... ^^ Welcome to suvilajamsai's world ^^...
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
ทริปวุ่น หัวใจลุ้นรัก ( 3)


มาแล้วค่าาาาา... ทริปวุ่น หัวใจลุ้นรัก #3 ซึ่งเป็นตอนที่ตีพิมพ์ในฉบับเดือนเมษายนที่ผ่านมานะคะ


##################################

บทที่ 2

“พี่ป๊อป!!”

ชื่นรักช็อก ภาพอดีตวันวานเหมือนวนกลับมาหลอกหลอน

“ชื่น!!”

ปริยกรเองก็ตกใจไม่แพ้กันเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า

“พี่ป๊อปรู้จักคุณชื่นรักด้วยเหรอคะ”

แววดาริกาถามทั้งๆ ที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่กินความหมายลึกลงไป หญิงสาวอยากรู้ว่าทั้งสองรู้จักกันได้อย่างไรและมีความสัมพันธ์กันแบบไหนมากกว่า เพราะท่าทีของชื่นรักและปริยกรไม่ธรรมดาเลย ไม่น่าจะใช่แค่คนรู้จักกันเฉยๆ มัน 'ต้อง' มีอะไรมากกว่านั้น

“ก็ประมาณนั้นล่ะจ้ะ” ปริยกรตอบคนรัก แล้วพูดกับนักเขียนสาว “เราไม่ได้เจอกันกี่ปีแล้วนะ สักสิบปีได้ไหม ตั้งแต่พี่รับปริญญา”

“คงงั้นมั้งคะ” ชื่นรักตอบแบบเสียมิได้ รู้สึกเซ็งเป็นกำลัง

ทำไมโลกใบนี้ต้องกลมดิกอย่างที่กาลิเลโอบอกด้วยฟะ!!

“ใช่สิ ต้องใช่แน่ๆ พี่จำได้”

“ไม่รู้สิคะ ชื่นความจำสั้นซะด้วย”

เห็นท่าทีของชื่นรักที่เริ่มจะ 'เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง' คล้ายแววดาริกาซึ่งผิดวิสัยของชื่นรัก ไหนจะบรรยากาศมาคุที่เกิดขึ้นอีก รเณศมั่นใจว่าระหว่างเพื่อนบ้านสาวและแฟนใหม่ของแววดาริกาต้องมีปัญหากันมาก่อนแน่ๆ ชายหนุ่มไม่รีรอที่จะยิงคำถามทันทีที่พ้นมาจากคนทั้งคู่

“แกรู้จักผู้ชายคนนั้นด้วยเหรอวะ”

“คนไหน”

“ก็ไอ้คนที่ทำให้แกหน้าบูดเป็นตูดกบอยู่นี่ไงเล่า”

“อ๋อ ถ้าแกหมายถึงแฟนใหม่ของยัยริก้าล่ะก็ เฮ้อออออ...” หญิงสาวระบายลมหายใจยาว “ไว้แกก็จะรู้เองนั่นแหละ อย่าเพิ่งถามฉันตอนนี้เลย เซ็งเปล่าๆ จะไปเที่ยวทั้งทีดันมาเจอคนที่ไม่อยากเจอได้ไงไม่รู้ เสียฤกษ์จริงๆ”

ชื่นรักบ่นกระปอดกระแปด สีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดของนักเขียนสาวทำให้รเณศตัดสินใจไม่ถาม ไม่แซว เพราะแม้หญิงสาวจะขี้หงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ก็เป็นคนโกรธง่ายหายเร็วและไม่ค่อยเก็บเรื่องไม่เป็นเรื่องมาใส่ใจ ถ้าชื่นรักมีปฏิกิริยาเช่นนี้แสดงว่าผู้ชายคนนั้นต้องก่อเรื่องให้เธอหนักหนาสาหัสเอาการอยู่เหมือนกัน เขาไม่อยากเริ่มบรรยากาศของการท่องเที่ยวแบบอึมครึม จึงชี้ชวนให้นักเขียนสาวดูกระเป๋า รองเท้าสวยๆ ซึ่งทำให้อารมณ์ของชื่นรักแจ่มใสขึ้น


เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่องบิน ชื่นรักนึกหวั่นๆ ว่่าอาจจะได้นั่งใกล้กับปริยกร หรือ 'พี่ป๊อป' ผู้ชายที่ชื่นรักแสนจะชังน้ำหน้าเป็นที่สุด เพราะการเดินทางไปกรุ๊ปเดียวกันมักจะได้ที่นั่งโซนเดียวกันด้วย แต่โชคดีที่เมื่อเดินมาถึงที่นั่งซึ่งอยู่แถวกลางของเครื่องบินและนั่งได้สี่ที่ เธอพบว่าที่นั่งแถบหลังเป็นของนิดาและจักรที่กำลังเอี้ยวตัวถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน และคู่หงิมติ๋มที่ต่างคนต่างนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เงียบๆ ไม่สนใจใคร ส่วนที่นั่งด้านข้างของเธอกับรเณศเป็นของชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนที่กำลังขะมักเขม้นกับการแปะโพสท์อิทแผ่นเล็กลงในหนังสือท่องเที่ยวประเทศออสเตรียและเยอรมัน ซึ่งทำให้ชื่นรักตระหนักว่าเธอไม่ได้ศึกษาอะไรมาเลย แค่ปริ๊นข้อมูลคร่าวๆ ออกมาจากอินเตอร์เน็ทเผื่อว่าจะใช้เป็นแนวทางในการวางพล็อตนิยายได้บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ลงมืออ่านอย่างจริงจัง

...ขยันกันดีจังแฮะ ตีซี้ดีกว่า

นักเขียนสาวส่งยิ้มให้ แต่ไม่มีใครเห็นเพราะกำลังง่วนอยู่กับหนังสือ หญิงสาวจึงยอมแพ้ ขยับจะหันไปคุยกับรเณศ แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดก็เห็นอีกฝ่ายสวมที่คาดตาจมดิ่งสู่ห้วงนิทราเสียแล้ว
ต๊ายยยยย นี่เครื่องบินยังไม่ทันออกเลยนะยะ จะรีบนอนไปไหนนี่

หญิงสาวนึกนินทาในใจ แต่เมื่อเห็นปริยกรและแววดาริกาเดินมาลิบๆ ก็รีบปิดตาลงเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็น ชื่นรักก็ยังสัมผัสได้ว่าปริยกรหยุดนิ่งเล็กน้อยเมื่อเดินผ่านและมองหน้าเธอแวบหนึ่งก่อนที่จะก้าวต่อไป การปรากฏตัวของเขาทำให้เธอรู้สึกแย่เอามากๆ เพราะเขาเป็นมนุษย์ที่เธอไม่อยากเจอที่สุดในโลก

อุตส่าห์คลาดกันมาได้เป็นสิบปี ทำไมต้องมาเจอที่นี่ด้วยฟะ!!

หญิงสาวไม่อยากลืมตาขึ้นเพราะกลัวว่าปริยกรจะเดินย้อนกลับมาจึงข่มตาหลับไว้อย่างนั้นจนผล็อยหลับไปจริงๆ

เธอฝัน... เป็นฝันร้าย ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วตามมาหลอกหลอนจนทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าไปหมด แม้จะตื่นขึ้นมาแล้วความรู้สึกนั้นก็ยังไม่ยอมหายไป

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มผิวขาว หน้าตาดีที่นั่งอยู่ข้างๆ ถาม “เห็นทำหน้ายุ่ง กัดฟันตลอดเลย”

“หรือคะ” ชื่นรักโล่งอกที่เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงแค่ฝัน แม้จะเป็นฝันที่เคยเป็นความจริงมาก่อนก็ตาม แต่ก็เป็นอดีตไปแล้ว “เอ่อ ฉัน...ฝันร้ายน่ะค่ะ”

“เช็ดหน้าเช็ดตาสักหน่อยดีไหมครับ จะได้รู้สึกดีขึ้น”

ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มยังส่งซองทิชชูเปียกกลิ่นหอมมาให้อีกด้วย ชื่นรักรับมาดึงแผ่นหนึ่งแล้วส่งคืน
“ขอบคุณค่ะ”

กลิ่นหอมรวยรินและความชุ่มชื้นที่สัมผัสผิวทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เธอแนะนำตัวด้วยความรู้สึกที่สดชื่นกว่าเดิม

“ฉันชื่อชื่นรักค่ะ เรียกสั้นๆ ว่าชื่นก็ได้ ไม่ทราบว่าคุณ...”

“ใบหยกครับ”

ใบหยกไม่พูดเปล่า เขาส่งนามบัตรสีขาวสวยเนี้ยบให้กับชื่นรัก ทำให้หญิงสาวทึ่งเมื่อรู้ว่าเขาเป็นถึงกรรมการผู้จัดการของบริษัทแห่งหนึ่งเลยทีเดียว

...อายุสามสิบต้นๆ เองมั้งเนี่ย เป็นถึงเอ็มดีแล้ว สุดยอดดดดด เข้าสูตรหน้าตาดี โพรไฟล์เริ่ดเลยนะนี่ แบบนี้เป็นพระเอกนิยายได้สบายบรื๋อ ต้องเก็บข้อมูลซะแล้ว

“คุณใบหยกไปเที่ยวหรือไปทำงานคะ”

“เที่ยวครับ คุณชื่นรักล่ะครับ”

“เที่ยวเหมือนกันค่ะ” ...เที่ยวเป็นหลัก เรื่องหาข้อมูลเป็นรองนิดหน่อยไง

“ดีครับ” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่ดูดีสุดๆ จนชื่นรักฉีกยิ้มหวานตอบ “คุณชื่นวางแผนไปเที่ยวไหนบ้างครับนี่”

“ไปที่ออสเตรียแล้วก็เยอรมันค่ะ แต่อย่าถามว่าไปเมืองไหนบ้างนะคะ ชื่นเองก็ไม่แน่ใจเท่าไร คือ ชื่นเดินทางไปกับทัวร์ 'ชื่นใจเมื่อใกล้รัก' ของคลื่นสวีท เมมโมรี่ น่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าคุณใบหยกรู้จักหรือเปล่า”

“ฮ้า ชื่นใจเมื่อใกล้รักเหรอ งั้นก็เหมือนผมน่ะสิ”

“อ๊ะ จริงเหรอคะ บังเอิญจังเลย” หญิงสาวกรี๊ด ยิ้มกว้างกว่าเดิม

'พระเอก' ในอิมเมจเดินทางไปกับทริปด้วย โชคดีชะมัด!! จะได้ก็อปปี้คาแรกเตอร์ไปลงนิยายได้สบายเรา ฮูเร่ เริ่ด เริ่ดที่สุด!!!

“ไปทริปเดียวกันเลยได้นั่งด้วยกัน แบบนี้ไม่น่าจะเรียกว่าบังเอิญหรอกนะครับ”

ชายหนุ่มหน้าเข้มที่นั่งข้างๆ ใบหยกขัดขึ้น ทำเอาทั้งสองหันไปมองเป็นตาเดียว ชื่นรักเลิกคิ้วเมื่อรู้สึกว่าเธอไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ เพื่อนของใบหยกกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง

“อ้าว ทอง ตื่นแล้วเหรอ” ใบหยกถามเสียงอ่อน ก่อนจะแนะนำให้รู้จักหญิงสาว “พอดีเลย ผมกำลังคุยเรื่องไปเที่ยวกับคุณชื่นรักน่ะ คุณชื่นก็ไปทัวร์ชื่นใจเมื่อใกล้รักเหมือนเรานะ”

“ได้ยินแล้ว”

'คุณทอง' ตอบเสียงเข้มแต่ยังมีร่องรอยของความขุ่นเคือง ใบหยกจึงเอื้อมมือไปคว้ามือของอีกฝ่ายมากุมไว้แล้วบีบเบาๆ ซึ่งไม่รอดพ้นไปจากสายตาคมกริบของชื่นรัก และทำให้เรดาร์ของหญิงสาวส่งเสียงร้องเตือน

เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย... อย่าบอกนะว่า...

เงื่อนไขของทัวร์ 'ชื่นใจเมื่อใกล้รัก' คือต้องไปเป็นคู่... ชื่นรักรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของรเณศก้องอยู่ในหู

ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า...

“คุณชื่นครับ นี่ทอง สามีของผมครับ”

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!

นักเขียนสาวกรีดร้องเสียสติอยู่ในหัวเหมือนคนบ้า ขยับริมฝีปากอ้าๆ หุบๆ ราวกับเป็นปลาทองกลับชาติมาเกิดอย่างไรอย่างนั้น และพยายามอย่างยิ่งที่ไม่ส่งเสียงกรี๊ดออกมาจริงๆ

พระเจ้าช่วยกล้วยปิ้ง ก็พอจะเดาได้อยู่แล้วตั้งแต่ตอนจับมืออะนะ แต่ทำไม้ ทำไม ต้องทำลายจินตนาการพระเอกในฝันอันสวยงามของเธอจนป่นปี้ด้วยคำพูดเมื่อกี้ด้วย แง.............
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

ชื่นรักพยายามปั้นยิ้มและเปล่งคำพูดออกมาจากปากอย่างถึงที่สุด พลางส่งมือให้อีกฝ่าย กิ่งทองชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมยื่นมือมาเช็กแฮนด์กับนักเขียนสาว ดูท่าทางเขาเองก็ไม่ได้อยากจะก่อศัตรูนักหรอก แค่ต้องการแสดงสิทธิ์ให้ 'ชะนี' อย่างเธอรู้ว่าอย่าบังอาจมายุ่งกับคนของเขาเท่านั้นเอง

ไม่ยุ่งก็ได้ฟะ ยังไงภาพพระเอกในฝันก็ถูกทำลายจนย่อยยับแล้วนี่ ...คิดแล้วยังเสียดายไม่หาย ไม่น่าเลยวุ้ย เสียดายทรัพยากรอ่ะ อุตส่าห์หน้าตาดีทั้งคู่แท้ๆ

เพราะไม่อยากมีเรื่องเหมือนกัน ชื่นรักจึงย้ำให้กิ่งทองรู้ว่าเธอบริสุทธิ์ใจด้วยการแนะนำตัวอีกครั้ง

“ฉัน...ชื่นรักนะคะ เป็นนักเขียนนิยายที่...” เธอเอ่ยชื่อสำนักพิมพ์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ก่อนพูดต่อ “มาเที่ยวทัวร์นี้เพราะตานี่ได้รางวัลค่ะ”

หญิงสาวบุ้ยใบ้ไปยังรเณศที่ยังคงหลับสนิทภายใต้หน้ากาก ดูเหมือนจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย ชิ!

“แฟนหรือครับ”

“ก็ทำนองนั้นค่ะ อ้อ.... เรากำลังจะหมั้นกันเร็วๆ นี้แล้วด้วยค่ะ”

“โอ้ ยินดีด้วยครับ”

ท่าทางของกิ่งทองดูเป็นมิตรมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากรู้ว่าหญิงสาวมีคนรักแล้ว ซึ่งทำให้ชื่นรักค่อยโล่งอก ลำพังแค่แววดาริกากับปริยกรก็ทำท่าจะทำให้ทริปนี้ของเธอวุ่นวายมากพออยู่แล้ว เธอไม่อยากถูกจองเวรด้วยเกย์หล่อมาดเข้มแต่ขี้หึงสุดขั้วอีกคนหรอก

“เมื่อกี้ชื่นเห็นพวกคุณอ่านหนังสือไกด์บุ๊คกันใหญ่เลย มีที่ไหนแนะนำบ้างหรือเปล่าคะ ชื่นจะได้ศึกษาเอาไว้ เผื่อจะเอาไปเขียนในนิยายได้น่ะค่ะ”

ด้วยคำถามเพียงเท่านี้ ชื่นรักก็ได้รับความช่วยเหลือจากกิ่งทองและใบหยกเป็นอย่างดี ทั้งคู่แนะนำร้านขนมอร่อย บรรยากาศเก๋ๆ และสถานที่พิเศษสำหรับคู่รักให้หญิงสาวฟังเพียบไปหมด จนชื่นรักไม่มีแม้แต่เวลาจะงีบอีกเลยจนถึงเวลาที่เครื่องบินลงจอดที่สนามบินกรุงเวียนนา


“เพียงไม่กี่ชั่วโมง ล้อเครื่องบินก็แตะลงสู่รันเวย์ของสนามบิน Wien-Schwechat ที่ซึ่งสายใยรักกำลังเริ่มต้นถักทอขึ้นอย่างช้าๆ...”

“เอ้าๆ เพ้ออีกแล้วไอ้ชื่น”

รเณศว่าเมื่อทั้งสองผ่านการตรวจเช็คพาสปอร์ต และรับกระเป๋าเดินทางจากสายพานออกมาเรียบร้อยแล้ว เขากวาดตามองไปรอบๆ สนามบิน Wien-Schwechat ของกรุงเวียนนาเล็กมากอย่างที่ใครๆ บอกไว้ ร้านรวงก็แทบไม่มีให้เห็น เรียกได้ว่าไม่ต้องหวังจะมาซื้ออะไรเลยนั่นล่ะ แต่จะเม้าท์สักหน่อย เพื่อนบ้านสาวก็มัวแต่เดินบ่นพึมพำอะไรคนเดียวอยู่ได้ ใครไม่รู้คงหาว่าเขาเป็นแฟนกับคนบ้า!

“ใครเพ้อ ฉันกำลังอัดเสียงพล็อตของวันนี้อยู่ต่างหาก อย่าเพิ่งขัดจังหวะได้มะ“

"จุ๊ๆ เดี๋ยวนี้พัฒนา มีการอัดเสียงด้วย ไม่จดแล้วเหรอ”

“ชั่วคราวน่า ก็ตอนนี้มันไม่สะดวกจดนี่ อ้าว เฮ้ย แล้วเราจะออกไปได้ยังไงล่ะนี่”

นักเขียนสาวถามเมื่อทั้งคู่เดินผ่านจุดบริการข้อมูลเพื่อหยิบแผนที่และข้อมูลต่างๆ เธอเห็นคำว่า 'Ausgang' และมั่นใจมากว่าคำนี้ในภาษาเยอรมันแปลว่า 'ทางออก' เพราะเพิ่งอ่านเจอในหนังสือท่องเที่ยว แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือประตูเหล็กปิดทึบถึงกำแพงเรียงต่อกันสี่บาน!

รเณศลองเข็นกระเป๋าเข้าไปใกล้ยักษ์ใหญ่หนาทึบตรงหน้า แต่...นิ่งสนิท ไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

“ไอ้เนส ในฐานะที่แกเคยมาที่นี่แล้ว แกควรจะบอกฉันได้นะว่าเราจะออกไปได้ยังไง”

“ฉันมาที่นี่ครั้งสุดท้ายตอนอายุสิบขวบ แกคงไม่คาดหวังให้ฉันจำได้หรอกใช่มั้ย”

ท่ามกลางความงุนงง ทั้งคู่ลองสุ่มเดินวนไปรอบๆ นับเป็นโชคที่เจ้าหน้าที่สนามบินคนหนึ่งซึ่งคงทนดูอยู่ไม่ได้ช่วยเดินมาชี้ทางออกให้ ซึ่งได้แก่เหล็กทึบๆ ที่เห็นในตอนแรกบานเดิมนั่นเอง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่คนนั้นเดินเข้าไปใกล้ รเณศและชื่นรักถึงได้รู้ว่าตัวเองแสดงความเปิ่นเทิ่นออกมาเต็มพิกัด เพราะประตูเปิดผึงออกโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นคนที่มายืนรอรับผู้โดยสารชูป้ายชื่อกันสลอนเต็มสองตา

ง่า... แสดงว่าที่เราลองเดินเข้าไปแต่แรกนั้นยังไม่ใกล้พอล่ะสิเนี่ย เหมือนจงใจแกล้งกันเลย ฮือ... อายชะมัด!!

ถึงจุดนัดพบ ทั้งสองจึงได้เห็นว่าผู้ร่วมทัวร์ชื่นใจเมื่อใกล้รักคนอื่นๆ เริ่มรวมกลุ่มกันแล้ว บางคนก็กำลังพูดคุยกับทีมงาน หรือบ้างก็ถ่ายรูปกันตามอัธยาศัย (อันนี้ไม่บอกก็คงรู้ว่าใคร) แต่กะคร่าวๆ แล้วก็ยังไม่ครบจำนวนผู้ร่วมทัวร์ทั้งหมด

“ถึงจะยังมาไม่ครบ แต่พวกเราก็เจอผู้ร่วมทัวร์ครบทั้งห้าคู่แล้วสินะ”

“ฮื่อ” นักเขียนสาวตอบรับ พลางไล่นับไปทีละคู่ “คู่แรก ฉันกับแก คู่ที่สองก็...โน่น ที่ยืนถ่ายรูปกันอยู่ พี่จักรกับพี่นิดา คู่ที่สาม... คู่หุ่นยนต์นั่นที่เราเห็นที่สนามบิน เอ ไม่รู้ไปไหนแฮะ สงสัยยังไม่ออกมา คู่ที่สี่ เฮ้ออออออ...”

“ริก้ากับไอ้ปอบนั่น!”

รเณศจัดการเรียกชื่อปริยกรเสียใหม่ ซึ่งหากเป็นเวลาปกติชื่นรักคงค่อนขอดชายหนุ่มที่ไปว่าคนอื่นไม่ดูตัวเองซะบ้าง แต่ครั้งนี้หญิงสาวพลอยหัวเราะสะใจไปด้วย

สมเป็นครีเอทีฟจริงวุ้ย! เพิ่งเห็นครีเอทอะไรเข้าท่าก็วันนี้แหละ

“และคู่สุดท้าย.. ก็ที่นั่งกับเราบนเครื่องบิน พี่กิ่งทองและพี่ใบหยก”

“คู่นี้ก็เหลือเชื่อจริงๆ”

ชายหนุ่มวิจารณ์ ซึ่งชื่นรักก็เห็นด้วย หญิงสาวช็อก เหวอ เอ๋อ ไปเลยเมื่อรู้ว่าชื่อจริงของทองคือกิ่งทอง ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งมาแต่อ้อนแต่ออก เช่นเดียวกับชื่อของใบหยก โดยเหตุผลในการตั้งชื่อของทั้งสองฝ่ายนั้นเหมือนกันเป๊ะ คือมาจากคำทำนายดวงในตอนเกิดว่าจะได้พบคู่แท้อีกครึ่งหนึ่งของดวงวิญญาณ และจะไม่มีวันพลัดพรากกันหากตั้งชื่อตามที่ได้ทำนายไว้ โดยหากวันหนึ่งได้พบเนื้อคู่จะได้รู้จากชื่อที่สร้างมาเพื่อคู่กัน

กิ่งทอง-ใบหยก

ชื่นรักฟังแล้วประทับใจจนแทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ตามประสาศิลปินหัวใจอ่อนไหว ตั้งแต่เกิดมาหญิงสาวไม่เคยพบใครที่เกิดมาเพื่อกันและกันมากไปกว่านี้อีกแล้ว มันซาบซึ้งใจจนเธออยากจะเปลี่ยนไปเขียนนิยายแนววายเชียวล่ะ

“แต่ละคู่ ต่างกันไปคนละขั้วเลยนะ”

“นั่นดิ น่าสนุกชะมัด แต่ปัญหาคือฉันเลยไม่รู้ว่าจะยึดใครเป็นคาแรกเตอร์ของพระเอกนางเอกนิยายฉันดี”

“อ้าว แกไม่ได้คิดไว้แล้วหรอกเรอะ เห็นเขียนเป็นคุ้งเป็นแคว”

“ไม่อ่ะ งานนี้ฉันอยากให้มันสด มีชีวิตชีวา เลยวางพล็อตไว้แค่หลวมๆ แล้วถ้าเจอคนแบบไหนที่ชอบ ค่อยขอยืมมาใส่ในบทพระเอกนางเอกอีกที”

“แต่แกก็ต้องมีแนวที่ชอบๆ ไว้บ้างแล้วล่ะน่า”

“อืมมม... สารภาพตามตรงนะแก ตอนแรกที่เจอ คุณใบหยกเนี่ย อย่าง 'ใช่' พระเอกในสเป็กฉันเลย แบบขาว สูง หน้าตาดี ใจดี แต่.... เฮ้อ เวรเอ๊ยยยยย”

นักเขียนสาวอดบ่นด้วยความเสียดายไม่ได้ ได้ค้นพบว่าเรื่องบางเรื่อง 'ไม่รู้เสียยังจะดีกว่า' เป็นจริงสุดๆ ก็คราวนี้ อย่างน้อยถ้าไม่รู้เธอยังมีพื้นที่เหลือไว้ให้จินตนาการได้บ้าง แต่มาถึงขั้นนี้แล้วคิดไปก็เปล่าประโยชน์ เฮ้อออออ...

“ถ้าแกจะเขียนถึงเขา แกต้องเขียนให้เขาเป็นนายเอกแล้วล่ะ ไม่ใช่นางเอก และก็ไม่ใช่พระเอก ฮ่าๆๆๆ”

รเณศเล่นมุกเองขำเอง ในขณะที่ชื่นรักเริ่มครุ่นคิดว่าจะลองเปลี่ยนแนวการเขียนดีไหม เขียนนิยายแบบชายหญิงมาแล้วก็มาก ลองของใหม่ๆ บ้างจะเป็นอะไรไป

“เฮ้ย ใจเย็น ที่นั่นมันไม่ใช่โลกของแก เขียนยังไงคนอ่านก็ไม่อินหรอก”

“เหรอ แกคิดงั้นเหรอ แกคิดว่าฉันทำไม่ได้เหรอ”

ชื่นรักคงจะโต้เถียงกับรเณศไปอีกระยะหนึ่ง หากทีมงานชื่นใจเมื่อใกล้รักไม่ประกาศเรียกรวมตัวเสียก่อน และ...

มันเป็นวินาทีที่เหมือนกับในนิยาย เมื่อหญิงสาวหันไปทางต้นเสียง และพบว่าเจ้าของเสียงทุ้มน่าฟังนั้นเป็นชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าคมคายที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อม ทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นสบตา หญิงสาวรู้สึกเหมือนเห็นภาพสโลว์โมชั่น รับรู้ได้ทันทีว่าคนนี้แหละ 'ใช่เลย'

...เขาไม่มีทางเป็นใครอื่นไปได้ นอกจาก เจค็อบ ภูวนัตถ์ พระเอกชื่อดัง ทัวร์ลีดเดอร์กิตติมศักด์ประจำทริป!

“ไง ถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอ ที่เมื่อกี้พูดว่าจะเปลี่ยนแนวการเขียนเนี่ย สงสัยลืมหมดแล้วดิ”

“ไอ้เนส” ชื่นรักกระซิบลอดไรฟันทั้งๆ ที่ยังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของพระเอกหนุ่ม “นั่นใช่แบบที่ฉันคิดหรือเปล่า ฉันคิดถูกใช่ไหม”

“แม่นแล้ว นั่นแหละ พระเอกชื่อโคตรรรรรดังล่ะ”

“โคตรรรรรรรรรรรรหล่อเลยอ่ะ”

ชื่นรักคอมเมนต์ทันที นักเขียนสาวรู้ตัวดีว่าต่อให้เติม ร เรืออีกสักกี่ตัวก็ไม่สามารถขยายความความดูดีของชายหนุ่มตรงหน้าได้หมด

...โอ้วววว ความเป็นพระเอกชื่อดังมันหมายถึงอย่างนี้นี่เอง เพียงแค่แวบเดียวที่สบตา หัวใจของสาวๆ ก็ถูกขโมยไปด้วย หล่อไม่เกรงใจผู้ชายทั่วไปเลยนะนี่

ตอนที่ได้ยินชื่อ เธอนึกว่าเจค็อบคงจะ 'เด็ก' กว่านี้ แนวๆ พระเอกวัยรุ่นยอดนิยม แต่ไม่ใช่... เจค็อบ ภูวนัตถ์ เป็นพระเอกหนุ่มที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว แถมยังมาดดี ดูมีการศึกษา รูปร่างหน้าตาไม่เป็นสองรองใครด้วยเลือดผสมระหว่างตะวันตกและตะวันออก

“บอกมา เขาจะเล่นเป็นพระเอกนิยายเรื่องไหนของฉัน”

รเณศหัวเราะหึๆ กับท่าทีหลงใหลได้ปลื้มของชื่นรัก

“อยากรู้ก็ถามเขาเองสิ แต่อย่าให้ออกนอกหน้านักนะเฟ้ย อย่าลืมว่ามาทริปนี้แกเล่นบท 'แฟน ' และ 'ว่าที่คู่หมั้น' ของฉันอยู่ ยังไงก็อย่าให้ความลับแตกก็แล้วกัน”

ความจริงของรเณศทำเอาชื่นรักร่วงหล่นจากฟ้าลงมากระแทกพื้นจนจุกแอ้ก ...จริงด้วยสินะ ระหว่างทริปชื่นใจเมื่อใกล้รัก เธอถือเป็น 'ผู้หญิงมีเจ้าของ' นี่นา

ช่วยไม่ได้นะ หลวมตัวบินมาถึงที่แล้วนี่ ได้แต่หวังว่าสถานภาพนี้จะสามารถกันอีตา 'ผีปอบ' ไม่ให้มายุ่งกับชีวิตเธอได้ก็แล้วกัน!


((โปรดติดตามตอนต่อไป))


Create Date : 26 พฤษภาคม 2554
Last Update : 26 พฤษภาคม 2554 16:03:24 น. 5 comments
Counter : 415 Pageviews.

 
เย่ ในที่สุดตัวละครของเราก็เดินทางมาจนถึงกรุงเวียนนาแล้วจนได้นะคะ และยังส่อเค้าถึงความวุ่นวายที่น่าจะตามมาในภายหลังแล้ว ^^

ตอบคอมเมนต์ของตอนที่แล้วค่ะ

น้องเน -- แหะๆ แต่สำหรับพี่รู้สึกว่าไวม๊ากกกกกก ต้องส่งอีกแล้ว ไวจริงๆ ^^''
ตกลงพี่ป๊อปคือใครยังขออุบไว้ก่อนเนอะ

คุณคน-เหงา -- ใจร้ายกว่าตรงที่ยังไม่ยอมเฉลยนี่แหละค่ะ หุๆ

คุณตะวันเจ้าเอย -- สวัสดียามบ่ายค่ะ ^^

คุณ bug -- กรี๊ดดดดดด กดไลค์!! ขอบคุณนะคะ


แล้วพบกันตอนต่อไปค่ะ จะได้ไปเที่ยวกันแล้ววววววว ลัลล้าาาาา


โดย: ...ศุวิลา... วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:08:03 น.  

 
อุ้ยสบตากันด้วย อิอิอิอิ


โดย: คน-เหงา IP: 202.28.180.202 วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:17:53:23 น.  

 
พี่โน๊ตไว้แต่สำหรับเนช้ามากกก แต่ถ้ายังไงก็รอได้

แม้บบาทชื่นจะเป็นผู้หญิงมีเจ้าของ ปต่หัวใจยังว่างนะค้าาา ฮิ้ววว


โดย: Narilin Nay IP: 223.207.49.34 วันที่: 27 พฤษภาคม 2554 เวลา:3:18:09 น.  

 
อยากรู้ว่าจะมีเรื่องวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นอีกน้อ ขอหวานๆบ้างนะค่ะ


โดย: อร IP: 101.108.189.235 วันที่: 28 พฤษภาคม 2554 เวลา:19:00:45 น.  

 
เยี่ยมไปเล๊ยยยยย..:]]


โดย: enjoydvd วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:44:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

...ศุวิลา...
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




'ศุวิลา' นักเขียนแนว LOVE (ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก) สนพ. แจ่มใส ♥








Friends' blogs
[Add ...ศุวิลา...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.