Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
18 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
ฉันนี่แหละ Singlemom บทที่ 11 ลังเล


บทที่ 11 ลังเล



คืนนั้นฉันจ้องมองโทรศัพท์หลายหนคาดหวังว่าพี่ทะเลจะต้องโทรมาหาฉัน
นี่มันเรื่องใหญ่ แต่งงานเชียวนะ ฉันไม่รู้หรอกว่าจะอยู่กับพี่ทะเลได้ไหม
แต่นี่เป็นทางรอดของฉันนะ เหมือนโทรศัพท์ได้กระแสจิตของฉัน ในที่สุดมันก็ดังขึ้น
แต่ไม่ใช่เบอร์พี่ทะเล ใครก็ไม่รู้ ฉันรีบกดรับ


“ฮัลโหล”


ปลายสายเงียบกริบ


“พี่ทะเล” ฉันลองเดา


“พี่เอง”เสียงพี่ธัญญ์ “หายดีแล้วใช่ไหม”


“อ้อ ค่ะ มุ่ยดีขึ้นมากแล้ว” ฉันไม่รู้ว่าตัวเองผิดหวังหรือเปล่า แต่ฉันลืมพี่ธัญญ์ไปเสียสนิท


“ก็ดีแล้ว”
แล้วเราสองคนก็เงียบ


“สบายดีแล้วพี่จะได้ไม่ห่วง
ถ้ามีอะไรก็โทรเข้าเบอร์นี้ได้ แค่นี้นะครับ มุ่ยคงรอสายสำคัญอยู่
” แล้วพี่ธัญญ์ก็วางสายไปอย่างสงบเหมือนพระรองที่รู้ว่ามาเข้าผิดฉาก
ฉันรู้สึกผิดทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย ลืมไปเลยว่าพี่ธัญญ์บอกจะโทรมา
แต่พระเอกของฉันก็ไม่โทรมาเสียที จนฉันหลับไปข้างๆโทรศัพท์



เช้ามาฉันโดดงานเอาดื้อๆ
ขับรถไปบ้านพี่ทะเลแต่เช้าโดยไม่ได้โทรบอกใครก่อน ฉันเคยมาบ้านพี่ทะเลนานแล้ว
ด้านหน้าเป็นร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่ บ้านพี่ทะเลสร้างอยู่ด้านหลัง เป็นผืนใหญ่
มีบ้านที่คุณแม่พี่ทะเลอยู่ และบ้านพี่ทะเลกับพี่สาว ปลูกแยกกันออกไป
ฉันลงรถแล้วชะเง้อชะแง้อย่างลังเล จำไม่ได้ว่าจะต้องเข้าไปในตัวบานทางไหน
ร้านเปิดแล้ว มีพนักงานและแม่บ้านจัดเรียงของกันวุ่นวาย


“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”
พนักงานคนหนึ่งถามฉัน แล้วก็คงนึกได้ว่าที่ฉันแต่งตัวสวยตั้งแต่หัวจรดเท้าขนาดนี้คงไม่ได้มาหาซื้อสีหรือลูกบิดแต่เช้าแน่ๆ


“ เอ่อ หรือว่ามาหาเจ๊คะ”


“ค่ะ มาหา เอ้อ เจ๊”
ฉันตอบรับ เดาว่า เจ๊คงหมายถึงพี่สาวพี่ทะเลคนใดคนหนึ่ง โอ้โห
แล้วถ้าฉันมาทำงานที่นี่จะกลายเป็นเจ๊มุ่ยไปด้วยไหมนะ โอ๊ย รับไม่ได้ มันฟังดู
ฟังดู เจ๊ที่สุด
!!!!


“สักครู่นะคะ” ไม่นาน
พี่ทราย พี่สาวอีกคนของพี่ทะเลก็โผล่หน้าออกมา
พี่สาวพี่ทะเลคนนี้ดูลุยกว่าพี่คลื่น หน้่าสวยหวาน แต่งตัวเรียบง่าย เธอเลิกคิ้วเมื่อเห็นฉันเป็นเชิงถาม
ก่อนจะนึกออกมาได้เองในทีี่สุด


“อ้อ แฟนทะเล”
พูดแล้วก็ทำหน้าพิกล
“เข้ามาก่อนสิ” พี่ทรายดูดุแต่ใจดี
ไม่เหมือนพี่คลื่นที่ดูใจดีแต่จริงๆแล้วคงโหดไม่ใช่เล่น
พี่ทรายพาฉันเข้ามาในห้องทำงาน มีเอกสารกองโต แฟ้มมากมาย แคตตาล็อคสีทาบ้าน อัดแน่นในชั้น
เป็นห้องทำงานจริงๆ ไม่ใช่ออฟฟิศสวยๆแบบที่ฉันนั่งทำงานอยู่ทุกวัน
พี่ทรายรินน้ำชาร้อนๆลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบ มาดเหมือนอาซิ่มอายุหกสิบ ทั้งๆที่พี่ทรายดูแล้วน่าจะอายุสี่สิบเป็นอย่างมาก



“พี่ไม่รู้ทะเลตื่นหรือยัง
แต่จริงๆแล้วพี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนกลับมานอนบ้านรึเปล่า
” พี่ทรายพูดเรียบๆ แต่ทำเอาฉันชาไปทั้งตัว ปกติพี่ทะเลทำแบบนี้อยู่แล้วล่ะมั้ง
เพียงแต่ฉันไม่รู้


“คือ เมื่อวานพี่คลื่นไปหามุ่ย บอกเรื่อง เอ้อ
แต่งงาน
” ฉันพูดออกมาแล้วรู้สึกอาย แปลกพิกล
มันควรจะเต็มปากเต็มคำกว่านี้หรือเปล่านะ


“อือ ที่บ้านเราตกลงว่าแบบนั้น” ที่บ้านเราเหรอ


“เอ้อ แล้ว…..มุ่ยคิดว่า
อาจจะมีเรื่องต้องรีบทำเยอะ เรื่องฤกษ์ เรื่องการ์ด เลยจะมาคุยกับพี่ทะเล
” ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าจะทำใจแต่งงานกับพี่ทะเลดีไหม
หรือยังรักพี่ทะเลอยู่ไหม แต่นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดที่ฉันพอจะมี
หวังว่าได้คุยกับพี่ทะเลแล้ว ฉันอาจจะคิดอะไรได้ ไม่ต้องมาเดาอยู่คนเดียว


พี่ทรายจ้องตาฉัน
ชั่วแว่บหนึ่งฉันเห็นแววสงสาร


“อาจจะไม่ยุ่งยากขนาดนั้นก็ได้”


“ค่ะ เพราะสมัยนี้ร้านมีครบวงจร” ฉันรีบสนับสนุน “ เข้าไปร้านเดียวได้ครบหมด
มุ่ยลองเช็คดูในเน็ทแล้วเมื่อคืน
…”


“เปล่า” พี่ทรายขัด “ ไม่ยุ่งเพราะ ทะเลไม่คิดจะจัดงานแต่ง
กะจะให้แม่ไปขอเธอกับผู้ใหญ่ แล้วก็มีพิธียกน้ำชาเช้า
เย็นก็เลี้ยงโต๊ะจีนในบ้านเนี่ยแหละ แล้วก็เติมบ้านให้เธอเข้ามาอยู่เฉยๆ
”



เห อกอีมุ่ยลุยเข้าป่า !!


จะดีเหรอนั่น สีหน้าฉันคงออกอาการงงมาก พี่ทรายเลยค่ิอยๆเลือกถ้อยคำเพิ่มขึ้นจากที่พูดตรงๆ
แทงใจฉันทะลุในตอนแรก



“ทะเลมันไม่มีเงินเก็บหรอก
แม่บอกให้มันเอาเงินกงสี แล้วค่อยทยอยคืน แต่ทะเลมันไม่อยากมีหนี้ ไอ้เรื่องที่เธอท้องน่ะนะ
ทะเลมันก็ปิดไว้ แต่มันกลับบ้านมาก็เงียบไม่พูดไม่จาอยู่หลายวัน แม่เค้าซักจนรู้
แม่เค้าก็อยากมีหลาน แล้วก็คิดว่าถ้าทะเลมันมีครอบครัว คงจะเป็นโล้เป็นพายเสียที
“ พี่ทรายหยุดจิบน้ำชาหลังจากพูดมายาวเหยียด


“เห็นทะเลมันบอกเธอทำงานห้าง
แม่ก็คิดว่าจะได้เอามาไว้ช่วยเช็คสต๊อกของ เงินทองไม่รั่วไหล
”



โอ้ อกอีมุ่ยลุยเข้าป่าหาทางออกไม่เจอ !!!


ฉันรู้สึกวิงเวียนขึ้นมาทันที
อ้าปากหวอและไม่อาจจะบังคับให้ตัวเองหุบปากลงได้ เสียงระฆังแต่งงานที่ดังเหง่งหง่างในหัว แผ่วลงๆ จนแทบจะเงียบสนิท
ไม่มีชุดเจ้าสาวหรู ลูกไม้ละเอียดจากฝรั่งเศส ไม่มีเค้ก ไม่มีการ์ด ยกน้ำชา
แล้วก็กินโต๊ะจีน เสียงดังช้งเช้งของช้อน ตะเกียบและแก้ว จากนั้นหลังแต่ง
ก็ต้องตื่นแต่เช้า มาเช็คสต็อก กระเตงลูก ผมเผิมยุ่ง เสื้ออาซิ่มจากเยาวราชเป็นชุดประจำกาย
ลากแตะ (จริงๆพี่ทรายเค้าก็ไม่ได้แต่งตัวแย่ขนาดนั้นหรอก ฉันแค่นึกจินตนาการไปเองน่ะ)


คราวนี้ฉันถึงกับพูดอะไรไม่ออก
พี่ทรายมองฉันจากหัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบังอาการ


ถึงฉันจะรีบออกมาและไม่มีอารมณ์บรรจงแต่งตัวมากมาย
แต่ผมก็ถูกเช็ทไว้สวยงาม ติดกิ๊บรูปดอกไม้มีประกายวิบวับ หน้าถูกแต่งไว้อย่างบรรจง
ตุ้มหูสวยเป็นสายยาว และชุดกระโปรงสีครีม เข้ากับกับรองเท้าและกระเป๋าถือ


ส่วนพี่ทรายอยู่ในชุดพร้ิอมทำงาน
ใส่เสื้อโปโลตัวใหญ่ มีปักโลโก้ของร้าน กางเกงยีนส์
ผมรวบง่ายไเป็นหางม้าด้วยยางรัดผม หน้ามีเพียงแป้งเด็กและลิปมัน



“งานที่บ้านเยอะ และหนัก ต้องตื่นแต่เช้า
ไม่มีเวลาแต่งตัวมาก
” พี่ทรายพูดเหมือนเดาใจฉันอออก “ปกติ พี่กับคลื่น เป็นคนดูแลกิจการ คลื่นเค้าพูดเก่งกว่า ก็เลยดูแลลูกค้า
ก็ต้องดูดีตลอด ทะเลนานๆมาช่วยที ไม่ค่อยจะได้เรื่องหรอก แต่ก็ได้เงินกงสีเท่าๆกัน
เพราะแม่รักทะเลกว่าใคร บ้านที่ต่อเติมนั่น แม่เค้าก็ถือว่ารับขวัญหลาน
แต่จะให้ค่าแต่งงานด้วยก็ไม่ได้ เกรงใจพี่กับคลื่น
”



พี่ทรายพูดจบก็ถอนหายใจ อาการอึดอัดเหมือนพี่คลื่นเมื่อวันก่อนเป๊ะ “นี่ทะเลก็ไม่ทำอะไรเลย
ออกไปเที่ยวทุกวัน แม่เลยให้คลื่นไปคุยกับเธอไง กลัวเธอจะกลุ้มใจจนคิดทำอะไรแย่ๆไปซะก่อน
”



ฉันอยากจะหายตัวไปตรงนั้น รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า
ที่พยายามจะมาทวงสิทธิว่าทีี่่เจ้าสาว ทั้งที่เจ้าบ่าว หายไปไหนก็ไม่รู้
ฉันตัดสินใจในฉับพลันว่า ถอยก่อนดีกว่า


“มุ่ยกลับก่อนดีกว่าค่ะ”
ฉันพูดดื้อๆ จากที่เดินหน้าเชิดเข้ามา
ฉันอยากจะหาอะไรคลุมหน้าแล้วรีบออกไปให้เร็วที่สุด ตอนแรกพี่ทรายทำท่าจะห้าม
แต่แล้วก็พูดแค่ว่า


“ก็กลับไปคิดดูให้ดีๆแล้วกัน ปรึกษาผู้ใหญ่ดู”



ปรึกษาผู้ใหญ่เหรอ
ฉันนึกถึงภาพน้าสาวที่เหลือคนเดียวของฉัน แล้วถอนใจ นานๆฉันจะติดต่อน้าที
น้าเองก็วุ่นวายอยู่กับงานของตัวเอง แต่ก็จะแสดงอาการดีใจทุกครั้งที่ฉันติดต่อไป
เมื่อไหร่ที่ฉันพอมีเวลาจะไปเยี่ยม น้าก็จะต้อนรับอย่างดี นึกถึงท่าทางใจดีและอบอุ่นของน้าแล้ว
ไม่อยากพูดเรื่องนี้เลยสิน่า


ฉันลุกขึ้นอย่างมึนๆ แล้วยกมือไหว้พี่ทราย
ก่อนจะเดินออกจากห้อง ฉันยังมีแก่ใจหันกลับมาถามว่า


“พี่ทรายว่า คุณแม่คิดถูกไหมคะ”


“เรื่องที่ว่าทะเลจะดีขึ้น
หลังจากมีครอบครัวแล้วน่ะเหรอ
” พี่ทรายหัวไวหรือกำลังนึกถึงเรื่องเดียวกับฉันอยู่ก็ไม่รู้แน่
ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ


“ไม่รู้หรอก แต่พี่คิดว่า
ผู้ชายน่ะเค้าไม่เปลี่ยนหรอก ถ้าจะแต่งก็ยอมรับกันตั้งแต่ก่อนแต่งซะจะดีกว่า
”




ถึงจะรู้คำตอบแก่ใจ ฉันก็ยังอยากพิสูจน์ ฉันกดโทรออกหาพี่ทะเลทันที
เสียงสัญญาณดังอยู่แค่สองครั้ง ก็โดนตัดสายไป
ไม่รู้ว่าเจ้าของเครื่องยังไม่ตื่นหรือมีมือดีมาตัดสายให้



ฉันตัดสินใจไม่เซ้าซี้พี่ทะเลต่อในวันนี้
ฉันทำเป็นลืมเรื่องทั้งหมด แล้วขับรถตรงไปห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุด นวดหน้า
ทำเล็บ ทำผม ซื้อเสื้อผ้า กินพิซซ่า ลืมทุกอย่างซะ ยังไงก็ต้องปวดหัวต่อ
ฉันขอสบายซักวันแล้วกัน



พี่ธัญญ์โทรมาตอนที่ฉันกำลังอยากเรอซักเอิ๊กพอดี


“มุ่ยดีขึ้นรึยัง เห็นไม่มาทำงานพี่เลยเป็นห่วง”


“สบายดีค่ะ มุ่ยขี้เกียจ เลยโดดงาน” พอไม่คาดหวังอะไรจากเค้าแล้ว ฉันก็ไม่ได้ระวังคำพูด หรือสร้างภาพอีก
ดีเท่าไหร่ละไม่เรอให้ฟัง


“โดดไปไหนล่ะ”
เสียงพี่ธัญญ์เหมือนจะขำด้วยซ้ำ ที่ได้ยินฉันตอบทั้งที่ยังเคี้ยวพิซซ่าอยู่


“ใกล้ๆเนี่ยล่ะค่ะ”
ฉันบอกชื่อร้่านไป


“พี่ขอขี้เกียจตามไปด้วยคนได้ไหมล่ะ” ก็ได้นะ วันนี้ฉันอยากเกเร


ไม่นานพี่ธัญญ์ก็ตามมาเจอฉันที่ร้าน
ตอนที่ฉันกำลังละเอียดไอศกรีม


“กินเยอะไม่กลัวอ้วนเหรอ”
พี่ธัญญ์ทักฉันด้วยประโยคที่ทำเอาเกือบคายไอติมออกมา
วันนี้พี่ธัญญ์ยังคงดูแปลกด้วยมาดเนี้ยบเกินเหตุ กับเสื้อที่พี่ซิมเลือกให้


“พี่ธัญญ์ ไปซื้อเสื้อใหม่เหอะ มุ่ยพาไปเลือก” ฉันวางช้อนไอติม แล้วชวนเอาดื้อๆ



ฉันสาวะลนกับการเลือกชุดให้พี่ธัญญ์ตลอดบ่าย
เลือกแบบที่ยังเป็นตัวของพี่ธัญญ์อยู่ไม่ใช่เนี้ยบกริบแนวเกย์แบบที่พี่ซิมเลือก
ยังออกแนวลุยๆ แต่ทันสมัยขึ้น ดูพี่ธัญญ์จะชอบ
lookใหม่ของตัวเอง เลยดูมั่นใจมากขึ้น
ไม่ต้องคอยเดินแตะผมว่ามันกระดิกไปกี่เส้นแล้ว


สุดท้ายเราสองคนก็หอบของเต็มมือ พี่ธัญญ์หล่อดูสบายตาอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ของ
CC-OO เราแยกย้ายกันไปขึ้นรถตัวเอง
ฉันปฏิเสธที่จะให้พี่ธัญญ์มาส่งที่รถ ซึ่งเขาก็ไม่เซ้าซี้
แต่บอกว่าจะโทรหาฉันตอนค่ำๆ ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว เพราะพอฉันมาถึงรถ
ก็เจอใครบางคนยืนพิงรถรออยู่


“หนักไหม”
พี่ทะเลถามเสียงเรียบๆ ฉันยืนอ้าปากค้างเหมือนคนปัญญาอ่อน
มองปราดเดียวก็รู้ว่าพี่ทะเลคงอดนอนมาหลายคืน ตาคมคู่นั้นมีแววอ่อนล้า แต่หน้ายังใส
และดูเนี้ยบเหมือนเดิม ถึงกำลังช็อค ฉันก็บอกได้ว่า ความเครียดนิดๆบนใบหน้า
ทำให้พี่ทะเลยิ่งดูเป็น
bad boy สุดหล่อ บ้าไปแล้วชั้น






Free TextEditor


Create Date : 18 พฤษภาคม 2553
Last Update : 18 พฤษภาคม 2553 12:03:41 น. 4 comments
Counter : 160 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:13:53:04 น.  

 
รีบๆ อัพบล๊อกนะคะ รออยู่
ไม่ไหวแล้ว.......


โดย: กวาง IP: 202.80.239.130 วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:56:30 น.  

 
โอ๊ย ใจร้ายจังให้เราต้องลุ้นอีกแล้วอะ มาเขียนต่อเลยนะคะ


โดย: มน.เพลง IP: 118.173.26.46 วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:05:59 น.  

 
พักนี้ไม่ค่อยมีเวลาเข้ามา
แต่ยังเกาะติดเวทีอยู่นะคะ
ขอบคุณค่า


โดย: พลอย IP: 115.87.151.153 วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:37:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขนมฝรั่งกุฏิจีน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับค่ะ

pk12th

Make it by Pk12th
Friends' blogs
[Add ขนมฝรั่งกุฏิจีน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.