มีนาคม 2568

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
30
31
 
 
ปั่นจักรยานเที่ยวรำลึกบ้านเกิด -บุรีรัมย์ ในรอบ 10 กว่าปี

 
     สวัสดีครับ ที่หายไปหลายวันเพราะว่าต้องมาธุระต่างจังหวัดนี่แหล่ะครับ เทียวไปเทียวมาระหว่างเชียงราย-เชียงใหม่-กรุงเทพ-บุรีรัมย์-กรุงเทพ-เชียงใหม่-เชียงรายใน 7 วันนี่ก็สาหัสเหมือนกันครับ ขนาดไม่ได้ขับรถมายังเหนื่อยขนาดนี้ ถ้าต้องขับรถด้วยจะเหนื่อยขนาดไหน ไม่อยากจะคิดเลยครับ ทริปนี้เป็นทริปกึ่งๆทำธุระนะครับ(ไม่ค่อยชิลเท่าไหร่) จริงๆถ้ามาเที่ยวก็ควรจะแวะดูสนามบอลซักหน่อยซึ่งตอนนี้ก็มีงานแสดงแสงสี Colour of Buriram อยู่แต่ช่วงเวลาที่เขาแสดงจะเป็นช่วงหัวค่ำเป็นต้นไปซึ่งก็ไม่ใช่เวลาออกจากบ้านของผม ปั่นจักรยานเวลามืดๆก็ไม่ใช่แนวผมด้วยก็เลยจะไม่สุดสำหรับสายเที่ยวแท้ๆครับเพราะผมก็แวะแค่ตามรายทางที่ผมปั่นผ่านไปครับ

     ผมมาถึงบุรีรัมย์ช่วงเวลาเกือบๆ 6 โมงเย็นของวันที่ 22 มีนาคมโดยรถบัสครับโดยที่แบกจักรยานพับมาด้วย กะว่าจะใช้เป็นพาหนะเดินทางทำธุระที่นี่ครับ(ถ้าเป็นคนทั่วไปก็คงหาเช่ารถเอาเนอะ 555+) พอถึงบขส.ก็จัดการเอาจักรยานออกจากถุงแล้วก็ประกอบปุ๊บปั๊บๆอยู่ไม่ถึง 10 นาทีก็เสร็จครับ จากบขส.ถึงที่พักคือ โรงแรมพนมพิมานในมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ก็ไม่ได้ไกลมากครับ แค่ 2 กิโลกว่าๆปั่นไม่ถึง 10 นาที เช็คอินปุ๊บปั๊บก็หมดวันพอดี


เช้าวันที่ 23 มีนาคมก็ลงมาทานข้าวที่ห้องอาหารครับ ช่วงนี้ฟุตบอลไม่มีแข่งเพราะเป็นเรื่องของทีมชาติเขาครับ
โรงแรมก็เลยจะเงียบๆหน่อย



อาหารเช้าก็จะเป็นแบบตักเอง สไตล์ผสมผสานครับ มีขนมปัง สลัดผัก แล้วก็ข้าวต้ม
จานแรกผมก็ตักๆไปขำๆก่อนเพราะลงมาเช้า อาหารยังเตรียมไม่เสร็จดี




จานที่สองก็มีไข่ดาว มีผักโน่นนี่มาลงเยอะขึ้นครับ แต่น้ำสลัดเป็น manyonaise
...ผมไม่กิน ก็เลยกินผักเปล่าๆครับ มะเขือเทศช่วยได้เยอะเลย





ตบท้ายด้วยข้าวต้มหมูอีกถ้วย ก็พร้อมลุยครับ




หลังจากแวะดูบ้าน ดูสวนป่าก็ได้เวลาบันเทิง แวะวัดสว่างอารมณ์แถวๆบ้านครับ
ชื่อวัดนี้ซ้ำเยอะครับ มีอยู่ทั่วประเทศเลยมั้ง 555+

ลืมบอกไปว่า...ฝุ่นหนามากครับช่วงนี้ AQI 150+ ทั้งประเทศ
แต่ก็ไม่ค่อยลำบากมากครับ ผมใส่หน้ากากแล้วก็ปั่นแบบชิลๆ
เพราะจักรยานพับมันทำความเร็วไม่ได้มากครับ




พอเวลาล่วงเลยไปเกิน 10 โมงเช้า พระอาทิตย์ก็ทำงานหนักเลย
ขอแวะกินน้ำหน่อยนะ 130




พอออกจากคาเฟ่ที่ปั๊มก็ปั่นเข้าเมืองมา (กะชมเมืองไปในตัว)
กำลังจะผ่านหน้าโรงเรียนมัธยมเก่าก็ไปเจอ อ่าว...วงเวียนตรงนี้มีช้างน้อยด้วย

เทียบกับสมัยตอนผมอยู่นี่ มีแค่ยางรถยนต์เก่ามาเรียงกันเป็นวงเวียนครับ 107




ป้ายโรงเรียนเหมือนเดิม แค่ทาสีใหม่ รั้วทึบก็กลายเป็นรั้วโปร่งแล้ว





ที่น่าตกใจก็คือป้ายรับสมัครนักเรียนใหม่ เห็นหน้าน้องเขาแล้วนี่อยากกลับเข้าไปเรียนใหม่เลย
พอส่งรูปให้น้องดู น้องผมบอกว่าน้องในรูปคือ น้องพั้นรักแมว ที่เป็น idol ในหมู่วัยรุ่นตอนนี้

12
คือ...ผมไม่รู้จักอ่ะ 555+

แต่ก็ช่างเถอะ น้องเขาน่ารักก็ดีแล้ว ยิ่งรู้ว่ามีรุ่นน้องน่ารักขนาดนี้แถมเป็นคนดังด้วย
สอบติดแพทย์มข.อีก ผมก็ยิ่งดีใจ

คนน่ารักคนหล่อๆเขาจบจากบุรีรัมย์พิทยาคมและมหาวิทยาลัยขอนแก่นกันนะจ๊ะ อิอิ

8




ปั่นมาอีกหน่อยก็เจอหอนาฬิกาหน้าสถานีรถไฟครับ
นี่ต้องบอกเลยว่าหอนาฬิกานี้กี่ปีๆก็เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ




หันมาอีกฝั่งก็เป็นสถานีรถไฟครับ
อาคารก็ปรับปรุงใหม่แต่ที่แปลกใจคือ...




ร้านลูกชิ้นยืนกิน...มันดูยิ่งใหญ่กว่าสมัยก่อนมากเลย
น่าจะเป็นอิทธิพลของน้องลิซ่าแน่นอน




ปั่นเลยมาอีกหน่อยเลี้ยวขวาก็เข้าสู่ถนนสุนทรเทพครับ
ถนนนี้เป็นถนนเก่าแก่นะผมว่า เพราะมีตลาด มีวัดกลางประจำจังหวัดอยู่ในแนวถนน

อย่างร้านเบเกอร์รี่ "ไมตรีจิตร" ก็เป็นร้านที่อยู่มานานตั้งแต่ผมเกิดก็มีแล้ว
ป้ายบอกว่า เปิดมากว่า 50 ปี ก็คงจริงตามที่เขาว่าแหล่ะ




ปั่นผ่านมาถึงถนนพิทักษ์ก็จะเจอโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดครับ
ดูหรูหรากว่าแต่ก่อนมาก ทางเดิน foot path ด้านในมีหลังคาครบหมด
สมัยผมนี่ยังเป็นลานคอนกรีตอยู่เลย

สนามด้านใน ผมเห็นมีหลังคาโค้งคลุมใหญ่โตมาก
หอประชุมก็กั้นผนัง ติดแอร์ทั้งหลัง
.
.
.
อิจฉาเด็กสมัยนี้จริงๆ
ไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายจะเป็นยังไงบ้าง สมัยผมค่าอาหารกลางวันเทอมละ 400 บาทนะ

25




แดดเริ่มร้อน ท้องก็เริ่มหิวครับ ปั่นผ่านมาถนนธานีเท่าที่สังเกตจะมีช่วงหนึ่ง

มีแต่ร้านก๋วยเตี๋ยว
ติดกัน 6-7 ร้าน

แต่มีคนเยอะจริงๆแค่ 2 ร้านครับ ก็คือร้านที่ผมมานั่งกินนี่เอง
20




เส้นเล็กต้มยำหมูนุ่มชามนี้ 45 บาทครับ
หมูนุ่มมากกกชอบครับ แต่น้ำซุปรสมันไปนิดนึง
เกี๊ยวฟรี ผักฟรี มีมะนาวมาให้

ผ่านครับ!!
13




ปั่นผ่านถนนธานีมาเรื่อยๆก็มาเจอร้านหนังสือดอกหญ้า
จำได้ว่ามาเปิดที่นี่ตอนผมอยู่ม.3 ครับ

ยังอยู่รอดมาได้ในสมัยที่ e-book ครองเมืองนี่ต้องถือว่าเก่งมากๆ




ที่ปั่นต่อๆมาเรื่อยๆไม่ใช่อะไรครับ หาคาเฟ่นั่งพักหน่อย
อากาศร้อนมากๆ 38 องศาแล้วเพิ่งจะพ้นบ่ายโมงมาไม่เท่าไหร่

ก็มาเจอะร้านนี้ครับ รีบจอดรถหน้าร้านแล้วก็เดินเข้ามาหาแอร์ทันที 107




สั่งโกโก้เย็นไม่หวานครับ 69 บาท แต่โกโก้เขานิ่มนวลดีครับ
ดื่มง่าย ก็ถือว่าสมราคานะครับ

ตอนสั่งเห็นมีประกาศนียบัตรที่ counter คาดว่าเจ้าของร้านน่าจะไปเรียนทำขนมมาจากเมืองนอกครับ





ก็เลยลองสั่ง Almond flakes peanut butter มาลองทานดูครับ
ชิ้นนี้ 59 บาท ขนมปังนุ่มสุดๆครับ ละลายในปากทีเดียว

แต่ peanut butter น่าจะมาจากกระปุกครับเพราะมันไม่เนียนเหมือนขนมปังเลย
แต่ภาพรวมก็กินง่าย ขายคล่องครับ สมราคาดี
13

หลังจากนั้น ผมก็ปั่นไปแวะบ้านเพื่อนสมัยมัธยมครับ (แต่รู้แหล่ะว่าเพื่อนมันไม่อยู่หรอก 555)
เจอแต่น้องสาวเพื่อนครับก็ถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไปครับ
เพราะสมัยมัธยมนี่ แทบทุกเย็นหลังเลิกเรียนถ้าไม่มีเรียนพิเศษกลุ่มผมก็จะไปสิงอยู่บ้านเพื่อนคนนี้นี่แหล่ะ
เล่นเกม PS1 PS2 กันครับ Winning Eleven นี่ต้องมีแน่นอน

พอออกมาจากบ้านเพื่อนผมก็กลับโรงแรมก่อนเลยครับ
ปั่นจักรยานช้าๆแล้วมันร้อนครับ ลมมันไม่ตีเข้าหน้า เหงื่อเลยไม่ค่อยระเหย
รู้สึกเหนื่อยกว่าปั่นเสือหมอบอีกครับ

พอตกเย็นผมก็เดินออกมาจากโรงแรม หาร้านข้าวผ่าน Google
ตอนแรกจะกินข้าวหมกไก่แต่ร้านปิดครับ โชคดีว่าเดินมาอยู่ในดง Night Bazaar พอดีก็เลยมีร้านให้เลือกเยอะ




ก็เลยมาจบที่ร้านนี้ครับ
มีป้ายบอกด้วยว่า ถ้าสั่งข้าวแล้วไม่อิ่ม เติมข้าวได้ฟรีจ้า (นี่คือเหตุผลที่เลือกครับ 108)




มื้อเย็นวันนี้มีเท่านี้ครับ ข้าวไก่ผัดผงกะหรี่ 60 บาท มีน้ำซุปด้วย
แตงโมจานนั้นแถมฟรีครับ (ใจดีมากๆ)
ข้างๆก็มีขายน้ำ ผมก็เลยสั่ง White malt มาแก้วนึงอีก 30 บาท

กินอิ่มก็เดินกลับโรงแรมครับ ระยะไม่ไกลมากไป-กลับแค่ 5 กิโลครับ




สรุปการปั่นจักรยานเที่ยววันนี้ ระยะทางไม่เยอะ แต่แวะโน่นนี่เยอะมากครับ 101
โดยรวมก็ทำให้ความรู้สึกเก่าๆกับบ้านเกิดมันกลับมาครับ
ความคุ้นเคยกับถนนหนทางก็ยังมีอยู่
ถึงแม้บ้านพักในราชภัฎที่ผมเคยอยู่จะถูกรื้อทำเป็น Apartment สำหรับอาจารย์ไปแล้วก็ตาม
ว่างๆจะกลับมาเยี่ยมอีกแน่นอนครับ

 
     ขอประชาสัมพันธ์สำหรับ blog ประจำ(สรุปผลปั่นจักรยาน)ของอาทิตย์ก่อนอาจจะลงควบกับของอาทิตย์นี้นะครับ เพราะคิดว่าเวลาที่เหลือของสัปดาห์นี้จะทำระยะหน่อยครับเพราะไม่ได้ปั่นตามความเข้มข้นที่วางแผนไว้เลยรู้สึกว่าร่างกายมันย้วยๆลงครับ (จริงๆคือ การปั่นมันน้อยจนไม่มีอะไรให้เขียนซะมากกว่านะ 555+) แล้วก็ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้และตามมาเยี่ยมเยียน ถามไถ่นะครับ แล้วพบกันใหม่คราวหน้าครับ สวัสดีครับ
 
18



Create Date : 26 มีนาคม 2568
Last Update : 27 มีนาคม 2568 14:47:03 น.
Counter : 795 Pageviews.

11 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณThe Kop Civil, คุณ**mp5**, คุณสมาชิกหมายเลข 3902534, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณmultiple, คุณหอมกร, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณSweet_pills, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtoor36, คุณnewyorknurse, คุณดอยสะเก็ด

  
คุณกะริโตะคุงเป็นคนบุรีรัมย์เหรอครับ งั้นปีหน้ามาวิ่งบุรีรัมย์มาราธอนด้วยกันเลยครับ ผมไม่ใช่คนบุรีรัมย์นะ แต่ตั้งใจไว้ว่าจะไปวิ่งที่นี่ทุกปี ถ้าไม่ติดอะไรนะครับ
ผมมาปักหมุดร้านอาหาร กับร้านกาแฟเอาไว้ละครับ ตามรอยบล็อกนี้ วิ่งเมื่อตอนต้นปีผมเดินทางโดยรถไฟแล้วไปนอนเต็นท์ข้างสนามช้างครับ ตอนแรกว่าจะขนจักรยานพับไปด้วย แต่ด้วยระยะเวลาไม่ทัน ก็เลยต้องพักไว้ก่อนครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 27 มีนาคม 2568 เวลา:15:37:11 น.
  
หมวดนี้ขอเยอะๆ บล็อกหน่อยจ้า

โดย: หอมกร วันที่: 27 มีนาคม 2568 เวลา:18:45:49 น.
  
หุหุหุ บุรีรัมย์ รู้จักแต่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แฟนเยอะใช้ได้เลย

จริงๆ อันตรายนะเดินทางด้วยจักรยานในเส้นทางที่ไม่ค่อยคุ้นแบบนี้ แจ่จะว่าไปประเทสไทยมันก็อันตรายทุกที่แหละนะ

วันก่ินดูรายการญี่ปุ่นในช่องยูทูป เห็นพูดเรื่องจักรยานเหมือนกันพอจะนึกภาพออกเรื่องจักรยานพับได้
โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 27 มีนาคม 2568 เวลา:22:08:42 น.
  
หูย ชอบมาก อยากได้มากเลยครับ จักรยานพับนี่
สมัยก่อนจะซื้อหลายรอบแล้ว แต่คิดไปคิดมา
เราอยู่แต่ใน กทม ขี่โซซัดโซเซในเมือง
นี่ เคราะห์หามยามซวย เจอคนเมาซิ่งมาเข้า จะแบนแต๊ดแต๋เอาง่ายๆนะครับ555

พูดถึง บุรีรัมย์ นี่นึกถึง สุพรรณ ขึ้นมาเลย
คือถ้าจังหวัดไหนมี ขาใหญ่คุมอยู่นี่ เรียกว่ามันจะเจริญเร็ว ผิดหูผิดตาเลยเชียวนะครับ

ยิ่งเป็นบ้านเกิดคนดังแบบน้องลิซ่านี่ด้วย ยิ่งดังไปกันใหญ่

ได้ขี่จักรยานพับรอบเมืองนี่ ถ้าอากาศไม่ร้อน หน้าหนาวจะฟินมาก ไม่ต้องเช่ารถประหยัดได้อีกนะครับ

แล้วอาจารย์เต๊ะ มาเม้นท์ตอนเช้า ตี4 น้ำตาลกำลังตกนี่
โหมาเจอเล้นเล็กต้มยำหมูนุ่ม หนมปังก้อนใหญ่อีก ไหนจะข้าวไก่ผัดผงกะหรี่ โอ๊ย น้ำลายฟูมปากเลยละครับ
ไม่ไหวแล้วไปดีกว่า 555

โดย: multiple วันที่: 28 มีนาคม 2568 เวลา:4:49:39 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับ

เวลากลับไปเที่ยวบ้านเกิดหรือจังหวัดที่เคยอยู่เคยเรียน
อย่างแรกที่อยากกลับไป คือ ร้านอาหารที่เคยกินนะครับ
แล้วก็อยากไปดูสถานที่ที่ผูกพัน

ผมยังไม่เคยไปบุรีรัมย์เลยครับ
แต่ที่โด่งดังสุดน่าจะเป็นทีมฟุตบอลกับเจ้าของทีม 5555

และร้านลูกชิ้นที่น้องลิซ่าช่วยพูดถึงจนดังแบบเปลี่ยนชีวิตกันเลยทีเดียว


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2568 เวลา:4:49:54 น.
  
ผมไม่ได้เที่ยวไหนเลยน่าจะ 7-8 ปีแล้ว
เต็มที่ก็คือพามาดามไปบ้านเธอที่แม่สายเท่านั้นเองเครับ
จะพยายามเก็บเงินเพื่อเที่ยวรอบโลกอยู่ครับ 555
ตอนนี้เที่ยวไปกับ AI ก่อน 555

เมื่อสักครู่แผ่นดินไหวแรงมาก
แรงที่สุดในชีวิตที่เจอมาเลยครับ
ไหวแรง ไหวนาน
น่ากลัวมากๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2568 เวลา:14:08:21 น.
  
สวัสดี จ้ะ น้องกะริโตะคุง

ตามเที่ยวเมืองบุรีรัมย์บ้านเดิมของเธอด้วย จ้ะ บรรยากาศ
ดีนะ อาหารแต่ละมื้อ ดูน่ากินนะ จังหวัดนี้ ครูยังไม่เคยไป จ้ะ
แถมนำจักรยานพับไปด้วย ขี่เที่ยวในเมือง ไม่เสียเวลาใน
การออกกำลังกายในตัวด้วย เยี่ยม จ้ะ
โหวดหมวด บันทึกประสบการณ์ชีวิต

ขอบใจที่แวะมาให้กำลังใจที่บล็อกครู ใช่จ้ะ ประเทศ
โบลีเวีย เป็นประเทศที่มีธรรมชาติสวยงามและแปลกตา
โดยเฉพาะทะเลเกลือ ลวดลายแปลก สวยงาม เธอยังหนุ่ม
สามารถไปเที่ยวได้แน่นอน จ้ะ ธิเบต ก็น่าไป จ้ะ ครูก็ยังไม่
เคยไป นะแต่โอกาสที่จะไปคงยาก เพราะชราภาพแล้ว อีก
อย่างเขาว่าอากาศหนาวมาก จ้ะ

โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 28 มีนาคม 2568 เวลา:21:10:48 น.
  
วันนี้น่าจะไหวแรงมากที่สุดเท่าที่ผมเคยอยู่เชียงใหม่มาเลยครับ
นั่งอยู่ในร้าน
พื้นสั่นไหวรุนแรงมากๆ
ดีที่ไม่มีอะไรเสียหายครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 มีนาคม 2568 เวลา:22:04:40 น.
  
คนเราก็ต้องมีธุระบ้างแหละครับ ธรรมดา ผมไม่ได้เห็นชื่อร้านหนังสือ ดอกหญ้ามานานมากแล้ว เมื่อก่อนร้านดอกหญ้าเยอะนะ กระจายเต็มไปหมดเลย

แบกจักรยานพับมาปั่นนี่ลงทุนมากเลย แต่มันก็ได้บรรยากาศของการปั่นที่ใหม่ๆ ผมพอเข้าใจอารมณ์น่าจะคล้ายๆ วิ่งมั้ง

ช่วงนี้ฝุ่นเยอะจริงๆ ครับ ผมไม่กล้าออกไปวิ่งเลย เดินกลางแจ้งต้องใส่หน้ากาก แต่ก็รู้สึกอึดอัดมากเหมือนกัน เข้าใจอารมณ์เลยครับเห็นโรงเรียนเก่าที่ตัวเองเคยเรียนมันก็มีความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ประมาณว่านี่นั่นเปลี่ยนแปลงไป

สถานีรถไฟตามจังหวัดต่างๆ มันดูเล็กมากเลยครับ ก็พอเข้าใจแหละครับว่าอย่างใร กทม. มันใหญ่เพรามันเป็นจุดศูนย์กลาง



โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 28 มีนาคม 2568 เวลา:23:44:54 น.
  
อรุณสวัสดิ์ครับคุณกะริโตะคุง

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2568 เวลา:4:32:22 น.
  
ผมศึกษาธรรมะด้วยตัวเอง
เลยไม่มีใครมาบอกว่ามันยากหรือไม่สามารถเข้าถึงธรรม
ผมก็เลยเชื่อของผมว่าธรรมะไม่ได้ยาก (จนเกินไป)
และทุกคนสามารถเข้าถึงธรรมได้
คุณกะริโตะคุงก็ด้วยครับ

เมื่อถึงเวลารู้ธรรม ก็จะได้รู้แน่นอน
เพียงแต่จะรู้อย่างไร ทีไ่หน เมื่อไหร่ เท่านั้นเองครับ

นอกจากเรื่องยิงธนู
ผมยังเคยศึกษาเรื่องราวของศิลปินคนนึง
ที่วาดภาพเพื่อหาเงิน
รูปวาดของท่านสวยงามมากจนใครก็อยากให้วาด
ท่านเรียกราคาสูงมาก
จนเมื่อวันหนึ่งท่านรวบรวมเงินได้มากพอที่จะสร้างถถนน
สะสมข้าวในยุ้งฉางให้ประชาชน บูรณะวัดจนสำเร็จ
ท่านก็วางพู่กันและเลิกวาดไปเลยตลอดชีวิต
ท่านเป็นพระเซนชาวญี่ปุ่นครับ
มีตัวตนอยู่จริง

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2568 เวลา:13:24:43 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

กะริโตะคุง
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



ชอบปั่นจักรยาน
เที่ยวแถวๆบ้าน (แต่จริงจังนะ)
แวะคาเฟ่ไปเรื่อยๆครับ

เครื่องดื่มที่ชอบ :
Espresso (คั่วอ่อน)
Latte (คั่วกลาง)
ชาไทย (ไม่หวาน)
ชาเขียว (ก็ไม่หวาน)
โกโก้ (ไม่หวาน ขมๆ 90%)
ชาฮ่องกง (Ceylon) ก็ไม่หวานเหมือนกันครับ

ถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกมาตั้งแต่ปี 2014
แต่ฝีมือไม่ค่อยพัฒนาเท่าไหร่ครับ ถ่ายตามใจฉัน
จะพยายามอัพ Blog บ่อยๆครับ


New Comments