เมื่อฆราวาสผู้หลงใหลในรูปโฉม บรรลุอรหันต์ (ตอน 2)
 
ผจญมารและเอาชนะมาร : วันหนึ่ง พระเถรีนั้นนั่งพักกลางวันอยู่โคนไม้ต้นหนึ่ง มารผู้มีบาปแปลงกายเป็นชายหนุ่มเข้าไปหา เมื่อประเล้าประโลมด้วยกามทั้งหลาย ก็กล่าวคาถาว่า
แม่นางเขมาเอย เจ้าก็สาวสคราญ เราก็หนุ่มแน่น
มาสิ เรามาร่วมอภิรมย์กัน ด้วยดนตรีเครื่อง นะแม่นาง.
นางเขมาเถรีนั้น ฟังคำนั้นแล้ว เมื่อประกาศความที่ตนหมด ความกำหนัด ในกามทั้งปวง ความที่ผู้นั้นเป็นมาร  ความไม่เลื่อมใสที่มีกำลังของตนในเหล่าสัตว์ผู้ยึดมั่นในอัตตา  และความที่ตนทำกิจเสร็จแล้ว จึงกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า
เราอึดอัดเอือมระอาด้วยกายอันเปื่อยเน่า กระสับกระส่าย  มีอันจะแตกพังไปนี้อยู่ เราถอนกามตัณหาได้แล้ว กามทั้งหลาย มีอุปมาด้วยหอกและหลาว มีขันธ์ทั้งหลายเป็นเขียงรองสับ  บัดนี้ ความยินดีในกามที่ท่านพูดถึงไม่มีแก่เราแล้ว  เรากำจัดความเพลิดเพลินในกามทั้งปวงแล้ว ทำลายกองแห่ง ความมืด [อวิชชา] เสียแล้ว
ดูก่อนมารใจบาป ท่านจงรู้อย่างนี้ ตัวท่านถูกเรากำจัดแล้ว พวกคนเขลา ไม่รู้ตามความเป็นจริง พากันนอบน้อมดวงดาวทั้งหลาย บำเรอไฟอยู่ในป่าคือลัทธิ สำคัญว่าเป็นความบริสุทธิ์ ส่วนเราแลนอบน้อมเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เป็นอุดมบุรุษจึงพ้นแล้วจากทุกข์ทั้งปวง ชื่อว่าทำตามคำสั่งสอนของพระศาสดา.
เมื่อพระพุทธเจ้าขับไล่มารและธิดามารทั้ง3
 
ครั้นแล้ว นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ แล้วยืนอยู่ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง นางตัณหามารธิดา ครั้นยืนอยู่ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ท่านถูกความโศกทับถมหรือ จึงได้มาซบเซาอยู่ในป่าอย่างนี้  ท่านเสื่อมจากทรัพย์เครื่องปลื้มใจแล้วหรือ หรือว่ากำลังปรารถนาอยู่ ท่านได้ทำความชั่วอะไรๆ ไว้ในบ้านหรือ เพราะเหตุไร ท่านจึงไม่ทำมิตรภาพกับชนทั้งปวงเล่า หรือว่าท่านทำมิตรภาพกับใครๆ ไม่สำเร็จ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า เราชนะเสนาคือปิยรูปและสาตรูป (รูปที่รักและรูปที่พอใจ)เป็นผู้ๆ เดียวเพ่งอยู่ ได้รู้ความบรรลุประโยชน์ และความสงบแห่งหทัย ว่าเป็นความสุข เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ทำความเป็นมิตรกับชนทั้งปวง และ ความเป็นมิตรกับใครๆ ย่อมไม่อำนวยประโยชน์ให้แก่เรา
 
 
นางอรดีมารธิดาได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า ภิกษุในพระศาสนานี้ มีปรกติอยู่ด้วยธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่าง ไหนมาก จึงข้ามโอฆะทั้ง แล้ว เวลานี้ได้ข้ามโอฆะที่ แล้ว กามสัญญาทั้งหลายย่อมห้อมล้อมไม่ได้ซึ่งบุคคลผู้เพ่ง-ฌานอย่างไหนมาก พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุคคลมีกายอันสงบแล้ว มีจิตหลุดพ้นดีแล้ว เป็นผู้ไม่มีอะไรๆ เป็นเครื่องปรุงแต่ง มีสติ ไม่มีความอาลัย ได้รู้ทั่วซึ่งธรรม มีปรกติเพ่งอยู่ด้วยฌานที่ อันหาวิตกมิได้ ย่อมไม่กำเริบ ไม่ซ่านไป ไม่เป็นผู้ย่อท้อ ภิกษุในศาสนานี้ เป็นผู้มีปรกติอยู่ด้วยธรรมเป็นเครื่องอยู่ อย่างนี้มาก จึงข้ามโอฆะทั้ง ได้แล้ว บัดนี้ได้ข้ามโอฆะที่ แล้ว กามสัญญาทั้งหลายย่อมห้อมล้อมไม่ได้ ซึ่งภิกษุผู้เพ่งฌานอย่างนี้มาก
 
ลำดับนั้น มารธิดา คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากัน หลีกไป ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว จึงพูดกันว่า เรื่องนี้จริงดังบิดาของเราได้พูด ไว้ว่า ชายนั้นเป็นพระอรหันต์ ผู้ดำเนินไปดีแล้วในโลก ไม่เป็นผู้อันใครๆ พึงนำมาด้วยราคะได้ง่ายๆ ก้าวล่วงบ่วงมารไปได้แล้ว เพราะฉะนั้น เราจึงเศร้าโศกมาก ก็ถ้าพวกเราพึงเล้าโลมสมณะหรือพราหมณ์คนใดที่ยังไม่หมดราคะ ด้วย ความพยายามอย่างนี้ หทัยของสมณะหรือพราหมณ์คนนั้นพึงแตก หรือโลหิตอุ่น พึงพลุ่งออกจากปาก หรือพึงถึงกับเป็นบ้า หรือถึงความมีจิตฟุ้งซ่าน (จิตลอย) เหมือนอย่างไม้อ้อสดอันลมพัดขาดแล้ว ย่อมหงอยเหงาเหี่ยวแห้งไป แม้ฉันใด สมณะหรือพราหมณ์นั้นพึงซูบซีดเหี่ยวแห้งไป ฉันนั้นเหมือนกัน
 
ลำดับนั้นแล มารธิดาทั้ง คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา พากันเข้าไปหาพระยามารถึงที่อยู่ พระยามารเห็นมารธิดา คือ นางตัณหา นางอรดี นางราคา มาแต่ไกล ครั้นเห็นแล้ว ได้กล่าวพ้อด้วยคาถาทั้งหลายว่าพวกคนโง่พากันทำลายภูเขาด้วยก้านบัว ขุดภูเขาด้วยเล็บ เคี้ยวเหล็กด้วยฟันทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจะทำพระโคดมให้เบื่อเข้าต้องหลีกไป เป็นประดุจบุคคลวางหินไว้บนศีรษะแล้วแทรกลงไปในบาดาล หรือดุจบุคคลเอาอกกระแทกตอ ฉะนั้น  พระศาสดาได้ขับไล่นางตัณหา นางอรดี และนางราคา ผู้มีรูป น่าทัศนายิ่ง ซึ่งได้มาแล้วในที่นั้นให้หนีไป เหมือนลมพัด ปุยนุ่น ฉะนั้น
 
ขอขอบคุณ http://www.84000.org/tipitaka
พลังด้านมืดและความดี ของมนุษย์ถ้าตีความตามหลักวิทยาศาสตร์ก็คือ DRIVE หรือแรงขับอย่างแรงกล้า3ประการคือ SEX-SURVIVAL-DESTROY แรงขับทั้ง3 มีจุดกำเหนิดมาจากINSTINCT/สัญชาติญาณ และ CONCIOUS/จิตสำนึก พฤติกรรมต่างๆของมนุษย์ในด้านดีและด้านชั่ว มาจาก3แรงขับนี้ SEXหรือกามมีความสำคัญสุด ผู้กำจัด-เอาชนะได้มีเฉพาะพระอรหันต์เท่านั้นนอกนั้นไม่ใช่ มีตำนานหนึ่งเล่าว่า ฤษีที่บำเพ็ญตบะอย่างยิ่งยวดนับ100ปีจนได้ญาณสมาบัติเหาะเหินเดินอากาศได้ วันหนึ่งเหาะผ่านสระอโนดาษเชิงเขาหิมาลัยเห็นหญิงรูปงามเปลื่อยกายอาบน้ำ จิตเกิดกำหนัดในกาม ญาณเสื่อมตกลงพื้นดินเหาะไม่ได้อีก เพราะถูกมาร-นางตัณหาย้อมใจหรือครอบงำได้ พุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาเดียวทีประกาศถึงความรู้สูงสุดหรือปัญญาขั้นสูงของมนุษย์ที่อยู่เหนือโลกทั้ง3ได้ ดังคำกล่าวว่าการชำระจิตให้บริสุทธิและตั้งไว้ถูกต้องดีแล้วย่อมนำพาเขาไปสู่สุขคติแล



Create Date : 07 สิงหาคม 2555
Last Update : 7 สิงหาคม 2555 13:54:36 น.
Counter : 1494 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
สิงหาคม 2555

 
 
 
2
9
14
19
21
26
31
 
 
All Blog