หวานเย็นผสมโซดา | รวิวารี | Mahal Kita | NamPhet
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
21 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 

คู่เคียงเรียงรัก : เฮยเจี๋ยหมิง

คู่เคียงเรียงรัก : เฮยเจี๋ยหมิง



ชื่อหนังสือ : คู่เคียงเรียงรัก ๑
เขียนโดย : เฮยเจี๋ยหมิง
แปลโดย : เสี่ยวเฟิงหลิง
พิมพ์ครั้งที่ ๒ : กันยายน ๒๕๕๖
สำนักพิมพ์ : แจ่มใส
จำนวน ๒๕๖ หน้าราคา ๑๖๙ บาท


กระซิบก่อนอ่าน

   ทุกคนในเมืองต้งถิงต่างก็บอกว่าเหลยตงตงคือเด็กสาวผู้โง่งม แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่แท้นางแค่หูไม่ได้ยิน และยิ่งไม่มีใครรู้ว่านางได้มอบหัวใจให้กับคนผู้หนึ่ง... ราชันน้อยผู้ที่นางคงไม่อาจได้ใกล้ชิด หากไม่เพราะนางเคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาไว้ครั้งหนึ่ง

   ความสัมพันธ์หนึ่งจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นความลับ นำพามาซึ่งเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อเกินกว่าผู้ใดจะคาดคิด ไม่เว้นแม้กระทั่งนางที่เคยปักใจเชื่อว่าตนเองนั้นช่างสุดแสนธรรมดา



แวะเคาะประตูร้านหนังสือ









ชื่อหนังสือ : คู่เคียงเรียงรัก ๒
เขียนโดย : เฮยเจี๋ยหมิง
แปลโดย : เสี่ยวเฟิงหลิง
พิมพ์ครั้งที่ ๒ : กันยายน ๒๕๕๖
สำนักพิมพ์ : แจ่มใส
จำนวน ๓๐๔ หน้าราคา ๑๙๙ บาท


กระซิบก่อนอ่าน

   ทุกคนในเมืองต้งถิงต่างก็บอกว่าเหลยตงตงคือเด็กสาวผู้โง่งม แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าที่แท้นางแค่หูไม่ได้ยิน และยิ่งไม่มีใครรู้ว่านางได้มอบหัวใจให้กับคนผู้หนึ่ง... ราชันน้อยผู้ที่นางคงไม่อาจได้ใกล้ชิด หากไม่เพราะนางเคยยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขาไว้ครั้งหนึ่ง

   ความสัมพันธ์หนึ่งจึงเริ่มขึ้นอย่างเป็นความลับ นำพามาซึ่งเรื่องราวอันน่าเหลือเชื่อเกินกว่าผู้ใดจะคาดคิด ไม่เว้นแม้กระทั่งนางที่เคยปักใจเชื่อว่าตนเองนั้นช่างสุดแสนธรรมดา



แวะเคาะประตูร้านหนังสือ




ขอบคุณรายละเอียดและภาพปกจาก... แจ่มใส ... นะคะ







เขียนความรู้สึก...บันทึกหลังอ่าน

   เหลยตงตง หญิงสาวผู้น่าสงสาร จากเคยได้ยินเสียงเหมือนคนปกติกลับต้องกลายเป็นคนที่ไม่อาจได้ยินเสียงใด ๆ เลยตลอดชีวิต แต่นางก็สามารถปรับตัวและใช้ชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไม่รู้สึกสิ้นหวังได้ ถึงแม้จะถูกคนอื่นดูถูกหรือรังแกบ้างก็ตาม
   ที่สำคัญนางยังมีสหายที่ดีต่อนางมาก ๆ อย่าง อี้หย่วน คุณชายโรงกระดาษสกุลอี้ที่คอยสอนให้นางรู้จักโลกใบนี้และเข้าใจนางอีกด้วย ทว่าความต่างด้านฐานะทางสังคม มิตรภาพของพวกเขาจึงมีอุปสรรค เพราะนางเป็นเพียงคนขายเต้าหู้ ส่วนเขาคือคุณชายโรงกระดาษ คือราชันน้อยที่ทุกคนให้ความยำเกรง ...เขาเป็นคุณชายโรงกระดาษ เขามีความลำบากใจของเขา มีหน้าตาของเขาต้องห่วง
   เขาดีกับนางมากแล้ว ดีมาก ๆ แล้วจริง ๆ
   เขาสอนให้นางรู้หนังสือ บอกนางว่าตัวอักษรเหล่านั้นออกเสียงให้ถูกต้องอย่างไร ช่วยให้นางเข้าใจเรื่องที่เมื่อก่อนไม่เคยเข้าใจเยอะแยะมากมาย แต่ไหนแต่ไรมาบิดาก็หาใช่คนช่างพูดอยู่แล้วและไม่มีเวลาคุยเล่นกับนางด้วย แม้คนของสำนักสนองฟ้าจะดีกับนาง แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะมีเวลาว่างพูดเรื่องสัพเพเหระกับนาง อี้หย่วนเป็นคนที่นางรู้จักโลกใบนี้
   เขาเห็นนางเป็นสหาย พูดกับนางทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มีความสุขหรือไม่มีความสุข
   สำหรับนางแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
   นางหวงแหนสหายที่ได้มาไม่ใช่ง่าย ๆ คนนี้มาก
   ...นางหวงแหนมิตรภาพที่ได้มาไม่ใช่ง่าย ๆ นี้เหลือเกิน หวงแหนการมาเยี่ยมเยือนในตอนกลางคืนเป็นครั้งคราวของเขา
   นางมักหุงข้าวเผื่อเขา ทำกับข้าวให้มากหน่อย พูดคุยเล่นกับเขา ฟังเขาบ่นโอดครวญ อ่านหนังสือกับเขา วิจารณ์อารมณ์ของตัวละครในหนังสือ
   ตงตง รู้ดีว่าบางทีสักวัน...ไม่แน่อาจมีสักวัน มิตรภาพนี้จะจากไปไม่มีวันกลับมาอีกครั้ง แต่นางไม่อยากไปคิดมาก แค่หวงแหนช่วงเวลานี้ไว้ก็พอแล้ว
   หวงแหนช่วงเวลาล้ำค่าที่เขายินดีฟังนางพูดและพูดคุยกับนางอย่างตั้งอกตั้งใจเอาไว้...


   สำหรับ อี้หย่วน หลายปีก่อนตอนนางช่วยชีวิตเขา ตอนเขาสอนนางเขียนอ่าน เขาไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งนางจะกลายเป็นคนที่เข้าใจเขาที่สุด
   แต่...นางเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
   ...

   ตอนนั้นเขายังเห็นตนเองเป็นคุณชาย เป็นราชันน้อยของเมืองนี้
   ตอนนั้นเขายังคิดว่านางเป็นแค่เด็กผู้หญิงหูพิการที่น่าเวทนาสงสารคนหนึ่งเท่านั้น
   ตอนนั้นเขายังคิดว่าเขาสูงส่งกว่านาง นึกว่าการที่เขายินดีสอนนางเขียนอ่านเป็นเกียรติและความโชคดีของนาง
   ในเมื่อเขาช่วยนาง แต่เวลาอยู่ต่อหน้าผู้คนแสร้งทำเป็นไม่เห็นนางแล้วจะทำไม
   เขาบอกตนเองว่าไม่มีอะไรไม่ถูก เขาก็มีหน้าตาของเขา มีชื่อเสียงของเขาที่ต้องรักษา
   ทว่าเมื่อใกล้ชิดกับนางนานวันเข้าเขาก็ค่อย ๆ พบว่าอันที่จริงตนชอบอยู่กับนาง ชอบมากกว่าขี่ม้าล่าสัตว์และก่อเรื่องวุ่นวายบนท้องถนนกับพรรคพวกเสียอีก เขาชอบพูดคุยต่อปากต่อคำกับนาง ชอบเห็นนางหัวเราะจนหงายตกจากก้อนหิน ชอบสอนนางออกเสียงและเขียนอักษร แค่ได้นั่งอ่านหนังสือด้วยกันกับนางเฉย ๆ อารมณ์เขาก็จะดีขึ้นมา

   ...
   ตั้งแต่ออกจากท้องมารดาเขาก็เป็นคุณชาย ไปที่ไหนก็มีคนรุมล้อม แต่ในใจเขารู้ดีว่าไม่มีใครยอมเชื่อฟังเขา รู้จักเขา เข้าใจเขาจริง ๆ แม้แต่มารดายังมาหาเฉพาะเวลาต้องการอะไรจากเขาเท่านั้น
   ตงตงเป็นคนแรกที่ไม่ต้องการอะไรจากเขาอย่างจริงใจ
   หาใช่เพราะเขาร่ำรวย หาใช่เพราะเขาเป็นใคร แค่เพราะเขาคือเขา
   ...

   แรกเริ่มเดิมทีเขาไม่ได้คิดอะไรมากมาย แค่เห็นนางเป็นสหายเท่านั้น รอกระทั่งเขาตะหนักถึงความรู้สึกที่มีต่อนางกลับไม่รู้ว่าควรเอ่ยปากอย่างไรดี
   หกปีที่ผ่านมาเพราะเขาวางนางเป็นสหาย นางจึงวางเขาไว้ในฐานะของสหายเช่นกัน
   เขาไม่กล้าบอกนาง กลัวว่าหากนางไม่รู้สึกอย่างเดียวกันแล้วจะเกิดช่องว่างกับเขา กีดกันเขาไว้นอกประตูบ้านนับจากนี้ไป


   ทว่าหากเขายังคงรักษาความสัมพันธ์ฉันมิตรกับนางต่อไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ สักวันคงต้องสูญเสียนางให้ ชิวเฮ่าหราน หัวหน้ามือปราบหนุ่มที่คอยแวะเวียนไปมาหาสู่ สนิทสนมกับนางไม่น้อยไปกว่าเขา หรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เขาจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางเป็นของเขา ระลึกถึงเขาไปตลอดกาล และไม่ว่าอย่างไร ไม่ว่านางจะมีใจให้คนคนนั้นหรือไม่ ขอแค่แต่งงาน นางก็จะเป็นของเขาแล้ว ถึงเวลานั้นเขาก็จะมีเวลามากมายที่จะได้หัวใจของนาง
   เขาจะต้องได้มา...ต้องได้แน่


   ข่าว คุณชายอี้หย่วน แห่งสกุลอี้จะแต่ง เหลยตงตง แม่ค้าขายเต้าหู้สกุลเหลยเป็นฮูหยินแพร่สะพัดไปทั่วถนนตรอกซอยอย่างรวดเร็วยิ่งนัก ผู้คนพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่าหญิงสาวมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม ฐานะไม่คู่ควร หูฟังไม่ได้ยิน มิหน้ำซ้ำอายุยังมากถึง ๒๓ ปีเข้าเรือน หลังแต่งเข้าสกุลอี้แล้วชะตากรรมของ เหลยตงตง ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก นางไม่ได้รับการยอมรับจากแม่สามี ถูกเหยียดหยามจากคนในครอบครัวสกุลอี้ ทว่า อี้หย่วน กลับทุกข์ทนเสียยิ่งกว่านาง เมื่อก่อนนางไม่รู้ว่าคุณชายที่มีกินมีใช้ไม่ขัดสนเช่นเขาจะมีความกลัดกลุ้มอะไร ตอนยังเด็กนางมักนึกว่าเขาคือคุณชายลูกเศรษฐี จะต้องไร้ทุกข์ไร้กังวลแน่แท้ พอโตเป็นผู้ใหญ่ถึงรู้ว่าหาเป็นเช่นนั้น คนยากจนแค่กินอิ่มท้องก็มีความสุขได้แล้ว คนร่ำรวยแม้กินอิ่มแต่กลับมีเรื่องให้กลัดกลุ้มใจมากมายยิ่งกว่า
   ...ท่ามกลางเครือญาติที่เอาแต่เรียกร้องเขาอย่างไม่มีขีดจำกัดอยู่ร่ำไปโขยงนั้น นางถึงจะเข้าใจสถานะของเขาอย่างแท้จริงว่าไม่ได้ผ่อนคลายมีอิสระอย่างที่คนนอกคิด
   มีฐานะเป็นคุณชายสกุลอี้ ที่เขาแบกไว้บนสองไหล่ไม่ใช่แค่เครือญาติของสกุลอี้เหล่านั้นเท่านั้น ยังมีชีวิตของทุกคนในโรงกระดาษและร้านหนังสืออีกด้วย
   ...

   ทุกคนล้วนละโมบอยากได้เงินของเขา รักทรัพย์สมบัติของเขา แต่ละคนมาใกล้ชิดเขาล้วนเป็นเพราะเขาคือคุณชายสกุลอี้ แม้แต่มารดาแท้ ๆ ของเขาก็ยังไม่ต่างกัน
   เขารู้สึกว่าตนไม่เอาถ่าน เพราะว่าตนไม่ดีพอ ทุกคนถึงได้มาใกล้ชิดเพราะเงินเพียงอย่างดียว ถึงได้ทำให้ทุกคนมองเห็นแต่เงิน กลับมองไม่เห็นเขา
มีเพียงนางที่มองเห็นเขา มีเพียงนางที่เข้าใจตัวเขาอย่างแท้จริง นับแต่นี้ไป ไม่ว่าอุปสรรคจะหนักหนาเพียงใด นางก็จะขออยู่ข้างกายเขาไปจนแก่เฒ่า


   หวานเย็นได้ยินได้ฟังเสียงร่ำลือถึง คู่เคียงเรียงรัก มาไม่น้อยเลยค่ะ ประเด็นที่ทำให้สนใจใคร่อ่านเรื่องนี้ก็เพราะ เหลยตงตง นางเอกของเรื่องเป็นหญิงสาวที่ช่างอาภัพนัก สูญเสียทักษะการฟังเมื่ออายุได้เพียง ๕ ขวบเท่านั้น ต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไร้สรรพสำเนียงแว่วเสียงใด ๆ ให้ยลยิน น่าสงสารนะคะ แต่... ตงตง ก็หาใช่คนโง่งมอย่างที่ใครต่อใครเข้าใจ นางไม่โง่ นางฉลาดมาก นางแค่หูไม่ได้ยินเท่านั้น ที่สำคัญนางยังใฝ่รู้ ใฝ่เรียน นางโปรดปรานการอ่านหนังสือมาก โปรดปรานมากเป็นพิเศษจริง ๆ
   ในหนังสือมีโลกอีกใบ ในหนังสือทุกสรรพสิ่งล้วนมีทั้งนั้น
   เมื่อได้อ่านหนังสือถึงได้รู้ว่าเพราะอะไรผู้คนถึงต้องฉลองวันตรุษ เพราะอะไรวันตรุษถึงต้องห่อเกี๊ยว และเพราะอะไรถึงต้องจุดประทัด เมื่ออ่านหนังสือนางถึงรู้ว่าที่แท้เมืองหลวงอยู่ทางเหนือ ส่วนนางอาศัยอยู่ในเมืองริมทะเลสาบต้งถิง และสุดฝั่งตะวันออกยังมีเวิ้งน้ำที่ใหญ่กว่าทะเลสาบต้งถิงเป็นทวีคูณ ที่นั่นไม่เรียกทะเลสาบแต่เรียกทะเล ส่วนทางตะวันตกก็มีสถานที่ซึ่งพื้นที่หลายร้อยลี้เต็มไปด้วยทราย อีกทั้งไม่มีหญ้าขึ้นสักบริเวณอยู่ด้วย


   เป็นอุปนิสัยที่น่าชื่นชมอย่างยิ่งจริง ๆ ค่ะ

   การดำเนินเรื่องของ คู่เคียงเรียงรัก ค่อนข้างจะเนิบนาบไปนิดนะคะ แถม อี้หย่วน ก็ไม่ใช่พระเอกที่น่ารัก น่าชัง ออกจะวางมาดจนน่าเตะเสียมากกว่าอะค่ะ ถือตนว่าเป็นคุณชายโรงกระดาษแห่งสกุลอี้ เป็นราชันน้อยที่ทุก ๆ คนไม่กล้าหาเรื่อง เป็นคุณชายที่แสนสูงส่ง สูงส่งกว่าลูกสาวของคนขายเต้าหู้เป็นไหน ๆ เชอะ ! อีตาคุณชายสมองเต้าหู้ ช่างโง่งมยิ่งนัก หวานเย็นว่า ซูเสี่ยวเม่ย กล่าวได้ถูกต้องแล้วล่ะค่ะว่า
   "หากตงตงไม่มีใจให้เจ้าก็ดีไป หากนางยังไม่หวั่นไหวใจไปกับเจ้าก็เท่ากับเป็นโชคของนาง เป็นไปได้แปดส่วนว่าในใจนางคงมีคนอื่นแล้ว หากเป็นเช่นนั้นจริงวันหลังเจ้าจะไปซื้อเต้าหู้ตอนกลางวันก็ได้ ตกกลางคืนก็ไปที่บ้านนางให้น้อยลงหน่อยเพื่อป้องกันไม่ให้คนนอกติฉินนินทานาง เกิดพลาดพลั้งขึ้นมาไม่เพียงทำลายพรหมลิขิตของผู้อื่น ยังจะทำให้นางค้าขายต่อไปไม่ได้ด้วย เจ้าเป็นพ่อค้าน่าจะเข้าใจดีว่าลมปากคนมันน่ากลัวเพียงใด อย่ารอให้เรื่องบานปลายแก้ไขไม่ทันแล้วค่อยมานึกเสียใจภายหลังดีกว่า"

   ครอบครัวตนเองแสนจะวุ่นวาย มีแต่เรื่องน่าอับอายซ่อนเร้นอยู่หลังฉากความยิ่งใหญ่ของสกุลอี้ ยังจะมาวางท่าทำโอหัง จริงดังคำของ เหลยเฟิง ที่ว่า...
   'ใช่ ! ท่านคือคุณชายสกุลอี้ ดังนั้นทุกอย่างที่ท่านมีในตอนนี้ล้วนเป็นสิ่งที่บิดาท่านทิ้งไว้ มารดาท่านมอบให้ การที่สกุลอี้มีกิจการใหญ่โตนั่นก็เพราะใบบุญของบรรพชนท่าน แต่ฟ้ามีมรสุมคาดเดาไม่ได้ สมบัติพัสถานมากมายกว่านี้ก็มีวันใช้หมดเช่นกัน กิจการรุ่งเรื่องเพียงใดก็มีวันล่มสลายเช่นกัน ตั้งแต่เล็กจนโตท่านเคยหาเงินด้วยมือตนเองสักอีแปะหนึ่งไหมล่ะ เกิดวันใดกิจการของสกุลอี้พังครืนลงมา ตัวท่านยังเอาตัวไม่รอดยังจะปกป้องดูแลตงตงไปชั่วชีวิตได้อีกหรือ'

   เฮอะ ! เหลยตงตง ไม่ควรมีใจให้ผู้ชายหน้าไม่อายอย่างท่าน่เลยจริง ๆ ให้ (คนอื่น) ตายเถอะ !

   อ่านไป... อ่านมา... หวานเย็นชักเริ่มเห็นด้วยกับชาวบ้านแล้วล่ะค่ะว่า เหลยตงตง เป็นหญิงโง่ หาไม่คงไม่ปักใจรักมั่นกับคุณชายผู้แสนทะนงตนแบบผิด ๆ คนนี้ได้

   ทว่า... หลังแต่งเข้าสกุลอี้ได้ไม่นาน เหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นก็แสดงให้เห็นว่า คุณชายอี้ สามารถปกป้องดูแล ตงตง ได้จริง ๆ อีกทั้งยังหนักแน่น มั่นคง ไม่หูเบาไปตามคำยุยงของ อี้จงถัง ญาติผู้น้องที่ดีแต่ร่ำสุรา ไม่ทำมาหากิน ทั้งยังก่อเรื่องจนสกุลอี้ต้องพบกับความพินาศครั้งใหญ่อีกต่างหาก บวกคะแนนให้นิดหนึ่งแล้วกันนะคะ

   คนผู้หนึ่งที่หวานเย็นขอคารวะคือ ซูเสี่ยวเม่ย ผู้ดูแลสำนักสนองฟ้า อาจารย์สอนวรยุทธ์ของ คุณชายอี้ ที่ทั้งเจ้าเล่ห์ ทั้งลูกไม้แพรวพราวยิ่งนัก แม้ครั้งหนึ่ง คุณชายอี้ จะเคยออกตัวกับ มือปราบชิว ในศึกชิงถาดเต้าหู้ว่า
   "หามิได้" อี้หย่วนยกเต้าหู้สี่ถาดในมือไปไว้บนรถเข็นของโรงเตี๊่ยมแล้วกล่าวยิ้ม ๆ ว่า "ยังห่างชั้นกว่ามาก อาจารย์ข้าวรยุทธ์ด้อย อีกทั้งสอนสั่งไม่ได้เรื่อง คนเป็นศิษย์อย่างข้าจึงห่างชั้นกว่ามากเป็นธรรมดา"
   หากในความเป็นจริงแล้ว เขาเคารพเลื่อมใสผู้ชายคนนี้... ยังคงปฏิบัติตามที่ผู้ชายคนนี้เคยสอนสั่งเขาทุกอย่าง
   ไม่เพียงแต่วรยุทธ์เท่านั้น ยังมีหลักการในการเป็นคนอีกด้วย
   เขาต้องการเป็นคนที่เหมือนกับผู้ชายที่ทำให้เขาเลื่อมใส เคารพนับถือจากก้นบึ้งหัวใจ ชายชาตรีที่อาจหาญยิ่งใหญ่คนหนึ่ง...
   แต่ตีให้ตายเขาก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้ต่อหน้าเจ้านั่นเด็ดขาด


   ช่างเป็นศิษย์อาจารย์ที่ผูกพันกันอย่างพิลึกพิลั่นจริง ๆ ค่ะ

   อีกผู้หนึ่งที่หากไม่กล่าวถึงคงไม่ได้คือ ซ่งอิ้งเทียน คุณชายของสำนักสนองฟ้า ที่มักเร้นกาย ใช้ชีวิตเงียบสงบอยู่เป็นเพื่อน อาหลิง แม่มดพันปี บนเกาะปิศาจที่ถูกวางค่ายกลลวงวิญญาณเอาไว้ คนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปเดินเล่นส่งเดชได้ บุคลิกและความสามารถของคุณชายแห่งสำนักสนองฟ้าชวนให้ประทับใจยิ่งนัก คาดว่าเล่มต่อไปของ คุณชายซ่ง กับ อาหลิง คงน่าติดตามไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวค่ะ

   โดยภาพรวมแล้วเรื่องนี้ก็สนุกนะคะ แต่ติดนิดเดียวต้องความสามารถของนางเอกที่ดูจะค่อย ๆ เฉลยความไม่ธรรมดาออกมาทีละน้อย...ทีละน้อย ก็... หวานเย็นไม่ติดใจตรงที่เรื่องราวพลิกผันกลายเป็นกึ่ง ๆ แฟนตาซีหรอกนะคะ จุดนี้หวานเย็นรับได้ค่ะ แต่ค่อนข้าง เอ๊ะ ! ที่นางเอกไม่เพียงแค่รู้หนังสือ แต่ยังมีความสามารถในการทำบัญชี แถมยังเป็นวรยุทธ์อีกต่างหาก ความสามารถเลิศเลอสมแล้วที่มีภูมิหลังเป็นถึง ธิดาของราชันมังกรแห่งทะเลสาบต้งถิง ย้ำนะคะว่าไม่ได้ติดใจที่เรื่องราวกลายเป็นแฟนตาซี แต่ติดใจกับคุณสมบัติมากมายของ ตงตง ที่เพิ่มเติมขึ้นมา มันยัดเยียดเกินไปหรือเปล่าคะ ? หวานเย็นข้องใจเพียงเท่านี้จริง ๆ ค่ะ






 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2556
7 comments
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2556 13:52:21 น.
Counter : 2490 Pageviews.

 

สวัสดีครับพี่หวานเย็น...แวะมาอ่านรีวิวครับ

 

โดย: อุ้มสม 21 พฤศจิกายน 2556 16:23:48 น.  

 

อ่านรีวิวแล้ว เหมือนสนุกไม่เท่าคำร่ำลือหรือเปล่าเนี่ย

 

โดย: ~:พุดน้ำบุศย์:~ 21 พฤศจิกายน 2556 17:34:20 น.  

 

เรื่องนี้ลองซื้อเล่ม 1 มาก่อนแล้วค่ะ ^^

 

โดย: Sab Zab' 21 พฤศจิกายน 2556 21:22:02 น.  

 

น้องบาส :: ขอบคุณที่แวะมาอ่านรีวิวนะคะ พี่ก็เพิ่งแวะไปอ่านรีวิว 'ชุดความลับของผีเสื้อ' ของน้องบาสอะค่ะ รีวิวจัดเต็มยาวเหยียดมาก ๆ เลยน้า

คุณ ~:พุดน้ำบุศย์:~ :: เหมือนจะสนุกนะคะ แต่บรรยากาศของเรื่องค่อนข้างเนิบนาบ อืดเอื่อยเกินพอดีไปบ้างในบางตอนน่ะค่ะ เลยมีแอบเซ็งเล็ก ๆ เวลาที่เรื่องมันยืดเยื้อทั้ง ๆ ที่ไม่มีแก่นสารอะไรมากมายน่ะค่ะ

คุณ Sab Zab' :: ตอนแรกว่าจะซื้อเหมือนกันอะค่ะ แบบว่า... อยากอ่านมาก ๆ เพราะคำโปรยบอกไว้ว่านางเองหูหนวกน่ะค่ะ ก็เลยอยากอ่านมากมาย แต่...โชคดีที่มีน้องสาวสุดที่รักคนหนึ่งให้ยืมมาอ่านน่ะค่ะ

 

โดย: หวานเย็นผสมโซดา 21 พฤศจิกายน 2556 22:36:58 น.  

 

เรื่องนี้เห็นหลายเสียงบอกว่าอ่านแค่เล่ม 1 ก็พอ...เลยยังลังเลอยู่ค่ะ

 

โดย: Aneem 22 พฤศจิกายน 2556 19:55:59 น.  

 

เรื่องนี้ชอบค่ะ พอเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในนิยาย ในความเอื่อย ๆ นั้นเลยกลายเป็นความค่อยเป็นค่อยไปที่ประทับใจค่ะ
เรื่องความสามารถของนางเอก... คิดคล้าย ๆ กันค่ะ เธอเก่งขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย... คือช่วงที่ห่างกันกับพระเอก ก็เหมือนห่างจากคนอ่านไปด้วย ทำให้เราไม่รู้ว่าเธอไปแอบเรียนวรยุทธมาตั้งแต่ตอนไหน

 

โดย: polyj 22 พฤศจิกายน 2556 20:47:23 น.  

 

คุณ Aneem :: อืม... จริง ๆ เนื้อหาไม่มีอะไรมากเลยค่ะ เล่ม ๑ กับเล่ม ๒ นี่ไม่ได้ดำเนินเรื่องไปไกลกันสักเท่าไรอะค่ะ แค่เพิ่มประเด็นดราม่าในครอบครัวสกุลอี้ และความเป็นมาเป็นไปของนางเอกเข้ามาอะค่ะ แต่ก็เป็นการปูเรื่องราวระหว่าง 'คุณชายซ่งอิ้งเทียน' กับ 'อาหลิง' ไว้กลาย ๆ ในเล่ม ๒ น่ะค่ะ ถ้าจะไม่อ่านเลยก็น่าเสียดายน่ะค่ะ

คุณ polyj :: เกือบ ๆ จะชอบนะคะเรื่องนี้ แต่สำหรับหวานเย็นความเอื่อยเฉื่อย เนิบนาบไม่ได้สร้างความประทับใจในความสัมพันธ์ระหว่าง 'เหลยตงตง' กับ 'คุณชายอี้หย่วน' เพราะจริง ๆ แล้วก็คล้ายย่ำอยู่กับที่ ตอกย้ำซ้ำซากเกินพอดีน่ะค่ะ

ส่วนคุณสมบัติของนางเอกที่ค่อย ๆ เพิ่มเติมเข้ามานี่มันก็... ชวนให้งุนงงสงสัยจริง ๆ เลยค่ะ

 

โดย: หวานเย็นผสมโซดา 24 พฤศจิกายน 2556 22:43:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


หวานเย็นผสมโซดา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]




คนขี้เหงา...เจ้าน้ำตา
ใช้ชีวิตเหว่ว้าบนโลกกว้าง
ท่ามกลางความวุ่นวาย...สบายดี
New Comments
Friends' blogs
[Add หวานเย็นผสมโซดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.