Sweet Toddy Palm ... Traveling is food for the soul
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 มีนาคม 2561
 
All Blogs
 
ลำปาง ... ถ้ารู้ว่าดีขนาดนี้ มานานเเล้ว (3 วัน 2 คืน : Day 3 )



เช้านี้ตื่นขึ้นมาตั้งเเต่ฟ้ายังไม่สว่าง พอเริ่มเห็นเเสงรำไรจากท้องฟ้า เรารีบปั่นจักรยานออกจากที่พัก (ลดาเฮาส์) ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า เเละดูอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ที่กาดกองต้า

ทำไมเเถบนี้ถีงมีอาคารเก่าเเก่เยอะ??
เนื่องจากกาดกองต้านั้นติดเเม่น้ำวัง สมัยก่อนจึงเป็นท่าเรือสำคัญที่ขนถ่ายสินค้าของภาคเหนือ ทำให้มีพ่อค้าหลายสัญชาติมาทำการค้าขายบริเวณนี้ ทั้งพม่า ชาวตะวันตก เเละจีน ซึ่งคนเหล่านี้พอมีเงินก็จะสร้างบ้านเรือนหรืออาคารพาณิชย์สำหรับค้าขายในเเถบนี้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน กาดกองต้าเลยมีอีกชื่อว่า ตลาดจีน ปัจจุบันอาคารถูกให้เช่าทำร้านค้าบ้าง hostel บ้าง

อาคารเเรกที่เราปั่นผ่านคือ อาคารเยียนซีไท้ลีกี เคยเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ เจ้าของเป็นนายห้างใหญ่ชาวจีนชื่อนายจิ้นเหยี่ยน (อารีย์  ทิวารี)
อาคารเป็นเเบบตะวันตก สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2461  



อาคารฟองหลี เป็นอาคารก่ออิฐผสมไม้เเบบขนมปังขิง ที่เราชอบมากคือบานเฟี้ยมลูกฟัก เท่าที่อ่านมาอาคารฟองหลีเปลี่ยนเจ้าของหลายมือมาก ปัจจุบันนี้ด้านล่างเป็นร้านเดอะพริ้งคาเฟ่ ส่วนด้านบนเปิดเป็น hostel



บ้านคมสันเป็นอีกหลังที่สวยมากค่ะ พวงเเสดสีส้มตัดกับสีของตัวบ้านเเบบปั้นหยาจั่วตัด ทำให้ตัวบ้านยิ่งดูโดดเด่น บ้านหลังนี้ใช้วิศวกรคนเดียวกันกับที่สร้างสะพานรัษฎาภิเศกค่ะ



ปั่นจักรยานย้อนกลับขึ้นมาที่อาคารหม่องโง่ยซิน 
ในช่วงเย็นเมื่อวานที่มาทานกาแฟเห็นเเล้วว่าอาคารนี้งดงาม เเต่พอมาเห็นตอนเช้าที่คนไม่จอเเจ ยิ่งดูสวยสง่ากว่าตอนเย็นอีกค่ะ



อาคารหลังนี้สร้างมานานกว่า 100 เเล้ว สร้างโดยคหบดีพม่า ชื่อหม่องโง่ยซิน

น.ณ ปากน้ำ เคยยกย่องว่าเป็นอาคารขนมปังขิงริมถนนที่งดงามที่สุดในประเทศไทย

บางคนอาจะสงสัยว่าบ้านหรืออาคารเเบบขนมปังขิงนั้นเป็นอย่างไร 

จุดเด่นของสถาปัตยกรรมเเบบนี้ คือตกเเต่งด้วยไม้ฉลุลวดลายต่างๆ ทั้งราวระเบียง เชิงชาย หน้าบัน เหนือประตูบานเฟี้ยม ลายฉลุที่นิยมจะเป็นลายใบไม้ ดอกไม้สามกลีบหรือสี่กลีบ หยดน้ำ หัวใจ ดอกทิวลิป ลูกน้ำ

ไทยได้รับอิทธิพลนี้มาจากตะวันตก เข้ามาตั้งเเต่ในรัชกาลที่ 4  เพราะทรงติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ ความนิยมบ้านสถาปัตยกรรมดังกล่าวลดลงสมัยรัชกาลที่ 6 อย่างในกรุงเทพฯอาคารเเบบขนมปังขิง เช่น พระที่นั่งวิมานเมฆ พิพิธภัณฑ์บ้านเอกะนาค มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เเละตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร

อีกหนึ่งอาคารเเบบขนมปังขิงที่เราชื่นชอบ อาคารกาญจนวงศ์ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มาเดินกาดกองต้ามักจะถ่ายรูปอาคารนี้ เดิมผู้สร้างเรือนนี้ คือบัวผัดกาญจนวงศ์ พ่อค้าไม้ชาวพม่า เพื่ออยู่อาศัยและเป็นร้านเย็บผ้า 



ปั่นเเต่เช้านี่สบายมากค่ะ รถไม่ค่อยมี มองไปทางไหนก็โล่งไปหมด





ตึกเเดง โคงสร้างเเบบคอนกรีตเสริมเหล็ก  อาคารที่เป็นคอนกรีตในกาดกองต้าอื่นๆ เช่น อาคารเยียนซีไท้ลีกี บ้านจันทรวิโรจน์ บ้านคมสัน



ปั่นขึ้นมาจากตึกเเดง จนสุดถนนจะเจอสะพานรัษฎาภิเษก เมื่อวานเย็นมาเก็บภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่นี่ เช้ามานี้อยากเห็นภาพสะพานกับบรรยากาศเงียบสงบบ้างค่ะ 

สะพานรัษฎาภิเษก เป็นสะพานข้ามเเม่น้ำวัง เมื่อก่อนเป็นสะพานไม้นะคะ เเต่พังลงเพราะเเรงกระเเทกของท่อนซุงเวลาน้ำหลาก ภายหลังเลยสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเเทนค่ะ 



ไม่น่าเชื่อว่าสะพานที่มีอายุกว่า 100 ปี อาจจะเก่าไปบ้าง เเต่ในความเก่านั้น ยังคงงดงามอยู่



ใต้สะพานจะมีถนนเรียบริมเเม่น้ำวัง สำหรับปั่นจักรยาน ประทับใจทัศนียภาพ บรรยากาศเส้นนี้มากค่ะ อาจจะเพราะอากาศเย็นด้วย เกิดเป็นสุนทรียภาพขึ้นมาทางใจเลยค่ะ 





ปั่นไปได้นิดนึงดูเวลา ต้องกลับเเล้วล่ะค่ะ ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันไปขึ้นรถรางเที่ยวชุมชนท่ามะโอ

ขากลับวกออกมาด้านหน้าผ่านบ้านจันทรวิโรจน์ สวยอีกเเล้ว 







กลับมาถึงลดาเฮาส์ เเวะเดินเล่นสนามหญ้าหน้าบ้าน 





ได้เวลาอาหารเช้า วันนี้มีขนมจีบเจ้าอร่อย เค้กที่คุณยายลัดดาทำเอง ไข่ต้ม ขนมปังปิ้ง เเละข้าวต้มมัด



ข้าวต้มมัดอร่อยมากค่ะ จริงๆเป็นสูตรของคุณยายลัดดาน่ะเเหละค่ะ เเล้วถ่ายทอดให้แก่ท่านนี้ ตอนหลังคุณยายไม่ได้ทำเองเเล้วก็รับจากเเม่ค้าท่านนี้มาให้คนมาพักได้ทานกันค่ะ



เช้านี้ยังไม่มีใครตื่นลงมา เลยได้คุยกับคุณยายลัดดา คุณยายเล่าว่าลูกๆทำ ลดาเฮาส์ เพราะไม่อยากให้คุณยายเหงา มีเเขกมาเข้าพักคุณยายก็ได้พูดคุย ได้มีกิจกรรมทำ เเละลดาเฮาส์นี้ออกเเบบปรับปรุงโดยหลานชายของคุณยายที่เรียนคณะสถาปัตยกรรม

ก่อนกลับขอเก็บภาพคู่กับคุณยายลัดดา



จากลดาเฮาส์ ข้ามสะพานรัษฎาภิเศกแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนป่าไม้ขับตรงไปประมาณ 550 เมตร ไม่ถึงสิบนาที เรามาอยู่ที่วัดประตูป่อง เพื่อจะมาขึ้นรถรางบริเวณลานอเนกประสงค์หน้าวัดประตูป่อง มาถึงไม่เจอใครใจเริ่มเเป้ว เเต่พอดูนาฬิกา อ้อยังไม่ถึงเวลานี่นะ เราเลยเดินชมความงามของวิหาร วัดประตูป่องกันก่อนค่ะ



วิหารวัดหลวง วัดประตูป่อง เป็นวิหารเเบบล้านนา ที่เรียกวิหารหลวง  เนื่องจากเป็นวิหารที่ใช้เป็นประธานของวัด มีขนาดใหญ่กว่าวิหารหลังอื่นๆ และมักวางอาคารไว้ด้านหน้าพระเจดีย์ในแนวเดียวกัน

วิหารหลวงนี้สร้างเมื่อ พ.ศ.2409 โดยเจ้าวรญาณรังษี ผู้ครองนครลำปาง
เเละยังถูกขึ้นทะเบียนโบราณสถาน โดยกรมศิลปากรด้วยนะคะ 



เวลาประมาณ 09.00 น. รถรางก็มาจอดรอนักท่องเที่ยวอยู่ด้านหน้าวัดค่ะ 
รอสักพักใหญ่ไม่มีใครนอกจากเราสองคน ใจนึงก็นึกว่าสงสัยจะไม่ได้ไปซะล่ะ เเต่คุณน้า คุณอาที่ชุมชนท่ามะโอใจดีมาก บอกว่าเห็นเราสองคนอยากไปก็จะพาไปคิดเหมาในราคาไม่เเพง Smiley

เสริมนิดนึงค่ะว่า ชุมชนท่ามะโอเป็นชุมชนเก่าแก่ของเมืองลำปาง เจริญมากในยุคที่ลำปางมีอุตสาหกรรมป่าไม้เป็นหลัก 



นอกจากมีพี่ขับรถเเล้ว ยังมีคุณน้าเป็นไกด์พาเที่ยวสถานที่ต่างๆด้วยค่ะ
พร้อมเเล้วเริ่มออกเดินทางชมย่านเมืองเก่านครลำปางกันค่ะ
รถรางเเล่นผ่านถนนป่าไม้ออกมา เเวะวัดปงสนุกเหนือเป็นที่เเรก



ก่อนมาลำปางเราได้อ่านเจอว่า วัดปงสนุกเหนือได้รับ  “Award of Merit” ด้านการอนุรักษ์มรดกทางด้านวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ตามโครงการ 2008 Asia-Pacific Heritage Award for Cultural Heritage Conservation จากองค์การ UNESCO

อ่านเเล้วถึงกับร้องว้าวเลยค่ะ ต้องมาเห็น มาสัมผัสสิ่งดีๆในประเทศไทยเเบบนี้ให้ได้



จุดเด่นที่สุดในวัดนี้ คงเป็นสิ่งอื่นไปไม่ได้ นอกจาก วิหารพระเจ้าพันองค์
สันนิษฐานกันว่า วิหารพระเจ้าพันองค์สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าอนันตยศ ซึ่งเสด็จมาทรงสร้าง "เมืองเขลางค์นคร" เมื่อปี พ.ศ. 1223

เนื่องด้วยเวลาที่ยาวนานทำให้วิหารเกิดชำรุดไปตามกาลเวลา  ทางวัดปงสนุกจึงได้จัดทำ  “โครงการอนุรักษ์มรดกทางศิลปกรรม  สถาปัตยกรรมวิหารพระเจ้าพันองค์”  เเละโครงการนี้ก็ได้ถูกคัดเลือกให้รับรางวัลจาก UNESCO



เป็นวิหารโถงทรงจัตุรมุขเพียงแห่งเดียวที่ยังมีให้เห็นในดินแดนล้านนา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป 4 ทิศ

พระเจ้าพันองค์ เป็นที่เคารพบูชาและมีความเชื่อเกี่ยวกับการขอพร และสะเดาะเคราะห์ ในรูปนี่สวยได้ไม่เท่าหนึ่งในร้อยของๆจริงเลยนะคะ อยากให้ทุกคนมาเห็นด้วยตาตนเอง



เดินลงบันไดนาคข้างๆวิหารพระเจ้าพันองค์ จะเจอวิหารพระนอน เเละพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาของเก่า 



สังเค็จ หรือที่พระนั่งสวด



หีบธรรมโบราณ เป็นหีบที่เก็บรักษาคัมภีร์พระธรรมคำสั่งสอนต่างๆ 



จากวัดปงนุกเหนือ รถรางวิ่งผ่านบ้านเก่าบนถนนวังเหนือ ผ่านกู่เจ้าย่าสุตา เเละวัดเเสนเมืองมา ไม่ได้ลงรูปให้ดูเพราะถ่ายไม่ทันค่ะ Smiley
เเละเรามาหยุดที่ สุสานไตรลักษณ์ เราจะมาสักการะสังขารหลวงพ่อเกษม เขมโก ที่นี่ค่ะ



กล่าวกันว่า หลวงพ่อเกษม เขมโก ท่านได้ปฏิบัติธรรมจนเป็นพระที่ขาวสะอาด และเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วประเทศ ศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านเป็นพระไม่ติดยึดใคร ต้องการอะไร ขออะไร ไม่เคยปฏิเสธ



บรรณศาลาศิตยาถวาย กุฎิของหลวงพ่อ ตรงนี้จะมีประวัติเเละคำสอนของหลวงพ่อเขียนไว้มากมาย 

ได้อ่านเรื่องราวหลวงพ่อมาเยอะ มีสองสามเรื่องที่รู้สึกขนลุก ตลก เเละทราบซึ้ง

เรื่องเเเรก  ครูบาศรีวิชัยมาบูรณะพระวิหารหลวง วัดพระแก้วดอนเต้า จังหวัด  ลำปาง ท่านได้กล่าวว่า “เณร วันหน้าต๋นบุญสู จะมาเกิดในเมืองเวียงละกอน (ลำปาง) บ่าเดี่ยว (เวลานี้) ยังน้อยอยู่”  ซึ่งตนบุญที่ครูบาศรีวิชัยพยากรณ์ไว้ คือหลวงพ่อเกษม นั้นเอง

เรื่องสอง  หลวงพ่อเกษมมักจะพับธนบัตร เป็นประจำ เพราะต้องการที่จะรักษาด้านที่เป็นกษัตริย์ไว้ โดยที่ท่านพับด้านนี้เข้าข้างใน เพราะท่านไม่ต้องการให้กษัตริย์ต้องหม่นหมอง พับไม่ให้เสียหาย ตกหล่น เสียหาย ท่านว่า “บุญบารมีของในหลวง (รัชกาลที่ ๙) สูง”

เรื่องสาม  อารมณ์ขันของหลวงพ่อเกษม 
อุบาสิกาบุญชื่น ตันบุญฤทธิ์ เข้าไปกราบนมัสการเรียนถามท่านว่า

“ท่านพระอาจารย์เจ้าคะ ท่านพระอาจารย์เป็นพระอรหันต์แล้วหรือ”

ท่านก็ตอบทันทีว่า “เราเป็นอาระหันต๋า หรืออาระต๋าหัน เพราะตาของเราหันทุกสิ่งทุกอย่าง (หมายความว่า ตาของเราเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง) เห็นอะไรก็อยากได้ไปหมด”

อุบาสิกาบุญชื่นจึงกราบเรียนถามต่อไปว่า “ถ้าเช่นนั้น ท่านพระอาจารย์ ก็คงเป็นพระอริยะแล้ว นะเจ้าคะ”

ท่านก็ตอบไปว่า “เราเป็นอริเยอะ”

แปลได้ความว่า ท่านมีข้าวของที่ได้รับจากการถวายท่านไว้เยอะแยะ 




อีกอย่างที่เราสงสัยเลยถามคุณน้าไกด์ว่าทำไมถึงต้องมีสุสานไว้เผาศพ คุณน้าเลยอธิบายให้ฟังว่าทางเหนือเค้าไม่นิยมเผาศพในวัดกัน จะนำมาเผาที่สุสาน สังเกตว่าวัดทางเหนือจะไม่มีเมรุเผาศพ พอนึกย้อนไป เออจริงด้วยไม่ค่อยเห็นเมรุในวัดจริงๆ

ห่างจากสุสานไตรลักษณ์ ไม่ถึง 5 นาที ก็มาถึงวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม



วัดพระแก้วดอนเต้าเป็นวัดที่เก่าแก่มากมีอายุเป็นพันปี เเละเคยเป็นที่ประดิษฐานพระเเก้วมรกต ก่อนจะไปประดิษฐานที่เมืองเชียงใหม่



พระบรมธาตุดอนเต้า ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า



มณฑป วัดพระแก้วดอนเต้า ภายในประดิษฐานพระบัวเข็ม เป็นพระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทองศิลปะแบบพม่า 



จริงๆเเล้ววัดนี้เเบ่งออกเป็นสองวัด คือวัดพระเเก้วดอนเต้า เเละวัดสุชาดาราม ซึ่งอยู่ติดกันเเละมีความสัมพันธ์ กล่าวคือมีตำนานเล่าว่า นางสุชาดาราม ซึ่งบ้านอยู่ติดกับวัดพระแก้วดอนเต้า ( ก็คือพื้นที่ของวัดสุชาดารามในปัจจุบัน) นางได้นำเเตงโมจากสวนของนางไปถวายพระเถระที่วัดพระแก้วฯ เมื่อผ่าเเตงโมออกมาเจอมรกต ท่านจึงนำไปแกะสลักเป็นพระ เเต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ พระอินทร์จึงเเปลงกายลงมาแกะสลักให้จนสำเร็จ

ต่อมามีคนลือกันว่านางสุชาดาเเละพระเถระมีสัมพันธ์ฉันชู้สาว พอเจ้าเมืองลำปางทราบ จึงเรียกมาลงโทษโดยประหารชีวิต นางสุชาดาจึงตั้งจิตอฐิษฐานว่า หากนางบริสุทธิ์ ขอให้เลือดพุ่งขึ้นสู่อากาศ อย่าได้ตกลงสู่พื้นดิน เเละจริงดังนางอฐิษฐาน เลือดพุ่งขึ้นฟ้า พอเจ้าเมืองเห็นดังนั้นรู้สึกเสียใจมาก ล้มลงขาดใจตายทันที 


ถ้าใครได้ไปหอปูมละกอน ก็จะได้ชมวีดีทัศน์ตำนานนางสุชาดา อันนี้เราก็จำเรื่องมาจากหอปูมละกอนค่ะ

เดินชมวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พอประมาณ เรากลับมายังถนนป่าไม้ เพื่อจะไปชมบ้านเสานัก บ้านไม้สักโบราณอายุร่วม 100 ปี ที่มีเสาเป็นจำนวนมากถึง 116 ต้น

เเต่เสียดายค่ะ วันนี้มีจัดงานเเต่งที่บ้านเสานัก เราเลยได้เเต่มองจากบนรถราง



จากนั้นมาที่ บ้านเลขที่ 1 หรือ บ้านร้อยปี ตั้งอยู่ภายในสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง  รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับที่นี่ด้วยนะคะ 



ที่สุดท้าย บ้านหลุยส์ ที เลียวโนแวนส์ เจ้าของบ้านชื่อตามบ้านเลยค่ะ เป็นนักธุรกิจค้าไม้ชาวอังกฤษ สร้างขึ้น พ.ศ. 2488 



หลุยส์ ที เลียวโนแวนส์  เป็นลูกของแหม่มแอนนา เลียวโนเวนส์  อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ หรือ "พระอาจารย์ฝรั่ง" ของรัชกาลที่ 5   
ส่วนตัวเราเองได้ยินชื่อเเหม่มเเอนนา ก็ตอนเรื่อง Anna and the King ที่ มากาเร็ต แลนดอน นำบทประพันธ์ของแอนนามาทำใหม่ จนกลายเป็นหนังเรื่องดังกล่าว 



เดินถ่ายรูปอยู่ เเฟนมาสะกิดบอก นี่ๆบ้านหลังนี่ไงที่ออกข่าวว่ามีผู้รับเหมาก่อสร้างถ่ายติดวิญญาณที่หน้าต่างชั้นบน แหมรู้สึกวังเวงขึ้นมาทันทีเลยค่ะ  



เเละทัวร์ย่านเก่าเมืองลำปางของเราก็จบลง เราล่ำราขอบคุณคุณน้าไกด์ เเละพี่คนขับรถ

รถรางเพื่อการท่องเที่ยว ชุมชนท่ามะโอ จะมีทุกวันเสาร์ อาทิตย์  และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันละ 2 รอบ ได้แก่ 09.00 น. เเละ 13.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 081 950 9098  ค่ะ 

ท้องเริ่มร้องจ๊อกๆ ไปหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆทานกันดีกว่าค่ะ



นี่เลยค่ะ ก๋วยเตี๋ยวปู่โย่ง ร้านอยู่ตรงข้ามแบงก์กรุงเทพ ถนนฉัตรไชย 
เค้ามีโรงงานทำลูกชิ้นหมูเเละเนื้อเองนะคะ เราสั่งลูกชิ้นหมูอร่อยมากๆ ติดใจขนาดจะซื้อลูกชิ้นเปล่ากลับกรุงเทพฯ เเต่ปรากฎว่าหมด เสียใจ Smiley



ก่อนกลับกรุงเทพฯ ขอเเวะอีกที่หนึ่งค่ะ คือ วัดเสาไหล่หินหลวง หรือเสลารัตนปัพพะตาราม



วัดอยู่ทีอำเภอเกาะคา ไม่ไกลจากวัดพระธาตุลำปางหลวงเท่าไหร่ค่ะ
วิหารทรงล้านนา พระธาตุเจดีย์ พระอุโบสถ ซุ้มประตูกำแพงแก้ว และหอธรรม
ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ .ศ .2523 
นี่ละค่ะเป็นสิง่ที่ทำให้เราอยากเเวะมาชมวัดไหล่หินหลวง

วัดนี้เก่าแก่มากกว่าร้อยปีเเล้วนะคะ 

ซุ้มประตูโบราณ ลักษณะคล้ายกับที่วัดพระธาตุลำปางหลวง 





วิหารโบราณ ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย และ รูปปั้นพระมหาป่าเกสระปัญโญ


เเละก็ได้เวลาเดินทางกลับกนรุงเทพฯเเล้ว ไปถึงก็คงค่ำพอดีค่ะ 

ถ้าใครมีโอกาสอยากให้ลองมาเที่ยวลำปางดูนะคะ นอกจากรถม้าเเล้ว ยังมีรถรางให้นั่งเที่ยวอีกด้วย สนุกไปอีกเเบบ ทริปนี้อิ่มตา อิ่มใจ กับเรื่องราวในอดีต ตึกรามบ้านช่องสมัยก่อน จริงๆอาคารบ้านเก่าในกาดกองต้ามีอีกหลายหลังค่ะ  ที่ลงไปคือบางส่วนเท่านั้น

รอบหน้าเราอยากกลับไปปั่นจักรยานที่ลำปางอีกค่ะ ทีนี้อยากปั่นหลายๆเส้นทางเลย คิดว่าจะเอาจักรยานส่วนตัวไป ถ้าได้ไปจริงๆจะเอามาเขียนลงบล็อกนะคะ Smiley

ขอบคุณที่ติดตามอ่านเช่นเคยค่ะ Smiley



Create Date : 30 มีนาคม 2561
Last Update : 30 มีนาคม 2561 22:29:06 น. 6 comments
Counter : 3230 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณKavanich96, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณไวน์กับสายน้ำ


 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 31 มีนาคม 2561 เวลา:4:00:28 น.  

 
ลำปางเป็นอีกจังหวัดที่เราชอบค่ะ

อยากไปเที่ยวอีกจังงงงงงง


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 31 มีนาคม 2561 เวลา:10:00:19 น.  

 
ตามมาเที่ยวลำปางต่อค่า


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 2 เมษายน 2561 เวลา:13:04:45 น.  

 
ชอบวัดไหล่หินหลวงมากคราบบ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 2 เมษายน 2561 เวลา:19:41:04 น.  

 
ไม่ได้ไป ลำปางนานมาก.. และยังไม่เคยเห็นบ้านโบราณ
แบบข้างบน ผมว่าสวย น่าอนุรักษ์ไว้..

แต่คงใช้เงินมาก.. ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบย้อนยุคได้เลย

v


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 6 เมษายน 2561 เวลา:9:00:08 น.  

 
สถาปัตยกรรมที่ลำปางสวยงามมากๆค่ะ เห็นแล้วอยากไปเดินเล่นชมเมืองเค้าเลยค่ะ


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 8 เมษายน 2561 เวลา:19:22:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Sweet Toddy Palm
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




รักการท่องเที่ยว ชอบทุกอย่างเกี่ยวกับอาหาร หลงรักการอ่านหนังสือ
Blog นี้เป็นเหมือนการบันทึกความทรงจำในสิ่งที่เรารัก และเเบ่งปันข้อมูลให้กับคนที่ชอบเรืองเหล่านี้เหมือนกัน
Friends' blogs
[Add Sweet Toddy Palm's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.