ศรัทธา-ความเชื่อ-การปกครอง พ.ศ 1700 (ตอน2)

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7ทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 ทรงประสูติเมื่อประมาณ พ.ศ.1663 หรือ พ.ศ.1668พระนามเดิมคือเจ้าชายวรมัน ทรงเสกสมรสตั้งแต่ทรงพระเยาว์กับเจ้าหญิงชัยราชเทวีสตรีที่มีบทบาทและอิทธิพลสำคัญที่สุดเหนือพระองค์รวมทั้งโน้มนำให้พระองค์หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน

ราว พ.ศ. 1720 – 1721พระเจ้าชัยอินทรวรมันแห่งอาณาจักรจามปา ทรงนำทัพจามบุกเข้าโจมตียโศธรปุระกองทัพเรือจามบุกเข้าถึงโตนเลสาบ เผาเมือง และปล้นสะดมสมบัติกลับไปเป็นจำนวนมากรวมทั้งจับพระเจ้าตรีภูวนาทิตวรมันประหารชีวิต เชื่อกันว่าการรุกรานเมืองยโศธปุระครั้งนั้น เจ้าชายวรมันได้วางเฉยยอมให้เมืองแตกจากนั้นพระองค์จึงกู้แผ่นดินขึ้นมาใหม่ โดยนำทัพสู้กับพวกจามนานถึง 4 ปีจนสามารถพิชิตกองเรือจามผู้เชี่ยวชาญการเดินเรือได้อย่างราบคาบในยุทธการทางเรือที่โตนเลสาบ

หลังจากสถาปนาศูนย์กลางอาณาจักรแล้วพระเจ้าชัยวรมันที่ 7จึงทรงแก้แค้นศัตรูเก่าคืออาณาจักรจามปา ใน พ.ศ. 1733 กองทัพของพระองค์ก็สามารถยึดเมืองวิชัยยะเมืองหลวงของจามปาได้ นอกเหนือจากการสงครามแล้ว พระเจ้าชัยวรมันที่ 7ได้สร้างพุทธสถานไว้มากมาย เช่น ปราสาทบันทายคดี ปราสาทตาพรม ที่สร้างถวายพระมารดาปราสาทพระขรรค์ สร้างถวายพระบิดา ปราสาทตาโสม ปราสาทนาคพัน ปราสาทบันทายฉมาร์ในเขตประเทศไทยปัจจุบัน พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นผู้บูรณะปราสาทหินพิมายและปราสาทเขาพนมรุ้งให้เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน

พระองค์ทรงสถาปนาคติ พระพุทธเจ้าที่ยังมีชีวิตหรือพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรขึ้นมา ซึ่งหมายถึงตัวพระองค์เองคือพระโพธิสัตว์ที่เกิดมาเพื่อปัดเป่าทุกข์ภัยให้แก่ราษฎรภาพสลักรูปใบหน้าที่ปรากฏตามปรางค์ในหลายปราสาทที่ทรงสร้างขึ้นเชื่อว่าคือใบหน้าของพระองค์ในภาคพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรนั่นเอง

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7ทรงสิ้นพระชนม์ในประมาณปี พ.ศ. 1758 หรือ พ.ศ.1762เชื่อกันว่าทรงมีพระชนม์ชีพยืนยาวถึง 94 ปี ได้ฉลองพระนามหลังสวรรคตว่า มหาบรมสุคตะหมายความว่า พระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ (วิกิพีเดีย )

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7ทรงอุปภิเษกกับเจ้าหญิงชัยเทวี ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์และพระองค์ทรงได้เข้าร่วมสงครามในการป้องกันเมืองวิชัยปุระหรือว่าเมืองบินทินในปัจจุบันจากการรุกรานของอาณาจักรจามปาซึ่งรุ่งเรืองขึ้นมาในสมัยนั้น

ในการจากพรากของพระสวามีทำให้พระนางชัยเทวีโศกศัลย์อาดูรยิ่งนักซึ่งพระขนิษฐาของพระนางสลักจารึกเอาไว้ในแผ่นหินที่ฐานพระราชวังหลวงถึงความอาดูรนี้ว่า

ภรรยาต้องอาบน้ำตาโศกสลดเช่นสีดาที่รอคอยพระสวามี ได้แต่สวดวิงวอนให้พระองค์กลับคืนมาตามพิธีกรรมของพราหมณ์แต่ในที่สุดพระนางก็ได้พบวิธีฝึกสมาธิตามแบบพุทธศาสนา

ระหว่างการสู้รบที่ประเทศจามปาพระราชบิดาคือพระเจ้าธรนินทรวรมัน ที่ 2 ได้สิ้นพระชนม์ลง พระญาติคือพระเจ้ายโสวรมัน ที่ 2เข้ามาแย่งราชสมบัติไปครองหากแต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้นขุนพลผู้ที่เคยยืนอยู่เคียงข้างบัลลังก์ก็เป็นกบฏ ยึดอำนาจสถาปนาตนเองขึ้นมาครองราชย์นามว่า พระเจ้าตรีภูวนาทิตย์ซึ่งเป็นเจ้าแห่งสามโลก


เมื่อข่าวราชสมบัติของราชวงศ์ถูกขุนพลแย่งไปครองพระเจ้าชัยวรมันที่ 7ทรงยกกองทัพกลับคืนมาหมายจะแก้ไข แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เพราะทุกอย่างมันสายไปเสียแล้ว

พระองค์ทรงต้องรอนแรมหลบซ่อนตัวเพื่อส้องสุมผู้คนและกำลังทหารอยู่นานถึง15 ปีโดยที่ไม่สามารถจะกลับคืนมายังพระนครได้ ซึ่งในระหว่างนั้น พระเจ้าตรีภูวนาทิตย์คิดที่จะยกพระนางชัยเทวีขึ้นมาเป็นพระชายา หากแต่พระนางไม่ทรงปรารถนาจึงถูกนำมาจองจำเอาไว้ในปราสาทที่ลานพระเจ้าขี้เรื้อนแห่งนี้

พระนางได้แต่ทรงสวดมนต์อ้อนวอนขอให้พระสวามีได้กลับคืนมาสู่พระนครอย่างจงรักภักดีจนถึงนาทีสุดท้ายแม้ขณะที่สิ้นพระชนม์ไปในปีพ.ศ. 1709 พระนางก็ยังเฝ้ารำพันถึงแต่พระองค์

นหลังจากนั้นอีก 11 ปี ต่อมา ใน พ.ศ.1720พวกจามปาจึงได้บุกเข้าโจมตีกัมพูชาและจับเอา พระเจ้าตรีภูวนาทิตย์ สำเร็จโทษเสีย พระเจ้าชัยวรมันที่ 7จึงได้เห็นเป็นโอกาสที่ดี นำกองทัพเขมรโจมตีกองทัพของจามปาแตกพ่ายไปและได้สถาปนาพระองค์ขึ้นมาเป็นมหาราชองค์ผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินกัมพูชา

CREDIT : http://www.oknation.net/blog/my-story/2010/02/15/entry-2


อ่านเพิ่มเติม //www.oknation.net/blog/voranai/2012/07/25/entry-1







Create Date : 08 กันยายน 2555
Last Update : 7 ตุลาคม 2555 14:00:02 น.
Counter : 1047 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
กันยายน 2555

 
 
 
 
 
 
7
14
15
22
24
29
30
 
 
All Blog