งบลงทุน 3.5 แสนล้านบาท AECและGLOBALWARMING ตอน2

AECและความเสี่ยงภาคการเกษตร-ป่าไม้

สังคมไทยจะต้องเอื้ออาทรต่อภาคการเกษตรและป่าไม้ และช่วยกันสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อไม่ให้คำทำนายต่างๆเป็นจริง อาทิเช่น ผีป่าจะเข้าสิงเมือง...โดยสร้างภูมิคุ้มกันดังต่อไปนี้

1.ภาคการเกษตรของประเทศไทยต้องมีForestry for Soil and Hydrology Infrastructure หรือป่าต้นน้ำลำธารบนภูเขา 70%ของพื้นที่เพื่อรักษาสมดุลย์สิ่งแวดล้อมและคุ้มครองผลผลิตการเกษตรให้ยั่งยืนและเสียหายน้อยที่สุด

2.หยุดการผลิตสินค้าขั้นปฐมที่มากเกินไป over demand จนราคาตกต่ำ และ ลงทุนสร้างอุตสาหกรรมที่มีพลังชุบชีวิตการเกษตรหรืออุตสาหกรรมการแปรรูปเพิ่มมูลค่าระดับตำบล ทีมีต้นทุน logisticsต่ำในพื้นที่รองรับ (การเกษตรไทยมีต้นทุนlogisticsมากกว่า20 %)  มีตัวอย่างทีดี เช่นการออกกฏหมายคุ้มครองและสร้างสรรค์พลังงาน BIOENERGY PARK INDUSTRYของประเทศเยอรมันนี ทีนายกผู้หญิงเขามีความหาญและวิสัยทัศน์ กล้าประกาศไม่เอาพลังงานนิวเคลียร์ และนายกปูไปเยือนมาแล้วน่าจะเอาเป็นแบบอย่างเพื่อปฏิรูปประเทศไทย

3.สร้างนวัตกรรมและออกแบบสถาปัตยกรรมการเกษตร-ป่าไม้ รูปแบบใหม่ที่เอื้ออาทรและไม่ใช้ความรุนแรงจากการบังคับใช้กฏหมายเป็นเครื่องมีอ เพื่อลดความเสียงจากราคาสินค้าการเกษตรผันผวนในตลาดโลกและมีคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้านทีมีดินอุดมสมบูรณ์-ค่าแรงต่ำ มีต้นทุนการผลิตทิ่ต่ำ

4.สร้างเครื่องมือใหม่ทางเศรษฐศาสตรและวิศวกรรม เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะโลกร้อนและดินฟ้าอากาศเปลี่ยนไป อันส่งผลให้ต้นทุนสูงเพราะเกษตรกร ต้องลงทุนปลูก2ครั้งแต่ขายได้ครั้งเดียว ประสบภาวะขาดทุนและขยายพื้นทีการเกษตรเพิ่มเข้าไปในเขตป่าไม้ ปัจจุบันพื้นทีการเกษตรส่วนใหญ่ตกอยู่ในความเสี่ยงเพราะไม่มีระบบชลประทาน ทำการเกษตรได้เพียง 1รอบ เกิดภาวะว่างงานแอบแฝงและมีรายได้ต่ำ ต้องส่งลูกหลานเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่ เหลือแต่คนแก่และเด็กอยู่เฝ้าบ้าน

ข่าวภัยแล้งและน้ำท่วม ที่ทำให้เกษตรกรเกิดภาวะเสี่ยงจากการขาดทุน ..

ข่าวฝนแล้งและต้นทุนการปลูก 2ครั้งเกษตรกร : นายไพศาล สำราญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ในหลายพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลูกข้าวของเกษตรกรทั้งจังหวัด ซึ่งมีอยู่กว่า 3.5 ล้านไร่ โดยต้นข้าวที่เพาะปลูกไปแล้วกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ หรือกว่า 1.5 ล้านไร่ กำลังประสบปัญหาขาดน้ำหล่อเลี้ยง และบางพื้นที่ยืนต้นตายเสียหาย ประกอบกับได้มีวัชพืชประเภทต้นหญ้าขึ้นปกคลุมต้นข้าว ทำให้ข้าวของเกษตรกรไม่เจริญเติบโต แคระแกรน ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรกำลังประสบอยู่  

ดังนั้นทางจังหวัดจึงได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่งทั้งจังหวัด เร่งออกสำรวจและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ในเบ้องต้นแล้ว แต่หากเกินความสามารถที่จะช่วยเหลือได้ ให้เร่งสำรวจและประสานรายงานมายังอำเภอ เพื่อของบใช้จ่ายภัยพิบัติฉุกเฉิน ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วน ซึ่งมีงบอยู่อำเภอละ 500,000 บาท

ที่มา : นสพ.แนวหน้าออนไลน์ 03 สิงหาคม 2555

แล้งจัดแห่นางแมวขอฝน
นาข้าวกาฬสินธ์แห้งตาย
อ้อนเทวดาช่วยชุบชีวิต

ที่บ้านโนนหนองเบ็ญ หมู่ 5 ต.หนองบัว อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ วันที่4 สิงหาคม นายอนันต์ จิตพันธุ์ สมาชิกสภาจังหวัด (ส.อบจ.) อ.นามน นายพิชัย ไชยทองศรี กำนันตำบลหนองบัว นางรักษ์ชนก หัสพิมพ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หนองบัว นำชาวบ้านกว่า 1,000 คน จัดขบวนแห่เซิ้งนางแมว เพื่ออ้อนวอนขอฝนจากเทวดา หลังจากประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงติดต่อกันหลายเดือน ทำให้นาข้าวและพืชสวนพืชไร่แห้งตาย ขณะที่น้ำดื่มน้ำใช้ในชุมชนเริ่มหมดไป ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสทั้งตำบล เมื่อไม่มีทางออกในการบรรเทาความแห้งแล้งจากภาวะฝนทิ้งช่วง จึงได้จัดขบวนเซิ้งแห่นางแมวขอฝน

ข่าวน้ำท่วมพืชผลเสียหายเกษตรกรต้องมีต้นทุนปลูกใหม่อีกรอบหรือปลูก2ครั้งแต่ขายได้ครั้งเดียว : นายพจน์ สายสีดา อายุ 65 ปี ชาวเรือบ้านปากแซง เล่าว่า 2 วันที่ผ่านมานี้ ระดับน้ำของแม่โขง ได้ขยับตัวขึ้นมาเร็วมาก ถึงวันละ 2 เมตร ทำให้น้ำในลำห้วย สาขาต่างๆ พากันเพิ่มปริมาณขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทั้งเบ็ดและตาข่าย ที่ได้วางดักปลาเอาไว้ ก็ยังกู้คืนมาไม่ได้ คาดว่าน่าจะฉีกขาดกันหมดแล้ว ถึงอย่างไรก็นับว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติอยู่ไม่น้อย เนื่องจากว่า ในพื้นที่มีฝนตกกันจำนวนน้อยมาก เชื่อว่าน่าเป็นเพราะ น้ำเหนือได้ไหลลงมาสู่พื้นที่ของ จ.อุบลราชธานี แล้ว

นายพจน์ กล่าวอีกว่า จากการประเมินปริมาณน้ำคาดว่า อีกไม่กี่วัน ก็คงจะต้องไหลเอ่อเข้าท่วมนาข้าวอย่างแน่นอน พร้อมกับความสูญเสียก็จะเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวง เหตุเพราะเกษตรกรพึ่งจะทำการปักดำข้าวนาปีไปไม่นาน อีกทั้งต้นข้าวก็ยังกำลังอ่อนตัวอยู่ เมื่อถูกน้ำท่วมก็จะเน่าเปื่อยกันทันที (ปลูกรอบแรกก็เสียหายแล้ว ปลูกรอบ2ก็ยังเสี่ยงเช่นเดิม )

ที่มา : นสพ.แนวหน้าออนไลน์ 05 สิงหาคม 2555

จังหวัด มหาสารคาม สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี อยู่ในขั้นวิกฤติ นาข้าวนับแสนไร่ส่อเค้าเสียหายขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 17 แห่ง มีไม่ถึงร้อยละ 30

นาย วีระวัฒน์ ชื่นวาริน ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคามประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2555 ส่งผลให้หลายพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยเฉพาะอำเภอทางตอนใต้ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอเมือง กันทรวิชัย เชียงยืน และอำเภอโกสุมพิสัย หรือแม้แต่ในพื้นที่ที่เคยประสบภัยน้ำท่วม นาข้าวในที่ดอนเริ่มขาดน้ำ และส่อเค้าว่าจะเสียหาย

ซึ่งจากข้อมูลสภาพการทำนาของสำนักงานเกษตร จังหวัดมหาสารคาม เกษตรกรทำนาไปแล้วกว่า 1.93 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 83.78 ของพื้นที่นาทั้งจังหวัด 2.3 ล้านไร่ จากการลงพื้นที่พบว่าต้นข้าวกำลังขาดแคลนน้ำใกล้ยืนต้นแห้งตายนับแสนไร่ แม้จะขอฝนหลวงแต่ปริมาณเมฆและความชื้นในอากาศมีน้อย จึงทำให้ปริมาณฝนไม่ค่อยตก จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานเกษตร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป ส่วนการช่วยเหลือระยะยาว จะได้เพิ่มพื้นที่แก้มลิง รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน ก็จะช่วยให้สถานการณ์ภัยแล้งคลี่คลายได้ระดับหนึ่ง

ที่มา //www.thaitv3.com

 

 

 

 

 
 
 



Create Date : 05 สิงหาคม 2555
Last Update : 6 สิงหาคม 2555 19:40:38 น.
Counter : 1190 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
สิงหาคม 2555

 
 
 
2
9
14
19
21
26
31
 
 
All Blog