ปริศนาธรรมBOROBUDUR 3

 

ปริศนาธรรมส่วนยอดของบรมพุทโธ :  สัญลักษณ์รูปทรงเพชรของสถูปวงที่1จำนวน32องค์และวงที่2จำนวน24องค์  นั้นหมายถึงอะไร  ถ้าพิจารณาพระอภิธรรมทีพระพุทธเจ้าค้นพบและจะไม่พบในศาสนาใดๆก็คืออริยมรรคมีองค์8 และอริยสัจจ์4 ซึ่งเป็นเส้นทาง ROAD MAP ไปสู่พุทธภูมิแห่งพระอรหันต์หรือพระนิพพาน  ดังนั้นสัญญลักษณ์ในสถูปวงที่1และ2 มีรูปทรงเพชรคืออริยมรรคมีองค์ 8 และ รูปทรงสีเหลียมในวงที่3 ก่อนจะถึงมหาสถูปองค์ใหญ่นั้น  น่าจะเป็นสัญญลักษณ์หมายถึง อริยสัจ 4 หรือ อาจเป็น สติปัฎฐาน4 ..
 
อริยมรรค มีองค์แปด คือ
สัมมาทิฐิ (เห็นชอบ) สัมมาสังกัปปะ (ดำริชอบ)
สัมมาวาจา (เจรจาชอบ) สัมมากัมมันตะ (การงานชอบ)
สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ) สัมมาวายามะ (เพียรชอบ)
สัมมาสติ (ระลึกชอบ) สัมมาสมาธิ (ตั้งใจมั่นชอบ)
 
อริยสัจสี่และอริยมรรคแปด
 
พระพุทธเจ้าตรัสเทศนาเรื่อง อริยสัจสี่ แก่ปัญจวัคคีย์ เมื่อพระพุทธองค์แสดงธรรมจบลง โกณฑัญญะ หัวหน้าปัญจวัคคีย์ก็เกิด “ดวงตาเห็นธรรม” คือ เข้าใจความจริงที่ว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีการเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดย่อมดับไปเป็นธรรมดา”
พระพุทธองค์ได้ตรัสรู้ อริยสัจสี่ประการและทรงบรรลุ ญาณทั้ง 3 คือ
1. สัจจญาณ (รู้สภาพแท้จริงของมัน) รู้ว่ามันคืออะไร
2. กิจจญาณ (รู้ว่าพึงกระทำ) จะต้องทำอะไรกับมัน จะจัดการอย่างไร
3. กตญาณ (รู้ว่าได้ทำแล้ว ได้ผลแล้ว) หลังจากทำแล้วเกิดผลอะไรตามมา
สำหรับในอริยสัจสี่นี้มีขั้นตอนของญาณทั้ง 3 ดังนี้
1. ทุกขสัจ ก็ทรงรู้ว่านี่คือทุกข์
2. สมุทัยสัจ ก็ทรงรู้ว่า นี่คือเหตุแห่งทุกข์
3. นิโรจสัจ ก็ทรงรู้ว่า นี่คือความดับทุกข์
4. มรรคสัจ ก็ทรงรู้ว่า ทางดับทุกข์
 
เราเกิดการหยั่งรู้ ความรู้ทั่วถึง ความรู้แจ้ง ความสว่าง ในสิ่งที่เราไม่เคยได้สดับมาก่อนว่า นี่ทุกข์ ทุกข์นี้ควรกำหนดรู้ตามความเป็นจริง และทุกข์นี้เราได้รู้แล้ว
ทุกข์ คือ ความเกิด ความแก่ ความตาย ความโศก ความคร่ำครวญ ความน้อยใจ ความคับแค้นใจ การประสบสิ่งไม่เป็นที่รัก การพลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รัก การไม่ได้ดังปรารถนา โดยสรุป ขันธ์ 5 อันเป็นเหตุให้ยึดมั่นถือมั่นนี้แหละเป็นทุกข์
เหตุเกิดทุกข์ คือ ตัณหา 3 ชนิด ที่เป็นตัวสร้างภพใหม่ ประกอบด้วยความกำหนดยินดี เป็นตัวทำให้ติดเพลินใจในเรื่องต่างๆ คือ กามตัณหา (อยากได้ อยากมี อยากเป็น) ภวตัณหา (อยากให้สิ่งที่ได้ ที่มี ที่เป็น คงอยู่นานๆ) วิภวตัณหา (อยากหนี หรือ สลัดภาวะที่ไม่ชอบใจ)
ความดับทุกข์ คือ ความดับตัณหา 3 ชนิดนั้น โดยไม่เหลือ ความสลัดทิ้งไป ความสละคืน ความหลุดพ้น ความไม่มีเยื่อใยใดๆ
ทางดับทุกข์ คือ อริยมรรคมีองค์แปด ได้แก่ เห็นชอบ ดำริชอบ เจรจาชอบ การงานชอบ อาชีพชอบ พยายามชอบ ระลึกชอบ ตั้งใจมั่นชอบ
 
สติปัฏฐาน 4
 
การปฏิบัติเพื่อดำเนินสู่ความบริสุทธิ์ คือ มรรค ผล นิพพาน มีอยู่ทางเดียว ซึ่งทรงตรัสไว้ในพระสติปัฏฐานสูตรว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นหนทางเดียว เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อระงับ
 คำคมเตือนสติ
“เมื่อมนุษย์ครอบครองเงินทองและทรัพย์สินต่างๆ เขาจะให้ความสำคัญแก่มัน มากกว่า ร่างกายและจิตใจ ของตัวเอง และเมื่อเขาสูญเสียมันไป ก็จะเกิดความทุกข์อย่างแสนสาหัส ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เสียอะไรเลย”
ความเศร้าโศก และความคร่ำครวญ, เพื่อดับทุกข์และโทมนัส, เพื่อบรรลุญายะ (คือ อริยมรรค), เพื่อเห็นแจ้งพระนิพพาน ทางเดียวนี้คือ “สติปัฏฐาน 4” ได้แก่ การกำหนด ตามดู กาย เวทนา จิต ธรรม ตามหลักการในการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน



Create Date : 20 กรกฎาคม 2555
Last Update : 21 กรกฎาคม 2555 10:28:05 น.
Counter : 1234 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
กรกฏาคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
29
 
 
All Blog