หวานเย็นผสมโซดา | รวิวารี | Mahal Kita | NamPhet
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
6 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 

เบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ : ดวงใจ

เบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ : ดวงใจ



ชื่อหนังสือ : เบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ (ยุคเก่า)
เขียนโดย : ดวงใจ
สำนักพิมพ์ : เพื่อนดี
จำนวน 526 หน้าราคา 335 บาท


กระซิบก่อนอ่าน

   เรื่องราวและประวัติศาสตร์อังกฤษตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันอย่างละเอียด ด้วยมุมมองที่น่าสนใจและสำนวนการเขียนอันมีเสน่ห์ของ " ดวงใจ "



แวะเคาะประตูร้านหนังสือ









ชื่อหนังสือ : เบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ (ยุคใหม่)
เขียนโดย : ดวงใจ
สำนักพิมพ์ : เพื่อนดี
จำนวน 478 หน้า ราคา 300 บาท


กระซิบก่อนอ่าน

   เรื่องราวและประวัติศาสตร์อังกฤษตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันอย่างละเอียด ด้วยมุมมองที่น่าสนใจและสำนวนการเขียนอันมีเสน่ห์ของ " ดวงใจ "



แวะเคาะประตูร้านหนังสือ



ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบเรื่องจาก... เพื่อนดี ... นะคะ







เขียนความรู้สึก...บันทึกหลังอ่าน

   หวานเย็นหยิบ ' เบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ ' มาอ่าน เนื่องด้วยคำพูดของ ' ดร.กิจบดี ' อาจารย์ผู้สอนวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญเปรยขึ้นในห้องเลคเชอร์ว่า

   ' การจะศึกษารัฐธรรมนูญของชาติใดก็ตาม คุณจะต้องเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นเสียก่อน จึงจะเข้าใจในที่มาที่ไปของรัฐธรรมนูญของประเทศนั้น ๆ ได้อย่างถ่องแท้ '

   และหนึ่งในประเทศที่อาจารย์ยกย่องนักหนาในความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร แต่สามารถบังคับใช้ได้ยาวนานจากอดีตถึงปัจจุบันนั้นก็คือ ' สหราชอาณาจักรอังกฤษ ' ประเทศซึ่งใครหลายคนมักเปรียบเปรยว่ามีความเป็น ' ผู้ดี ' สูงเยี่ยมเทียมฟ้า

   แม้ว่าในความเป็นจริง เนื้อหาการเรียนการสอนซึ่งเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญอังกฤษจะน้อยนิด แต่... หวานเย็นก็กระตือรือร้นในการค้นคว้าประวัติของอังกฤษมาอ่าน (โดยมีข้ออ้างว่าใช้เป็นตำราอ้างอิงการเรียน ) ด้วยเหตุผลที่ว่า

   ' พัฒนาการด้านการเมืองการปกครองของอังกฤษเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับพัฒนาการทางกฎหมาย '

   เรื่องเล่าอิงประวัติศาสตร์ว่าด้วย 'เบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ ' นั้น สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม ประเพณี ขนบธรรมเนียม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอังกฤษได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้เขียนคือ ' คุณดวงใจ ' ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ มาเล่าสู่กันแบบไม่เน้นความเป็นวิชาการ แต่เน้นในเรื่องง่ายต่อการทำความเข้าใจเป็นหลัก เริ่มเล่ากันตั้งแต่ยุคโบราณที่อังกฤษเองก็โบราณไม่แพ้ชนชาติใดบนโลกกลม ๆ ใบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรา ๆ ท่าน ๆ มองข้ามไปโดยสิ้นเชิง ด้วยความที่เคยเห็นแต่ภาพลักษณ์อันหรูหราแบบผู้ดีอังกฤษนั่นเอง ประโยคหนึ่งในเบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ (ยุคเก่า) ที่สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมการกินอยู่ที่ค่อนข้างจะแปลกสักนิดนั้นมีอยู่ว่า

   ' ปลายยุคกลางชาวปราสาท หรือชาวบ้านที่มีระบบในการกินอยู่จะรับประทานอาหารกลางวันวันละสองมื้อ บ้านใดรับประทานสามมื้อ หรือมากกว่านั้น ขอให้สันนิษฐานได้ว่าจะต้องมีอาชีพใช้แรงงาน หรือทำนา
   มื้ออาหารที่สำคัญที่สุดคือ dinner รับประทานในเวลาก่อนเที่ยง มื้อรองลงไปคือ supper รับประทานเวลาสี่โมงเย็น ทั้งสองมื้อเป็นอาหารชุดใหญ๋เสิร์ฟบนโต๊ะในห้องอาหารอย่างเป็นทางการ มื้ออื่นหากมีใครในบ้านเกิดหิวโหยขึ้นมา ก็จะต้องจัดหาให้แก่ตัวเอง และนั่งรับประทานเป็นการส่วนตัวในห้องของตน '


    ถ้าปัจจุบัน ประเทศไทยนำหลักการนี้มาใช้บ้าง หวานเย็นคงกลายเป็นผู้ใช้แรงงานอย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ โอ ! วันละสองมื้อ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิดริเริ่มหลักการนี้นะคะเนี่ย

   แม้ว่าอังกฤษจะถือว่าเป็นเมืองผู้ดีอันดับหนึ่งของโลก แต่เรื่องนินทากาเลนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่นใดเลยค่ะ อาทิเช่นในสมัยราชวงศ์ทิวดอร์ ' แอนน์ โบเล็น ' พระราชชนนีของสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 นั้นถูกกล่าวขานลับหลังไม่ค่อยโสภาเท่าไรนัก โดยมีสรรพนามเรียกขานแอนน์ โบเล็น อย่างแสบสันว่า... ' great whore ' ส่วนคำนี้แปลเป็นภาษาไทยว่ากระไรนั้น หวานเย็นขอไม่เปิดเผยนะคะ บอกได้คำเดียวว่า... ' แรง '

   นั่นคือเรื่องเล่าในยุคเก่าของอังกฤษนะคะ สำหรับบัลลังก์อังกฤษยุคใหม่นั้นเริ่มต้นกันที่ราชวงศ์ฮาโนเวอร์ กษัตริย์อังกฤษสายเลือดเยอรมัน

   หวานเย็นขอหยิบยกมาอ้างถึงเฉพาะกษัตริย์ กษัตริยา และบุคคลสำคัญที่มีความโดดเด่นเป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้วกันนะคะ เพื่อจะได้ไม่ยาวจนเกินไป (เพราะหนังสือนั้นเล่มหนา และมีข้อมูลมากเกินจะหยิบมาสาธยายได้หมดบนพื้นที่เพียงไม่กี่บรรทัดอะค่ะ )

   กษัตริยาองค์แรกที่ไม่กล่าวถึงเป็นไม่ได้คือ... ' สมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรีย ' แห่งราชวงศ์ฮาโนเวอร์ ที่มาของ ' ยุควิกตอเรีย ' ซึ่งมีคำพูดติดพระโอษฐ์ของสมเด็จฯ ซึ่งคุ้นหูชาววังในยุคนั้นเป็นอย่างดีว่า

   ' ...ฮึ... เราไม่เห็นจะขันเลย (We are not amused) '

   ความประทับใจที่หวานเย็นได้รับจากสมเด็จฯ วิกตอเรียนั้น คงเป็นเรื่องของความรักอันแสนงดงามตราตรึงใจ ระหว่างสมเด็จฯ กับเจ้าชายอัลเบิร์ต พระสวามี แม้ว่าลมหายใจของเจ้าชายอัลเบิร์ตจะสุดสิ้น แต่ความรักของพระองค์นั้นยังอบอวลอยู่ในพระราชวังบักกิงเกิมไม่จางหายไปเลยตราบสิ้นพระชนม์ชีพของสมเด็จฯ วิกตอเรีย

   สิ่งหนึ่งซึ่งเจ้าชายอัลเบิร์ต สวามีในสมเด็จฯ วิกตอเรีย ทรงรู้สึกเกี่ยวกับชาวอังกฤษไม่แตกต่างจากเรา ๆ ท่าน ๆ ปรากฏในตอนหนึ่งของเรื่องเล่าอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้ มีอยู่ว่า

   ' เจ้าชายทรงรู้สึกลึก ๆ ว่า ชาวอังกฤษเย็นชาและถือตัวจนไม่น่าคบนัก '

    อืม... ถึงขั้นเจ้านายท่านยังทรงรู้สึก ชาวอังกฤษนั้นคงไม่ธรรมดาเลยทีเดียวเชียวค่ะ

   อีกหนึ่งข้อความที่สะท้อนสภาพภูมิอากาศของอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยมคงเป็นข้อความซึ่งบรรยายความรู้สึกของ ' ท่านลอร์ดเมลเบิร์น ' (Lord William Melbourne) หรือ ลอร์ดเอ็ม ที่ปรึกษาคนสำคัญของสมเด็จฯ วิกตอเรีย ที่ว่า

   ' ...ท่านลอร์ดไม่เคยยี่หระต่อท้องฟ้าหม่นมืดในเวลาเที่ยงวันของกรุงลอนดอน หรือหยาดฝนที่ตกพรำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หรือหิมะที่ตกหนาปกคลุมถนนทุกสายและอุทยานทุกแห่งติดต่อกันเป็ฯเวลาหลายวัน... '

   นับว่าสภาพอากาศของอังกฤษนั้นเลวร้ายเข้าขั้นทุกยุด ทุกสมัยเลยทีเดียวเชียวค่ะ

   เหตุการณ์ยังคงดำเนินมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึง ' ราชวงศ์วินเซอร์ ' ปัจจุบันของอังกฤษ เรื่องเหลือเชื่ออย่างหนึ่งที่หวานเย็นไม่เคยคาดคิดว่าบัลลังก์อังกฤษจะมีเรื่องเช่นนี้ด้วย ก็คือ... ' คำสาปแช่ง ' นั่นเองค่ะ คิดดูสิคะว่าจะอึ้งเพียงใดเมื่ออ่านเจอข้อความที่ ' กษัตริย์จอร์ชที่ 5 ' แห่งราชวงศ์วินเซอร์ของอังกฤษ ทรงแช่งชัก ' กษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 8 ' ซึ่ง ณ ขณะนั้นยังดำรงพระยศเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ว่า

   ' คอยดูเถอะเราขอทำนายว่า พอเดวิดได้เป็นกษัตริย์ เพียงแค่ไม่ถึงปีมันจะต้องไปไม่รอด เพี้ยง! เราขออธิษฐานให้เบอร์ทีหรือลิลิเบธได้ครองราชย์แทนเดวิดด้วยเถิด '

   และดูเหมือนคำอธิษฐานกึ่ง ๆ สาปแช่งนั้นจะเป็นจริงเมื่อกษัตริยเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงสละราชย์ด้วยเหตุผลที่ว่า

   ' ข้าพเจ้าไม่สามารถจะปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี หากปราศจากหญิงที่ข้าพเจ้ารักอยู่เคียงข้าง '

   ' หญิงที่ข้าพเจ้ารัก ' ของอดีตกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 8 นั้นคือ ' วอลลิส ซิมป์สัน ' หญิงร้างสามีถึงสองครั้งสองคราซึ่งไม่เป็นที่ปรารถนาของเหล่าพสกนิกรชาวอังกฤษ ทว่าความต้องการของอดีตกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 8 นั้น ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง และการสละราชย์ครั้งนั้นมีผลให้ ' ดยุคแห่งยอร์ค ' ได้ครองบัลลังก์อังกฤษสืบต่อจากเจ้าชายเดวิด พระเชษฐาทันที ก่อนที่บัลลังก์นั้นจะถูกส่งต่อมายัง ' เจ้าหญิงลิลิเบธ ' หรือ ' สมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ' กษัตริยาองค์ปัจจุบันของอังกฤษ

   ' ระบบกษัตริย์ในอังกฤษจะอยู่นานตราบเท่าที่สมเด็จฯ ท่านทรงมีคนดี ๆ อยู่รอบตัวท่านนั่นแหละ '

   นี่คือคำพูดของ ' ลอร์ดหลุยส์ เมาท์แบ็ตตัน ' ท่านน้าของ ' ดยุคแห่งเอดินบะระห์ ' พระสวามีของสมเด็จฯ เอลิซาเบธต่อคำถามว่าระบบกษัตริย์ของอังกฤษจะยืนยาวไปอีกนานเท่าใด ซึ่งหวานเย็นเห็นด้วยเป็นที่สุดหลังได้อ่านเบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษทั้งยุคเก่า และยุคใหม่จบลง และคงเป็นอีกหนึ่งคนที่ขอกล่าวคำว่า Vivat Regina !

   เรื่องราวรายละเอียดปลีกย่อยของราชวงศ์อังกฤษยังมีอีกมากมายเลยค่ะ ที่หวานเย็นไม่ได้พูดถึง และหากใครที่ต้องการรู้จักชางอังกฤษ ประเทศอังกฤษให้ถ่องแท้ยิ่งขึ้น หวานเย็นขอแนะนำให้อ่านเบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษ เพื่อที่ว่าหากมีใครถามว่ารู้สึกอย่างไรต่อชาวอังกฤษและประเทศอังกฤษ คุณจะได้มีเหตุผลที่ดีพอในการตอบว่า... ' ปลื้ม ' หรือ ' ไม่ปลื้ม ' ได้อย่างมีหลักการ ไม่ใช่เพียงความรู้สึกลอย ๆ อย่างที่ผู้เขียนกล่าวไว้ในคำนำหนังสือเล่มนี้ไงคะ







 

Create Date : 06 กรกฎาคม 2553
13 comments
Last Update : 7 กรกฎาคม 2553 9:36:20 น.
Counter : 1405 Pageviews.

 

น่าสนใจทีเดียวค่ะ ชอบอ่านประวัติศาสตร์เหมือนกัน
แอน โบลีน ที่เคยเห็นในซีรี่ย์Tudorsก็...น่าดูชมจริงๆนะคะ

 

โดย: Emotion-P 6 กรกฎาคม 2553 19:58:53 น.  

 

มีอยู่ในโหลดอง แต่ยังไม่มีอารมณ์อาจอะไรหนักๆเลยค่ะ

 

โดย: ถั่วฝักยาวสีขาว 6 กรกฎาคม 2553 20:46:13 น.  

 

น่าอ่านมาก ๆ ค่ะ

 

โดย: The Best of Me 6 กรกฎาคม 2553 20:55:51 น.  

 

การนินทานั้นมีอยู่ในทุกประเทศจริงๆอิ อิ

เป็นหนังสือที่น่าอ่านอีกเล่มนึงเลยค่ะ

 

โดย: อ้อมกอดของความเหงา 7 กรกฎาคม 2553 0:10:32 น.  

 

คุณ Emotion-P : หวานเย็นว่าแอนน์ โบเล็น เป็นผู้หญิงที่น่าสนใจนะคะ เธอไม่เหมือนใครในยุคประวัติศาสตร์ แต่ก็โดดเด่นอย่างน่าชื่นชมทีเดียวค่ะ

คุณถั่วฝักยาวสีขาว : ก็... ไม่หนักมานะคะ มีอะไรที่อ่านแล้วต้องแอบยิ้มอยู่เหมือนกันอะค่ะ

คุณ The Best of Me : ลองหยิบมาอ่านดูนะคะ

คุณอ้อมกอดของความเหงา : เป็นอีกเล่มที่น่าอ่านจริง ๆ ค่ะ

 

โดย: หวานเย็นผสมโซดา 7 กรกฎาคม 2553 9:47:11 น.  

 

ส่วนของพี่ซื้อเก็บไว้เป็นหนังสืออ้างอิง (-_-'') ซื้อตั้งแต่งวดที่ AA ลด 30% ที่เขาหลวมตัวลดปีแรกเลยนั่นแหละค่ะ (ฮา) ปัจจุบันก็ขึ้นหิ้งอย่างสง่างาม (สำนึกผิดต่อผู้เขียนง่ะ)

อ่านรีวิวน้องหวานเย็นฯ แล้วแสดงว่าละเอียดจริง อืม...สง่างามต่อไปบนหิ้งก่อน ถึงเวลาค่อยเจอกันค่ะ แหะ แหะ

 

โดย: ฯคีตกาล 7 กรกฎาคม 2553 10:17:16 น.  

 

คุณฯคีตกาล : อ้าว ! ไหงเป็นงั้นไปล่ะคะพี่กก แล้วเมื่อไหร่เบื้องหน้าเบื้องหลังบัลลังก์อังกฤษจะได้มาสง่างามในใจพี่กกล่ะคะเนี่ย

 

โดย: หวานเย็นผสมโซดา 7 กรกฎาคม 2553 10:45:45 น.  

 

น่าสนใจค่ะ ชอบประวัติศาสตร์ แต่ถ้าซื้อมาคงเก็บไว้ในโหลอย่างดีแน่ๆเลย

 

โดย: กล้ายางสีขาว 7 กรกฎาคม 2553 14:52:13 น.  

 

อ่านรีวิวแล้วน่าสนใจ ๆ ชอบอ่านเรื่องเล่าอิงประวัติศาสตร์แบบนี้อ่ะค่ะ เดี๋ยวต้องบอกพี่บรรณารักษ์ซื้อเข้าห้องสมุดดีกว่า

 

โดย: แม่ไก่ IP: 118.174.18.105 7 กรกฎาคม 2553 20:46:02 น.  

 

ไม่เคยอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เลยค่ะ

 

โดย: เหมือนพระจันทร์ 7 กรกฎาคม 2553 21:54:14 น.  

 

คุณกล้ายางสีขาว : อ้าว ! ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะคะคุณบอล

คุณแม่ไก่ : รีบบอกเลยค่ะ เพราะว่าเป็นหนังสือที่ดีมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

คุณเหมือนพระจันทร์ : ลองอ่านไหมคะคุณตูน เผื่อว่าจะชอบ

 

โดย: หวานเย็นผสมโซดา 8 กรกฎาคม 2553 16:31:45 น.  

 

แจมเห็นด้วยกับน้องพลอย(Emotion-P)เลยค่ะเพราะตอนดู Tudors นี่คิดว่าของเค้าแรงจริงๆ บางทีในซีรี่ย์มันก็ดูแฟนตาซีเกิ๊น ยังคิดว่าเค้าจะสนุกเกินไปมั๊ย แต่ก็สนุกดีนะค่ะ

 

โดย: lavender_jam 8 กรกฎาคม 2553 20:14:51 น.  

 

คุณ lavender_jam : หวานเย็นชักจะอยากดูบ้างแล้วสิคะตุณแจม

 

โดย: หวานเย็นผสมโซดา 12 กรกฎาคม 2553 10:07:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


หวานเย็นผสมโซดา
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 33 คน [?]




คนขี้เหงา...เจ้าน้ำตา
ใช้ชีวิตเหว่ว้าบนโลกกว้าง
ท่ามกลางความวุ่นวาย...สบายดี
New Comments
Friends' blogs
[Add หวานเย็นผสมโซดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.