ความสามัคคีและการแตกความสามัคคี ยุค1000ปี

           เมื่อมนูษย์ร่วมมือสามัคคีประกอบการงานอย่างหนึ่งขึ้นมา ผลแห่งงานหรือประโยชน์จากการทำงานย่อมเกิดขึ้น แต่เนื่องจากความฉลาด-ปํญญาและฐานันดร-โอกาส แตกต่างกัน ทำให้มนุษย์แย่งชิงผลประโยชน์กันมาแต่บรรพกาลและแตกความสามัคคีในที่สุด  (แม้จะเป็นพี่น้องคลานตามกันมาต่างก็แย่งชิงมรดกกัน)  การพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมรวม10ฉบับผ่านไป40ปี ไทเหลืองและไทแดงร่วมสามัคคีสร้างชาติกันมา เมื่องเติบโตขึ้นและเกิดผลประโยขน์มหาศาล อาทิเช่น ตลาดพลังงานมูลค่า 4ล้านล้านบาท สัมปทานดาวเทียว-โทรศัพท์ มูลค่า 1ล้านล้านบาท อุตสาหกรรมรถยนต์2ล้านคัน อุตสาหกรรมการเงิน-อสังหาริมทรัพย์ และอี่นอีกมากมาย ผลประโยชน์เหล่านี้แหละทำให้มนุษย์แย่งชิงกันอย่างลับๆและแตกความสามัคคีกันในทีสุด ดังตำนานและภาพการกวนเกษียรสมุทร ปรัชญาอินเดียอันอมตะที่สร้างไว้เตือนใจมนุษย์เมื่1000ปีมาแล้วครับ

 

การกวนเกษียรสมุทรดำเนินต่อมาจนครบพันปี จึงเกิดของวิเศษหลักๆ 14 อย่างซึ่งทั้งอสูรและเทวดาทั้งหลายก็แย่งชิงกันวุ่นวาย ดัง นี้

 

      ๑. พิษหลาหล หรือ กาลกุต (Halahal/Kalakuta)
     
๒. หริธนู (Haridhanu)
     
๓. ปัญจชันยสังข์ (Pancajanya Sankha)
     
๔. ช้างเอราวัณ (Airavat)
     
๕. กามเธนุพร้อมของหอม (Gamadhenu)
      
๖. ต้นปาริชาต (Parijata)
     
๗. เกาสตุภมณี (Kaustubha Mani)
     
๘. ม้าอุจไฉศรพ (Ucchaisaravas)     
     
๙. นางอัปสร (Apsaras)
    
๑๐. พระจันทร์เสี้ยว (Balacandra)
    
๑๑. พระศรีลักษมีถือดอกบัว (Sri - Lakshmi)  
   
๑๒. วารุณี เทพีแห่งสุรา (Varuni)
   
๑๓. แพทย์สวรรค์ธันวันตริ (Dhanvantari)
   
๑๔. หม้อน้ำอมฤต (Amarita)

 

ของวิเศษ14อย่างจาก //www.oknation.net/blog/print.php?id=444777

 

                นอก จากนี้ยังมีอาวุธ และ ทรัพย์สินต่างๆเกิดขึ้นอีกเยอะแยะมากมาย เหล่าเทวดาและยักษ์ทั้งหลายก็แย่งกันพัลวัน โลภพอกัน พอน้ำอมฤตมาแล้ว พระนารายณ์ก็เล่นพรรคเล่นพวกทันที  จำแลงกายเป็นนางอัปสรที่แสนสวยงาม นามว่า “โมหิณี” โมหะแปลว่าความลุ่มหลงน่าจะมาจากคำนี้แหละ หลอกล่อพวกอสูรให้ไล่ตามจีบ ซึ่งพวกอสูรนั้น ไม่สนสุราจากเทพีแห่งสุราอยู่แล้ว เพราะเข็ดหลาบกับตอนที่ถูกมอมเหล้าแล้วโยนตกสวรรค์ ดังนั้น อสูร ก็คือ อสุรา คือ ไม่กินเหล้า แต่นิสัยอีกอย่างที่ตัดไม่ขาดคือ บ้าผู้หญิง นางอัปสรโผล่มาเป็นแสน ไม่พอ พระนารายณ์ยังมาแปลงร่างหลอกล่อพวกเทวดา ก็เลยได้ที เข้าคิวอย่างเป็นระเบียบเข้าไปดื่มน้ำอมฤต  แต่ใน บรรดาอสูร มีอสูรตัวหนึ่งซึ่งมีปัญญามาก นั่นคือ อสุรินทร์ ราหู รู้ทันแผนพระนารายณ์ ไหนๆ พระนารายณ์ก็แปลงไปหลอกล่อพวกหื่นกามแล้ว ตัวเองก็ได้ทีแปลงเป็นเทวดาตัวน้อยๆ ไปเข้าคิวกับเขาด้วย แต่พระอาทิตย์กับพระจันทร์สังเกตเห็นความผิดปกติของเทวดาน้อยราหู เลยไปกราบทูลพระนารายณ์ พระนารายณ์ก็ ดับเบิลสแตนดาร์ด สองมาตรฐานเหลือขนาด เลยเอาจักรสุทรรศนะ ขว้างไปที่ราหูหมายปลิดชีวิต ซึ่งได้ผล ไปโดนเอากลางลำตัวราหูพอดีเป๊ะ ราหูร่างขาดเป็นสองท่อน แต่ขอโทษ ราหูมันได้ซดน้ำอมฤตไปแล้ว มันก็เลยไม่ตาย ครึ่งบนเลยหนีไปตั้งหลักที่แดนอสูร อีกครึ่งกลายเป็นพระเกตุ ราหูเลยเจ็บใจพระจันทร์กับพระอาทิตย์มาก เลยหาโอกาสไปกลืนพระอาทิตย์กับพระจันทร์อยู่เรื่อยๆ แต่กลืนไปก็เท่านั้น เพราะท่อนล่างเปิดโบ๋เลย ตำนานการแตกความสามัคคีของมนุษย์จึงเกิดขึ้นดังนี้แล




Create Date : 04 สิงหาคม 2555
Last Update : 4 สิงหาคม 2555 10:07:59 น.
Counter : 1424 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
สิงหาคม 2555

 
 
 
2
9
14
19
21
26
31
 
 
All Blog