Group Blog
 
 
สิงหาคม 2568
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
23 สิงหาคม 2568
 
All Blogs
 
@Norge...^^วิถีย้ายประเทศ ฉบับนอร์เวย์^^

117

สำหรับการย้ายประเทศของคนไทย...เน้นว่าคนไทย เนื่องจากดิฉันมีประสบการณ์เพียงชนชาติเราเท่านั้น ถ้าในอนาคตได้ฝึกปรือความเผือก ไปได้แนวการย้ายของสัญชาติอื่นมาเมื่อไหร่ จะมาแฉให้คุณขาได้ตามคิดอีกรอบ

มาเข้าเรื่องต่อ...

การย้ายประเทศของคนไทย เพื่อมายังนอร์เวย์นั้น มีหลายแนวทาง ซึ่งแต่ละแนวทางก็จะมีกลยุทธ์ที่คุณขาต้องใช้วิทยายุทธแตกต่างกันไป รวมทั้งแล้วแต่ดวงอีกด้วย

วิถี ๑ วิวาห์เหาะข้ามทวีป...วิธีแรกที่ง่ายที่สุดคือ การสมรสกับชาวต่างชาติ ย้ายประเทศมาเป็นภรรเมียหรือฝาชีฝรั่งกันอย่างเป็นทางการและถูกต้องตามกฎหมาย

แต่อย่าเพิ่งอมยิ้มว่า อุ๊ย วิธีง่ายที่สุดที่จะย้ายมา อันนี้ไม่รวมว่าเมื่อย้ายมาอยู่ต่างประเทศแล้ว ชีวิตจะง่ายที่สุดแบบการย้ายมาอย่างที่วาดฝัน ถึงแม้คุณขาอาจจะได้ยินผู้หรือชะนีบ่นกันกระปริบกระปรอยว่าลำบากมากมายในการทำวีซ่า

ไม่ว่าจะติดต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อขอเอกสาร เช่น ใบรับรองโสด ใบวุฒิการศึกษา เอกสารทางการเงิน ฯลฯ ไหนจะแปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ ไปประทับตรายังกรมการกงสุล ฯลฯ แล้วไหนจะค่าใช้จ่ายของค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าเดินทาง ค่าวุ่นวายจิปาถะ ค่าเลี้ยงส่ง ค่าเตรียมของไปเอาตัวรอดอีกมากมายมหาศาล แต่ก็ยังถือว่าเป็นวิธีการที่ขอวีซ่า แล้วมีโอกาสผ่านได้ไวและง่ายที่สุดเมื่อเทียบกับวีซ่าประเภทอื่นๆ อยู่ดี แถมยังพ่วงลูกๆ ของคุณขาที่ยังอายุไม่เกิน 18 ปีจากการแต่งงานครั้งก่อนมาได้ด้วย

อ้อ แต่ถ้าจะยากจริงๆ อาจจะตอนหาดักหาฝรั่งที่จะมาแต่งงานด้วยนี่ล่ะคุณ เพราะใช่ว่าทุกคนจะอยากสละโสด ยิ่งฝรั่งมังค่าบางประเทศ โดยเฉพาะมนุษย์นอริเกะที่มีกฎหมายคู่ชีวิต (Samboer) ทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องแต่งงาน แต่สามารถอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา หรือจะสามีสามี หรือจะภรรยภรรยา ก็ได้เช่นกัน และหากไม่ลงทะเบียนว่าเป็นคู่ชีวิต ไม่มีหลักฐานว่าอยู่ร่วมกันเกิน 2 ปี ก็ไม่สามารถทำวีซ่าย้ายตามคู่สมรสได้

เคยมีเคสตัวอย่างที่ดิฉันไปเผือกมา ผู้อยู่กินกับหญิงไทยใจงามมา 10 ปีที่ประเทศไทย แวะมาหานางปีละ 2 ครั้ง แต่ไม่เคยมีหลักฐานใดๆ เป็นเรื่องเป็นราว บ้านที่ซื้อ รถที่มี และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ไทยมาจากบัตรของผู้ ไม่ใช่เป็นการโอนเงินมาให้ฝ่ายหญิง ไม่เคยมีทรัพย์สินใดๆ ที่หญิงมีชื่อร่วม ทีนี้เกิดหัวใจวายม้วยมรณาขึ้นมาระหว่างอยู่นอร์เวย์ หญิงไทยจะมาทวงขอสิทธิใดๆ ในทรัพย์สินในนอร์เวย์ก็ไม่ได้ จะขอยื่นวีซ่ามาเพื่อมางานศพโดยให้ฝ่ายชายการันตีก็ไม่ได้อีก เพราะญาติฝั่งผู้ไม่ชอบขี้หน้า ไม่ยอมการันตีวีซ่าหรืออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางใดๆ หญิงไทยนางนั้นเลยลำบาก ต้องวุ่นวายค้นเอกสาร หากพยานต่างๆ มายืนยัน เพื่อให้ได้ทรัพย์สินที่นางควรได้ ซึ่งก็ได้แค่ที่ประเทศไทยบางส่วนเท่านั้น แต่เงินเกษียณและการขอยื่นทำวีซ่านี้อดไปโดยปริยาย

ดังนั้น คุณขาจะโชคดีมีคู่เหมือนถูกหวย หรือจะซวยแบบทั้งชีวิต ก็มาจากขั้นตอนการหาคู่นี้แล

วิถี ๒ ตะลุยชีวิตนักเรียนนอก...วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีผลการเรียนดูงดงามและงบประมาณที่ท่วมท้น แต่หากมีแต่ผลการเรียนที่งดงาม แต่งบกระเบียดกระเสียน แนะนำให้รีบหาทุนจากทางรัฐบาลไทยหรือมหาวิทยาลัยในนอร์เวย์ หรือหากคุณขาไม่มีผลการเรียนสวยๆ งั้นเราเน้นงบประมาณจากบุพการีหรือผู้มีอุปการะคุณอื่นๆ

ใครสะดวกวิธีไหน จัดไปอย่าได้เสียเวลา

งบประมาณต่อปีสำหรับนักเรียนนอกที่นอร์เวย์อยู่ที่ประมาณ 500,000 – 1,000,000 บาทต่อปี
ที่คุณขาได้ยินเสียแว่วๆ ว่า ค่าเทอม “ฟรี” คือการจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3,200 บาท แต่ แต๊ แต่ รัฐบาลนอริเกะ ไม่ใจดีอีกต่อไปแล้ว แต่เดิมที่จ่ายแค่ค่าธรรมเนียมมหาวิทยาลัยไม่กี่พันบาทต่อเทอม ตอนนี้จัดเต็ม จ่ายเน้นๆ ส่วนจะเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนก็บ่ฟรีเด้อค่ะ ค่าเทอมก็ไม่ต่างกับไปเรียน UK หรือ USA ไหนจะมาเจอค่าครองชีพที่รัดเข็มขัดจนขาดก็คงไม่ไหว ก็ประมาณนี้ล่ะค่ะคุณ...น้ำเปล่าตกขวดละเกือบ 100 บาท

ด้วยเหตุนี้ ทางรัฐบางนอร์เวย์ถึงได้มีการขอให้ยื่นเงินการันตีตอนยื่นขอวีซ่า เพื่อให้ทางรัฐบาลนอร์เวย์มิกังวลใจว่า เมื่อนักเรียนอกย้ายมา จะไม่มาอดอยากปากแห้ง กระทบต่อการเรียน เนื่องจากไม่มีสวัสดิการใดๆ ที่นอร์เวย์จะไปช่วยหลือเจือจุน หากนักเรียนนอกเหล่านี้เจอวิกฤติทางการเงิน

แต่หนทางนักเรียนนอกใช่โรยด้วยกลีบกุหลาบ อย่างที่ดิฉันแถลงไขไปก่อนหน้านี้และจะยังเน้นย้ำต่อจากนี้ว่า ภาษานอร์เวย์ หรือนอร์ช (Norsk) นั้นสำคัญนัก ทำให้เจ้าภาษาตัวการนี้มาบดบังเส้นทางนักเรียนนอกให้ลำบากเข้าไปอีก เพราะสายการเรียนปริญญาตรีกว่า 90% จะมีการเรียนการสอนเป็นภาษานอร์ช แต่ดันขอคะแนนสอบทั้งภาษาอังกฤษและภาษานอร์ช ซึ่งก็สร้างภาระให้คุณขาจะต้องไปสอบผ่านภาษานอร์ชมาก่อน แต่ติดตรงที่ไม่มีการสอนและสอบแบบเป็นทางการนอกประเทศนอร์เวย์ แปลว่าคุณขาต้องมาหาทางเรียนและสอบในนอร์เวย์ แต่ก็มาไม่ได้ เพราะวีซ่าขอมาเรียนภาษานั้นถูกยกเลิกไปกว่า 5 – 6 ปีแล้ว

ปัญหาจึงวนลูปเป็นงูกินหางไปเรื่อยๆ

ถ้าคุณขาจะมาเรียนป.โทและป.เอก เพื่อจะได้เรียนเป็นภาษาอังกฤษ แต่จบมา ถ้าไม่ใช่สายที่เป็นที่ต้องการทางตลาดของนอร์เวย์ก็หางานยาก ถ้าได้งานก็ต้องหาทางเรียนภาษาเอง เพื่อยื่นขอวีซ่าถาวร และสัญชาตินอร์เวย์ในอนาคตอีก

ปัญหาวนเป็นงูกินหางไปอี๊กกกกก

บางคนอาจจะมองหาทางกู้เงินเรียนกับรัฐบาลนอร์เวย์แบบ กยศ. ของบ้านเรา แต่ก็โดนขัดขวางอีก เพราะผู้ที่จะกู้ได้ต้องมีถิ่นพำนักในนอร์เวย์อย่างน้อย 3 ปี และเรียนต่อเนื่องมาแล้ว 1 ปี ก่อนการยื่นขอได้ ทางเดียวที่ทำได้ คือ ค้นหาทุนเรียนฟรีของรัฐบาลนอร์เวย์จากสถาบันต่างๆ แล้วสู้สุดใจ เพื่ออนาคตนักเรียนนอก

วิถี ๓ งานเปลี่ยนชีวิต...สำหรับผู้ที่ต้องการมาทำงานที่นอร์เวย์ ก็จำเป็นต้องขอวีซ่าทำงาน ซึ่งการจะขอวีซ่าทำงานก็ต้องเป็นงานที่ใช้ทักษะและวุฒิการศึกษาที่คุณขามี แต่ทักษะพวกใช้เงินเดือนหมดภายใน 2 วัน กินบุฟเฟต์หมูกระทะได้แชมป์เราไม่นับ หรือจะมานวดไทยในร้านนวด และเงินเดือนที่ได้ต้องได้เทียบเท่าตามวุฒิการศึกษา ตำแหน่งงานและฐานเงินเดือนของคนนอริเกะด้วย แต่เคยมีคนหลังไมค์มาถามดิฉันบ่อยๆ ว่า แล้วไปเก็บผลหมากรากไม้ที่นอร์เวย์ล่ะ จะสามารถไปยื่นวีซ่าถาวรในอนาคตได้ไหม?

ตอบทีเดียวเลยค่ะว่า สำหรับวีซ่าประเภท Seasonal worker นั้นมาได้แค่ 6 เดือนในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผักผลไม้ หรืองานด้านบริการต่างๆ ค่ะคุณ ไม่สามารถต่อวีซ่าอยู่ที่นี่ไปได้เรื่อย สามารถทำมาปีละครั้ง แต่ค่าใช้จ่ายที่กินอยู่และเดินทางอาจจะไม่คุ้ม แต่ร่างกายอาจจะทรุดกลับไปไทย เนื่องจากเคยมีหนังสือพิมพ์นอริเกะคำนวณให้ว่าควรเก็บผักผลไม้วันละกี่กิโลกรัม เพื่อให้คุ้มกับการทำวีซ่าประเภทนี้มานอร์เวย์

คำตอบคือ...อย่างน้อย 10 - 20 กิโลกรัมต่อวัน!!!! 

คุณพระ...เก็บกันข้อมือซ้นกันเลยทีเดียว

แนวทางสุดท้าย...หนีภัย(การเมือง)ไปนอร์เวย์

เอิ่ม อะแฮ่ม สำหรับวีซ่าประเภทนี้สามารถทำได้เช่นกัน ดิฉันเคยได้ร่วมชั้นกับเพื่อนนักเรียนโข่งหลายคนที่ลี้ภัยทางการเมืองมาอยู่นอร์เวย์ ทั้งมาจากเพื่อนบ้านของเราและจากในยุโรปเอง วีซ่านี้ค่อนข้างยากพอสมควรกว่าจะยื่นขอได้ หลายคนรอคำตอบเป็นปีๆ อยู่อย่างเครียดและอึดอัดไปเรื่อยๆ กว่าจะรู้ผล บางคนโชคดีได้อยู่ต่อ วีซ่าได้รับการอนุมัติ รัฐบาลนอร์เวย์เข้ามาช่วยเหลือ โดยใช้เงินงบประมาณสนับสนุนจากสหประชาชาติ หรือ UN แต่คนที่ถูกปฏิเสธก็ต้องโดนส่งกลับทันที ด้วยเหตุผลที่ประเทศเธอไม่อันตรายมากพอ

วีซ่าประเภทนี้จึงตอบได้ยากมากว่าทางนอร์เวย์พิจารณาอย่างไร? อันตรายแบบไหนที่เรียกว่า อันตรายพอ?

เพราะมีเคสที่แบนศรีไปเผือกมาหมาดๆ เขาถูกส่งกลับ เนื่องจากทำความผิดบางอย่างในนอร์เวย์ แต่ก็ได้รับโทษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาจึงขอยื่นอุทธรณ์เนื่องจากครอบครัวเขาไม่เหลือใครอีกแล้วที่ประเทศบ้านเกิด เพราะถูกสังหารหมู่ จึงทำให้เขาต้องเดินทางลี้ภายในยุโรปเมื่อสิบกว่าปีก่อน แต่ทางนอร์เวย์ก็ยังคงส่งเขากลับ ด้วยเหตุผลที่ว่าประเทศของเขาไม่มีสงครามและไม่มีอันตรายใดๆ ต่อเขาอีกต่อไป

ทุกวันนี้ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่า...เขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ อยู่อย่างไร และอยู่ที่ไหนแล้ว

4 หนทางที่ว่ามามีความยากง่ายแตกต่างกัน แล้วแต่สกิลชีวิตของคุณขาแต่ละท่าน และบุญกรรมทำแต่ง ใครสายมูฯ อาจจะต้องดูว่าดวงมีราหูอมหรือไม่ เผื่อจะได้ไปต่างประเทศแบบสมูทกับเขาบ้าง

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณขาจะมาด้วยวิธีไหน แต่สิ่งที่ต้องเตรียมตัว เตรียมใจ หัวและไส้ให้พร้อมก็คือการจะอยู่อย่างไรให้รอดปลอดภัย ไม่ตกสลิง แสดงจริงไม่บอมช้ำนั่นเอง

ด้วยรักและใส่ใจ...แบนศรี ณ นอร์เวย์
 132

No photo description available.


Create Date : 23 สิงหาคม 2568
Last Update : 24 สิงหาคม 2568 0:32:06 น. 0 comments
Counter : 334 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#21


 
แบนศรี แอนด์ เดอะไวกิ้ง
Location :
Norway

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]









...สงวนลิขสิทธิ์...
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539

...ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิด...
ไม่ว่าการลอกเลียน ดัดแปลง
ตัดทอนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใด
ทั้งข้อความ รูปภาพใดๆ
ใน blog แห่งนี้ไปใช้

ทั้งในการเผยแพร่
หรือเพื่อการอ้างอิง
โดยไม่ได้รับอนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

โดยทั้งนี้เจ้าของบล็อก
จะดำเนินการตามคดี
ที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

Kanie Mhamui Finebook

Create Your Badge

New Comments
Friends' blogs
[Add แบนศรี แอนด์ เดอะไวกิ้ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.