Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
อย่าเครียดกับการลงทุนมากนะครับ มีเงินมากขึ้น แต่สุขภาพแย่ลง คงไม่ดี

= เห็นน้องๆหลายคนคร่ำเคร่งกับการทำงานและการลงทุน อย่าหักโหมมากนะครับ มีเงินมากขึ้น แต่ถ้าสุขภาพแย่ลง ไม่น่าจะดีครับ =
เป็นข้อเขียนของคุณสมคิด หวังว่าคงมีประโยชน์ครับ

.........................................................................

สาเหตุที่มึงป่วย...เพราะ...โง่...
เพื่อนรักที่เป็นผู้บริหารที่กสิกรไทย...แวะมาหาเป็นเพื่อนรุ่นน้อง...เคยบริหารห้างสรรพสินค้ามาด้วยกัน...ไม่ได้เจอกันนานมากก็คุยกันอย่างสนุกสนาน.ออกรสออกชาติ.สักครู่เพื่อนบอกว่าพี่...ผมมีเรื่องจะปรึกษา...
ผมเบื่อ...ผมไม่อยากอยู่...ผมไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร...
อ้าว...เฮ้ย...ทำไมถึงคิดยังงี้วะ.เพื่อนผมคนนี้...เป็นคนที่เก่งมาก...ความเชื่อมั่นในตัวเองเกินร้อย...เป็นคนเก่งระดับที่...บริษัทต่างๆไล่ล่าตัว...แต่วันนี้...มันอยากตาย...
ผมบอกมันว่า...มึงเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว.ลาออกจากงานด่วน...ออกจากสภาพแวดล้อมเดิมๆไปหาที่อยู่ใหม่...ไปหาเพื่อนใหม่...ไปหาสภาพแวดล้อมใหม่...ที่มึงชอบถึงจะแก้ปัญหาได้...
พี่รู้ได้ยังไง...ว่าผมเป็นอะไร...?
กูนั่งมองสภาพงานมึงมา 10 กว่าปีแล้ว...กูรู้ว่าวันหนึ่งจะต้องมีวันนี้...แต่กูไม่คิดว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้...
เพื่อนผมเป็น...คนคุมระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดทุกคน...ทุกแผนก...ทุกฝ่าย...ก็เอาปัญหามาประเคนให้ทุกวัน....ปัญหากองท่วมหัว...ทำไม่ทัน...ขอคนเพิ่ม...ก็ไม่ได้...ขอเครื่องมือที่มันทันสมัยเพิ่ม...ก็ไม่ได้...กลับถูกด่า...หาว่าผลาญแต่เงิน...แก้ปัญหาให้ไม่ทันใจมัน...ทุกคนก็รุมด่า...รุมประณาม...เหยียดหยาม...ว่า...ไม่ได้เรื่อง...เฮงซวย...ไม่เอาอ่าว...ไม่มีฝีมือ...ยิ่งตำแหน่งใหญ่ขึ้น...ความรับผิดชอบมากขึ้น...กว้างขึ้น...เสียงด่าก็ทวีจำนวนขึ้นรุนแรงมากขึ้น...ลึกซึ้งและเจ็บปวดขึ้นมันกระหน่ำด่าอย่างสาดเสียเทเสียมา 15 ปี...ติดต่อกัน...

ความเก่ง...ความเชื่อมั่นในตัวเองที่เคยมีเกินร้อยค่อยๆหดหายไปทีละน้อยๆ...จนหมด...แล้วค่อยๆติดลบ...จนในที่สุด...ขาดความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง...คิดว่ากูไม่ได้เรื่อง...กูไม่เอาอ่าว...กูไม่มีฝีมือ...กูเฮงซวย...กูไร้ค่าเพราะคำด่าเหล่านี้มันก้องอยู่ในหู...วันละ 24 ชม...ทุกวันติดต่อกันมา 15 ปีแล้ว...มันด่าจนตัวเองเชื่อว่าสิ่งที่เขาด่า...คือคุณสมบัติของเรา...
มันพยายามรักษา...กินยาอยู่นาน...อาการขึ้นๆลงๆกินยาเสร็จ...ดีขึ้น...ยาหมดฤทธิ์...เป็นอีก...กินยาอีก...ดีขึ้น...ยาหมดฤทธิ์...เลวเหมือนเดิม...รักษามานานวัน...นอกจากจากไม่หายแล้ว...อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ...จนในที่สุดเบื่อชีวิต...เลยแวะมาหาผม...

ผมบอกว่าการรักษาด้วยยาเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ...มันไม่มีทางหายเหตุที่ทำให้เกิดอาการป่วย...มันเกิดใหม่ทุกวัน...เกิดเพิ่มทุกวัน...เราพยายามตักออก...พยายามตักทิ้ง...แต่ตักไม่ทันของเก่ายังตักทิ้งไม่หมด...ขยะใหม่เพิ่มเข้ามาอีกแล้วแถมเพิ่มเยอะขึ้น...แล้วเพิ่มไม่หยุด...เพิ่มต่อเนื่องทุกวัน...

วิธีแก้ปัญหา...คือ...ต้องหยุดเพิ่มปัญหา...หยุดเพิ่มขยะ...เข้ามาในชีวิตพอหยุดการเพิ่มได้แล้ว...ขยะไม่ไหลเข้าได้แล้วก็รีบตักขยะเก่าออก...ให้เร็วที่สุดพอขยะออกหมดแล้ว...ร่างกายจิตใจปกติแล้ว...ก็เติมภูมิต้านทานความเครียดเข้าไป...ด้วยการปฏิบัติธรรม...
ฟังคำแนะนำผมจบ...เพื่อนรีบไปลาออกจากงานเดินทางไปอยู่กับพี่สาวที่ออสเตรเลีย 3 เดือนขยะหมด...ร่างกายจิตใจดีขึ้นเป็นปกติกลับมาเมืองไทย...ไปปฏิบัติธรรม...10 วัน...ออกจากปฏิบัติธรรม...กลับมาขอบคุณผมที่บ้าน...หน้าตาสดชื่นมากผมก็ดีใจ...ที่ได้เพื่อนคนเดิมกลับมา...

พอเพื่อนกลับไปแล้ว...ผมก็กลับมานั่งคิดถึงตัวเองผมเขียนหนังสือไม่ได้มา 10 ปีแล้วผมเขียนหนังสือ 5 ปี...31 เล่ม...หลังจากนั้นเขียนหนังสือไม่ได้อีกเลย...เบื่อชีวิต...ซังกะตาย...ไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น...เงินก็ไม่เอา...ความสำเร็จก็ไม่เอา...ความท้าทายก็ไม่เอา...ไม่อยากมีชีวิตอยู่...กูไม่เคยเป็นอย่างนี้นี่หว่า...นี่กูเป็นอะไรวะ...?
อ้าว...นี่กูเป็นโรคซึมเศร้าเหมือนมันเลยนี่หว่า...? นี่ถ้าไม่ให้คำปรึกษามัน...ก็ไม่รู้นะเนี่ยว่า...กูก็ป่วย...แล้วที่สำคัญ...มันรุนแรงมากถึงขนาดที่...ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว...แล้วทำไมกูถึงซึมเศร้าวะเนี่ย...?ทั้งๆที่...ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่มาก...โด่งดัง...มีชื่อเสียง...ไปไหนมีคนเคารพ...กราบใหว้...เชื่อถือ...ศรัทธา...

ผมมาจาก...บ้านนอก...เด็กวัด...กำพร้า...ยากจนขนาดต้องแย่งหมากิน...พอมาอยู่กรุงเทพ...ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่มาก...โด่งดัง...มีชื่อเสียง...การดำเนินชีวิต...และสภาพแวดล้อม...มันเปลี่ยน...ผมต้องพูด...ในสิ่งที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากพูด...ผมต้องอยู่...ในสถานที่ที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากอยู่...ผมต้องกิน...ในสิ่งที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากกิน...ผมต้องทำ...ในสิ่งที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากทำ...ผมต้องคุย...กับคนที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากคุยด้วย...ผมต้องอยู่...กับคนที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากอยู่...ผมต้องอยู่...ในสภาพแวดล้อมที่...ผมไม่ชอบและไม่อยากอยู่...

ผมต้องทนรับสภาพแบบนี้...10 ปีเต็มๆ...โดยผมพยายามบอกตัวเองว่า...ผมกำลังพยายามปรับตัว...

แล้วผมก็เป็นโรคซึมเศร้า...โรคกลดไหลย้อน...โรคเครียด...โรคภูมิแพ้...และอีกหลายสิบโรค...ที่ยังหาสาเหตุไม่เจอ...ตอนนี้แทบจะหยิบอะไรใส่ปากไม่ได้...แพ้หมดทุกอย่าง...ตาบวม...ปากบวม...เป็นผื่น...จาม...คออักเสบ...ท้องเสีย...

ก็เริ่มทำการรักษา...หมดเงินไป...นับแสนวันหนึ่ง...อ่านบทสัมภาษณ์ของหมอ...ในหนังสือพิมพ์...รู้เลยว่า...ตัวเองโง่...และเดินมาผิดทางเสียแล้ว...ลองมาดูครับว่า...คุณหมอให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร...?

อารมณ์…คือตัวกำหนดสุขภาพ...อวัยวะทั่วร่ายกาย...ทำงานประสานกับอารมณ์...อารมณ์ดี...ร่างกายจะหลั่งสารสุขออกมา...และเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกาย...ทำให้...ร่างกาย...ดี...สดชื่น...แจ่มใส...ผิวพรรณดี...แข็งแรง...ไม่เจ็บป่วย...ดูอ่อนกว่าวัย...อารมณ์เสีย....ร่างกายจะหลั่งสารพิษออกมา.สารพิษจะไปทำลายภูมิต้านทาน...และทำลายทุกอวัยวะในร่างกาย...ทำให้ร่างกาย...เกิดโรค...ซึมเศร้า...เหี่ยวเฉา...ผิวพรรณเหี่ยวย่น...อ่อนแอ...ขี้โรค...ดูโทรม...และแก่กว่าวัย...

อารมณ์...ที่ทำให้เกิดโรค…โกรธ...โมโห...หงุดหงิด...> เป็นโรค...ตับ...
เก็บกด...เบื่อหน่าย...ซึมเศร้า...เจ้าน้ำตา...นั่งตัวงอ...>เป็นโรคปอด...
กลัว...หวาดระแวง...>เป็นโรค...หัวใจ...
วิตก..กังวล...เป็นทุกข์...>เป็นโรค...ม้าม...

เครียด…วิตก…กังวล…มีปัญหากดดันจิตใจ…> อาการทางกาย...ที่เกิดตามมา...คือ...- หายใจลำบาก...หายใจติดขัด...- หอบ...หายใจเร็ว...หายใจลึก...- หายใจไม่อิ่ม...หายใจไม่เต็มปอด...=> ผลที่เกิดตามมา...คือ...- อากาศเข้าไปเลี้ยงสมองไม่พอ...- คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในเลือด...ลดลง...- สารเคมีในเลือด...ผิดปกติ...- เส้นเลือดหดตัว...ทั่วร่างกาย...ทำให้ร่างกายขาดเลือด...- แคลเซียมในเลือด...ลดลง...> โรคที่เกิดตามมา...คือ...- หน้ามืด...เวียนหัว...ใจสั่น...- ชา...บริเวณปาก...และนิ้วมือ...

การบำบัด...รักษา...=>อย่าสะสม...อารมณ์เหล่านี้...ไว้ในร่างกาย...เมื่ออารมณ์เสีย...=> ต้องระบายออก...โดยเร็ว...โดยการ...ปรับสมดุลย์ของร่างกาย...และจิตใจ...ทำร่างกาย...และจิตใจ...ให้ทำงานสัมพันธ์กัน...- เมื่อเกิดอารมณ์ไม่ดี...อารมณ์เสีย...
1.ตั้งสมาธิ...หยุดคิดเรื่องที่ทำให้เครียด...
2.ยิ้มให้อวัยวะต่าง ๆ...ที่กำลังเกิดความเครียด...
3.ทำให้ร่างกายทุกส่วน...เกิดการผ่อนคลาย...โดยปล่อยวางอวัยวะทุกส่วน...ตามสบาย...ไม่เกร็ง...
4.มองความคิด...เราจะเห็นความเครียด...สิ่งที่ทำให้เครียด...ที่ทำให้อารมณ์เสีย...
5.หยิบอารมณ์เครียด...อารมณ์เสีย...ปล่อยทิ้งให้ลอยไปในอากาศ...แล้วเอาอารมณ์ดี...ความคิดดีๆสนุกสนาน...ใส่เข้าไปแทน...
6.เสร็จแล้ว...ยิ้มอย่างมีความสุข...แล้วกลับไปทำงาน...ด้วยความคิด...มุมมอง...และทัศนคติใหม่...คิดบวก...
7.ออกกำลังกายทุกวัน...
8.ก่อนนอน...นั่งสมาธิ...ทำจิตใจให้สงบ...เอาอารมณ์เครียด...อารมณ์เสียทิ้งทุกวัน...
ถ้าคุณทำได้ตามนี้...
สุขภาพคุณจะดี...ห่างไกลโรค...มีชีวิตที่มีความสุข...

โรค...ที่รักษาไม่หาย...ช่วงนี้...บริษัทต่างๆ...เชิญผมไปพูดปลุกพลังให้ทีมงาน...อาทิตละหลายวัน...ปัญหาหลักของผมคือ...เสียงแห้ง...และคออักเสบตลอดปี...ตลอดชาติ...ไปหาหมอ...หมอก็ให้ยาแก้อักเสบมากิน...กินเสร็จ...หาย...ยาหมด...เป็นอีก...กินอีก...หาย...เลิกกินยาเป็นอีก...พอกินยานานๆ...ยาตัวเดิมเอาไม่อยู่...ต้องกินยาที่แรงขึ้นเรื่อยๆ...จนถึงแผงละ 950 บาท...ผมหมดค่ายาไปหลายหมื่น...อาการก็เป็นๆหายๆ...ชีวิตทุกข์ทรมานมาก...และเป็นปัญหามาก...กับการทำมาหากิน...
วันหนึ่งอ่านโบว์ชัวโฆษณา...ของโรงพยาบาล...เรื่อง...โรคกลดไหลย้อน...เขาบอกว่า...ถ้ามีอาการอย่างนี้...คุณเป็นโรคกรดไหลย้อน...ต้องรีบรักษา...
อาการคือ...
จุก...แน่น...แสบร้อน...ที่หน้าอกและคอ...เหมือนมีอะไรมาติดที่หน้าอกและคอ...เรอเปรี้ยว...มีรสขม...เวลานอน...มีกรดไหลมาที่ลำคอ...เข้าปาก...เข้าหลอดลม...เต็มจมูก...เจ็บมาก...แสบคอและจมูกแสนสาหัส...กรดมันจุกคอจนหายใจไม่ออก..เจ็บคออย่างแสนสาหัส...กลืนอาหารไม่ได้...เสียงแหบ...พูดไม่ได้...ปวดแสบปวดร้อนที่หน้าอกอย่างรุนแรง...เหมือนอกจะไหม้...ไอเรื้อรัง...เจ็บคอเรื้อรัง...เสียงแหบเรื้อรัง...ปอดอักเสบ...ปวดเจ็บจี๊ดๆที่หน้าอกบ่อยๆ...
สาเหตุเป็นเพราะ...กรดในกระเพราะอาหาร...มันไหลย้อนเข้ามากัด...หลอดอาหาร...คอ...และหลอดลม...
วิธีรักษา...
ต้องไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญ...โดยด่วน...ถ้าทิ้งไว้นาน...มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง...หลอดอาหาร...คอ...กล่องเสียง...อ่านเสร็จ...อุทานว่า...เวรแล้วกู...ที่มึงพูดมาทั้งหมดนี่...อาการของกูล้วนๆเลยหละ...นี่กูเป็นโรคกรดไหลย้อนหรือนี่...?แล้วถ้าไม่รีบรักษา...มะเร็ง...!!!!!

ผมทำตามคำแนะนำทันที...เดี๋ยวนั้น...ไปหาหมอที่โรงพยาบาลตามที่โฆษณา...หมอบอกว่า...อาการผมหนักมาก...ต้องกินยา...และรักษาต่อเนื่อง...อย่างน้อย 6 เดือน...ถ้ายังไม่ดีขึ้น...ต้องรักษาด้วยวิธีอื่น...หลังจากนั้น...ผมก็เข้าออกโรงพยาบาล...เหมือนเป็นบ้านหลังที่ 2...วิธีรักษา...โรคกรดไหลย้อนที่ได้ผลยอดเยี่ยม...วันหนึ่ง...ยาหมด...แล้วผมต้องไปพูดปลุกพลังที่ขอนแก่น...กลัวมาก...กลัวเจ็บคอ...กลัวเสียงแหบ...กลัวพูดไม่ได้...ไม่มีเวลาไปโรงพยาบาล...เอาไงดี...? ตัดสินใจ...พึ่งหมอตี๋...เข้าร้านขายยาปากซอยหน้าหมู่บ้าน...เจอเภสัชกรคนหนึ่ง...หน้าตากวนตีนมาก...อายุน้อยกว่าผม...แต่กวนตีนมากกว่าผม...
ซื้อยาแก้กรดไหลย้อนครับ...เอาเกรดไหน...มี 3 เกรด...ถูก...กลาง...แพง...คุณภาพยา...ขึ้นกับราคา...ว่าไง...?มันถามแล้วมองหน้าผมแบบกวนตีน...
ผมกวนตีนกลับ...เอาเกรดไหนก็ได้...ที่กินแล้วหายน่ะ...ไม่มี...โรคนี้....ยาไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้...ถ้าคุณรักษาด้วยยา...คุณจะต้องกินยาไปตลอดชีวิต...
ผมหันไปจ้องหน้ามัน...เพราะสะดุดคำว่า...ถ้าคุณรักษาด้วยยา...คุณจะต้องกินยาไปตลอดชีวิต...
ผมถามว่า...มันมีวิธีรักษาด้วยวิธีอื่นหรือ...?
มันค่อยๆชายตามามองผมด้วยสายตาดูถูก...อย่างรุนแรง...แล้วพูดโดยไม่มองหน้าคนฟังว่า...
คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อน...เกิดจากนิสัยชั่ว 5 อย่าง...
1. กินข้าวไม่ตรงเวลา...
2. กินอาหารรสจัดมาก...โดยเฉพาะเผ็ดจัด...
3. กินมากเกินไป...
4. กินแล้ว...เข้านอนทันที...
5. เครียดตลอดเวลา...ถ้าอยากหาย...ไปเปลี่ยนนิสัย...ไม่ต้องกินยา...
ผมกัดฟันแน่น...จ้องหน้ามัน...ทำไมมึงถึงกวนตีนยังงี้วะ...? ผมคิดในใจ... แล้วค่อยๆเปิดประตู...เดินออกจากร้านไป...10 วัน...ผ่านไป...ผมไปบรรยายหลายงาน...หลายจังหวัด...คืนหนึ่งกลับเข้าบ้าน...ดึกแล้ว...ผ่านร้านขายยา...ไฟยังไม่ปิด...ผมรีบจอดรถ...เดินเข้าไปในร้าน...เจอไอ้เภสัชกวนตีน...คนเดิมเต็มๆ...มันหันมาเห็นผม...อ้าว...เป็นไง...โรคกรดไหลย้อน...?
ผมปรี่เข้าประชิดตัว...แล้วยกมือ...พนม...พร้อมก้มหัว...ขอบพระคุณมากครับ...หายแล้วครับ...พูดได้แค่นั้น...แล้วก็จุกที่คอ...พูดอะไรต่อไม่ได้อีก...แล้วรีบเดินออกจากร้าน...เป็นครั้งแรกในชีวิต...ที่ผมยกมือไหว้คนขายยา...ที่อายุน้อยกว่าผมมาก...

ผมพูดอะไรไม่ออก...แต่ผมเชื่อว่า...ไอ้เภสัชหนุ่มนี่มันรู้...ว่าผมจะพูดอะไร...?มันสามารถสูบเงินจากผมได้เป็นหมื่น...และทำกำไรมหาศาล...แต่มันไม่ทำ...มันเลือกที่จะช่วยผม...ให้หายป่วย...โดยไม่ได้เงินสักบาท...การดำเนินชีวิตของผมตอนนี้...
- กินข้าวตรงเวลา...ทุกมื้อ...
- กินอาหารจืด...ไม่กินรสจัด...เผ็ดจัด...
- กินแค่จานเดียว...เลิก...ไม่ว่าจะอร่อยแค่ไหนก็ตาม...
- มื้อสุดท้าย...กินก่อน 6 โมงเย็น...แล้วไม่กินอะไรอีกเลย...ไม่ว่าจะนอนดึกแค่ไหนก็ตาม...
- อารมณ์ดีตลอด...ยิ้ม...หัวเราะ...ทำตัวให้มีความสุขทั้งวัน...
ผลที่เกิดตามมาคือ...
- พุงผมหายไป...ไม่มีหน้าท้อง...ไม่อึดอัด...
- สุขภาพดีขึ้น...ไม่เป็นโรคอ้วน...
- บุคลิกภาพดีขึ้น...ความมั่นใจเพิ่มขึ้น...เวลาเข้าสังคม...
- หายใจสะดวก...ไม่แน่นท้องเหมือนก่อน...
- ไม่ง่วงนอน...ไม่อ่อนเพลียเวลาทำงาน...เหมือนก่อน...
- การทำงานและการเคลื่อนไหวร่างกาย...คล่องตัวขึ้น...ที่สำคัญคือ...ชีวิตผม...มีความสุขขึ้น...เยอะเลย...
นี่แหละคือเหตุผลที่ผมต้องไหว้...และผมจะไหว้ไอ้เวรนี่ตลอดชีวิต...ไม่ว่ากูจะเจอมึงที่ไหน...

สิ่งมีค่าที่สุดที่มันมอบให้ผมก็คือ...โรคภัยไข้เจ็บ...90 %...ของมึงเนี่ย...ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค...แต่เกิดจากเชื้อเลว...ในการดำเนินชีวิตของมึงทั้งนั้น...ดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง...ตามธรรมชาติ...มีสุขนิสัยที่ดี...คุณจะไม่ป่วย...ไม่เป็นโรค...ไม่ต้องไปหาหมอ...หมอและยา...เขามีไว้รักษาและขาย...ให้คนที่โง่...เท่านั้น...

เลิกโง่กันเถอะเพื่อน...เพื่อนรุ่นน้องของผมหายไปนานมาก...เกือบปี...ผมคิดถึง...อยากรู้ข่าวคราว...จึงโทรไปหา...นัดกินข้าว...
เพื่อนเล่าให้ฟังว่า...หลังจากรักษาจนหายแล้ว...เจ้านายเก่ารู้ว่า...กลับมาจากต่างประเทศแล้ว...หายแล้ว...ก็ชวนกลับไปทำงานที่เดิม...เงินเดือน 6 หลัก...มันยากที่จะปฏิเสธ...ทำอยู่ได้ 6-7 เดือน...อาการกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก...และเที่ยวนี้...ดูว่ามันรุนแรงกว่าเดิมมาก...
หลังจากวันนั้น...ผมก็ไม่ได้ข่าวคราวจากเพื่อนคนนี้อีกเลย...ส่วนผม...ทำตัวตามที่ไอ้หมอตี๋กวนตีนนั่นบอก...เปลี่ยนเอานิสัยเลวๆในการดำเนินชีวิตออก...โรคกรดไหลย้อน...ไม่มีอาการ...โรคซึมเศร้าดีขึ้น...จนเริ่มเขียนหนังสือได้...โรคเครียดเบาบางลงมาก...ยิ้ม...หัวเราะ...มีความสุขกับการทำงานเกือบทั้งวัน...
คุณภาพชีวิตที่ดีๆของผม...กลับคืนมาแล้ว...เยอะมากด้วยจึงอยากจะถือโอกาสนี้บอกกับเพื่อนๆทุกคนว่า..เลิกโง่กันเถอะเพื่อน...

สมคิด ลวางกูร...วลีกวนตา...วาจากวนตีน...


Create Date : 13 ธันวาคม 2555
Last Update : 13 ธันวาคม 2555 10:59:24 น. 4 comments
Counter : 1970 Pageviews.

 
เขียนอ่านได้สนุกมากๆคะ เห็นภาพ ได้อารมณ์

ขอบคุณนะคะ Vote ให้คะ


โดย: ณัฐ (ไม่ท้อ ) วันที่: 13 ธันวาคม 2555 เวลา:15:24:51 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: phajongs วันที่: 13 ธันวาคม 2555 เวลา:23:59:05 น.  

 
ขอบคุณครับ


โดย: Unsign วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:6:36:54 น.  

 
เชียร์ ครับ


โดย: surya21 (surya21 ) วันที่: 18 ธันวาคม 2555 เวลา:20:37:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Unsign
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




SystemTrading ปีนี้ผลตอบแทนจะเกิน 100%
เหมือนปีที่แล้วหรือไม่

http://www.facebook.com/pages/Unsign/
331157473583187
Friends' blogs
[Add Unsign's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.