ตำนานอุรังคธาตุ และ “ วสันตวิษุวัต” (Vernal equinox) ที่พระธาตุภูเพ็ก

         ปราสาทภูเพ็ก ที่ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นแห่งหนึ่งที่สร้างได้เพียงพื้นฐานและข้างฝาของห้องวิมาน และถูกทิ้งร้างยืนตระหง่านอย่างเดียวดายบนยอดเขาสูง 500 เมตร จากระดับน้ำทะเล เนื่องจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สิ้นพระชนม์เสียก่อน และไม่มีผู้ใดสานงานต่อเนื่องจากสาเหตุข้างต้น ประกอบกับอาณาจักรขอมในยุคต่อจากพระเจ้าชัยวรมันที่8 เดินเข้าสู่สัจธรรมที่ว่า เมื่อถึงจุดสูงสุดแล้วสูเจ้าจำต้องโรยราไปตามกาลและเวลา

ปราสาทภูเพ็ก จึงไม่ใช่เป็นเพียงโบราณสถานธรรมดา แต่เป็นประจักษ์พยานแห่งความเชื่อทางศาสนา ผสมผสานกับการปกครองระบอบเทวราชา และปฏิทินมหาศักราช ที่ผูกพันอย่างเหนียวแน่นกับตำแหน่งดวงอาทิตย์ในวันสำคัญทางดาราศาสตร์ และสุดท้ายของสุดท้ายความเชื่อดังกล่าวตกทอดมาเป็นวิชาโหราศาสตร์ในรูปแบบ ปฏิทินไทย ที่เริ่มต้นวันปีใหม่ (สงกรานต์) ด้วยตำแหน่งดวงอาทิตย์ใน ราศีเมษและปี2551 นี้ ชาวคริสต์ทั่วโลกต้องฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เพราะวัน อีสเตอร์ซันเดย์หรือภาษากรีกเรียกว่า ปัสก้า” ( ซึ่งกำหนดสูตรคำนวณโดยFirst Council of Nicaea เมื่อ ค.ศ. 325 ) ตรงกับวันที่ 23มีนาคม2551 ซึ่งหมุนกลับมาตรงกับเหตุการณ์เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเมื่อ ค.ศ. 33 อยู่ในช่วงที่กรุงเยรูซาเล็มเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน ตรงกับวันศุกร์ วสันตวิษุวัต พระจันทร์เต็มดวง (Friday, Vernalequinox and Full moon) และฟื้นคืนชีพในวันอาทิตย์


ตำนานอุรังคธาตุ ที่กล่าวถึงการแข่งขันสร้างปราสาทระหว่างฝ่ายหญิงกับฝ่ายชาย เพื่อตัดสินว่าใครจะได้พระอุรังคธาตุซึ่งพระมหากัสปะนำมาจากชมพูทวีปไปบูชา ฝ่ายชายตกลงจะสร้างปราสาทบนยอดภูเขาที่ชื่อว่าดอยแท่นอยู่นอกตัวเมืองหนอง หารหลวง ส่วนฝ่ายหญิงนำโดยพระนางนารายณ์เจงเวงชายาของพระยาสุวรรณภิงคารเจ้าเมือง หนองหารหลวง เงื่อนไขการแข่งขันระบุว่าให้เริ่มต้นสร้างปราสาทพร้อมกัน และทันทีที่เห็นดาวเพ็ก (ดาวพระศุกร์) ก็ให้หยุดก่อสร้าง แล้วมาดูว่าใครสร้างเสร็จหรือไม่เสร็จ ผู้ชนะจะได้พระอุรังคธาตุไปบูชาตามสัญญา ครั้นเมื่อถึงเวลาลงมือก่อสร้างฝ่ายชายประมาทว่าผู้หญิงคงไม่มีน้ำยาก็เลย ชะล่าใจหันไปสร้างทางเดินก่อน ส่วนตัวปราสาทค่อยรอทีหลังคิดว่ายังไงก็เสร็จทัน ขณะเดียวกันฝ่ายหญิงเริ่มใช้หมัดเด็ดของสตรีเพศโดยแต่งตัวลักษณะล่อแหลมถ้า เป็นปัจจุบันอาจเรียกว่าสายเดี่ยวไปยั่วกิเลศ ทำให้ฝ่ายชายไม่เป็นอันทำงานทำการ ครั้งพอใกล้ถึงรุ่งสางฝ่ายหญิงปล่อยหมัดเด็ดชุดสอง จุดโคมไฟขึ้นฟ้าและหลอกว่าดาวเพ็กขึ้นแล้วฝ่ายชายจึงละทิ้งการก่อสร้าง ทำให้ปราสาทบนดอยแท่นไม่เสร็จ ต่อมาจึงรู้ว่าโดนหลอกแต่ก็ช้าไปต๋อยกลับลำไม่ทันแล้ว ปราสาทหลังนี้จึงถูกขนานนามว่า เพ็กมุสาและกลายมาเป็นปราสาทภูเพ็กหรือ พระธาตุภูเพ็กอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม //www.yclsakhon.com




Create Date : 20 ตุลาคม 2555
Last Update : 20 ตุลาคม 2555 11:04:27 น.
Counter : 1421 Pageviews.

1 comments
  
โดย: Kavanich96 วันที่: 21 ตุลาคม 2555 เวลา:4:07:10 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
ตุลาคม 2555

 
8
10
11
12
18
22
23
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog