ปริศนาธรรมBOROBUDUR 1

 

จิตไม่ใช่ใจ  ใจไม่ใช่จิต
จิตไม่ใช่ผู้รู้ 
ผู้รู้คือวิญญาณธาต
ปริศนาธรรมส่วนยอดของBOROBUDURน่าจะเป็นโครงสร้างของจิตและจักรวาลที่มีเฉพาะในตำราพุทธศาสนาเท่านั้น: ตามธรรมชาติของจิตเมื่อเกิดขึ้นแล้ว พลังงานที่เกิดขึ้นจะคงตัวอยู่ระยะหนึ่ง แล้วสลายไปทันที เหมือนประกายไฟที่เกิดจากการเสียดสีกันของวัตถุสองชิ้น เกิดประกายขึ้นแล้วก็หายไปทันที แต่เพราะจิตมีองค์ประกอบและสิ่งที่เกี่ยวข้องมากกว่านั้น เมื่อพลังงานเกิดขึ้นและด้วยความไม่รู้เท่าทันของจิต จะมีแรงคอยดึงจิตและเข้าล้อมจิตไว้เป็นทรงกลม เมื่อเกิดผัสสะขึ้นมาก็เกิดเป็นดวงกลมขึ้นเรื่อยไป ดวงกลมเหล่านี้เรียกว่าเจตสิก (ปริศนาพระอภิธรรมส่วนยอดของพุทธสถาน บรมพุทธโธ แห่งชวา รอคอยท่านผู้รู้ไขความกระจ่างเพื่อเป็นวิทยาทานต่อไปอีก-ผู้เขียน) 
 
ญาณทัสสนะ
เมื่อดำรงองค์มรรคจนเกิดทักษะความชำนาญ วิถีทางของจิตปลอดโปร่งไประยะหนึ่ง ความเข้าใจในเรื่องสภาวะจิตเดิมที่ปรากฏอย่างเต็มสมบูรณ์กับความพร่องที่เคลื่อนไปจากความเต็ม  จะปรากฏขึ้นให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่า จากปรากฏช้าเป็นปรากฏเร็ว จนความสมบูรณ์กับความพร่องกลายเป็นภาวะที่เกิดดับอยู่ทุกอายตนะ มาถึงขึ้นนี้ผู้ปฎิบัติจะเข้าถึงสภาวะสติขั้นสูง ที่เรียกว่าสติเว้นรอบ อันเป็นสติที่เกิดตามธรรมชาติ ไม่ได้เกิดมาจากการกำหนดเหมือนกับการกำหนดสติในขั้นสติปัฎฐานสต ิเว้นรอบนี้เป็นภาวะที่เกิดโดยไร้เจตนา เป็นภาวะจิตเดิมที่ไม่ใช่จิตนึกคิดตามปกติ ปรากฏการณ์ทุกชนิดที่เกิดขึ้นทางหู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อญาณทัสสนะปรากฏ จิตจะสามารถรู้เห็นสิ่งต่างๆ ตามที่เป็นจริง เป็นวิชชาที่จะไปทำลายอวิชชาที่ปิดกั้นมิติการรับรู้เอาไว้ คือความไม่รู้อดีต ไม่รู้อนาคต ไม่รู้ความเชื่อมโยงของอดีต ปัจจุบัน อนาคตและความไม่รู้การวนรอบของปฏิจจสมุปบาท เริ่มแรกจะรู้เรื่องความเป็นมาเป็นไปของตนเองก่อน ต่อมาก็ไปรู้เรื่องของผู้อื่น และ สรรพสิ่งอื่น เป็นสายๆ โดยไม่รู้จบสิ้น
 
วิมุติญาณทัสสนะ
เมื่อมาถึงขึ้นนี้ผู้ปฎิบัติสามารถใช้ญาณทัสสนะสืบสาวถึงเหตุและปัจจัยของสรรพสิ่ง  รู้เรื่องราวของสรรพสิ่ง เป็นเรื่องที่ไม่มีที่สิ้นสุด วนไปวนมาไม่รู้จุดเริ่มต้น ไม่รู้จุดสุดท้าย เกิดขึ้น ตั้งอยู่ สลาย ครั้งแล้วครั้งเล่า ตามเหตุตามปัจจัย  เหตุนี้สร้างสิ่งนี้ เหตุนั้นสร้างสิ่งนั้น โดยมีแรงสันตติส่งสืบต่อให้สิ่งทั้งปวงต่อเนื่องดำเนินไปเป็นสายๆ  สุดท้ายบรรดาทิฏฐิความเห็นทั้งปวงจะถูกละคลายไปหมดสิ้น  ส่วนความรู้ความเห็นที่ประเสริฐสุดก็คือวิมุติญาณทัสสนะ อันเป็นความรู้ระดับทำอาสวะกิเลสให้สิ้นไป ถึงความหลุดจากทุกข์ได้โดยสมบูรณ์
 
ที่มา : วิปัสสนากัมมัฏฐาน   .รัตน์ รตนญาโณ
ปริศนาวงกลมของสถูปที่มีพระพุทธรูปอยู่ข้างในจำนวน3วงนั้นหมายถึงอะไร...และมหาสถูปองค์ใหญ่ที่ไม่ใด้ตกแต่งและข้างในว่างเปล่านั้นหมายถึงอะไร...จะขออนุญาติตั้งสมมติฐานดังนี้
3วง+1 นั้นหมายถึงพุทธภูมิที่เป็นดินแดนสุขาวดีหรือสัญญลักษณ์ของ พระอริยบุคคล  บุคคลผู้ประเสริฐ, ผู้ไกลจากข้าศึก, ผู้หักกงล้อสังสารวัฏได้แล้ว แบ่งตามประเภทบุคคลมี 4 ประเภทคือ วงที่1.มีสถูป32องค์หมายถึงจิต-เจสิก พระโสดาบัน วงที่2.มีสถูป24องค์น่าจะหมายถึงจิต-เจสิก พระสกิทาคามี วงที่3.มีสถูปจำนวน16องค์คือจิต-เจสิกหรือตัวแทนญาณ16ของพระอนาคามี และมหาสถูปองค์ใหญ่สูงสุดและสุดท้ายเป็นตัวแทนของโพธิจิตเดียวที่ปราศจากสิ่งร้อยรัด-ปรุงแต่งใดๆหรือเป็นความว่าง-สูญญตาของพระอรหันต์นั่นแล.



Create Date : 17 กรกฎาคม 2555
Last Update : 21 กรกฎาคม 2555 14:15:38 น.
Counter : 824 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Valentine's Month



surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
กรกฏาคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
29
 
 
All Blog