... ^^ Welcome to suvilajamsai's world ^^...
Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
21 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
ทริปวุ่น หัวใจลุ้นรัก (1)


สวัสดีค่า

ฤกษ์งามยามสะดวก วันนี้โน้ตขอนำเสนอนิยาย "ทริปวุ่น หัวใจลุ้นรัก" ที่ลงในนิตยสาร VIEVA ตั้งแต่เดือนกพ. ที่ผ่านมานะคะ ซึ่ง... ต้องขอออกตัวก่อนว่าคงไม่ได้ลงบ่อยนัก เพราะนิยายเรื่องนี้กำลังตีพิมพ์ในนิตยสารรายเดือน จึงต้องรอลงเรื่องในบล็อกหลังจากช่วงวางแผงของฉบับนั้นๆ ไปแล้วค่ะ (แปลว่าเดือนละหนตามหลังหนังสือนั่นแล เอิ๊กส์)

นอกจากนั้น เพื่อป้องกันตัวเองและผู้อ่านสับสน โน้ตจะไม่ลงทีละบทเหมือนนิยายทั่วไป แต่จะลงตามการตัดต้นฉบับของนิตยสารนะคะ ^^

ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มอ่านกันเลยค่ะ

##########################

บทนำ

“หา! เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ!”

“เบาๆ หน่อยสิวะไอ้ชื่น…นี่ใจคอแกกะจะปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นขึ้นมาตอนตีสองหรือไง”

เสียงเอ็ดที่ดังพอจะได้ยินกันแค่สองคนที่ลอดผ่านโทรศัพท์มือถือของคนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามทำให้หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปากก่อนจะเหลือบตาลงมองลงไปด้านล่างของระเบียงที่ยืนพิงอยู่ ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบอยู่อึดใจหนึ่งจนแน่ใจว่าไม่มีใครในทั้งสองบ้านตื่นขึ้นมา จึงเริ่มคุยกันต่อด้วยน้ำเสียงที่ฝ่ายหญิงจงใจลดให้เบากว่าเดิมมาก

“อ้าว ก็มันตกใจจริงๆ นี่หว่า…อยู่ดีๆ แกก็ชวนฉันไปพรี-ฮันนีมูนซะอย่างนั้น แล้วจะไม่ให้ฉันร้องเสียงหลงเหมือนไก่ถูกเชือดได้ยังไงยะ”

“ไปกันใหญ่แล้วแม่คุณ” ชายหนุ่มถอนหายใจ “เออๆๆๆ ฉันอาจจะพูดอะไรไม่เคลียร์ไปหน่อย แต่สรุปว่าที่ฉันชวนแกไปเนี่ย มันคือทัวร์ ‘ชื่นใจเมื่อใกล้รัก’ ทริปโรแมนติกในฝันของคู่รักที่คลื่น สวีท เมมโมรี่ เขาจัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อฉลองครบรอบสิบปีโว้ย ซึ่งที่ฉันชวนแกไปเนี่ยเพราะฉันส่งเอสเอ็มเอสไปเล่นเกมแล้วได้รางวัลมา คิดดู…ตั๋วเครื่องบินสองที่นั่ง ที่พัก อาหารพร้อม ฟรีตลอดรายการ แถมไกด์นำเที่ยวกิตติมศักดิ์อีกคน คุ้มไหมล่ะแก”

แทนที่จะคลายความสงสัย คำตอบของเพื่อนบ้านหนุ่มทำให้คิ้วของชื่นรักขมวดมุ่นมากกว่าเดิม
“อ้าว แล้วน้องริก้าหวานใจสุดเลิฟของแกล่ะ ทำไมไม่ชวนเขามาชวนฉันทำไม หรือว่า…”

“เออ...เราเลิกกันแล้ว”

“ฮ้า” คำตอบของชายหนุ่มทำให้ชื่นรักตะครุบปากตัวเองอีกครั้ง พร้อมลดเสียงลงแทบไม่ทัน “แกไปทำอีท่าไหนถึงได้ถูกทิ้งล่ะเนี่ย”

คำพูดของเพื่อนบ้านสาวทำเอารเณศนึกอยากบีบลำคอเรียวๆ เป็นกำลัง ถ้าเพียงแต่หญิงสาวอยู่ในอาณารัศมีที่มือของเขาสามารถเอื้อมถึง

มักน่านัก... นี่ไอ้ชื่นไม่เคยคิดว่าคนอย่างเขามีความดีอยู่สักนิดเลยเรอะ ขนาดเลิกกับแฟน ความคิดแรกของมันยังบอกว่าเขาต้องถูกทิ้ง ไม่ใช่เป็นฝ่ายทิ้งแหงๆ แถมยังไม่คิดจะปลอบใจเขาสักนิด แทงฉึกๆ แบบไม่เกรงอกเกรงใจกันเล้ยยยยยย

อย่าให้มีแฟนแล้วเลิกบ้างก็แล้วกัน เขาจะหัวเราะให้ฟันร่วงเป็นคนแรกเลย คอยดู!

แต่ถึงอย่างไรชื่นรักก็ยังเป็นคนที่รู้จักเขาดีที่สุดอยู่ดี แถมยังเดาได้ถูกเผงว่าเขาเป็นฝ่ายถูกแววดาริกาบอกเลิก รเณศจึงได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เฮ้อ เรื่องนั้นอย่าไปพูดถึงเลยว่ะ พูดแล้ว 'รมณ์เสีย แต่ขอประกาศว่าตั้งแต่ไม่มียัยริก้าชีวิตฉันก็สบายขึ้นเป็นกอง ไม่ต้องมาทนคนเอาแต่ใจ วันๆ ดีแต่สั่งๆๆๆๆ ให้ฉันทำโน่นทำนี่ พยายามจัดระเบียบทุกอย่างในชีวิตฉัน หึ! เลิกไปซะได้ก็ดี”

“ก็ดี งั้นฉันขอแสดงความยินดีด้วยที่แกจะได้กลับไปเป็นคนซกมกเหมือนเดิม เย้!”

ชื่นรักแหย่ ซึ่งมีผลให้คนฟังเสียงเข้มขึ้นทันที

“แกไม่ต้องมาประชดฉันเลยไอ้ชื่น นี่มันก็ดึกแล้ว ฉันจะไปนอน แกตอบมาแค่คำเดียวว่าจะไปหรือไม่ไปก็พอ”

“เฮ้อ ไอ้เนสเอ๊ยยยยยย” หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย หาวครั้งหนึ่งก่อนพูดต่อ “ไหนๆ แฟนแกก็ไปกับแกไม่ได้แล้ว แกจะอยากไปทำไมนักหนาวะไอ้ทริปคู่รักคู่สวีทนี่น่ะ แค่ออสเตรีย-เยอรมันเอง แกก็เคยไปมาแล้วไม่ใช่หรือไง”

“นี่มันไม่ใช่แค่ทริปธรรมดาเว้ย เอ๊ะ นี่แกฟังฉันอธิบายบ้างหรือเปล่า หา”

ชื่นรักเลือกที่จะไม่ตอบ เรื่องอะไรจะให้เพื่อนซี้ปึ้กรู้ว่าตลอดเวลาที่เขาพล่ามพรรณนาเกี่ยวกับทริปแสนโรแมนติกนี้เธอกำลังเข้าสู่ภวังค์จะหลับไม่หลับแหล่อยู่แล้ว ซึ่งเป็นผลพวงมาจากเร่งปั่นต้นฉบับอยู่ตั้งหลายวันหลายคืนโดยไม่ได้หลับได้นอนนั่นเอง แต่อีกฝ่ายรู้ดีทีเดียวว่าเจ้าหล่อนเป็นคนอย่างไร รเณศจึงยอมเสียเวลาอธิบายอีกรอบอย่างใจเย็น

“ไอ้ชื่นเอ๊ย…ฉันบอกแกแล้วนี่ว่าที่ฉันต้องไปทริปนี้ให้ได้เพราะตอนที่เรายังคบกันอยู่ ฉันกับริก้าชอบฟังเพลงคลื่นนี้มาก พอเขาจัดทริปแอนนิเวอซารี่พิเศษ เราก็อยากฉลองแอนนิเวอซารี่ของเราบ้าง เลยช่วยกันส่งเอสเอ็มเอสชิงรางวัลมือเป็นระวิง กะว่าคงมีใครดวงดีได้รางวัลสักคน”

“แล้วไง แล้วพอแกได้รางวัลขึ้นมา แกก็เลยจะแกล้งควงสาวอื่นไปประชดอดีตแฟนให้เขาเสียดายเล่นอย่างนั้นสิ ทำแบบนี้นิสัยไม่ดีนะคุณเพื่อน”

คนฟังตำหนิอย่างไม่เกรงใจแล้วก็หาวอีกเป็นคำรบที่สอง…ก็ทำไมเธอจะต้องไปเกรงใจนายเนสด้วยเล่า ในเมื่อเขาไม่เห็นจะเกรงใจเธอที่กำลังง่วงแสนง่วงเลยแม้แต่นิดเดียว อุตส่าห์ปิดมือถือหนีการก่อกวนแล้วก็ยังเอาแต่แกล้งส่องไฟฉายมาที่หน้าต่างห้องนอนจนเธอทนข่มตาหลับท่ามกลางแสงแวบๆ วาบๆ ต่อไม่ได้ ต้องยอมเปิดโทรศัพท์ลุกขึ้นมาคุยกับเขา

ไอ้บ้าเอ๊ย! หลังส่งต้นฉบับนี่มันเวลาจำศีลของฉันนะเว้ย!

หากคนถูกว่าทำท่าจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกเธอเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันหรือด่าเหยงๆ อยู่ในใจ หรือถ้ารู้ก็ทำเป็นไม่สนใจได้อย่างแนบเนียน เพราะรเณศยังแหวกลับว่า

“อ้าว ไอ้ชื่น สรุปว่าแกไม่ได้ฟังฉันเลยสักคำจริงๆ ด้วย ฉันบอกแกแล้วไงว่าบังเอิญริก้าก็ดวงดีได้รางวัลเหมือนกัน แต่ยัยนั่นจะชวนฉันหรือแม้แต่จะง้อฉันสักคำรึ เปล่าเลย... กลับควงแฟนใหม่ไปลงทะเบียนร่วมงานหน้าตาเฉย แล้วอย่างนี้แกจะให้ฉันยอมได้ไงวะ มันจะหยามกันเกินไปแล้ว”

“อ้อ แกเลยคิดจะไปเพื่อแสดงให้เห็นว่าแกไม่แคร์งั้นสิ”

“เปล่าโว้ย” คนถูกบอกเลิกปฏิเสธ หัวเราะหึๆ อย่างมีแผนร้าย “ฉันจะตามไปขัดขวางทริปในฝันของยัยนั่นกับแฟนใหม่ให้ถึงที่สุดเลยต่างหาก!”

ฟังแล้วแทนที่จะตกใจ นักเขียนสาวกลับดักคออย่างรู้ทัน

“อย่ามาพูดเลย ตามไปขัดขวางอะไรกัน ฉันว่าแกอาลัยอาวรณ์อยากตามไปง้อเขาล่ะสิไม่ว่า อย่ามาทำเป็นอ้างโน่นอ้างนี่เลย ฉันรู้จักแกดีหรอก”

หากอีกฝ่ายยังคงดื้อ เถียงกลับอย่างมั่นอกมั่นใจ

“ไม่เว้ย คนอย่างนายรเณศน่ะหรือจะตามไปง้อผู้หญิงแบบนั้น ไม่มีทาง ว่าแต่แกเถอะ จะไปหรือไม่ไป รีบตอบมาเร็วๆ ถ้าไม่ไปฉันจะได้ไปชวนคนอื่นต่อ”

“แล้วแกไปคนเดียวไม่ได้หรือไงจะได้ไม่ต้องลำบากคนอื่น”

ชื่นรักย้อนถาม ทำให้รเณศอยากขย้ำคอเธอเป็นกำลังโทษฐานที่ปล่อยให้เขาเปลืองน้ำลายพูดอยู่เป็นนานโดยไม่มีอะไรซึมซาบเข้าสู่สมองของเพื่อนบ้านสาวตัวแสบเลยสักนิด...แต่อันที่จริงเขาก็ทำใจไว้แล้วเพราะลองแม่คนนี้ง่วงเมื่อไรสมองจะถูกสั่งชัทดาวน์ทันที ไม่สามารถรับข้อมูลได้อีกแม้แต่ 1kb จึงยอมย้ำให้สมองง่วงๆ ของเจ้าหล่อนฟังอีกครั้ง

“ไอ้ชื่น! ฉันบอกแล้วไงว่าเงื่อนไขสำคัญของการไปทริปนี้คือต้องไปเป็น ‘คู่’ เท่านั้น เขาย้ำมาในเงื่อนไขเลยว่าคู่เท่านั้น ไม่งั้นถือว่าเสียสิทธิ์ไปเลย ซึ่งของดีๆ ฟรีๆ แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะโว้ย พลาดครั้งนี้ไปยังไม่รู้เลยว่าชีวิตนี้จะมีโชคดีแบบนี้อีกหรือเปล่า แล้วแกจะให้ฉันโยนทิ้งน้ำไปเปล่าๆ เหรอ บอกตรงๆ เสียดายว่ะ”

“โหย...ไอ้งกเอ๊ย”

นักเขียนสาววิจารณ์ตรงๆ...ก็จริงไหมล่ะ ไอ้เนสมันรวยจะตาย แค่ทัวร์มูลค่าไม่กี่หมื่นแค่นี้เงินเดือนระดับครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์บริษัทโฆษณาชื่อดังอย่างมันแค่เดือนเดียวก็หาได้แล้ว มันน่าจะมีเหตุผลแอบแฝงอย่างที่เธอเดาเสียมากกว่าแต่ทำตัวเป็นผู้ร้ายปากแข็งไปอย่างนั้น

อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย หมั่นไส้คนปากหนัก แหย่มันสักหน่อยท่าจะดี

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ไปล่ะ แกจะว่าไง”

“ก็ต้องไป”

“เฮ้ย อะไรวะ ไหนแกว่ายังมีสาวอื่นให้ชวนตั้งเยอะไง แล้วจะมาบังคับฉันทำไมเล่า”

ชื่นรักล่ะปวดหัว...นี่แหละ กรรมของการมีเพื่อนนิสัยเอาแต่ใจ หากรเณศหาได้สนใจเสียงโอดครวญไม่เพราะรู้จักนิสัยชื่นรักดีเช่นกัน เขาจึงให้เหตุผลว่า

“ก็ใช่ แต่ไม่เอาเว้ย บอกตรงๆ ว่ากลัว ชวนไปเที่ยวเป็นคู่เป็นอาทิตย์แบบนี้มีหวังยุ่งยากตายเลย แถมอาจจะมีปัญหาตามมาด้วย พาแกไปนี่แหละเหมาะที่สุด ...แกไม่ต้องมาลีลาให้มันมากนัก เสียเวลา ตกลงว่าแกจะไปใช่หรือเปล่า”

อันที่จริงหญิงสาวก็ชอบฟังวิทยุคลื่นนี้และสนใจโปรแกรมทริปนี้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยิน หากที่ไม่ได้คิดจะชิงรางวัลกับเขาบ้างเพราะเธอขาด ‘คุณสมบัติ’ สำคัญของการเข้าร่วมแข่งขันตั้งแต่คำแรก (ใครหนอเป็นคนครีเอทเกม ช่างไม่เห็นใจคนโสดบ้างเลย) เมื่อรเณศมาชวนเธอก็แอบตีปีกพั่บๆ อยู่ในใจ ที่เล่นตัวเล่นลิ้นน่ะทำฟอร์มไปอย่างนั้นเอง ก็รเณศอยากโทรมาปลุกไม่รู้จักเวล่ำเวลาเองนี่ ชื่นรักก็เลยต้องถือคติโวยวายไว้ก่อน

ได้ไปเที่ยวฟรีตั้งหนึ่งสัปดาห์ แถมดีไม่ดีอาจจะได้พล็อตนิยายเรื่องใหม่กลับมาอีก วู้...อะไรจะคุ้มค่าปานนั้น บางทีนี่อาจจะเป็นความช่วยเหลือจากฟ้าเบื้องบนก็ได้ ทำให้เธอมีต้นฉบับส่งบอกอภายในสามเดือนนี้อย่างที่รับปากเอาไว้ หญิงสาวจึงยอมตอบตกลงหลังจากแกล้งอิดเอื้อนพอเป็นพิธีอยู่นาน

“เออๆ ก็ได้ เห็นแก่ที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ยังเด็กหรอกนะ ฉันถึงได้ยอมช่วยไปกับแกในครั้งนี้ สำนึกให้มากๆ ล่ะว่าแกเป็นหนี้บุญคุณฉันอยู่ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ฉันขอให้ช่วยทำอะไรต้องยินยอมแต่โดยดี ห้ามอิดออด ห้ามขัดใจ และห้ามบ่น โอเค้”

คนได้ของฟรีพูดพลางกระหยิ่มยิ้มย่อง นี่แหละ! ต้องรีบทวงบุญคุณเสียก่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะคิดได้ว่าตัวเองต่างหากที่เป็นฝ่ายหยิบยื่นโอกาสมาให้ แหม…ยิงปืนนัดเดียวนกตกลงมาพึ่บพั่บเลยแฮะ ไหนจะได้กินฟรี เที่ยวฟรี ได้พล็อตนิยายฟรีๆ แถมที่สำคัญที่สุด ยังได้เป็นเจ้าหนี้บุญคุณของไอ้เพื่อนบ้าฟรีๆ อีกด้วย อะไรจะดีไปกว่านี้อีก ย้าฮู้!

“ต้องอย่างนี้สิ ขอบใจมากเพื่อนรัก รักแกจริงๆ เลยว่ะ จุ๊บๆ” รเณศทำเสียงน่าขนลุกใส่โทรศัพท์ ทำให้นักเขียนสาวต้องรีบดันเครื่องออกห่างใบหู “มีนักเขียนนิยายรักขายดีอย่างแกอยู่ข้างๆ ก็เท่ากับมีกุนซือด้านความรักอยู่ร้อยคน...เออ ไหนๆ ตอนนี้แกก็ส่งต้นฉบับไปแล้ว ระหว่างรอวันเดินทางก็ช่วยฉันคิดหาวิธีก่อกวนคู่ของยัยริก้าแบบเจ๋งๆ หน่อยก็แล้วกัน ฉันฝากความหวังไว้ที่นักเขียนคนเก่งอย่างแกแล้วนะเว้ย เดี๋ยวฉันจะอีเมล์โปรแกรมเที่ยวกับรายการเอกสารที่แกต้องเตรียมไปให้ แกก็รีบหาพาสปอร์ต รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชี อะไรพวกนี้ไว้ให้พร้อมด้วยล่ะ”

เฮ้ยๆๆๆๆ เดี๋ยวก่อนเพื่อน…

“นี่ๆ ไอ้เนส มากไปละ ฉันแค่รับปากจะไปเป็นเพื่อนแกเองนะเว้ย ทำไมฉันต้องมาเข้าร่วมวางแผนบ้าบออะไรกับแกด้วย หา”

ชื่นรักแหว... ก็ที่รับปากเนี่ย กะจะไปเที่ยวลัลล้าตามหาพล็อตนิยายเด็ดๆ นะยะ ไม่ได้ไปทำหน้าที่ศิราณีประจำตัวใครสักหน่อย

หากอีกฝ่ายที่รู้จักกันดีถึงตับไตไส้พุงหรือจะยอม ครีเอทีฟหนุ่มแย้งอย่างคนทันกันว่า

“แกนึกเหรอว่าฉันจะไม่รู้ทันว่าเมื่อกี้แกพยายามทวงบุญคุณกลบเกลื่อนน่ะ หา ไอ้ชื่น ไปครั้งนี้แกมีแต่ได้กับได้เลยนะเว้ย เที่ยวก็ฟรีหมดทุกอย่าง เอกสารยังไม่ต้องเอาไปยื่นเองเลย ฉันจัดการให้หมด แกก็ได้ไปเที่ยวพักผ่อนเปิดหูเปิดตา ดีไม่ดีจะได้พล็อตนิยายแถมมาด้วย แกก็ควรทำงานให้ฉันให้มันคุ้มๆ หน่อย”

อ้าว ดันรู้ทันซะอีก เซ็งเลย อดหาเรื่องใช้งานฟรีๆ ไปอีกหนึ่ง

ชื่นรักบ่นงึมงำกับตัวเองก่อนจะไล่ให้อีกฝ่ายรีบวางสายได้แล้วเพราะเธอง่วงจัดจนสติใกล้จะมอดดับอยู่แล้ว หากวินาทีที่กำลังจะกลับเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์อีกครั้ง นักเขียนสาวก็อดตกใจหน่อยๆ ไม่ได้ว่า นี่เธอตกกระไดพลอยโจน ติดร่างแหไปกับแผนการนี้ด้วยแล้วใช่ไหมเนี่ย…

ไม่อยากจะนึกเลยว่าทริป ‘ไปเที่ยวลัลล้า ตามหาพล็อตนิยาย’ ถึงเวียนนา-ซาลสเบิร์ก-มิวนิก ในครั้งนี้จะวุ่นวายอลวนสักแค่ไหน


บทที่ 1

“และแล้ว…สายลมแห่งความรักก็พัดพาให้เขาและเธอโคจรมาพบกัน จากเกาะรัตนโกสินทร์สู่ดินแดนแห่งปราสาทราชวังและบทเพลงไพเราะที่ขับขาน…”

“ไอ้ชื่น เพ้ออะไรของแกอยู่ได้”

เสียงห้าวๆ ที่ดังมาจากปากของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทำให้นักเขียนสาวผู้กำลังเคลิบเคลิ้มเสียอารมณ์ไม่น้อย

หนอยแน่ะ เธออุตส่าห์ตั้งสมาธิแทบตายกว่าจะทำให้ตัวเองตกอยู่ในภวังค์ของนางเอกสาวที่กำลังจะออกเดินทางโดยไม่รู้ตัวเลยว่าพรหมลิขิตกำลังถักทอสายใยแห่งความรักอย่างช้าๆ ทว่าเหนียวแน่นพอที่จะรัดรึงหญิงสาวและชายหนุ่ม (ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นพระเอก) เข้าหากัน ...แล้วทำไม๊ ทำไม ไอ้เนสมันต้องทำลายบรรยากาศดีๆ เสียกระเจิดกระเจิงไปหมดนะ

“แล้วแกคิดว่านักเขียนอย่างฉันจะทำอะไรล่ะยะ ถ้าไม่ใช่แต่งนิยายน่ะ หา!” ชื่นรักตอบกลับเสียงขุ่น “ก็แกเล่นลากฉันออกมาที่แอร์พอร์ตซะตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ นกฮูกยังไม่กลับรังยังงี้ แถมมาถึงยังไม่เห็นจะมีใครมาสักคนจะให้ฉันทำอะไรระหว่างรอล่ะ นั่งถักนิตติ้งหรือไง”

รเณศได้แต่ส่ายหน้ากับคำประชดของเพื่อนบ้านสาวพลางนึกถามตัวเองในใจว่าเขาคิดถูกหรือผิดที่ลากเอานักเขียนสาวปากร้ายเถียงคำไม่ตกฟากอย่างชื่นรักมาเป็นเพื่อนร่วมทาง แต่เอาเถอะ เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วเพราะในอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า ผู้ร่วมทางทั้งหมดของทัวร์ ‘ชื่นใจเมื่อใกล้รัก’ ก็จะเดินทางมาถึงสนามบิน และเขาก็จะได้รู้ว่านอกจากคู่ของเขากับชื่นรักและคู่ของแววดาริกากับแฟนใหม่ของเจ้าหล่อนจะยังมีใครอีกบ้างที่ร่วมเดินทางไปกับเขา

“ไอ้เนส แกเคยบอกว่าผู้ร่วมทัวร์มีทั้งหมดกี่คนนะ”

ชื่นรักถามโดยไม่เสียเวลาเงยหน้าขึ้นจากสมุดจดพล็อต

“จะถามทำไม อีกแป๊บเดียวก็ได้เจอแล้ว”

“ฉันจะร่างพล็อต ไม่อยากรอให้เรื่องจริงมาปัดกั้นจินตนาการอันแสนลึกล้ำน่ะ”

คำตอบของนักเขียนสาวทำเอาคนฟังสั่นศีรษะ หากยอมตอบแต่โดยดี

“เพราะทางคลื่นฯ อยากให้ทัวร์นี้ได้บรรยากาศอบอุ่น น่ารัก ผู้ร่วมทัวร์เลยมีทั้งหมดแค่ห้าคู่เท่านั้น ซึ่งที่ฉันรู้จักก็คือฉันกับแก ยัยริก้ากับไอ้บ้านั่น นอกจากนั้นก็มีอีกสามคู่ที่ฉันไม่รู้จัก แล้วก็ทัวร์ ลีดเดอร์อีกคน รวมเป็นสิบเอ็ดคน”

“อือฮึ”

ชื่นรักส่งเสียงในลำคอขณะบันทึกข้อมูลทุกอย่างลงในสมุดจดเล่มหนาตึ้กที่เขียนบนหน้าปกด้วยลายมือว่า ‘ร้อยรัก No. 10' หรือสมุดจดพล็อตเล่มที่สิบที่เธอมักจะพกพาไปไหนต่อไหนด้วยเผื่อว่าเวลาได้พบเหตุการณ์อะไรที่น่าสนใจในชีวิตประจำวันจะได้เก็บเอาไว้เป็นข้อมูลไปใส่ในนิยายของตัวเอง ซึ่ง ‘ร้อยรัก 1’ ถือกำเนิดขึ้นสมัยที่ชื่นรักยังเรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยชั้นปีที่สี่และเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาที่ชื่นชอบการอ่านนิยายจนหัดขีดๆ เขียนๆ กับเขาบ้าง โดยไม่นึกเลยว่าในอีกหลายปีต่อมา ร้อยรักหมายเลข 2 3 4 จะทยอยกันออกมาเรื่อยๆ จนมาถึงเล่มที่สิบในปัจจุบัน และนามปากกา ‘ชื่นรัก’ ซึ่งเธอใช้ชื่อจริงของตัวเองมาตั้งเป็นนามปากกาจะติดตลาดในฐานะนักเขียนนิยายหวานแหววขายดี


“หนึ่ง สอง เอ้า สวยมากจ้ะ

“โอ๊ย ตัวเองอ่ะ ทำไมไม่นับให้ถึงสามก่อนแล้วค่อยถ่าย ดูซิ หน้าเค้าเลยดูแปลกๆ เลย ไม่รู้ล่ะ ตัวเองต้องถ่ายใหม่ให้เค้าเดี๋ยวนี้ด้วย”

“จ้าๆ คราวนี้จะนับให้ถึงสามเลยจ้ะ ต้องนับสี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ ด้วยมั้ยจ๊ะ”

“ไม่ต้อง!”

“เอาโอเคจ้ะ นับแค่สามก็สาม ยิ้มสวยๆ นะ หนึ่ง สอง ซ้ำ!”

“เย่ สวยมากกกก แบบนี้แหละที่เค้าชอบ หน้าจะได้ดูเรียวๆ ตัวเล็กๆ นี่คราวนี้ตัวเองไปยืนอยู่ตรงนั้นบ้างสิ เดี๋ยวเค้าถ่ายให้”

ชื่นรักเงยหน้าขึ้นมองบทสนทนาแบบคู่รักวัยใสที่อยู่ไม่ไกลนัก แล้วก็พบว่าเป็นคู่ที่ต้องเรียกว่า 'วัยเกินสามสิบแบบใสๆ' มากกว่า แม้ว่าทั้งคู่จะแต่งตัวน่ารักสดใสไม่แพ้วัยรุ่นสมัยนี้ก็ตาม

“โอเค เค้าว่ารูปนี้ตัวเองล้อหล่อแล้วล่ะ... นี่คราวนี้เราไปยืนอยู่ตรงนั้นกันนะ”

แล้วทั้งคู่ก็พาร่างป้อมๆ เข้าเบียดชิดกันโดยที่ฝ่ายหญิงพยายามยื่นมือไปสุดแขนเผื่อถ่ายรูปคู่อย่างทุลักทุเล รเณศผู้มีอัธยาศัยดีจึงเสนอตัวเข้าช่วยแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อน

“ผมถ่ายให้ไหมครับ”

“อุ๊ย ดีเลยค่ะ ขอบคุณมากกกกกนะคะ”

ฝ่ายหญิงรีบยื่นกล้องให้ทันที แล้วกลับไปโพสท์ท่าแอ๊บแบ๊วคู่กับฝายชายได้ไวเหลือเชื่อจนชื่นรักมองด้วยความสนใจแล้วจดลงไปในสมุด

เป็นคู่ที่เหมาะสมกันแบบไม่รู้จะหาอะไรมาเปรียบเลยแฮะ...

“ขอบคุณครับ พวกคุณกำลังจะไปไหนกันครับนี่”

ฝ่ายชายที่ดูน่ารักเหมือนหมีพูห์ และน่าจะอัธยาศัยดีไม่แพ้รเณศถามขึ้นเมื่อชายหนุ่มส่งกล้องคืนให้หลังจากถ่ายไปราวๆ สิบกว่าแอ๊คไม่ซ้ำกัน

“ผมกำลังจะไปทัวร์ชื่นใจเมื่อใกล้รักน่ะครับ ทัวร์ของคลื่นสวีท เมมโมรี่...”

“ว้าย!! เหมือนกันเลยค่ะ” ฝ่ายหญิงร้องกรี๊ดขึ้นแม้ว่ารเณศยังพูดไม่จบ แล้วยิ้มกว้าง วางท่าสนิทสนมทันที “พี่ชื่อนิดานะคะ ส่วนสุดหล่อข้างๆ นี่ชื่อพี่จักร เราก็กำลังจะไปทัวร์นี้ค่ะ ต๊าย! ดีใจจังที่ได้เจอผู้ร่วมทัวร์ใจดี๊ใจดีแบบน้องเนส เวลาอยากได้รูปคู่จะได้ไม่มีปัญหา”

“ดีครับ”

ชายหนุ่มยิ้มตอบ ก่อนจะแอบเหลือบมองไปยังเพื่อนบ้านสาวที่กำลังทำตาเป็นประกายซุกซน ก้มหน้าก้มตาจดลงสมุดยิกๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชืิ่นรักจัดการจัดให้คุณพี่จักรกับคุณพี่นิดา คู่รักแอ๊บแบ๊วบ้ากล้อง เป็นตัวละครคู่เด็ดในนิยายของเธอเรียบร้อยแล้ว

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ น้อง...”

“ผมรเณศครับ เรียกผมว่าเนสก็ได้ ส่วนที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่นั่นชื่อชื่นครับ”

เมื่อรเณศแนะนำ ชื่นรักจึงจำเป็นต้องลุกเดินไปสมทบและทักทายผู้ร่วมทัวร์ทั้งสอง

“น้องเนสกับน้องชื่น...” นิดาหยิบเอกสารการละเอียดของทัวร์ขึ้นมาอ่าน “ในนี้เขียนว่ามีทั้งหมดห้าคู่ งั้นอีกสามคู่ก็ยังมาไม่ถึงสินะ”

“ใครว่าล่ะจ๊ะนิ ยังมีอีกคนจ้ะที่ยังไม่มา เจค็อบไง”

“เจค็อบ...” ชื่นรักพึมพำกับตัวเอง “ชื่อคุ้นจัง ใครน้อ...”

“ว้าย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ น้องชื่นนี่ตลกจัง” คุณพี่นิดาหัวเราะลั่น “เล่นมุกแต่เช้าเลย หน้าเหน้องี้ไปหมด พี่เกือบจะเชื่อแล้วนะเนี่ย ฮ่่าๆๆๆๆ”

“เอ่อ... ฉันพูดอะไรผิดไปวะเนส”

ชื่นรักแอบกระซิบถามในขณะที่เสียงหัวเราะยังดังพอจะกลบเสียงของเธอ ซึ่งชายหนุ่มก็กระซิบตอบด้วยท่วงท่าอิดหนาระอาใจสุดๆ

“เฮ้อ... ให้เขาคิดว่าแกเล่นมุกก็ยังดีกว่าปล่อยไก่ล่ะวะ”

“แล้วตกลงเจค็อบนี่ใครล่ะ” เจค็อบเดียวที่เธอรู้จัก คือ มนุษย์หมาป่า เจค็อบ แบล็ก จากทไวไลท์ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ชื่อจริงของนักแสดงสักหน่อย

“ไอ้ชื่น อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้จัก เจค็อบ-ภูวนัตถ์ พระเอกดังที่มาเป็นทัวร์ ลีดเดอร์ กิตติมศักดิ์ครั้งนี้น่ะ”

“อ้อ...”

คราวนี้หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ ก็ชื่นรักดูละครหรืออ่านข่าวบันเทิงไทยเสียที่ไหนล่ะ ช่วงที่ไม่ได้ปั่นนิยายก็ฝังตัวอยู่แต่กับบรรดาซีรีย์จนลืมวันลืมคืนเสมอล่ะ

“และต้องให้ฉันบอกไหมไอ้ชื่น ว่าเขากำลังจะเล่นเป็นพระเอกละครที่สร้างมาจากนิยายของแกด้วยน่ะ ข่าวออกครึกโครมแต่ตัวนักเขียนดันไม่รู้ เฮ้อ...”


((โปรดติดตามตอนต่อไป))


Create Date : 21 เมษายน 2554
Last Update : 22 เมษายน 2554 0:12:28 น. 3 comments
Counter : 596 Pageviews.

 
พระเอกในนิยายที่ไม่นานจะกลายมาเป็นพระเอกในชีวิตจริงของหนูชื่น กิ้วๆ


โดย: Narilin Nay IP: 223.205.215.194 วันที่: 22 เมษายน 2554 เวลา:2:25:07 น.  

 
แค่เริ่มต้นก้อสนุกแล้วค๊า
จะติดตามจ้า


โดย: คน-เหงา IP: 202.28.180.202 วันที่: 22 เมษายน 2554 เวลา:8:54:26 น.  

 
น่าสนุกมากๆ เลย มาลงชื่อติดตามอีกคนจ้า


โดย: cruduslife วันที่: 23 เมษายน 2554 เวลา:0:04:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
...ศุวิลา...
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




'ศุวิลา' นักเขียนแนว LOVE (ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก) สนพ. แจ่มใส ♥








Friends' blogs
[Add ...ศุวิลา...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.