ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
11 ตุลาคม 2551
 

"ความอ้วนเอ๋ย" หมดเวลาของเธอแล้ว

ต่อจากตอนที่แล้วนะ

จนเมื่อเราเรียนจบ น้ำหนักเราก็คงที่อยู่ที่ 106.5 เหมือนเดิม

จนเมื่อเราต้องไปเกณฑ์ทหาร ( เมื่อตอนนี้แล้ว ทุกคนก็คงพอรู้แล้วว่าเราไม่ใช่ผู้หญิง ฮ่าฮ่าฮ่า สับสนกันมานานแล้วละซี) แล้วก็ต้องถอดเสื้อ ตรวจร่างกาย เราก็แบบอายมาก คือแบบ ขนาดพ่อแม่เรายังไม่เคยเห็นเราถอดเสื้อเลยอะ คือแบบ ตัวนี้ขาวจั๊วะ แผ่นหลังเนียนใส (คงเป็นเพราะ อิทฤทธิ์ ยาคุม ขอบอกว่า ผิวเราช่วงนั้น ใสมาก ใครเห็นต้องทักทุกคน) แต่คุณขา พับผ่าสิ หุ่นยังกะหมูถูกตอน ตัวอ้วนกลม ผิวอมชมพู นั่นมันหมูนี่หว่า

แล้วเราก็นั่งรอตรวจร่างกาย นานมากกกกกกก แล้วก็สังเกตเห็นคนมาดูเราเยอะมาก เราก็แบบ ดูอะไรกันนักหนาวะ แล้วพวก ทหารบางคนก็มาจิ้มๆ แล้วก็บอกว่า ไม่โดนเกณฑ์หรอก เพราะอ้วน กูเลี้ยงไม่ไหว อะไรประมาณนั้น เราก็แบบ แม่ง เซ็งหว่ะ อายก็อาย ไม่มีอารมณ์ มองผู้ชายเลยอะ คือแบบ ก้มหน้าอย่างเดียวเลย รู้สึกว่า โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม กับสาวน้อยร้อยโลอย่างเราเลย (สวยได้อีกกกก) พอมาถึงตอนชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ก็ปรากฏว่า เราน้ำหนักเกินเกณฑ์อย่างที่ทุกคน คาดหมายเอาไว้ เสร็จแล้ว ก็ต้องรอเอาใบ สด. อะไรนี่แหล่ะ จำไม่ค่อยได้ เค้าก็จะประกาศให้ออกไปรับทีละคน พร้อมเหตุผลประกอบ

ตัวอย่างเช่น นาย xxx สายตาสั้นกว่าเกณฑ์ หรือถ้าเป็นคนที่อ้วน เค้าก็จะพูดว่า ดรรชนีมวลกายหรือ ค่า BMI นั่นแหละ( เอาน้ำหนัก หารด้วย ส่วนสูงเป็นเมตร ยกกำลังสอง) เกิน35 (คือเราได้ 37 กว่าๆ ) ซึ่งถือเป็นคำสุภาพและเป็นทางการ ซึ่งหมายความว่า เธออ้วนนั่นเอง

แต่พอถึงตาเรา ไม่รู้ว่าเค้าขี้เกียจ หรืออะไร ก็แค่เรียกชื่อเรา แล้วพูดสั้นๆ แต่ เสียงดังฟังชัด ได้ยินถนัดทั่วทั้งบริเวณ ว่า


"อ้ ว น"

คุณคุณเชื่อมั้ยว่า ตั้งต่เราเกิดมา เราไม่เคยอายเรื่องอ้วนเท่าวันนี้มาก่อน คือ โลกทั้งใบมันถล่มมาที่กูคนเดียวเลยอะ เราก็เดินออกไปรับใบนั้น พร้อมกับ ความอายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย แล้วคงไม่ต้องบอกนะว่าทุกคนในสถานที่แห่งนั้นร่วมพันคน ก็จับจ้องอยู่ที่เราคนเดียวเลย ฮือ ฮือ อายมากมาก

แต่เดี๋ยวก่อน

คุณคุณ อาจจะคิดว่า เราจะมีแรงฮึดที่จะลดความอ้วนตั้งแต่ตอนนั้นเลยใช่มั้ย

คำตอบคือ เปล่าเลย พอเสร็จ เราก็ไปกินบุฟเฟต์ หมูกกะทะต่อเลย กินแบบ ฉลองอะ กินไม่ยั้งเลย

อย่าเพิ่งทำหน้างงซิค่ะ

ถึงแม้ว่า เราจะยังไม่ได้คิดเริ่มลดน้ำหนัก แต่ เหตุการณืวันนั้นก็ตราตรึงอยู่ในใจเราเสมอมา เวลาเราจะหยิบอะไรเข้าปาก ก็จะได้ ยิน คำนั้นอยู่เสมอๆ

จนกระทั้ง เราตัดสินใจบวช เพื่อทดแทนบุญคุญ พ่อแม่ (ฟังแล้วดูดีเนอะ) ก็จริงๆนะ เราถือว่าการที่เราเป็นแบบนี้ ก็สร้างความเสียใจให้เค้าอยู่แล้ว แค่เค้าอยากให้เราบวช ทำไมเราจะทำไม่ได้ เราเลย ตัดสินใจบวชเลย เป็นเวลา 1 เดือนเชียวนะ

นอกจากกุศลที่เรารู้สึกอิ่มบุญแล้วนั้น พอเราสึกออกมา เราก็ได้ของแถมมาด้วย (คงเป็นโปรโมชั่นอะ คล้ายๆ เครื่องสำอางค์ไง ) คือ น้ำหนักเราลดไป 8 กิโล ภายในหนึ่งเดือน

โฮะโฮะ ดีใจจริงๆ

พอกลับไปรับปริญญา มีแต่คนทักว่า ผอมลงรึเปล่า เราก็เฮ้ย ดีใจอะ คือ ก็ไม่ได้ผอมหรอก แต่ก็ดูลดลงนิดนึงไง ตอนนั้นเหลือราวๆ 98 มั้ง แค่นี้ก็ดีใจแล้วแหล่ะ

หลังจากนั้น พอเราจะกินอะไรแบบเมื่อก่อน ก็จะรู้สึกผิดกับตัวเอง คือ แบบ เสียดายอะ อุตส่าห์ลดลงไปแล้ว จะกินให้กลับมาอ้วนอีกทำไม แต่ก็ไม่ใช่ขนาดว่า ไม่กินอะไรเลยนะ ก็กินเหมือนปกตินั่นแหล่ะ แต่ก็ไม่มากมายมหาศาลเหมือนเมื่อก่อน น้ำหนัก ก็ทรงตัวอยู่อย่างนั้นหล่ะ ประมาณ 97 - 98

จนเราต้องมาอยู่ที่อังกฤษ เราคิดว่า นี่แหล่ะ คือ จุดเปลี่ยนในชีวิตเราเลย

แล้วจะมาต่อในตอนหน้านะ




 

Create Date : 11 ตุลาคม 2551
3 comments
Last Update : 11 ตุลาคม 2551 22:42:26 น.
Counter : 602 Pageviews.

 
 
 
 
หืม แนนเข้าใจเลยคะว่า ตอนถูกว่าแบบนั้นรุ้สึกยังไง แบบเข้าใจเพราะก็โดน
 
 

โดย: Elizabethan วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:19:22:45 น.  

 
 
 
อืม ใช่ คนทุกคน มันต้องมีจุดเปลี่ยนนนนนนน
 
 

โดย: แก้วตา (Mytarget55 ) วันที่: 27 ตุลาคม 2551 เวลา:13:50:20 น.  

 
 
 
ชอบคุณจังค่ะ

ลูกแพร แช่อิ่ม
 
 

โดย: jorjaejaa วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:48:30 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

ลูกแพร แช่อิ่ม
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add ลูกแพร แช่อิ่ม's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com