจ้า (เมากันไปได้เลย) แต่เราไปชิมประมาณ ห้า ร้าน การชิมไวน์ของเค้าต้องมีการนัดล่วงหน้าว่าจะไป รวมทั้งเสียเงินเพื่อชิมด้วยนะ ไม่ได้เดินเข้าไปขิมเฉยๆ ได้ จะซื้อหรือไม่ซื้ออีกเรื่องหนึ่ง แต่ต้องเสียค่าชืมก่อนแล้วกัน หลังจากเสร็จจากชิมไวน์ก็เดินทางกลับ แต่คนขับของเราคอแข็งมาก ก็ขับกลับได้สบายๆไม่มีปัญหาอะไร แต่คนนั่งข้างคนขับกะนั่งหลังคนขับนี่ดิ หลับกันใหญ่ ฮ่าๆๆๆ กลายเป็นว่าวันนี้ไกด์สองคนออกรอบกลางคืนไม่ไหว เหลือสองสาวท่องราตรีกันสองคน เราสองคนก็เลยพยายามนั่งรถเมลล์ของที่นั่น (ดูแผนที่เอา) เพื่อไปหาร้านอาหารไทยในย่านดาวน์ทาวน์กินกัน ก็ไปกินก๋วยเตี๋ยวกันคนละชาม ราคาก็พอๆกะที่นิวยอร์คนะ เค้าว่ากันว่าค่าครองชีพพอๆกัน แต่ค่าภาษีซื้อที่นี่แพงกว่านะ 8.50 % อ่ะ ที่นิวยอร์ค 8.375 % แล้วก็หาทางกลับโรงแรม เดินหลงอยู่นานเหมือนกัน เพราะว่าหาทางขึ้นรถเมลล์กลับไม่เจอ เนื่องจากตอนแรกเข้าใจว่าข้ามฟากก็ขึ้นได้ แต่มันเป็นถนนเดินรถทางเดียว จริงๆแค่เดินเลยขึ้นมาหน่อยก็เจอแล้ว แต่พวกเราสองสาวเดินกันเป็นสี่เหลี่ยมเลย ถามเค้าไปเรื่อยๆ จนได้กลับมาโรงแรม (เป็นทริปที่เดินมากจริงๆ) ค่าตั๋วรถเมลล์ที่นี่ราคา 1.50 USD แต่นั่งได้ประมาณ สองชั่วโมง ถึงจะลงไปแล้วก็สามารถใช้ตั๋วได้อีกในเวลาสองชั่วโมง เราก็พยายามประหยัดเต็มที่ จริงๆหมดเวลาไปแล้วหล่ะ แต่ก็ยังมั่วๆขึ้นเอา (เกินไปประมาณสิบนาทีนะ ไม่ได้โกง) เหอๆๆ เค้าก็ไม่ได้ว่าไรหรอก ถึงโรงแรม อาบน้ำ เล่นเนต หลับเป็นตาย

วันที่ สิบ มกราคม สองห้าห้าศูนย์ วันนี้ไม่ต้องรีบร้อนมากมาย จองทัวร์รอบเมืองเอาไว้ ราคาตกคนละ 44 USD แต่จองทางเนตได้ลดอีกคนละ 6 USD เหลือ 38 USD ก็นั่งรถบัสดูรอบๆเมือง เป็นเวลา สามชั่วโมง ก็ดูสถานที่สำคัญๆ แล้วก็จุดที่นักท่องเที่ยวชอบมาชมในเมืองซานฟรานฯ เสียดายที่ไม่ได้ลงไปถ่ายรูปทำได้แค่ถ่ายรูปผ่านกระจกรถทัวร์ ฮ่าๆๆ ต้องทำใจนะ มากะทัวร์ก็อย่างงี้แต่ก็ได้เห็นหมดไง ที่น่าสนใจก็จะมี ถนนลอมพ์บาด (Lombard Street "Crookedest Street") เป็นถนนที่มีความคดเคี้ยวเยอะมาก คนที่มีรถก็มักจะไปปะลองความสามารถของตัวเองโดยการขับรถถนนสายนี้ เป็นสายสั้นๆ แต่โค้งตลอดทาง แล้วก็ร้านช็อคโกแลต Ghirardelli ซึ่งเป็น Chocolate ขึ้นชื่อของเมืองนี้ เราสองคน (อีกแล้ว) ก็ไปทดลอง chocolate ของที่นั่นกัน ก็อร่อยดีนะ เข้มข้นมากๆเลย แต่ยังไงเราก็ยังชอบ Hot Chocolate Frozen ของร้าน Serendipity มากกว่าอยู่ดี (อาหย่อย) แล้วก็นัง Tram เป็นเหมือนรถไฟโบราณที่มีรางอยู่กลางเมืองเพื่อไปถนน ลอมพ์บาด แล้วก็เดินลงมาจากถนนลอมพ์บาด เนื่องจากไม่มีรถให้ลองขับลงมาเหมือนคนอื่นเค้า T_T รถแทรมนี่เราสามารถนั่งข้างนอกได้สัมผัสอากาศ(หนาว)แบบสดๆ ก็มีทั้งขึ้นไต่ระดับ และทางลาดลงสนุกดี ค่ารถเที่ยวละ 5 USD ตอนแรกตั้งใจจะไปถนนเกย์แต่ก็ไม่ได้เพราะว่ามืดแล้ว แล้วก็เหนื่อยมาแล้วทั้งวัน ก็เลยไม่ได้ไป (เสียดาย) ก็เลยไปซื้อปูตัวใหญ่ๆมาแทะกินกันที่โรงแรมสองตัว แล้วก็ได้ของแถมเป็นกุ้งกะซุปมาด้วย เนื่องจาก ยิ้มสยาม ฮ่าๆๆๆ หมดไปอีกหนึ่งวัน ก็ต้องเตรียมเก็บของเดินทางไป ลาสเวกัสต่อกันแล้ว...

วันที่ สิบเอ็ด มกราคม สองศูนย์ ศูนย์เจ็ด วันนี้ก็ออกจาก ซานฟรานฯ เพื่อไปเมือง ลาสเวกัส กันต่อ ออกตั้งแต่ช่วงเช้าเพราะว่าต้องไปให้ทันก่อนเครื่องออกอย่างน้อยก็ต้องชั่วโมงครึ่ง เดินทางโดยสวัสดิภาพ เจอกันใหม่ blog หน้า



Create Date : 24 มกราคม 2550
Last Update : 24 มกราคม 2550 12:38:43 น.
Counter : 325 Pageviews.

5 comments
  
น่าจะมีรูปให้ดูบ้างนะครับ

กำลังมองหาที่เที่ยวเหมือนกันครับ
โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:12:48:26 น.
  
หยา.. ตัวหนังสือเต็มเลยต้องนึกภาพเอาเอง
โดย: 90210 วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:17:49:46 น.
  





ดีง๊าบ


โดย: โชแปงค๊าบ (nutuang ) วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:20:59:08 น.
  
แวะมาเยี่ยมจ้า

ใจร้ายอ่ะ

ม่ะเอารูปมาฝากกันเลย

มีความสุขมาก ๆ น่ะ

ฝันดีจ้า......
โดย: Link_conner55 (Link_conner55 ) วันที่: 24 มกราคม 2550 เวลา:21:18:40 น.
  
ขอโทษด้วยค่ะ..พอดีว่า รูปอยู่ใน my space ใน MSN อ่ะค่ะ เพราะว่าต้องลง blog สองที่ก็เลยคัดลอกจากใน my space ของอีกที่หนึ่งมาใส่ที่นี่เพื่อ update การเคลื่อนไหว..แล้วยังไงจะลองหาทางใส่รูปนะคะ เพราะว่าไม่เคยใส่ใน blog เหมือนกัน..ฮ่าๆๆๆๆ ขอบคุณทุกคนที่แวะมาเยี่ยมค่ะ
โดย: tabokrabi IP: 69.86.169.124 วันที่: 25 มกราคม 2550 เวลา:11:45:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

tabokrabi
Location :
กระบี่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชีวิตคือการเดินทางตลอดเวลา