ปริศนาธรรม BOROBUDUR4

ปริศนาชื่อBOROBUDUR มหาพุทธสถาน ในอินโดเนเซีย

เหรียญบุดโดร์/พุทธโธ  ทีน่าจะเป็นชื่อของบุโรบุโดร์ ของชวาที่ได้รับการถ่ายทอดพุทธมหายานจากมหาวิทยาลัยนาลันทา อินเดียเหนือ  เมืองยอร์คยาการ์ต้าทีตั้งบรมพุทโธ ก็น่าจะมาจากชื่อเมืองอโยธยาในสมัพุทธกาลเช่นเดียวกับกรุงศรีอยุธยาในสยามของเรา

ก่อนสร้างพุทธสถานแห่งนี้เกิดอะไรขึ้นที่อินเดียเหนือและมหาวิทยาลัยพุทธศาสนานาลันทา ที่ได้ถ่ายทอดพุทธปรัชญาและสถาปัตยกรรม สู่อาณาจักรศรีวิชัย ชวากลาง ที่เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างอินเดียและจีนในยุคนั้น ภาพบนคือเหรียญ สัญญลักษณ์พระพุทธเจ้า BODDOทีมีความหมายถึง ผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบาน สร้างในสมัยพระเจ้า กณิษกะมหาราช

 

Gold coin of Kanishka I (late issue, c. 150 AD). Kanishka standing, clad in heavy Kushan coat and long boots, flames emanating from shoulders, holding standard in his left hand, and making a sacrifice over an altar. Bactrian legend in Greek script (with the addition of the Kushan Ϸ "sh" letter) ("Shaonanoshao Kanishki Koshano"): "King of Kings, Kanishka the Kushan". British Museum

 

พระเจ้ากณิษกะ  ได้ครองราชย์ ราว พ.ศ.๖๒๑ พระองค์มีความเลื่มใสในพุทธศาสนามากจนได้รับขนานนามว่า "พระเจ้าอโศกองค์ที่ ๒" และทรงแผ่อาณาจักรกว้างไกลครอบคลุม คันธาระ แคชเมียร์ สินธุ และมัธยมประเทศ (ปัจจุบันอยู่ในเขตอิหร่าน อัฟกานิสาน ปากีสาน เตอร์กเมนิสถาน และบางส่วนของอินเดีย) ในสมัยนี้พุทธศาสนามหายานแผ่ไปสู่เอเชียกลางและจีนอย่างรวดเร็ว วรรณคดีภาษาสันสกฤตได้เจริญรุ่งเรืองแทนภาษาบาลี พระภิกษุที่มีความรู้ในพุทธศาสนาระดับคุรุหรือครูผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถทีjสามารถเอาชนะและตอบโต้หลักธรรมสู้ คุรุของพวกพราหมในยุคนั้นคือ  ท่านปารศวะ ท่านอัศวโฆษ ท่านวสุมิตร ท่านวสุพันธ์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นดั่งดวงอาทิตย์4ดวงแห่งพุทธศาสนา (หลังสิ้นราชวงศ์พระเจ้าอโศกมหาราชราวพ.ศ 400 กษัตริย์ราชวงศ์ใหม่นับถือฮินดู ศาสนาพุทธไม่ได้รับการอุปถัมป์จนหมดความสำคัญและกล่าวได้ว่าเป็นยุคมืดของพระพุทธศาสนาที่ประสบความพ่ายแพ้ศาสนาอื่น  จนกระทั่งมีพระโพธิสัตว์-พระอรหันต์ 4ท่านได้ปฎิรูปพุทธศานาใหม่โดยสร้างพุทธมหายานขึ้นมาราวพ.ศ 504ทำให้พุทธศาสนารุ่งเรืองแผ่ขยายออกไปทั้งสี่ทิศอีกครั้งและสามารถจัดตั้งมหาวิทยาลัยนาลันทาเป็นศูนย์กลางความรู้พุทธศาสนาเป็นแห่งแรกของโลก )    ในด้านการแกะสลักพุทธศิลป์คันธาระ ซึ่งเริ่มต้นในสมัยพระเจ้ามิลินท์ ก็มีความเจริญอย่างขีดสุดในสมัยพระองค์ พระองค์ทรงสร้างวัดวาอาราม เจดีย์วิหารอย่างมากมาย พระเฮี่ยนจังพระสงฆ์ชาวจีนผู้จาริกสู่อินเดียเมื่อราวพ.ศ.๑๑๐๐ เมื่อจาริกถึงเมืองปุรุษปุระ เมืองหลวงของพระองค์จึงกล่าวว่าพระเจ้ากนิษกะ ทรงสร้างวิหารหลังหนึ่ง ทรงให้นามว่า กนิษกะมหาวิหาร แม้ว่าพระวิหารจะทรุดโทรมลงแล้ว แต่พระวิหารมีศิลปะที่งดงามยากที่จะหาที่ใดเหมือน และยังมีพระภิกษุอาศัยอยู่บ้าง ทั้งหมดเป็นพระนิกายหินยานหรือเถรวาท

 

บทสรุปสังคายนาครั้งที่ ๔ (ฝ่ายมหายาน)

          ๑. ทำที่วัดกุณฑลวันวิหาร แคว้นกัศมีร์ (บางแห่งว่าที่วัดกุวนะ เมืองชาลันธร)
          ๒. มี
พระปารศวะเป็นประธาน (บางเล่มกล่าวว่าพระวสุมิตร)
          ๓.
พระอัศวโฆษ เป็นรองประธาน
          ๔.
พระเจ้ากนิษกะเป็นองค์อุปถัมภ์
          ๕. พระอรหันต์ ๕๐๐ รูปเข้าร่วมประชุม
          ๖. เพื่อกำจัดความขัดแย้งภายในคณะสงฆ์ ๑๘ นิกาย
          ๗. ทำเมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานได้ราว ๖๔๓ ปี (บางแห่งว่า ๖๙๖ ปี)
          ๘. ใช้ภาษา
สันสกฤตจารึกพระไตรปิฎก
          ๙. รับสั่งให้จารึกลงในแผ่นทองแตงแล้วบรรจุลงในพระเจดีย์
          ๑๐. เป็นการบันทึก
พระไตรปิฎกเป็นลายลักษณะอักษรเป็นครั้งแรก

 

เมื่อพระเจ้ากนิษกะสิ้นพระชนม์แล้ว พระเจ้าหุวิชกะได้ปกครองต่อมา พุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรืองมากยิ่งขึ้น ต่อมาพระองค์ได้บูรณะเพิ่มเติมพระเจดีย์ที่พุทธคยาให้ดูใหญ่โตสวยงามมากขึ้น กษัตริย์ที่ปกครองต่อจากพระเจ้าหุวชกะคือ พระเจ้าวาสุเทวะ พุทธศาสนาก็ยังเจริญรุ่งเรืองสืบต่อมาในอินเดียตอนเหนือ , ตอนกลาง เอเซียกลาง และจีน หลังจากราชวงศ์กุษาณะ ของพระเจ้ากนิษกะเสื่อมลง พุทธศาสนาก็พลอยอับรัศมีลง ศาสนาพราหมณ์ก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นอีกและเจริญอย่างรวดเร็ว ราชวงศ์คุปตะก็เจริญขึ้นแทน ยุคนี้ถือว่าเป็นยุคทองของอินเดีย เพราะวรรณคดี ศิลปกรรม ปรัชญา ศาสนาเจริญอย่างมากโดยเฉพาะศาสนาฮินดู กษัตริย์หลายพระองค์ในราชวงศ์นี้เป็นฮินดู แต่ก็อุปถัมภ์พุทธศาสนาอยู่โดยเฉพาะฝ่ายมหายาน กษัตริย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังคือ พระเจ้าจันทรคุปต์ พระเจ้าสมุทรคุปต์ พระเจ้าวิษณุคุปต์ และพระเจ้าสกันธคุปต์ เมืองหลวงของราชวงค์นี้อยู่ที่รัฐพิหารในปัจจุบัน ในยุคนี้ศาสนาพุทธได้มาเจริญรุ่งเรืองในอาณาจักรศรีวิชัยและดินแดนสุวรรณภูมิ.

การออกแบบและโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมให้มี10ระดับหรือ10ชั้นนั้นมาจากพุทธปรัชญาถึงการบำเพ็ญบารมีหรือทศบารมี10เพื่อสร้างความบริสุทธิ์แก่จิตและเกิดโพธิจิต/โพธิสัตว์ หรือการบำเพ็ญโพธิจรรยาอวตาร เพื่อเข้าสู่ดินแดนแห่งพระนิพพาน ดังต่อไปนี้

 

 

These are the ten stages of development of Bodhisattva depending on their merits and virtues:

1.Pramudita (joy) - joy at having overcome the difficulties and sufferings, now entering on the path to Buddhahood. (ผู้มีความยินดีต่อการเอาชนะความยากลำบากทั้งปวง)

2.Vimala (purity) - freedom from all possible defilement. (ผู้มีอิสระจากเครื่องร้อยรัดและปราศจากราคี)

3.Prabhakari (enlightenment) - stage of further enlightenment. (ผู้รู้หรือเห็นแจ้งในความจริง)

4.Arcismati (wisdom) - stage of glowing wisdom. (ผู้สว่างไสวด้วยปัญญาอันเบิกบาน)

5.Sudurjaya (no difficulty) - stage of mastering the utmost difficulties. (ผู้ซึ่งมีความเพียรอันบุคคลเอาชนะใด้ยาก)

6.Abhimukhi (open way) - the open way of wisdom above definitions of impurity and purity.(ผู้มุ่งไปสู่ความบริสุทธิ์แห่งพระโพธิสัตว์)

7.Duramgama (proceeding afar) - getting above ideas of self in order to save others. (ผู้ไม่เหน็ดเหนื่อยในการช่วยเหลือผู้อื่น)

8.Acala (unperturbed) - attainment of being unperturbed. (ผู้มีจิตใจมั่นคงและไม่หวั่นไหว)

9.Sadhumati (discriminatory wisdom) - the finest discriminatory wisdom, knowing where and how to save, and possessing the Ten Powers.(ผู้มีน้ำพระทัยดี)

10.Dharma megha (law cloud) - attainment of the fertilizing powers of law cloud.(ผู้มีสัทธรรมเป็นเพื่อน ไม่ยึดติดสิ่งใด เหมือนเฆมที่อยู่บนท้องฟ้าหรือเปรียบเสมือนเหมือนความว่างในมหาสถูปองค์ใหญ่ทีเปรียบดังตัวแทนจิตของพระอรหันต์ที่หลุดพ้นจากเครื่องร้อยรัดทั้งปวงในชั้นที10)

 

The word Bodhisattva is derived from Bodhi and Sattva, the former term meaning enlightened, and the latter term meaning sentimental. Strictly speaking, a Bodhisattva should be an enlightened being, such as Arhat or even Buddha, who regards the deliverance of sentient beings as the highest aspiration. By definition, a true arhat eradicates the Three Poisons (greed, hatred and illusion) in the Three Realms (Desire, Form, Formlessness), then enters Nirvana.




Create Date : 21 กรกฎาคม 2555
Last Update : 12 ตุลาคม 2555 15:45:17 น.
Counter : 2718 Pageviews.

1 comments
  
โดย: papisong วันที่: 21 กรกฎาคม 2555 เวลา:10:35:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
กรกฏาคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
29
 
 
All Blog