เมษายน 2550

1
2
3
4
6
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
21
22
23
26
28
30
 
 
All Blog
คำสารภาพของนักศึกษาฝึกงาน
ถ้าวันหนึ่ง คุณคิดว่า คุณประสบความสำเร็จแล้ว
สิ่งต่อไปที่คุณควรทำคือ ... ก้มหน้ารับรอวันที่ความภูมิใจล้มครืน

ฉันจำได้ว่า ฉันเคยชอบงานที่ทำอยู่มาก มันสนุก แล้วก็ใหม่ที่จะเรียนรู้
และก็ บอกกับตัวเองว่า เราเจ๋งมากที่ได้ทำงานนี้
แต่ก็นั่นแหละ มันก็เป็นแค่ชั่วเวลาสั้นๆ ที่เราพอจะมีความสุขได้

พอนานวันเข้างานก็กลายเป็นความน่าเบื่อหน่าย ความเชื่อมั่นลดน้อยลง
เจ้านายรักเรามากขึ้น แต่เข้าใจเราน้อยลง งานก็ยากขึ้น
พร้อมความรับผิดชอบที่สาหัสขึ้นทุกวัน

ฉันเคยรักพันทิพมาก รักหน้าจอสีน้ำเงิน
แต่พอฉันหายไปแค่ไม่กี่วัน ไม่กี่อาทิตย์
ที่ๆ ฉันคุ้นเคย มันก็ไม่คุ้นอีกต่อไป ฉันเริ่มจะนึกคำพูดตอบกระทู้ไม่ออก
แม้แต่การตั้งกระทู้ ฉันเองก็รู้สึกสับสน จนไม่อยากตั้ง
แต่สุดท้ายก็ตั้งจนได้คนที่ตอบกระทู้ฉัน
ก็เป็นเพื่อนสนิทเดิมๆ ... คล้ายกับว่า ตอบเพื่อไม่ให้ฉันเสียใจ

ถามว่าฉันเสียใจไหม ที่ตัวเองเลือนหายไปจากพันทิพ ก็ไม่เสียใจนะ
แต่ว่า รู้สึกว่า ตัวเองได้พักผ่อนเหมือนเคย ไม่มีที่ให้วิ่งเล่นเหมือนแต่ก่อน

วันนี้ มีคนรับทำบัญชี มาที่สำนักงาน พี่เลี้ยงบอกให้ฉันนั่งคุยปัญหาที่เกิดจากการตรวจสอบให้เขาฟัง มันเหมือน ฉันสูญเสียความสามารถในการเข้าใจคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง

ปัญหามันมีอยู่ว่า ในปีที่แล้ว มีบัญชีที่เปิดขึ้นมาสามบัญชี เหมือนปีที่แล้ว แต่ชื่อสาขาไม่ตรง ฉันจึงลองถามพี่เขาดูว่า มันคือสาขาเดียวกันหรือเปล่า

"คือว่า อันนี้นะคะ ปีที่แล้ว มันเขียนว่า ศรีนครินทร์ แต่ว่า พอปีนี้ มันเป็นอ่อนนุช อยากทราบว่า มันเป็นบัญชีเดียวกันหรือเปล่า"

"เป็นคนละบัญชีค่ะ เห็นไหมค่ะ ว่าอันนี้เป็นกระแสรายวัน นี้เป็นออมทรัพย์ ส่วนนี้เป็นฝากประจำ"

ฉันก็อืม... "เอ่อ.. อันนั้นทราบแล้วค่ะ แต่ว่า... หนูสงสัยว่า อ่อนนุชมันใช่สุทธิสารหรือเปล่า"
"ทางออดิท เขาว่าไงล่ะคะ"

"เอ่อ.. หนูไม่ใช่.. คืองี้ค่ะ " เวงกรรมแท้ ๆ สมองหมาปัญญาควายจริงเรา ไม่สมกับที่เขาเรียกเราว่าออดิทเลยให้ตายสิ อยากจะบอกเขาใจจะขาด ว่าเป็นแค่เด็กฝึกงานโง่ๆ คนหนึ่ง ที่ห่าอะไรไม่เป็นสักอย่าง นอกจากทำลายกระดาษดีๆ ไปวันๆ ด้วยการพิมพ์ผิด เล็กๆ น้อย

"เอางี้ นะคะ หนูจะถามใหม่ ไอ้สาขาอ่อนนุช มันใช่ที่เดียวกะสุทธิสารหรือเปล่าค่ะ เห็นชื่อสาขามันเปลี่ยนไปจากปีที่แล้วนะคะ"

"อ๋อ.. ไม่ใช่ค่ะ อ่อนนุชเป็นชื่อที่เรียกตามความเข้าใจ ส่วนสุทธิสาร เป็นชื่อเป็นทางการค่ะ"

ฟะ..ะ..ฟู่... แค่นั้นแหละ

วันนี้ก็โดนเจ้านายด่า .. เรื่องจมปลัก อยู่กับงบ เขาบอกว่า ทำไมเราไม่ถามเขา ทำไมสงสัยอะไรอะไรก็นั่งเฉยๆ ... เราก็ได้แต่เงียบ ไม่กล้าพูดอะไร

จริงๆ เราก็ถามนะ ถามมากด้วย แต่ถามอะไรที่มันจุกจิกไร้สาระนะ จนบางที ก็นึกด่าตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าทำไม คนอื่นๆ เขาไม่เห็นจะถามอะไรไร้สาระแบบนี้เลย แล้วกว่าจะทำให้คนอื่นเข้าใจสิ่งที่ตัวเองอยากจะถามก็กินเวลาเกินความจำเป็น แต่ก็คิดว่าเป็นผลดีกับเรา มากกว่าผลเสีย แต่ผลดีของเราก็ทำให้พี่เลี้ยงต้องชะงักงานที่เขาทำ ทำให้เราไม่ค่อยสบายใจเลย

เมื่อวาน จะอีแค่การเขียนหมายเหตุ ลูกหนี้กรรมการ แค่สามบรรทัด เราก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ถามพี่แล้ว ถามพี่อีก จนสุดท้าย พี่เลี้ยงต้องมาร่างเขียนให้เอง

ครั่นจะบอกว่าเรายังเด็กอยู่ มันก็คงไม่ใช่ เพราะเราก็โตแล้ว จนเขาไว้ใจให้มาทำงบ แต่ว่า ทำไม ? เราถึงรู้สึกว่า มันเกินกำลังทุกครั้งที่ได้ดู เราใช้เวลาเกือบทั้งวันตรวจงบของ โรงพิมพ์แห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนรับไปตรวจต่อเป็นวันที่สอง .. ตอนนั้นเราคิดว่า เราน่าจะทำใกล้เสร็จแล้วนะ

พี่เลี้ยงถามเราว่า เราเคยตรวจงบของโรงพิมพ์แล้วใช่ไหม เราก็ค่ะ.. พี่เขาบอกว่า ตรวจ เหมือนไม่ได้ตรวจอะไรเลย เหลืออีกตั้งหลายเยอะ เพื่อนเราตั้งป้อมว่า ถ้าไม่เสร็จก็จะไม่กลับบ้านตั้งแต่หัวมืดเมื่อวาน จนกระทั้งเย็นนี้ก็ยังไม่เสร็จ

จนตอนนี้เราไม่ชอบบรรยากาศตอนเช้าไปซ่ะแล้ว ที่เจ้านายจะถามว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ เราเริ่มจะกลัว เพราะไม่อยากฟัง คำพูดว่า งานไม่ก้าวหน้าไปไหนเลย ทั้งๆ ที่เราพยายามมาทั้งวัน ..

จริงๆ เจ้านายเราเป็นคนมีเหตุผลนะ แล้วะเราก็อยากจะเป็นอย่างที่เจ้านายอยากให้เป็น อยากจะรู้ว่าตัวเองควรทำอะไร และทำให้รวดเร็วถูกต้องที่สุด เรานั่งดู การตรวจสอบของปีที่แล้ว เป็นที่น่าประทับใจมาก นี่ต่างหากล่ะ การตรวจสอบ มีการลงบันทึกปรับปรุงแทบทุกหัวกระดาษ ทุกบรรทัด แก้ไขชัดเจน มีคำอธิบายประกอบ จนมั่นใจได้ว่ามีการตรวจสอบอย่างแท้จริง

แต่เราก็ทำไม่ได้อย่างเขาไม่ได้ ไม่แม้แต่เสี้ยวเดียว เจ้านายบ่นว่า ต่อให้วันนี้ เราก็คงทำส่วนของสินทรัพย์ไม่เสร็จ .. ซึ่งก็จริงตามเจ้านายคาด .. ปัญหามันก็เกิดขึ้นตั้งหลายอย่าง และขนาดแค่ร่างใส่กระดาษไว้ดูเอง สิ่งที่ควรต้องทำมันก็มากเกือบสองหน้ากระดาษ กว่า 50 รายการ และสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำอีกล่ะ อีกตั้งมากมาย ... ในเวลาอีกสองวันที่เหลือ(เจ้านายขอให้เราปิดภายในสามวัน)เราจะทำได้ไหม

สิ่งที่เราพอจะทำได้ คืออดทน(กับเจ้านาย) และพยายามต่อไป...

เราชอบคิดคำนึง ตอนที่นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับบ้าน ...
"ยิ่งมีชีวิตอยู่นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้จักความเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น"

แม่มักจะบอกเราเสมอ ว่าอย่าเอางานกลับไปทำที่บ้าน แล้วเราจะกลายเป็นคนที่ไม่มีชีวิตส่วนตัว เวลางานก็ให้เต็มที่ เวลาพัก ก็พักให้สบาย แต่เราก็ทำไม่ได้ วันอาทิตย์ที่เรานอนกลางวัน เรายังฝันถึงการตรวจงบอยู่เลย

ความฝันเล็กๆ ที่อยากจะเป็นผู้ตรวจสอบประสาเด็กบัญชี จนตอนนี้ เริ่มจะหดลง เป็นแค่คนคุมบัญชี ร้านหนังสือเช่าเล็กๆ ก็พอแล้ว

5 เมษายน
วันนี้ ก็โดนด่าสามเวลา ทั้งเข้างาน ก่อนเที่ยง หลังอาหาร งืม... เขาให้เวลาเราสามวัน ถึงวันเสาร์นี้ .. เราจะทำเสร็จไหมนะ แค่รอบัญชีของฝากประจำ ก็ต้องรอไปตั้งอาทิตย์หน้า วันนี้งบก็พึ่งออกเอง แถมพวกใบแนบพวกใบสำคัญ พวกใบ เจวี บีวี เขาก็ยังทำไม่เสร็จ เฮ่อ.. วันนี้ก็เลยนั่งตรวจสินทรัพย์ กับแปะกระดาษทำการมั่วๆ ไปก่อน กันเขาตรวจ ถ้าตรวกก็โดนอีก เพื่อนก็ทำมาสามวันเหมือนกัน ทำไมถึงไม่โดนเรียก ไม่โดนเร่งก็ไม่รู้ มีแต่เราคนเดียว ที่โดนตลอด

เบื่ออ่ะ จริงๆ นะ พรุ่งนี้ว่าจะไม่ยอมเจ้านายแล้ว จะลองเถียงดูบ้าง ถ้าเอาแต่ยอม เจ้านายก็จะคิดว่าเราอ่อน ทำอะไรไม่ได้เองสักที ก็รู้นะ ว่าเจ้านายเขารักเรานะ ถึงได้คอยมาแอบมองเราตลอดเวลา ว่าเรากำลังทำอะไร ถ้าเรามีปัญหาอะไร เขาก็มาช่วย(++ บ่นยาว) แต่ว่า เราไม่เคยชินกับการที่ต้องเป็นอย่างนี้นิ อะไรๆ เราก็จะพยายามทำเอง ทำให้ได้ เจ้านายบอกว่า เรานะ ทำงานก็ต้องมีระเบียบ มีกฎเกณฑ์ ทำไม่ได้ ก็ให้ถาม ให้สอน

เมื่อก่อนเราไม่เคยกลัวโดนไล่ออกเลยนะ แต่ตอนนี้ เรารู้สึกว่าตัวเองหมดความสามารถที่จะทำงานให้เขาต่อไปได้แล้ว

แต่การที่จ้องมองเราตลอดเวลา คล้ายกับความระแวง มันทำให้เรารู้สึกแย่นะ เวลาที่เรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่ากับเขานะ เขาถึงได้ต้องคอยดูตลอดเวลา แย่เสียยิ่งกว่าตอนที่เขาบ่นเสียอีก

เฮ่อ.. แม้กระทั่งพี่เลี้ยงก็แอบงอนเรา ที่เราเป็นแบบนี้ เพราะเราเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาโดนบ่น เพราะเราไม่รู้จะพูดอย่างไง จะอธิบายอย่างไงว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ นายบ่นกะพี่เลี้ยง บอกว่า เด็กมันอ่อน ทำไมไม่ดูแลไม่สอน ปล่อยให้ทำอะไรไปเรื่อยๆ แบบนี้งานมันจะเดินไหม นี่เฉพาะที่เราได้ยินนะ ที่ยังไม่ได้ยิน เราไม่รู้หรอก เราฟังแล้ว แล้วก็ไม่มีความสุขนะ ที่ทำให้คนอื่นต้องเดือนร้อนเพราะเรา

นายถามเราว่า ทำไมถึงไม่มีไหวพริบเลย ... จะทำอะไรให้มันซ้ำซ้อน (เพราะเราทำพลาด เป็นครั้งสาม) ..เราก็ตอบตามจริงว่า หนูฟังพี่เขา ก็คิดว่ามันผิดนะคะ เลยทำใหม่ แล้วเขาก็บ่นๆๆ เขาบอกว่า เขาปวดหัวกับเรามาก เราทำงานไม่ได้ดังใจเขา ชักช้า

พรุ่งนี้เราจะรีบไปทำงาน ทำส่วนของสินทรัพย์ให้เสร็จ กรอก perbook ให้หมด ตรวจสินทรัพย์ให้เสร็จก่อนที่นายจะเรียกไปดูตอนเช้า

เราอยากทำงานให้เก่งๆ จัง นายจะได้ไม่ว่าเรา งานจะได้ออกมาเร็ว ถูกต้อง สมใจนายสักที



Create Date : 05 เมษายน 2550
Last Update : 5 เมษายน 2550 21:34:19 น.
Counter : 468 Pageviews.

4 comments
  
แวะมาทักทายและหอบกำลังใจมาฝากค่ะ
โดย: เพียงแค่เหงา วันที่: 5 เมษายน 2550 เวลา:21:52:18 น.
  
สู้ต่อไปนะ จะเป็นกำลังใจให้

ตอนทำงานแรกๆ ก็โดนว่าโดนด่าเยอะเหมือนกันแหละ เคยท้อด้วย แต่ตอนนี้ไม่ต้องทำงานแล้ว มันกลับรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ค่อยมีค่ายังไงไม่รู้สิ

ตั้งใจทำงานนะจ้ะ
โดย: fat_louie วันที่: 5 เมษายน 2550 เวลา:22:27:40 น.
  
พี่หวานสู้ๆนะ หนูจะคอยเป็นกำลังใจให้ ^^

หนูยังจำพี่ได้เสมอคะ ว่าหมู่นี้ไม่ค่อยได้เห็นพี่หวานเหมือนกันนะคะ
โดย: น้องผิง วันที่: 6 เมษายน 2550 เวลา:13:34:00 น.
  
อือ ไม่รู้จะว่ายังไง มาเป็นกำลังใจเจ๋ยๆ
โดย: rinsei (Rinsei ) วันที่: 7 เมษายน 2550 เวลา:20:13:13 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หวานใจนายโหด
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




add me!!plz~
Add to Google

ไม่สวยก็เซ็งเป็น


MY VIP Friend