ธันวาคม 2554

 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
อาลาสกา แหล่งท่องเที่ยวของคนรัก...ท้องฟ้า..สายลม...ภูเขาและท้องทะเล ตอนที่ 3
อาลาสกา แหล่งท่องเที่ยวของคนรัก...ท้องฟ้า...สายลม...ภูเขาและท้องทะเล ตอนที่ 3

วันที่ 26 มิ.ย. 54
วันนี้ตามโปรแกรม เขาจะให้พวกเราชม กลาเซียเบย์ ซึ่งเราชมกันอยู่บนเรือทั้งวันเลย ไม่ได้ขึ้นบก ตื่นเช้าขึ้นมา ทำกิจวัตรประจำวันของฉันแล้ว ฉันกับเก๊าก็ขึ้นไปชั้น 8 เพื่อทานอาหารเช้า วันนี้ฉันทานไข่ดาว 1 ฟอง ตามด้วยหมูแฮม ข้าวโอ๊ด น้ำส้มอีก 2 แก้ว ส่วนเก๊าทานยากกว่าฉันเลยเปิดมาม่าทานไปของเขา 1 ถ้วย ซึ่งเป็นถ้วยสุดท้ายแล้ว ฉันบอกเขาว่าให้เขากินเองเยอะ ๆ เลย ฉันกินนิดเดียวก็พอ ทานเสร็จเขาขอไปนอนต่อ บอกว่า เมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับเลย เฮ้อ ! คนชอบเครียดและคิดมากก็เป็นทุกข์อย่างนี้แหละ การปลงไม่ได้เป็นทุกข์อย่างยิ่งทีเดียว

ส่วนฉันก็ออกไปชมความงามของธรรมชาติที่นอกห้องอาหารชั้น 8 และ 9 ซึ่งจะสามารถเห็นทิวทัศน์ของธรรมชาติได้ชัดเจนที่สุด วันนี้เรือจะลอยลำอยู่ในทะเลทั้งวัน เพื่อให้ชมกลาเซีย
ซึ่งเรียกว่า อ่าวกลาเซีย โดยเรือจะแล่นช้า ๆ ฉันมองออกไปทางท้องทะเล สองฟากฝั่งของท้องทะเลมีภูเขาสูงตระหง่าน สูงบ้าง ต่ำบ้าง ปกคลุมด้วยหิมะมากบ้างน้อยบ้าง บางแห่งมีหิมะเป็นหย่อม ๆ ไม่หนามากนัก พอสาย ๆ หิมะเหล่านี้ต้องกับแสงแดด ทำให้เกิดเป็นประกาย ออกเป็นสีเทา ๆ เงิน สะท้อนกับแสงอาทิตย์ เป็นภาพที่ก่อให้เกิดความสวยงามมากเหลือเกิน ฉันถ่ายภาพเหล่านั้นไว้ค่อนข้างมาก รูปแล้วรูปเล่า มุมนี้ก็สวย มุมนั้นก็สวย ฉันมองไปที่ฝรั่งคนหนึ่ง (ผู้หญิง) หน้าตาท่าทางจะใจดี เลยให้เขาช่วยถ่ายรูปฉันกับทิวทัศน์ที่สวยสดงดงามเหล่านั้นด้วย เขาก็น่ารัก ถ่ายให้ฉัน 2-3 รูปไปเจอพนักงานในเรือแถวนั้น ก็ใจดีอีก บอกว่า เขาจะถ่ายรูปให้ฉัน ฉันเลยได้มาอีก 1 รูป เรือแล่นไปบางช่วงของภูเขา ฉันเห็นธารน้ำไหลเล็ก ๆ เป็นทางยาวไหลลงมาจากภูเขา ธารน้ำไหลนี้ เป็นเพราะหิมะละลายนั่นเอง นี่คงจะเรียกว่ากลาเซีย นั่นแหละ น้ำในทะเล ยังคงมีหิมะตกลงมาจากภูเขาลอยละล่องเต็มทะเล ก้อนใหญ่บ้าง เล็กบ้าง บางก้อนก็ขาวสะอาด บางก้อนก็เป็นสีดำ ๆ ดูสกปรก

เรือแล่นไปบางช่วง สีของน้ำใส ทำให้เห็นความแตกต่างของน้ำที่ใกล้เรือ จะเป็นสีเขียวอ่อนใส ถัดไปเป็นสีฟ้าออก เทา ๆ ไล่เป็นแนว เป็นชั้น ๆ ไป ดูแปลกตาดี ฉันก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น หมู่นกนางนวลบินโฉบไปโฉบมา บางตัวบินร่อนมาใกล้เรือ ทำให้เห็นว่าตัวมันใหญ่มากเหมือนกัน บางตัวลอยอยู่บนพื้นน้ำอย่างสบายอารมณ์ นักท่องเที่ยวต่างออกมาถ่ายภาพทิวทัศน์อันสวยงามตระการตาเหล่านี้ ท่านผู้อ่านลองชมภาพที่ฉันถ่ายมาฝากซิคะ ว่ามันสวยมากน้อยอย่างไร

ทิวทัศน์แห่งความสวยงามของ ภูเขา ท้องทะเล และท้องฟ้า



ทิวทัศน์แห่งความสวยงามอีกหลาย ๆ ภาพรวมกัน



หลังอาหารเที่ยงแล้ว ฉันกับเก๊าขึ้นไปที่ชั้นดาดฟ้า ซึ่งมีสระน้ำเล็ก ๆ แต่ไม่มีเครื่องทำให้น้ำอุ่นหรอกนะ ตอนนี้ จะมีการแข่งขันว่ายน้ำในน้ำเย็น ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น แถมมีการเทน้ำแข็งลงไปในสระน้ำด้วย คนที่จะมาแข่งขันว่ายน้ำมีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และคนสูงอายุก็มีเหมือนกันนะ คนที่จะลงแข่งมีการลงชื่อด้วย เป็นภาพที่ดูทุกคนสนุกสนาน ไม่ได้กล้วความหนาวอะไรเลย พวกฝรั่งเขาอยู่แต่เมืองหนาว คงจะมีความชินกับความหนาวมากกว่าคนเอเซียอย่างฉันนั่นเอง ฉันก็ถ่ายรูปการแข่งขันของพวกเขาไว้ให้ท่านได้ชมค่ะ

การแข่งขันว่ายน้ำ ท่ามกลางอากาศอันหนาวเย็น



วันที่ 27 มิถุนายน 54
เช้านี้ ฉันก็ตื่นนอนแต่เช้าตามปรกติของฉัน เข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวและแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เก๊ายังไม่ยอมตื่น ฉันจึงขึ้นลีฟไปชั้น 9 เพื่อชื่นชมกับธรรมชาติของท้องทะเล ท้องฟ้า ฟากฝั่งที่เรือแล่นผ่านที่เป็นทิวเขาสูงบ้าง ต่ำบ้าง อากาศยามเช้าถึงจะหนาวเหน็บอย่างไร แต่ก็รู้สึกว่า สดชื่นเหลือเกิน ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เฮ้อ! ธรรมชาติช่างเป็นโอสถวิเศษจริง ๆ ที่จะเยียวยาคนว้าเหว่อย่างฉัน ได้มีอารมณ์สดชื่น หายจากโรคซึมเศร้าที่เกาะกินใจตลอดชีวิตได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่า มันจะเป็นเพียงชั่วครู่ชั่วยามก็ตาม ก็ดีกว่า เราจะไม่ได้มีโอกาสสัมผัสกับธรรมชาติเช่นนี้เลย ดังนั้น ฉันจึงพูดเสมอว่า การท่องเที่ยวเป็นกำไรของชีวิตจริง ๆ เกิดมาชาติหนึ่ง มีชีวิตหนึ่งไม่ได้มีชีวิตที่ยืนยาวเป็นร้อย ๆ ปี ทุกคนหรอกนะ ยังมีโอกาสที่จะหาความสุขจากธรรมชาติได้ เราก็ควรที่จะสรรหาตามความฝันที่ฉันอยากจะทำ เป็นการคืนกำไรให้กับชีวิตที่เราได้ทำงานมาโดยตลอด เงินทองถ้ารู้จักแต่หาเพียงอย่างเดียว ไม่รู้จักใช้ในการทำให้ชีวิตเป็นสุข ก็ฉลาดน้อยเหลือเกิน ตายแล้ว สมบัติที่หามาแทบเป็นแทบตายก็เอาติดตัวไปใช้ไม่ได้สักแดงเดียว จริงไหมคะ

ขณะนี้ท้องทะเลสงบเงียบ ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นเยี่ยมขอบฟ้า สอ่งแสงเจิดจรัส เริ่มแรงกล้าขึ้นทุกขณะ เรือสำราญของเรายังคงแล่นอยู่ในท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล ฉันมองไปรอบ ๆ ตัวเรือ ท้องทะเล มหาสมุทร ถูกโอบล้อมด้วยทิวเขา สูงบ้าง ต่ำบ้าง ท้องฟ้าวันนี้โปร่งใส แทบจะไร้เมฆหมอกเลย เป็นสีฟ้าใส แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนกับน้ำในทะเล เป็นแสงระยิบระยับ ราวกับเป็นเกร็ดเพชรที่ต้องแสงไฟ นั่นเอง ฉันเห็นฝรั่งคนหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปส่องกล้องชื่นชมกับธรรมชาติรอบ ๆ ที่เรือแล่นผ่าน เขาไม่ยอมลงมาเสียที ฉันก็อยากจะปีนขึ้นไปดูบ้าง ฉันเลยไม่ได้ปีนขึ้นไปดูที่จุดนี้ ตรงหัวเรือ มีสายที่ติดหลอดไฟฟ้าไว้เป็นทางยาว น่าจะไม่ต่ำกว่า 30-40 หลอด คงจะใช้เป็นที่เปิดไฟให้สว่างในตอนกลางคืน ให้เป็นที่สังเกตของเรือลำอื่น ๆ ด้วยกระมัง เทือกเขาสูงที่เห็น ยังคงมีหิมะปกคลุมอยู่

หลังจากที่ชื่นชมกับความงามของธรรมชาติจนอิ่มเอมใจประมาณครึ่งชั่วโมงน่าจะได้ ฉันก็ลงไปที่ห้องนอน ปรากฏว่า เก๊ายังไม่ตื่นเลย ฉันจึงปลุกเขา เพราะจะได้ไปทานอาหารเช้ากัน รอเขาอาบน้ำแต่งตัวประมาณ 20 นาที จึงได้ไปทานอาหารเช้ากัน วันนี้ฉันทานข้าวโอ๊ด 1 ชาม ไข่เจียว 1 ฟอง (เขาจะให้สองฟอง แต่ฉันไม่ต้องการ ขอเขาเพียง 1 ฟอง เพราะทานไม่หมดแน่) มีหมูแฮม สลัดผัก น้ำส้ม น้ำองุ่น เบื่ออย่างไร ก็ต้องทาน ประเดี๋ยวลมตีขึ้นมาจะลำบากน่ะซี่

วันนี้ประมาณ 10 โมงเช้า เรือจอดให้ขึ้นบกอีกครั้งเพื่อเที่ยวเมือง Ketchiken แล้วมีการซื้อทัวร์ไปเที่ยวตามที่สำคัญของเมืองนี้ด้วย แต่เก๊าเขาไม่ยอมไป แม้แต่ชวนนั่งรถเที่ยวหรือดูการแสดงโชว์ เขาก็ไม่ต้องการ ฉันเบื่อและระอามากเลย มากับคนที่ไม่มีหัวใจศิลปะความงามอะไรเลย นอกจากอยากช้อปปิงอย่างเดียว แต่ฉันก็ไม่อยากมีปัญหา กล้ำกลืนความน่าเบื่อเหล่านี้ไว้ เดินดูร้านขายของต่าง ๆ ของเมืองนี้ ซึ่งก็มีร้านขายของเหมือนเมืองอื่น ๆ ที่ผ่านมาแล้วนั่นเอง ฉันซื้อแต่ของที่ระลึกที่มีสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ซื้อได้กรอบรูปสัญลักษณ์ของอาลาสกา จะไปฝาก ชูจิตต์ เพราะปีนี้เขาเกษียณอายุราชการ ออกจากร้านนี้เข้าร้านโน้น เดินจนเบื่อและเมื่อยขาไปหมด ฉันเห็นคนเขานั่งรถชมรอบเมือง ชวนเขาไป เขาก็ไม่ยอมไป เฮ้อ! เซ็งมาก ๆ ได้แต่ถ่ายรูปเมืองและบริเวณรอบ ๆ ที่เราเดินเที่ยวเท่านั้น เขาชวนไปดูเพชรพลอยที่ร้านขาย เขาเกิดติดใจแหวนที่มีพลอยสีเหลือง ๆ ล้อมด้วยเพชรเม็ดเล็ก ๆ ซึ่งฉันก็เห็นว่าสวยดีเหมือนกัน เหมาะสำหรับคนมีกระตังต์อย่างเขา นั่นแหละ คนขายเป็นแขกผู้หญิงช่างเอาใจดี เอาแหวนวงนี้ วงนั้น มาให้ดู เขาให้ฉันถามว่า ราคาแหวนวงที่เขาชอบนั้น ราคาเท่าไร คนขายบอกว่า 795 ดอล รวมภาษีอีก 10% เป็น 855 ดอล เขาก็บอกไม่เอาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ต่อเลย แต่ดูจากกิริยาแล้ว เขาก็อยากได้อยู่ ฉันเลยเชียร์กลัวคนขายจะดูถูกเอา ถามแล้วควรต่อรองราคาหน่อยก็ยังดี เขาเลยให้ฉันถามว่า ลดได้ไหม คนขายจึงไปถามเจ้าของร้านซึ่งก็เป็นแขกเหมือนกัน เจ้าของร้านบอกขายเองและลดราคาให้ เหลือ 795 ดอล คือ ไม่คิดภาษี อีก 10% นั่นเอง เก๊าบอกก็ยังแพงไป ให้ฉันต่ออีก โดยให้ต่อเหลือ 700 ดอล ฉันก็ต่อตามที่เขาว่านั่นแหละ ภาษาอังกฤษของฉันมันก็งู ๆ ปลา ๆ ต่อของได้บ้างแหละ เขาบ่นว่าฉันว่า เขามาผิดคนที่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดี ถ้ามากับลูกเขา เขาคงสบาย ภาษาที่ใช้ ไม่สร้างสรรค์เอาเสียเลย ถึงภาษาอังกฤษฉันจะไม่แข็งแรง แต่ฉันก็พูดจนต่อรองราคาแหวนวงนี้ให้เขาสำเร็จจนได้แหละน่ะ ทำให้ฉันเสียความรู้สึกกับเขามากทีเดียว ในที่สุดแขกเจ้าของร้าน บอกว่าพบกันครึ่งทาง เหลือ 725 ดอล ก็แล้วกัน เขาก็ได้แหวนวงนั้นมาครอบครอง จากนั้น ฉันเซ็งมาก จึงชวนกันขึ้นเรือไป จะได้ทานข้าวมื้อเที่ยง เที่ยวบนเรือ ยังดีกว่า ได้ ชื่นชมธรรมชาติ

เป็นอันว่า ครึ่งวันของวันนี้ ฉันต้องนอนอยู่ในห้องนอนหลังจากไปชมธรรมชาติได้พักใหญ่ ๆ นอนจนถึงอาหารเย็น เบื่อและเซ็งมาก ๆ เหลือเกิน เรามาดูความงามของเมืองนี้ที่ฉันถ่ายได้จากการขึ้นบกและถ่ายจากตัวเรือลงไปดีกว่านะคะ

ทิวทัศน์ที่ตัวเมือง Ketchiken



ทิวทัศน์ที่ถ่ายจากตัวเรือไปที่ตัวเมือง Ketchiken



ทิวทัศน์ที่สวยงามที่ Ketchiken



อาหารมื้อเย็นวันนี้ ทานเสร็จแล้ว ฉันก็ออกไปชมความงามของธรรมชาติ เห็นบ้านหลังเล็ก ๆ ที่ปลูกบนเขาตามริมน้ำที่เรือเราแล่นผ่านไป ไม่มีตึกสูง บ้านเรือนจะปลูกลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา ความสูงของตึกรามบ้านช่อง ไม่เกิน 3 ชั้น มีการปลูกข้าวตามไหล่เขาด้วย ลักษณะของบ้านเหมือนในเมืองซานฟรานซิสโก ที่ฉันเคยไปมาแล้ว นั่นเอง เก๊านั่งอยู่ด้วยสักพัก เขาก็ชวนกลับ ฉันให้เขากลับก่อน ส่วนฉันก็นั่งชื่นชมกับธรรมชาติของฉันต่อไป ที่นี่พระอาทิตย์กว่าจะตกลับเหลี่ยมเขาไป ก็สามทุ่มกว่าแล้ว

ชมทิวทัศน์ได้สักพักฉันกลับห้องเตรียมจัดกระเป๋าบางส่วน เพราะพรุ่งนี้ เราจะอยู่ในเรืออีก 1 วัน กับอีก 1 คืน เท่านั้น เย็นนี้มีโชว์ Showtime Amore Frans Hals Lounge จะแสดงตอนสองทุ่ม ฉันไปถึงแสดง ที่นั่งเต็มหมด เขาแสดงไปแล้วกี่ฉากก็ไม่รู้ เป็นการแสดง โอเปรา มั้ง มีการทำเสียงแอ๊กโคร่ นักร้องชายส่วนใหญ่จะร้องหมู่ บางฉากมีผู้หญิงแต่งตัวสวย ๆ ออกมาเต้นประกอบ บางชุดก็โป๊บ้าง มีการแสดงโชว์การสีไวโอลีน คนที่เล่นดูหน้าตายังเด็กมาก สีได้ไพเราะมาก ชุดสุดท้ายเป็นการร้องเพลงทั้งของหญิงและชายนำ ส่วนอีกสองคู่ เต้นประกอบอย่างเดียว คู่แรกน่าจะเป็นคู่โชว์ หญิง ชาย ชุดที่ใส่เป็นชุดโบราณ ยาว ๆ กระโปรงบาน ๆ เป็นการใส่สุ่มอยู่ข้างใน แขนเสื้อเป็นแขนพอง คอลึก เหมือนชุดราตีของพวกฝรั่งที่เราเห็นในหนังฝรั่งที่ใส่เวลาเต้นรำ ผู้หญิงถือพัดคนละเล่ม ทำท่าร่ายรำ พัดไปด้วย เป็นชุดที่ฉันเห็นว่าสวยที่สุด

จบการแสดงโชว์ชุดนี้แล้ว ฉันก็ขึ้นไปชั้น 9 ก็มีการสอนเต้นรำให้แก่นักท่องเที่ยว ขณะนั้นน่าจะสามทุ่มเศษ ๆ วันนี้ดวงอาทิตย์ลาลับฟ้าไปช้ากว่าปรกติบ้าง ฉันไปนั่งที่โซฟา ที่อยู่ติดหน้าต่างของเรือ ซึ่งสามารถมองออกไป ดวงอาทิตย์กำลังจะค่อย ๆ ลาลับเหลี่ยมเขาไปอย่างช้า ๆ ช่างเป็นภาพที่วิจิตรตระการตาเหลือที่จะกล่าวออกมาได้ว่า ภาพเหล่านี้สวยงามมากขนาดไหน ฉันนั่งถ่ายรูปของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้านั้นไว้เป็นเสต๊ป ๆ ตอนที่ดวงอาทิตย์กำลังจะค่อย ๆ ตก ฉันนำรูปเหล่านี้มาฝากท่านผู้อ่านด้วยค่ะ

ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะอัสดง ลาลับจากโลกไป



วันที่ 28 มิถุนายน 54

วันนี้ฉันตื่นสายกว่าปรกติ เพราะเสียงกรนของเก๊าทำให้ฉันนอนหลับไม่สนิทนัก ฉันปลุกเก๊าให้ตื่น เขาบ่นกระปอดกระแปดว่า ทำไมต้องตื่นเช้า เพราะวันนี้เราจะอยู่แต่ในเรือเท่านั้น โธ่!นี่จะสามโมงเช้าแล้ว เดี๋ยวจะไม่มีอาหารเช้าทานกันหรอก (เลยเวลา) วันนี้เรือรู้สึกจะโคลงมากกว่าทุกวัน ได้แต่เตือนเขาให้ทานยาแก้เมาด้วย เพื่อป้องกันไว้ก่อน ทานข้าวไปได้สักพัก เขาทำท่าผะอืดผะอมอีก เฮ้อ ! ไม่ยอมออกกำลังกายเดินเหินเสียบ้าง มันเลยไม่แข็งแรงน่ะซี่ เขาทานเสร็จก็นั่งดูโทรทัศน์และนอน ร่างกายเลยไม่แข็งแรงเพราะขาดการออกกำลังกาย ฉันให้เขานั่งอยู่ที่เก้าอี้ ฉันเป็นคนไปยกน้ำองุ่นที่เขาชอบ หาข้าวต้ม หมูแฮมมาให้เขา ทานข้าวต้มร้อน ๆ เขากินได้ไม่มาก น้ำองุ่นที่ชอบก็ดื่มได้แก้วเดียว ฉันส่งเขาขึ้นห้องนอนแล้ว ฉันก็ออกมาชมทิวทัศน์ ท้องทะเล สายน้ำ ท้องฟ้า เป็นภาพธรรมชาติที่หาไม่ได้อีกแล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้มีโอกาสมาชื่นชมท้องทะเล ท้องฟ้า และ ภูเขา พรุ่งนี้เราก็ต้องกลับแวนคูเวอร์แล้ว โอกาสที่จะมานั่งชื่นชมความงามของธรรมชาติเหล่านี้ คงจะยากและนาน เพราะฉันไม่ใช่คนร่ำรวยที่จะได้ไปไหนมาไหนท่องเที่ยวได้บ่อย ๆ นี่นา

วันนี้เทือกเขาเหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอก ลอยเป็นควันสีเทาบางเบา ต้นไม้ตามชายฝั่งที่เรือแล่นผ่าน เป็นต้นสน เตี้ย ๆ บางช่วง ป่าเขาเหล่านี้หลุดออกจากเกาะใหญ่ กลายเป็นเกาะเล็ก เกาะน้อยห่างออกจากเกาะใหญ่ ดูแล้ว ธรรมชาติก็สวยไปอีกรูปแบบหนึ่ง สายน้ำที่เรือแล่นผ่านไปอย่างช้า ๆ เป็นละลอกคลื่นกระเพื่อมไปตามเรือที่แล่นไปบนผิวน้ำ ปุยเมฆ หมอก บนท้องฟ้าที่ปกคลุมอยู่บนยอดเขา หนาบ้าง บางบ้างไปตามสภาพธรรมชาติในขณะนั้น เป็นทิวทัศน์ที่งดงามที่ฉันหาดูได้ยากจากเมืองกรุงที่ฉันอยู่จริง ๆ ท้องทะเลที่ฉันมาครั้งนี้ ก็ดูแปลกไปจากท้องทะเลที่ฉันเคยไปเที่ยวมาหลายแห่ง ฉันนั่งเหม่อมองออกไปยังท้องทะเลอันเวิ้งว้าง กว้างใหญ่ไพศาลแล้ว ฉันก็อดไม่ได้ที่จะต้องคิดถึงอดีตของฉัน เมื่อครั้งที่ฉันไปเที่ยวเกาะล้านกับเขาเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตรักของฉัน เขาลงมาจากแพร่มารับฉันไปเที่ยวทะเลที่เกาะล้านด้วยกันพร้อมกับพี่สาวและเพื่อนพี่สาวของเขา เป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุดในชีวิตรักและชีวิตแห่งความเป็นสาวของฉันที่รู้จักความรัก มันก็เป็นธรรมชาติของมุษย์เรานั่นเอง ยามที่เราอยู่ในความรัก อะไร ๆ ก็สวยงามไปหมด แม้แต่ท้องทะเลที่เห็นว่าสวย ก็ยังสวยสู้ความรักของฉันไม่ได้ แต่ความสุขที่ฉันได้รับมันก็ช่างแสนจะสั้นเหลือเกิน เป็นการเจอหน้า เป็นการเที่ยวด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายของความรักระหว่างฉันกับเขา แล้วเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างไร้เหตุผล ไร้คำตอบให้ฉันอย่างสิ้นเยื่อใยจริง ๆ ใจคนหนอใจคน ทำไมหนอจึงแปรเปลี่ยนและลืมความทรงจำที่ดี ๆ ที่เคยมีต่อกันเป็นเวลานานเป็นสิบ ๆ ปีได้ลงคอ ลืมได้ง่ายดายเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต ลืมคำพูด ลืมสัญญา ฉันอยากรู้เหลือเกินว่า ผู้ชายในโลกจะเป็นอย่างเขาทุกคนหรือเปล่าหนอ ขาดความมั่นคง ขาดความรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองก่อไว้ เหมือนดังเนื้อเพลงหนึ่งที่มีเนื้อร้องไว้ว่า "เป็นผู้ก่อแล้วก็ทำลาย" ทำลายอย่างสิ้นซากไม่เหลือเยื่อใยใด ๆ ทั้งสิ้น เหลือไว้แต่คำว่า "ขอโทษ ที่สร้างความไม่สมหวังให้" ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่า จิตใจของเขาทำด้วยสิ่งใดหนอ จึงใจดำได้มากขนาดนั้น จากไปอย่างไม่มีวี่แววว่าจะเป็นไปได้เลย ให้คำมั่นสัญญาอย่างหวานสุดฤทธิ์แล้วก็ตัดฉับลงไปอย่างไม่คิดคำนึงถึงความเจ็บปวดของคนที่เขาบอกว่า "อันเป็นที่รักมากของเขา คิดถึงอย่างไม่รู้คลาย" นี่คงเป็นเพียงลมปากหวานหูให้แก่สาวเจ้าผู้โง่เขลาไร้ประสบการณ์ในเรื่องความรักอย่างฉันกระมัง" ตลอดระยะเวลาที่คบกัน เขาเป็นคนสุภาพ น่ารัก มีเหตุมีผล แต่ยามที่จะไม่มีเหตุผลก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เฮ้อ ! ทำไมหนอเขาถึงทำกับฉันได้มากขนาดนั้นนะ คำโบราณท่านว่า ใจคนหยั่งยากยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทร นั่นเอง หรือดังคำกลอนให้คติธรรมของท่านสุนทรภู่ได้กล่าวไว้ว่า "เหมือนเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน" คติธรรมของท่านสุนทรภู่ช่างใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัยเสียจริง ๆ

ฉันระลึกหวนคิดถึงอดีตที่ร้าวรานไปอย่างเลื่อนลอย อยากให้ความร้าวรานเจ็บซ้ำเหล่านี้ที่เกาะกินอยู่ในใจฉันเป็นเวลาสามสิบกว่าปีนี้ หลุดลอยหายจมทะเลไป ฉันจะได้ไม่ต้องทุกข์ใจที่ลืมอดีตเหล่านี้ไม่ได้เสียที มันเหมือนตุ๊กแกที่เกาะติดอยู่ในความรู้สึกที่ยากจะขจัดออกไปจากใจได้หมด ไม่ได้เจ็บปวดอะไรมากนักหรอกนะ แต่มันรำคาญใจที่ไม่สามารถตัดความคิดคำนึงกับสิ่งที่เขาทำกับฉันไว้ได้เท่านั้น มันมีแต่คำถามว่า "ทำไม ทำไม เขาจึงแปรเปลียนไปอย่างไร้เหตุผลเช่นนั้น" เฮ้อ! ทะเลแห่งความเศร้าเอย โปรดมารับสิ่งเลวร้ายในใจของฉันให้ไปสู้ท้องทะเล ให้มันจมอยู่ใต้ท้องทะเลโดยไม่ต้องผุดขึ้นมาได้อีก ฉันจะขอบใจทะเลเป็นอย่างมากเลยนะจ๊ะ

ฉันปลดปล่อยอารมณ์แห่งความทุกข์ระทมให้ลงสู่ท้องทะเลไปแล้วหันกลับมาชื่นชมทิวทัศน์อันสวยงามของธรรมชาติต่อไป ซึ่งความสวยงามของธรรมชาติเป็นสิ่งเยียวยาความรู้สึกที่อ้างว้างและซึมเศร้าของฉันได้ดีวิธีหนึ่ง ธรรมชาติไม่เคยให้ความทุกข์แก่ใคร หากมนุษย์ไม่ไปทำลายธรรมชาติก่อน ธรรมชาติมีแต่ให้คุณประโยชน์แก่มนุษย์เสมอ ท่านว่าจริงไหมล่ะคะ

กำลังปล่อยอารมณ์ไปกับความสุขที่ได้อยู่กับธรรมชาติ อารมณ์สุนทรีย์ของฉัน ก็ต้องสะดุดหยุดลงไป เมื่อจมูกของฉันสัมผัสกับกลิ่นอันไม่พึงปรารถนา เหมือนมีมารมาผจญไม่ให้ฉันได้อยู่ชื่นชมความงามของธรรมชาติต่อไป นั่นคือ กลิ่นบุหรี่ของเจ้าฝรั่งแก่ ๆ ผู้ไม่มีมารยาท กำลังพ่นควันฉุย ลมก็ดันพัดมาที่ฉันนั่งอยู่ริมขอบเรือเสียด้วย อารมณ์แห่งความสุขในการชื่นชมธรรมชาติของฉันถูกมารมาผจญเสียแล้ว ฉันจึงต้องลุกขึ้นจากที่เก่าเดินไปที่อื่นอย่างนึกรังเกียจในใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็หาที่เหมาะ ๆ ไม่ได้เหมือนที่เก่าที่ฉันนั่งคนเดียว สามารถที่จะปล่อยอารมณ์ ปล่อยความคิดได้เป็นอย่างดี เพราะแต่ละที่มีแต่คนพลุกพล่าน ประกอบกับเริ่มปวดปัสสาวะเลยเดินกลับห้องพักไป แต่ปรากฏว่า เก๊าไม่ได้อยู่ในห้องเสียแล้ว ฉันจัดการกับธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว ก็ขึ้นไปชั้น 5 ที่บ่อนคาร์สิโน ไปนั่งที่โซฟาติดหน้าต่างเรือชมวิวทิวทัศน์ตามที่ฉันชอบ แต่ก็ไม่แจ่มชัดเหมือนชั้นบน เพราะมองออกจากกระจกเรือออกไป นั่นเอง แล้วฉันก็โชคดีได้เห็นหางปลาวาฬโผล่หางออกมาสองตัวน่ะ ตั้งแต่มายังไม่เคยเห็นเลย แต่น่าเสียดายฉันถ่ายรูปมันไม่ทันเลย เพราะมันไวมาก

วันนี้ประมาณ 11 โมงกว่า มีรายการโปรโมชั่นลดราคาสินค้า คือพวกเครื่องประดับ นาฬิกา ทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย ฉันเห็นมันถูกดี นาฬิกาผู้หญิง 1 เรือน แล้วยังมีสร้อย แหวนและ ต่างหูแถมมาด้วย อย่างละ 1 จาก 89 ดอล เหลือ ประมาณ 20 ดอลเท่านั้น เลยซื้อมา 1 เซ็ท

อาหารมื้อเย็นผ่านไปแล้ว ฉันจัดกระเป๋าเดินทางไว้ให้เรียบร้อยเพราะว่า คืนนี้ตอนเที่ยงคืนต้องเอากระเป๋าไว้หน้าห้อง เพราะพรุ่งนี้เช้าเรือจะเทียบฝั่งให้เราออกจากอเมริกาและเราต้องเดินทางกลับแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาแล้ว

เย็นนี้หลังอาหารมื้อเย็นแล้ว จะมีการแสดงโชว์ เราต้องรีบไปจองเก้าอี้นั่งในโรงละครชั้น 4- 5 ที่เคยไปดูการแสดงโชว์นั่นเอง ถ้าไปช้า ที่นั่งก็จะหมด แล้วเราก็ต้องยืนดูเมื่อยอย่างคราวที่แล้ว คราวนี้ เราไปนั่งชั้น 4 ซึ่งน่าจะเป็น วีไอพี หรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะดูเก้าอี้ที่นั่งมันวิลิสมาหรากว่าชั้น 5 น่ะ แต่เราก็ไม่สนใจ เพราะเราก็ซื้อตั๋วมาเที่ยว ก็น่าจะเลือกที่นั่งที่เราพอใจได้นี่นา อิอิ

การแสดงของคืนนี้ เป็นการร้องเพลงเดี่ยวบ้าง คู่บ้าง การแต่งกายดูอลังการดีกว่าทุกชุดที่ได้ดูมาแล้ว ผู้หญิงที่ร้องเพลงเป็นชาวนิโกร ผู้ชายเป็นฝรั่ง มีการร้องไป เต้นรำไปด้วย มีฉากเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ มีแสง สี เสียง สวยงาม แปลกตาไปอีกรูปแบบหนึ่ง การแสดงมีประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น จบการแสดง เราก็กลับห้อง อาบน้ำ สระผม เข้านอน เพราะพรุ่งนี้เราต้องตื่นแต่เช้า ตามกำหนดการ ว่า เรือจะถึงท่าเรือ ประมาณ 7.00 น.

วันที่ 29 มิถุนายน 54

วันนี้ตื่นแต่เช้า อาบน้ำอาบท่า ทำธุระในชีวิตประจำวันเสร็จแล้ว แต่งตัวลงมาทานข้าวมื้อเช้าเป็นมื้อสุดท้าย แล้วก็เข้าห้องนอนไปเข้าห้องน้ำห้องท่าให้เรียบร้อยอีกครั้งแล้วก็อำลาห้องนอนในเรือสำราญอันสุโขนี้ไปแล้ว ลงมาข้างล่าง จึงรู้ว่า เรือถึงที่ท่าเรือเวลา 7.00 น. ก็จริง แต่เขาไม่ได้ให้เราต่างคนต่างลงเรือไป แต่เขาจะแบ่งพวกเราเป็นกรุ๊ป ๆ มีสีประจำกรุ๊ปด้วย มีสีเหลือง แดง เขียว ชมพู ส้ม ดำ น้ำเงิน กรุ๊ปของฉันเป็นสีส้ม ลงเป็นกรุ๊ปสุดท้าย กรุ๊ปแรกจะเริ่มลงจากเรือ เป็นเวลา 7.15 น. ต้องเข้าแถว มีการตรวจพาสปอร์ตออกจากเรือไป กรุ๊ปฉันกว่าจะได้ออกจากเรือก็เป็นเวลา 9.15 น.

ลงจากเรือแล้ว ก็ต้องไปเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอผ่านการตรวจคนเข้าเมือง ออกจากด่านแล้วก็ต้องไปเข้าแถวเพื่อรอรับกระเป๋าเดินทางอีก แล้วแถวก็ยาวเหยียดเช่นกัน กว่าจะออกจากท่าเรือไปยังฝั่งของแคนาดาได้ ก็เป็นเวลา 10 โมง แล้ว เก๊าไม่ยอมจ้างแท็กซี่กลับบ้านพัก บอกว่า เดินลากกระเป๋าไป ไม่ไกลหรอก แต่ที่ร้ายที่สุดคือ เขาจำทางผิด เดินหลงไปไหนก็ไม่รู้ ฉันเดินจนหอบ เหงื่อไหลเป็นทาง ทั้งผม ทั้งกลางหลังเสื้อนั้นแฉะไปหมดเลยทั้ง ๆ ที่อากาศหนาว ฝนก็ตกพรำ ๆ เดินหลงเป็นชั่วโมง กระเป๋าถึงจะมีล้อลาก ไม่ต้องหิ้ว แต่มันก็ลำบาก ทางเดินก็ไม่ใช้ว่าจะราบเรียบ แถมต้องข้ามถนนอีกมากมาย เข่าฉันก็ปวดมากอีก ช่างทรมานสิ้นดี เข็ดจนตายเลย เซ็งมาก ๆ ระหว่างทาง ฉันต้องใช้ภาษาอังกฤษงู ๆ ปลา ๆ ของฉันเพื่อถามทางที่จะไปถนน ร็อบสัน (เขาบอกว่า ถ้าเจอถนนนี้เขาก็สามารถจะจำทางเดินไปที่บ้านพักได้) กว่าจะได้ถึงบ้านเหนื่อยใจแทบขาดเลย ไม่รู้จะประหยัดไปถึงไหนหนอ ไปถึงบ้านขาดอีก 10 นาทีก็ 11 โมงแล้ว หิวจนตาลายเลยเชียว หมดแรง ผมของฉัน เสื้อผ้าของฉันชุ่มไปด้วยเหงื่อ แทบจะบิดออกเป็นน้ำได้เลย เหนื่อยแทบขาดใจตายจริง ๆ เข็ดจนตาย ฉันปวดเมื่อยไปทั้งตัว มือทั้งสองข้าง แดงเป็นลูกตำลึงสุกได้ทีเดียว ฉันต้องกินยาคลายเส้นและยาแก้ปวดไปอย่างละเม็ดแล้วนอน ตื่นขึ้นมาจึงรู้สึกค่อยยังชั่ว เฮ้อ ! ถ้าไม่ประหยัดค่าแท็กซี่ของเขา ฉันคงไม่ต้องเป็นแบบนี้

การท่องไปในโลกกว้างของฉันครั้งนี้ ฉันได้ไปไกลถึง
อาลาสกา ได้นั่งเรือสำราญลำใหญ่โต เห็นธรรมชาติอันสวยงาม ด้วยบรรยากาศของท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล เกลียวคลื่นที่ถาโถมในบางครั้งรุนแรง บางครั้งบางเบา คลื่นน้ำที่พลิ้วไปตามแรงลมที่พัดผ่าน แล้วแต่แรงลมที่พัดผ่านไปจะแรงหรือเบา ถ้าแรงละลอกคลื่นที่พลิ้วไปนั้นก็เป็นละลอกใหญ่และรุนแรง แต่ถ้าลมนั้นบางเบา ละลอกคลื่นก็จะพลิ้วเป็นละลอกน้อย ๆ ท้องฟ้าสีคราม ปุยเมฆสีขาวแซม ดูสดใส สว่างไสวในบางวัน บางวันมีเมฆหมอกหนาบ้าง บางเบาบ้าง เทือกเขาสูงที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ยามสะท้อนกับสายแดดเป็นประกายสีเงิน อากาศที่หนาวเย็นสบายท่ามกลางธรรมชาติที่สวยสดงดงามเช่นนี้ ที่ฉันมีโอกาสได้มาชื่นชมหลังชีวิตเกษียณอายุราชการ นับเป็นบุญวาสนาแห่งความเป็นโสดของฉัน
จริง ๆ นะเนี่ย ขอบอกกับท่านผู้อ่านว่า ถ้าท่านมีโอกาส ท่านจงหาความสุขมาเที่ยวที่อาลาสกาสักครั้งนะคะ แล้วท่านจะเห็นด้วยกับฉันว่า ความสุขของคนเราที่ได้จากธรรมชาติที่นี่ มันคุ้มค่ากับชีวิตของเราจริง ๆ ค่ะ (แต่ต้องเป็นคนที่ชื่นชอบธรรมชาติจริง ๆ นะคะ) ฮิฮิ

ฉันหวังว่า เนื้อหาและภาพต่าง ๆ ที่ฉันถ่ายมาจากการเที่ยวอาลาสกาและนำมาฝากท่านทั้ง 3 ตอนครั้งนี้ คงให้ความบันเทิงแก่ท่านผู้อ่านบ้างพอสมควรนะคะ ขอให้ท่านผู้อ่านมีความสุขและหาโอกาสไปชื่นชมอาลาสกาด้วยตัวของท่านเองค่ะ

สวัสดีค่ะ



Create Date : 21 ธันวาคม 2554
Last Update : 24 ธันวาคม 2554 20:05:28 น.
Counter : 1628 Pageviews.

9 comments
  
ชอบตอนที่ 2 กว่า เพราะเที่ยวบนบก บนเขา ธรรมชาติดีครับ



ปล. ผมชอบความรู้สึกเวลาอยู่ท่ามกลางท้องทะเล

มันทำให้รู้สึกว่า ความเจ็บปวด ความขมขื่น ความเศร้า ของเรา

มันช่างเล็กน้อยเหลือเกิน

เมื่อเทียบกับท้องทะเลอันกว้างใหญ่

โดย: pakma_13 วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:19:01:25 น.
  
บรรยากาศทางโน้นเหมือนกันกับแถบสแกนดิเนเวียเลยครับ
มาอ่านจนจบแล้วนะครับ
โดย: Zabby วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:0:00:18 น.
  
วันนี้ว่างว่าจะเข้ามาช่วยทำหัวบล็อก แต่เห็นทำไปเรียบร้อยแล้ว
ก็ขอชื่นชมครับ
โดย: Zabby วันที่: 14 มกราคม 2555 เวลา:4:16:14 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณครู :)
หนูแวะมาสวัสดีในวันครูค่ะ
โดย: Nepster วันที่: 16 มกราคม 2555 เวลา:22:41:02 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณครู ไม่ได้เข้ามาทักทายเสียนาน
คุณครู สบายดีนะค่ะ :)
เห็นคุณครูบอกว่า ไปทำจิตอาสามา ตั๊กแตนอยากไปบ้าง
หาโอกาส ไปตั้งแต่ตอนเรียน แต่ติดนั่นติดนี่เลยไม่ได้ไปซะทีค่ะ
ไว้โอกาสหน้า ฮ่าๆๆ ถ้ามีกิจกรรมดีๆ ฝากชวนหนูด้วยนะค่ะ :)
อิอิ ถึงแม้อาจจะไปด้วยไม่ได้ แต่ได้ร่วมทำบุญก็ยังดีค่ะ
โดย: Nepster วันที่: 31 มกราคม 2555 เวลา:19:59:59 น.
  
สุขสันต์วันเกิดค่ะอาจารย์สุวิมล

ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 6 สิงหาคม 2555 เวลา:0:13:18 น.
  
สุขสันต์วันเกิด
ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวย
เงินทอง ความสุขมากๆนะครับ
โดย: fnhero125 วันที่: 6 สิงหาคม 2555 เวลา:14:52:49 น.
  
ขอบคุณครับ ท่านอาจารย์ ที่แวะไปเยี่ยม
เที่ยวบ้าง ทำงานบ้างครับ มีโอกาสก็ไป ไม่มีก็พักผ่อนอยู่บ้าน และเที่ยวในเมืองไทยครับ ไปต่างถิ่นก็ลำบากเรื่องปัจจัยสี่ นะครับ ถ้าแข็งแรงก็ควรท่องเที่ยว พักผ่อน ยามไม่แข็งแรงจะได้ดูแลรักษาสุขภาพนะครับ
ขอบคุณและสวัสดีครับ
โดย: nordcapp (nordcapp ) วันที่: 8 สิงหาคม 2555 เวลา:11:27:05 น.
  
ขอบคุณมากๆครับ
ที่แวะไปให้กำลังใจ
อาจารย์เที่ยว ถ่ายรูป และเล่าเรื่องราวได้เยอะมากครับ
สนุกสนาน
สวัสดีครับ
โดย: nordcapp (nordcapp ) วันที่: 9 สิงหาคม 2555 เวลา:9:57:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ
http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
New Comments