... ^^ Welcome to suvilajamsai's world ^^...
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
15 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
ทริปวุ่น หัวใจลุ้นรัก (4)


มาแล้วค่าาาาา... ทริปวุ่น หัวใจลุ้นรัก #4 สำหรับตอนนี้ก็จะเป็นตอนที่เคยตีพิมพ์ใน VIEVA ฉบับเดือนพฤษภาคมค่ะ

หลังจากรอกันอยู่นาน ในที่สุดสมาชิกของทัวร์ "ชื่นใจเมื่อใกล้รัก"​ก็เดืนทางมาถึงเวียนนาจนได้แล้วนะคะ และในที่สุด นายเจค็อบ-ภูวนัตถ์ ไกด์กิตติมศักดิ์ก็ได้ออกโรงเสียที ซึ่งมีผลต่อปฏิกิริยาของนางเอกเราสุดๆ เลยค่ะ


##############################

เมื่อลูกทัวร์และทีมงานอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว ทัวร์ ลีดเดอร์ ประจำทริปก็กล่าวทักทายทุกคนด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง

“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ทัวร์ 'ชื่นใจเมื่อใกล้รัก' ของคลื่นสวีท เมมโมรี่ นะครับ ผมเจค็อบ-ภูวนัตถ์ รับหน้าที่ดูแลทุกท่านตลอดแปดวันนี้”

ท่าทีนักแสดงหนุ่มเป็นกันเอง ไม่มีเค้าว่าจะหยิ่งสักนิด ทั้งๆ ที่ความ 'โคตรหล่อโคตรดัง' เอื้อให้เขาสามารถทำอย่างนั้นได้สบายหากต้องการ ทุกคนจึงปรบมือให้ด้วยความเต็มใจ

“ขณะนี้รถบัสจอดรออยู่ที่หน้าสนามบินแล้วนะครับ ผมขอเชิญทุกท่านขึ้นรถได้เลย อ้อ! แต่ก่อนออกเดินทาง ตรวจดูให้เรียบร้อยด้วยนะครับว่าหยิบสัมภาระมาครบหรือเปล่า”

ชื่นรักเปิดกระเป๋าถือของตัวเองออกดูเป็นพิธี เมื่อพบว่าพาสปอร์ต กระเป๋าสตางค์ เครื่องแบล็กเบอรี่ และสมุดจดพล็อตอยู่ครบก็เบาใจ กระเป๋าเดินทางสีเข้มที่ห้อยตุ๊กตาเดอะ พาวเวอร์พัฟ เกิร์ล ครบแก๊งค์ตัวใหญ่บึ้มก็น่าจะไม่สลับกับของใครได้หรอกมั้ง...

“ว้ายยยยยยย ของของพี่หายไปอย่างนึงค่ะ สงสัยลืมไว้บนเครื่องแน่เลย ทำไงดี”

เจ้าของเสียงโวยวายดังลั่นนั้นคือนิดา ซึ่งสามีของเธอก็รีบละล่ำละลักถามทันที

“อะไรหายจ๊ะนิ ตัวเองหาดีแล้วเหรอ มานี่มา เค้าช่วยหา เอ้า พาสปอร์ตอยู่นี่ กระเป๋าเงินก็อยู่นี่ กล้องก็อยู่ เอ... แล้วอะไรหายล่ะจ๊ะ”

สีหน้าของนิดาร้อนรนขณะควานทั่วกระเป๋าวุ่น “ลิสท์มุมสวยที่ต้องถ่ายรูปที่เค้าปรินท์ออกมาน่ะสิ อุตส่าห์รวบรวมอยู่ตั้งนาน สงสัยเอาออกมาดูแล้วลืมไว้บนเครื่องบินแหงๆ เลย”

“ไม่น่านะ ตอนลุกขึ้นเค้าเห็นตัวเองพับเก็บใส่กระเป๋าแล้วนี่”

“งั้นก็ในห้องน้ำเมื่อกี้น่ะสิ เออ ใช่! จริงด้วย!” นิดาร้องเสียงแหลมเมื่อนึกขึ้นได้ แล้วส่งสายตาวิ้งๆ ให้ภูวนัตถ์ “น้องเจค็อบคะ เอิ่ม... คือ จะว่าอะไรไหมคะถ้าพี่แบบว่า... ขอวิ่งกลับไปดูที่ห้องน้ำหน่อยน่ะค่ะ น่าจะยังอยู่ นะคะ แป๊บเดียวเอง”

ภูวนัตถ์ชั่งใจ หากก็ยอมพยักหน้า

“รบกวนรีบไปรีบมานะครับ”

“ขอบคุณที่สุดเลยค่ะ”

นิดากรี๊ดกร๊าดดีใจแล้วรีบฉุดมือแฟนหนุ่มให้ไปด้วยกันแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถเข้าไปข้างในห้องน้ำหญิงด้วยได้ก็ตาม ชื่นรักสบตากับรเณศโดยไม่ต้องนัดหมายแล้วพ่นหัวเราะหึๆ พร้อมกัน
“ความจริงไม่เจอก็ดีนะ เผื่อพี่แกจะถ่ายรูปน้อยลงบ้าง”

รเณศกระซิบ ชื่นรักตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด

“โอ๊ย ไม่มีทางหรอก แกคิดว่าจะมีอะไรมาหยุดพวกเขาได้เหรอ”

ไม่ต้องรอคำตอบ นักเขียนสาวก็รู้ว่า...ไม่มี เธอค่อนข้างมั่นใจว่าต่อให้โลกใบนี้ระเบิดบึ้มจนกลายเป็นจุณ พี่แกก็คงถ่ายรูปกับจักรวาลและเศษซากอุกกาบาตได้อยู่ดี

แต่ถึงอย่างไรรเณศและชื่นรักก็ไม่มีปัญหาเรื่องการรออยู่แล้ว ก็มาเที่ยวเรื่อยๆ เปื่อยๆ เฉื่อยๆ ชิลๆ นี่นา นักเขียนสาวนั่งลงแล้วกวาดสายตาไปรอบๆ ดูเหมือนว่าคู่อื่นๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเช่นกัน มีเพียงแววดาริกาที่ทำหน้าเซ็งสุดๆ ไม่เพียงเท่านั้น สาวสวยยังบ่นกับปริยกรแบบไม่ออมน้ำเสียงเลยอีกด้วย

“ขี้ลืมแบบนี้แย่จังนะคะพี่ป๊อป ทำเอาคนอื่นเสียเวลากันหมด ความจริงของแค่นั้นทิ้งๆ ไปก็ได้ ถึงยังไงทางทัวร์ก็ต้องแนะนำสถานที่ขึ้นชื่อให้เราอยู่แล้ว”

“ไม่เอาน่าริก้า”

“ก็ริก้าไม่ชอบนี่คะ เห็นแก่ตัวที่สุดเลย ปล่อยให้คนเป็นสิบรอตัวเองหาของที่ไม่สำคัญชิ้นเดียวอยู่ได้”

ขณะที่บรรยากาศชักจะอึมครึม พระเอกหนุ่มก็กอบกู้สถานการณ์ด้วยการยื่นขวดน้ำเปล่าที่ทางทัวร์เตรียมไว้ไปตรงหน้าหญิงสาวสวย พลางส่งยิ้มให้

“ดื่มน้ำแล้วนั่งพักก่อนเถอะครับ ถึงยังไงวันนี้เครื่องบินก็ลงจอดก่อนเวลา ถึงจะรออีกนิดก็ไม่สายกว่ากำหนดการหรอกครับ”

เพราะพระเอกหนุ่มเข้ามาดูแลด้วยตัวเอง สีหน้าของแววดาริกาจึงสดใสขึ้น ยอมกล่าวขอบคุณและรับเครื่องดื่มมานั่งรอเงียบๆ แต่โดยดี

...เจ๋งแฮะ ทำให้เจ้าแม่จอมเอาแต่ใจตัวเองอย่างยัยริก้ายอมสงบปากสงบคำได้ด้วยคำพูดแค่สองสามประโยคกับหนึ่งยิ้ม แต่ก็น่าอยู่หรอก มีคนหล่อขนาดนั้นมาเอาใจ ใครจะไปทำใจแข็งอยู่ได้ล่ะเนอะ

นักเขียนขยับจะเม้าท์สิ่งที่ตัวเองคิดให้ 'คนรักปลอมๆ' ฟัง หากรเณศก็กำลังมองภาพนั้นอยู่เช่นกัน แต่ด้วยแววตาที่ต่างจากเธอมาก

เชอะ... ไหนบอกว่าไม่แคร์ไงยะ แล้วรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมานี่อะรายยยย หึงเขาอยู่ไม่ใช่เรอะ

เฮ้ออออ ไอ้เนสเอ๊ย จะหึงไปทำม้าย... ดูก็รู้ว่าฝ่ายนั้นทำตามหน้าที่ เห็นมั้ยล่ะ เขาแจกน้ำให้ยัยริก้าคนเดียวเสียที่ไหน ก็เดินแจกและทักทายลูกทัวร์คนอื่นๆ เหมือนกันนั่นแหละ

คิดมากไม่เข้าเรื่องจริงๆ แถมยัง 'ซึนฯ' อีกต่างหากคนเรา!

“น้ำครับ”

ขณะที่ชื่นรักกำลังลอบสังเกตท่าทีของรเณศเพลินๆ ภูวนัตถ์ก็ถือขวดน้ำสองขวดมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอพร้อมด้วยรอยยิ้มกว้างขวางจนเห็นฟันขาวสวยปิ๊งเรียงเป็นระเบียบ และเพราะหญิงสาวนั่งอยู่ พระเอกหนุ่มจึงค้อมตัวลงมาเล็กน้อย พร้อมทั้งเพิ่มดีกรีความสดใสของรอยยิ้มมากขึ้นอีก

อูย.... แสบตาชะมัด วิ้งๆ เลย ตาจะบอดไหมเนี่ย

“ขอบคุณค่ะ”

แม้ริมฝีปากจะขยับเช่นนั้น แต่มือของนักเขียนสาวกลับไม่ยอมขยับเขยื้อนสักนิด จนรเณศหันมาเห็นเข้าจึงรับทั้งสองขวดมาถือไว้เสียเอง

“ไอ้ชื่น”

ครีเอทีฟหนุ่มเรียกเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวยิ้มค้างอยู่ในท่านั้นแม้ว่าพระเอกหนุ่มชื่อดังจะผละไปแล้ว และเมื่อหญิงสาวยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาก็โบกขวดน้ำไปตรงหน้า

“เฮ้ย หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า ฮัลโหล คุณชื่นรัก ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า”

“เออ ยังไม่ตาย แต่ก็เกือบไป”

“อะไรว้าาาาาาา แค่เห็นหน้าหล่อๆ ใกล้ๆ แค่นี้ ถึงกับตกตะลึงจนวิญญาณจะหลุดออกจากร่างเลยเหรอ”

“เออดิ เฮ้ออออ”

เมื่อได้เปิดปากพูด หญิงสาวถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่ากลั้นลมหายใจอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ตอนที่ภูวนัตถ์โน้มตัวลงมาส่งยิ้มสว่างกระจ่างใสให้ในระยะห่างกันเพียงไม่ถึงหนึ่งฟุต จนเมื่อเขาเดินจากไประยะหนึ่งถึงระลึกสติกลับมาได้ และรู้สึกว่าเมื่อครู่ตัวเองหยุดหายใจ จึงผ่อนลมหายใจออก

ต๊ายยย เกิดมาเกือบจะสามสิบปี เพิ่งจะเคยเป็นครั้งแรกนี่แหละ ไอ้อาการตกตะลึงพรึงเพริดกับความหล่อของใครสักคนจนถึงกับลืมหายใจเนี่ย!

เจค็อบ-ภูวนัตถ์ นอกจากคุณจะเป็นพระเอก 'โคตรหล่อโคตรดัง' แห่งยุคแล้ว คุณควรจะได้รับการขนานนามว่า 'พระเอกหล่อลืมหายใจ' ผู้กระชากวิญญาณของสาวๆ ด้วยรอยยิ้มเพียงครั้งเดียวอีกด้วย!

ถึงว่าล่ะ...เมื่อกี้ยัยริก้าจอดแน่นิ่งไปเลย เจอ 'รอยยิ้มพิฆาต' เข้าไปนี่เอง...

นักเขียนสาวรีบควักสมุดจดพล็อตขึ้นมา บรรยายข้อความเหล่านี้ลงไปแล้ววาดเส้นยึกยือล้อมรอบ บอกให้รู้ว่าเป็นข้อความสำคัญมากกกกกจริงๆ สงสัยจังว่าบรรดานางเอกที่เคยเล่นละครคู่กับเขาไม่ขาดใจตายไปหมดแล้วได้ยังไงกันนะ ขนาดเธอได้จ้องหน้าเขาแบบใกล้ๆ ตรงๆ แค่ไม่กี่วินาทีโดยไม่ได้สัมผัสกันแม้แต่ปลายเล็บ ยังเผลอลืมทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งการหายใจเลย!

“อ๊าย!! เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าในโลกนี้มีคนหน้าตาหล่อกระชากใจขนาดนี้ด้วย”

“เอ้าๆ เพ้อละ ใจสั่นเลยอะดิ”

รเณศแซว หากชื่นรักสั่นศีรษะหวือทั้งๆ ที่ยังยิ้มค้างอยู่

“ไม่อ่ะ ใจฉันยังปกติดีอยู่ แต่... กรี๊ดดด หล่อว่ะ หล่อมากๆ มากๆๆๆๆๆๆๆ รอยยิ้มเมื่อกี้ยังติดตาอยู่เลยอ่ะแก ทำไงดี”

“เฮ้อ เป็นเอามากเพื่อนตู”

รเณศส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าขณะนี้ดวงตาของหญิงสาวเป็นประกายวิ้งๆ แก้มงี้พอง หน้าก็บานเป็นกระด้งเชียว นี่ถ้ามีรูปหัวใจลอยวิ้งๆ ด้วยล่ะก็ เหมือนในหนังสือการ์ตูนตาหวานเปี๊ยบ

“ยังไงก็เก็บอาการหน่อย อย่ามาทำท่าบ้าดาราแถวนี้ ฉันอายเขาว่ะ"

“พูดมากจริง เงียบไปเลยไป คนเขาจะกรี๊ด ขัดคออยู่ได้ นี่แน่ะ!”

มือบางซัดสมุดเล่มสำคัญเข้าที่บ่าของอีกฝ่ายไม่ยั้ง ครีเอทีฟหนุ่มหัวเราะร่า ตั้งแต่เกิดมาเขาเพิ่งเคยเห็นก็อซซิล่าสาวอย่างชื่นรักทำท่าเขินก็วันนี้แหละ ปกติเก่งแต่พ่นไฟแฟ่ดๆ

รอให้นักเขียนสาวประทุษร้ายเขาจนหนำใจ รเณศค่อยรวบข้อมือบางให้หยุดแล้วขยี้หัวเจ้าหล่อนเป็นการตอบแทน ซึ่งมีผลให้ชื่นรักกรีดร้องโวยวายเพราะรักและหวงทรงผมเป็นที่สุด ทั้งคู่คงจะต่อปากต่อคำกันต่อไปอีกนานถ้านิดาและจักรไม่วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาพร้อมปึ๊งกระดาษในมือ คู่กัดถึงได้ฤกษ์สงบศึก

ทั้งสองไม่รู้เลยว่ามี 'คู่รัก' คู่หนึ่งมองมาด้วยสายตาริษยาเพียงไร...


บทที่ 3

ในที่สุดก็มาถึงเวียนนาจนได้...

นักเขียนสาวจดลงสมุดขณะรถบัสขนาดย่อมค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าเมือง แสงแดดอันเจิดจ้าของฤดูร้อนแต่อากาศไม่ร้อนจัดและอบอ้าวอย่างเมืองไทยทำให้เธอมองออกไปด้านนอกหน้าต่างด้วยความสดชื่น หญิงสาวเลือกนั่งรถแถวหน้าสุดเพื่อจะได้เห็นวิวชัดๆ ทั้งจากด้านข้างและด้านหน้า

“หลังจากที่เราเช็กอินที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว ผมจะให้เวลาทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยนะครับ” ทัวร์ ลีดเดอร์กิตติมศักดิ์ประกาศ “แล้วลงมาเจอกันที่ล็อบบี้ตอนสิบเอ็ดโมงตรงสำหรับอาหารกลางวัน ใครที่ยังไม่ได้ปรับนาฬิกา อย่าลืมปรับด้วยนะครับ เวลาของออสเตรียจะช้ากว่าที่เมืองไทยหกชั่วโมง”

ชื่นรักและรเณศปรับนาฬิกาข้อมือตามเวลาของนาฬิกาที่ติดอยู่ด้านหลังภูวนัตถ์ ระหว่างทาง นักแสดงหนุ่มเล่าถึงประวัติความเป็นมาของประเทศสาธารณรัฐออสเตรียพอสังเขป โดยมีชื่นรักนั่งฟังด้วยความตั้งอกตั้งใจ ส่วน 'คนรัก' ของเธอน่ะหรือ ปรับเวลาเสร็จก็เล่นเกมซ่อนตาดำไปเรียบร้อยแล้ว

ต๊ายยยย ขี้เซาชะมัด ตอนที่อยู่บนเครื่องก็หลับเกือบตลอดเวลาเลยไม่ใช่หรือไง

“เดี๋ยวเก็บของเสร็จแล้วพี่กับพี่จักรว่าจะแวบไปเดินเล่นรอบๆ โรงแรมค่ะ น้องชื่นกับน้องเนสสนใจจะไปด้วยกันไหมคะ”

คู่ของนิดาซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังคู่ของชื่นรักยื่นหน้ามาถาม นักเขียนสาวสนใจแต่ไม่รู้ว่ารเณศจะว่าอย่างไรจึงตอบแบ่งรับแบ่งสู้ไปก่อน

“เอ... ขอชื่นถามเนสก่อนได้ไหมคะ”

“ไม่มีปัญหาค่ะ...”

นิดายืดตัวขึ้นเพื่อหาสมัครพรรคพวกเพิ่ม หากคู่รักอีกสามคู่นั่งอยู่ห่างออกไปและแยกตัวเป็นอิสระอย่างมาก ถัดไปด้านหลังสี่แถว แววดาริกาสวมแว่นกันแดดแบรนด์เนมสีชาอันใหญ่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ในขณะที่ปริยกรซึ่งสวมแว่นกันแดดเหมือนกันนั่งเอนหลังนิ่งๆ แถวข้างๆ ที่นั่งเยื้องกันเป็นคู่ของศศินิภาและกฤติน คู่รักวัยสามสิบต้นๆ ที่ดูเงียบ หงิม ติ๋ม จนนิดาไม่แน่ใจว่าลืมพกปากมาจากบ้านหรือเปล่า บางทีทั้งคู่อาจสื่อสารกันด้วยมือ เพราะดูเหมือนทั้งสองจะเข้าใจกัน มองไปยังสิ่งเดียวกันทั้งๆ ที่ไม่ได้ขยับริมฝีปากเลย มีเพียงมือที่เกาะกุมกันอยู่ แต่คู่ไหนๆ ในทริปนี้ก็ไม่หวานแหววเท่ากิ่งทองและใบหยกอีกแล้ว เพราะทั้งคู่นั่งอิงแอบแนบชิดกันที่มุมหนึ่งของเบาะแถวหลังสุด พลางชี้ชวนกันดูถนนหนทางของกรุงเวียนนา ประหนึ่งว่าโลกนี้มีแต่เราสองอย่างไรอย่างนั้น

“คนอื่นๆ ไม่เห็นมีใครยุ่งกับใครเลยเนอะน้องชื่น แบบนี้มาเที่ยวทัวร์กันทำไมเนี่ย”

คนรักของจักรยื่นหน้ามากระซิบกับชื่นรัก หากฝ่ายชายได้ยินและขัดขึ้น

“ก็เป็นเรื่องปกตินี่จ๊ะ ทัวร์นี้ไม่ใช่ทัวร์ธรรมดา แต่เป็นทัวร์ของคู่รักโดยเฉพาะ หลายคู่ก็คงอยากอยู่กันแค่สองคนนั่นแหละ”

“ถ้าอยากเที่ยวกันแค่สองคนก็ไปเที่ยวเองสิ นี่มันกรุ๊ปทัวร์นะ จะมาทำตัวห่างเหินกันแบบนี้ได้ยังไง จริงไหมคะน้องชื่น”

“เอ้อ ค่ะ”

ชื่นรักยื่นหน้าไปส่งยิ้มแหยๆ ให้นิดา ทั้งๆ ที่ความจริงเธอออกจะเห็นด้วยกับจักร แต่ไม่อยากขัดใจผู้ร่วมทัวร์รุ่นพี่

“คนเราน่ะ ต้องรู้จักมีมนุษยสัมพันธ์นะคะ เรื่องของคอนเน็คชั่นเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าชีวิตนี้เรารู้จักคนเยอะๆ นะคะ จะทำอะไรก็สบาย...”

เห็นคนรักทำท่าจะร่ายอีกยาว จักรรีบส่งกล้องให้ชื่นรักแบบรู้งาน

“เออ ที่รักจ๊ะ เรายังไม่มีรูปถ่ายบนรถตอนที่มาถึงเลยไม่ใช่เหรอจ๊ะ ...พี่กวนหน่อยนะครับน้องชื่น ถ่ายรูปให้หน่อย”

“ได้เลยค่ะ”

นักเขียนสาวรีบรับคำ พลางนึกชมไหวพริบอันดีของจักรที่รู้จักวิธีจัดการกับสาวคนรักเป็นอย่างดี ดูก็รู้ว่าเป็นมุกที่ชายหนุ่มใช้ประจำ และยังน่าจะได้ผลทุกทีเสียด้วย

เป็นแฟนที่น่ารักชะมัดเลยแฮะ แบบนี้ล่ะมั้งที่เขาว่ากันว่า แฟนที่ดี คือ คนที่รับรู้ข้อเสียของคุณ แต่ก็ยังรักและยินดีที่จะอยู่กับคุณ แถมยังพร้อมจะทำให้คุณมีความสุขอีกต่างหาก


เพราะรเณศมัวแต่หลับ ชื่นรักจึงปีนข้ามขาเขาเพื่อย้ายไปนั่งแถวคู่ขนานกับนิดาและจักรเพื่อให้พูดคุยกันได้โดยสะดวก จากคำบอกเล่า (ของนิดาเป็นส่วนมาก) ผู้ร่วมทัวร์คู่นี้แต่งงานกันมาเกือบสามปีแล้ว โดยทั้งคู่พบกันเป็นครั้งแรกจากการเข้าร่วมสัมมนาทางธุรกิจคอร์สเดียวกัน นิดาเป็นผู้หญิงสนุกสนาน ร่าเริง และชอบชวนเพื่อนๆ ไปหาอะไรกินกันในยามว่างอยู่เสมอ จากตอนแรกที่ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ ไปๆ มาๆ ผู้ร่วมกินของเธอก็ค่อยๆ ลดจำนวนลง จนเหลือแค่เธอและจักรที่พร้อมจะไปกับเธอทุกที่ทุกเวลา และจากการชวนกันกินก็ค่อยๆ ขยายผลไปเป็นชวนดูหนัง ชวนชอปปิง ชวนท่องเที่ยว และลงท้ายด้วยการชวนแต่งงาน

เออ... ดีจังวุ้ย ทำไมชีวิตเราไม่เห็นมีแบบนี้บ้างเลยฟระ!!

ชื่นรักนึกถึงสมัยที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย เธอเคยจับมือกับเพื่อนสนิทสาวชมรมวรรณศิลป์ไปเที่ยวต่างจังหวัดหนึ่งสัปดาห์ โดยไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนของเพื่อนคนนั้นที่เรียนอยู่คนละมหาวิทยาลัย จังหวะนั้น เธอแอบร่างพล็อตนิยายสไตล์พ่อแง่แม่งอนเอาไว้คร่าวๆ ให้มีสองสาวเดินทางไปกับกลุ่มใหญ่เหมือนเรื่องจริงเปี๊ยบ โดยแน่นอนว่าอีตาพระเอกต้องอยู่ในกลุ่มนี้ด้วยแหงๆ อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นจะหาข้ออ้างให้ต้องร่วมทางกัน (แบบจำใจ) จนรักกันได้อย่างไร จะเขียนให้บังเอิญเจอกันไปเสียทุกที่ก็ดูจะโลกกลมเกินไป ในเรื่อง เธออยากให้มีอีตาพระเอกจอมกวนคอยเข้ามาแซว แถมยังแกล้งนางเอกสารพัดตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ส่วนเพื่อนนางเอกก็ดี๊ดีแสนดี เข้าข้างคนอื่นเฉย ทำให้นางเอกยิ่งโมโห หงุดหงิดพระเอกไม่หาย แถมยังเซ็งเพื่อนด้วยที่ไม่ยอมเข้าข้างตัวเอง มัวแต่ใจอ่อนกับหนุ่มหน้าตาดีอยู่ได้ ก็เลยตามจองล้างจองผลาญพระเอกกลับ ประมาณว่า 'อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน จะเหยียบกระทืบๆ ให้จมดินเลย คอยดูสิ'
ปรากฏว่าความรักของเพื่อนสนิทของเธอเป็นไปตามพล็อตที่วางไว้ทุกประการ และนั่นคือที่มาของนิยายเรื่องแรกของชื่นรักที่เขียนขึ้นเพื่อมอบให้เป็นของขวัญแต่งงานของเจ้าบ่าวเจ้าสาว โดยที่บัดนี้เจ้าของเรื่องกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งไปแล้ว และกำลังจะตามมาอีกหนึ่งในไม่ช้า

...น่าอิจฉาชะมัด!

“แล้วน้องชื่นกับน้องเนสล่ะคะ รู้จักกันจนรักกันได้ยังไง”

นิดาถามทันทีเมื่อเล่าเรื่องของตัวเองจบ ซึ่งชื่นรักนึกอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องถาม จึงเล่าได้ไม่ติดขัด แต่ก็สรุปใจความแบบย่อมากๆ

“เรื่องของชื่นกับเนสไม่ค่อยมีอะไรมากหรอกค่ะ เราเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เด็กๆ ก็เลยรู้จักกัน คุ้นเคยกันมาตั้งแต่จำความได้แล้วค่ะ พอดีว่าอายุเท่าๆ กัน เราก็เลยเป็นเพื่อนกัน ดีกัน แล้วก็กัดกันมาตลอด...”

“แล้วก็เลยรักกัน จนตัดสินใจเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนมาเป็นแฟนใช่ไหมคะ”

“ก็ทำนองนั้นค่ะ”

“ดีจังนะครับที่มีเพื่อนที่รู้จักรู้ใจกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ”

เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของจักร แต่ดังมาจากเบาะด้านหน้าของชื่นรัก ภูวนัตถ์นั่นเอง พระเอกหนุ่มเอี้ยวตัวมาจากที่นั่งด้านหน้าเพื่อร่วมวงสนทนาด้วย

“ขอโทษนะครับที่ผมแอบฟัง พอดีผมอยากรู้จักผู้ร่วมทัวร์ทุกคนน่ะครับ”

“อุ๊ย ไม่มีปัญหาเลย ยินดีค่ะ”

เป็นนิดาอีกตามเคยที่ร้องเสียงแหลม พร้อมกับแนะนำตัวให้เสร็จสรรพ สมกับที่เพิ่งเล็กเชอร์ไปเมื่อสักครู่ว่าคนเราต้องมีมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่น

“พี่ชื่อนิดานะคะน้องเจค็อบ ส่วนนี่พี่จักรสามีพี่ค่ะ”

“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ พี่นิดา พี่จักร” พระเอกหนุ่มโปรยยิ้มหล่อแบบเป็นมิตร แล้วหันมาทางชื่นรัก “แล้วคุณ...”

“ชื่นรักค่ะ”

“ชื่นรัก??” คิ้วเข้มได้รูปเลิกขึ้นเล็กน้อย “ชื่อคุณเหมือนนามปากกาของนักเขียนคนหนึ่งเลยนะครับ”

“เอ้อ...”

“อย่าบอกนะว่าคุณคือนักเขียนคนนั้น”

“ถึงจะไม่อยากบอก ก็บังเอิญว่าใช่ซะด้วยสิคะ”

นักเขียนสาวตอบเสียงเบา ทั้งนี้เป็นเพราะลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อภูวนัตถ์มานั่งอยู่เสียใกล้ขนาดนี้ เสน่ห์ของเขาทำให้เธอขยับกายได้ยากลำบากเหลือเกิน

“โอ้ ดีใจจังเลยครับที่ได้เจอคุณชื่นรักตัวจริงเสียงจริง” ภูวนัตถ์สาดยิ้มกระจ่างใสเข้าเต็มตานักเขียนสาวอีกครั้ง ชื่นรักไม่แปลกใจเลยหากเธอจะละลายหายไปตรงนี้ หล่อโฮกกกกกกกกก “ผมอ่านนิยายของคุณจบแล้ว ประทับใจมากกกกกเลยครับ สนุกมากๆ”

“เรื่องไหนคะ”

“ทะเลดาวใต้แสงจันทร์ครับ”

“อ๋อออออ เรื่องที่เพิ่งทำพิธีบวงสรวงเปิดกล้องไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วใช่ไหมคะ” นิดาร้องขึ้น “เรื่องนั้นพี่ก็อ่านจบแล้วค่ะ ทั้งอบอุ่น หวานซึ้ง ประทับใจสุดๆ จนร้องไห้เลย ตายแล้ว ไม่นึกเลยนะคะเนี่ยว่านักเขียนคนเก่งจะนั่งอยู่ข้างๆ พี่นี่เอง”

ท่าทีตื่นเต้นของภูวนัตถ์และนิดาทำเอานักเขียนสาวชักเขิน แม้หัวใจจะพองฟูจนคับอกที่ผลงานได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

“ขอบคุณค่ะ”

“ต๊ายยยย ได้เจอน้องเจค็อบตัวเป็นๆ แบบนี้ แทบจะอดใจรอดูคุณครองภพไม่ไหวแล้วนะคะเนี่ย” ครองภพที่นิดาพูดถึง ได่แก่พระเอกของนิยายเรื่อง 'ทะเลดาวใต้แสงจันทร์' นั่นเอง

“ครองภพเป็นบทที่ดีมากครับ” พระเอกหนุ่มชื่นชม “เป็นผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ เข้มแข็ง แต่ก็อบอุ่น อ่อนโยน ต้องชมนักเขียนจริงๆ ครับที่สร้างตัวละครออกมาได้ดีขนาดนี้ ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าจะแสดงออกมายังไงให้ดีเท่ากับในหนังสือ”

“โธ่ จะยากอะไรครับ เจอตัวนักเขียนแล้ว สงสัยตรงไหนคุณเจค็อบก็ถามน้องชื่นเลยสิครับ”
“ได้ไหมครับ”

คำแนะนำของจักรทำเอานักเขียนสาวแก้มร้อนฉ่า... ขนาดคุยกันสี่คนเธอยังแทบจะพูดไม่ออกเลย ขืนปรึกษากันเรื่องพระเอกกับนิยายรัก มีหวังชื่นรักได้ขาดใจตายไปจริงๆ หาก...เธอจะปฏิเสธได้อย่างไร

“ยินดีค่ะ” นักเขียนสาวตอบออกไปในที่สุด

เฮ้อออออ ทำไมช่างเป็นทริปที่วุ่นวายได้ขนาดนี้นะ นอกจากจะต้องเล่นละครหลอกชาวบ้าน แถมยังเจอโจทก์เก่า เธอยังจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ลมหายใจจะหยุดไปตอนไหนก็ไม่รู้อีกเหรอเนี่ยยยยยย ใครก็ได้ช่วยที!!!!!


((โปรดติดตามตอนต่อไป))


Create Date : 15 กรกฎาคม 2554
Last Update : 15 กรกฎาคม 2554 8:25:17 น. 5 comments
Counter : 384 Pageviews.

 
ตอบคอมเมนต์นะค้า ไม่ได้ลงมาเกือบ 2 เดือน ไม่รู้ลืมกันไปหมดแล้วหรือยัง ><

คุณคน-เหงา -- อิอิ ^^

น้องเน -- แหม พูดได้ถูกใจค่ะ ฮาๆ
พี่ก็ลืมลงนิยายซะงั้น เพราะมันเดือนละหน เดือนที่แล้ววุ่นๆ เลยเผลอข้ามไป น่าอายจริงๆ ค่ะ >///<

คุณอร -- แหะๆ ช่วงแรกๆ คงวุ่นมากกว่าหวานนะคะ กว่าจะหวานคงต้องใช้เวลา ^____^

ุคุณ enjoydvd -- ขอบคุณค่ะ


ตอนนี้ที่เขียนไปแล้ว เรื่องจะวุ่นมากกว่าเดิมค่ะ แต่ยังไม่วุ่นถึงที่สุดนะคะ ^^ อย่าลืมติดตามกันในนิตยสาร VIEVA ค่ะ


โดย: ...ศุวิลา... วันที่: 15 กรกฎาคม 2554 เวลา:8:31:25 น.  

 
รอตั้งนานเลย
วันนี้สมหวังแล้ว...สงสัยทริปนี้จะวุ่นวายจริงๆๆ


โดย: คน-เหงา IP: 202.28.180.202 วันที่: 15 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:58:08 น.  

 
อ่านไปขำไป
สงสัยจัง คู่รักคู่ไหนอิจฉาคู่รักเก๊ ใช่ริก้ารึเปล่า ถ้าใช่ เนสก็น่าจะมีหวัง


โดย: ปุ๊ก IP: 203.144.220.246 วันที่: 15 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:59:26 น.  

 
แหมๆ ชื่นจ๋าาา ถ้าลมหายใจหยุด ก็ให้เจค็อบผายปอดให้สิค้าาา ฮิ้ววว


โดย: nay narilin IP: 223.207.54.15 วันที่: 16 กรกฎาคม 2554 เวลา:1:44:15 น.  

 
โจทก์เก่านี่ หมายถึงแฟนเก่าหรือเปล่านะ


โดย: ree IP: 223.204.212.147 วันที่: 26 ตุลาคม 2554 เวลา:5:37:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

...ศุวิลา...
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




'ศุวิลา' นักเขียนแนว LOVE (ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก) สนพ. แจ่มใส ♥








Friends' blogs
[Add ...ศุวิลา...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.