งบลงทุน 3.5 แสนล้านบาท AECและGLOBALWARMING
 

โครงการบริการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน 3.5 แสนล้าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธาน เปิดชี้แจงโครงการเสนอกรอบความคิด(Conceptual Plan) เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทยประกอบด้วย 1.การฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าและดิน1 หมื่นล้านบาท( ร้อยละ3ของงบทั้งหมด)

เห็นงบลงทุนแล้วผิดหวังครับเดิมรัฐบาลกำหนดนโยบายว่าจะบริหารน้ำแบบบูรณาการตั้งแต่ ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ แต่กลับพบว่าการลงทุนการฟี้นฟูอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธารและดินที่เป็น FORESTRY INFRASTRUCTURE FOR SOIL AND HYDROLOGY มีงบลงทุนเพียง3%ของงบลงทุนเท่านั้น ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี2554นั้น ต้นเหตุเกิดจากประเทศไทยขาดโครงสร้างพื้นฐานป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่เป็นป่าต้นน้ำลำธารบนภูเขาเมื่อฝนตกหนักน้ำจึงวิ่งลงสู่ทีราบทันที เขื่อนทั้งหลายทีมีอยู่ก็อุ้มเอาไว้ไม่ไหวต้องรีบปล่อยออกมาทำให้น้ำทะลักสู่เมืองต่างๆเพราะกลัวเขื่อนแตกป่าต้นน้ำลำธารบนภูเขาของประเทศไทยกลายเป็นทะเลภูเขาหัวโล้นได้อย่างไรนั้น น่าจะเกิดเพราะเราอยากเป็นแชมเปียนการส่งออกสินค้าการเกษตรนั่นเอง ลองติดตามข้อมูลและรายละเอียด ดังต่อไปนี้ดูครับ

1.เนื้อที่ทั้งประเทศ (ล้านไร่)

1) ที่ป่า

2) ที่ดินเพื่อการเกษตร

3) ที่ดินไม่ได้จำแนก

320.70

104.74

130.34

85.62

100%

33%

41%

26%

2.เนื้อที่ถือครองทางการเกษตร (ล้านไร่)

1) ในเขตชลประทาน

2) นอกเขตชลประทาน

130.34

28.14

102.20

100%

22%

78%

การลงทุนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมใหญ่นั้นต้องทำแบบบูรณาการโดยเฉพาะ ภาคการเกษตรประเทศไทยกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง จากภาวะโลกร้อนและดินฟ้าอากาศเปลี่ยนไป ส่งผลให้เกิด น้ำท่วม-ภัยแล้ง-แมลงระบาด พืชผลเสียหายต้องปลูกพืช2ครั้งหรือมีต้นทุนการผลิต2รอบแต่ขายได้รอบเดียวหรือ double costs but one income จึงเป็นการประกอบอาชีพทีขาดทุนซ้ำซากรัฐบาลต้อง subsidyมาตลอด ภาคการเกษตรไทยจึงเป็นอาชีพที่ตกอยู่ในความเสี่ยงถึงร้อยละ 80ของทั้งหมด จากข้อมูลข้างบนจะพบว่าพื้นที่สว่นใหญ่ในการประกอบอาชีพการเกษตรไม่มีระบบชลประทาน อาศัยโชคชะตาและดินฟ้าอากาศทีได้เปลียนไปแล้วจนคาดเดาไม่ได้ แม้แต่อู่ข้าว-อู่น้ำในภาคกลางทีมีระบบชลประทานปลูกข้าวได้3ครั้ง ปี2554ก็ถูกมหาภัยน้ำท่วมไป 12ล้านไร่ และตอบไม่ได้ว่าปีนี้จะเอาอยู่หรือไม่ ท่านทั้งหลายเชื่อหรือไม่แท้จริงแล้วประเทศไทยบุกรุกยึดครองพื้นทีป่าไม้ทำการเกษตรอีกไม่น้อยกว่า20ล้านไร่ ดังนั้นการทำการเกษตรอย่างแท้จริงคือ 150 ล้านไร่ แม้แต่ภูเขาที่เป็นป่าต้นน้ำลำธารหรือโครงสร้างพื้นฐานในการอนุรักษ์ดินและน้ำของประเทศ Forestry for soil and hydrology infrastructure สำหรับประชากร 63 ล้านคน ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่การเกษตรกลายเป็นภูเขาหัวโล้นไปแแล้วเพราะการทำการเกษตรทีขาดทุนอันเนื่องจากภาวะโลกร้อน  จึงจำเป็นต้องขยายพื่นทีเพาะปลูกเข้าไปในเขตป่าไม้ต้นน้ำลำธารเพราะป่าไม้ในที่ราบหมดไปแล้ว เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้มากพอในการส่งผ่อนรถปิกอัพและรถไถนา การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพและป่าต้นน้ำถูกบุกรุกนั้นต้องทำแบบบูรณาการที่ไม่ใช้ความรุนแรงและกฎหมายบังคับใช้เพียงเครื่องมือเดียว การเกษตรและป่าไม้ของประเทศไทยต้องออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งหมดเข้าสู่สังคมแห่งความรู้และเทคโนโลยี KNOWLEDGE BASED SOCIETY ในการแปรรูปสินค้าเกษตร ไม่ทำการผลิตสินค้าขั้นปฐมแบบ OVER DEMAND จนล้นตลาดภายในประเทศและไม่ควรรักษาและดีใจกับ champ การส่งออกทีมีความเสี่ยงด้านราคา (ประเทศไทยส่งออกสินค้าเกษตรอันดับต้นของโลกแต่เกษตรกรกลับยากจน) ควรใช้ นวัตกรรมผสมสานที่มีองค์ความรู้และเทคโนโลยี3องค์ประกอบคือนวัตกรรม พลังงานทดแทน-การเกษตร-ป่าไม้ ทีมีต้นทุนด้าน LOGISTICSต่ำสุด หรือ BIOENERGY PARK AND AGROFORESTRY LANDSCAPE ที่ยั่งยืน ไม่ต้องไปเชิญชวนต่างชาติมาใช้งบ 3.3แสนล้านบาท ไท- ทำ- ไทใช้- ไทเจริญ ดีกว่าครับ.


อ่านเพิ่มเติม : รัฐสภา-พลังงานนิวเคลียร์ และพลังงานทดแทน

 

 

 

 

 

 




Create Date : 05 สิงหาคม 2555
Last Update : 6 สิงหาคม 2555 12:03:41 น.
Counter : 1208 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
สิงหาคม 2555

 
 
 
2
9
14
19
21
26
31
 
 
All Blog