โปรดช่วยอุปการะเด็กยากไร้ ccfthai.or.th เพียง 500 บาทต่อเดือน
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
12 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
ผีพนัน1

ตอนที่สอง
*************************************************
ผีพนัน1

ผีพนันฟังไปงงไป และที่สงสัยที่สุดคือคนขยันที่ไม่เคยข้องแวะกับเรื่องการพนันเลยมองเห็นอะไร จากตลาดหุ้นถึงได้คิดให้ตนลงทุนในตลาดหุ้นต่อไป แล้วก็ถามคนขยันว่า คนขยันจะลงทุนในตลาดด้วยหรือไม่ คนขยันพยักหน้าและตอบอย่างมั่นใจว่า ถ้าคนขยันลงทุนในตลาดเหมือนลงทุนในร้านขายของ ก็ไม่ต่างอะไรกันเลย แต่คนขยันคงไม่เอาเวลาค้าขายในตลาดจริงมาให้กับตลาดหุ้นมากนัก ดังนั้นผีพนันจะเป็นตัวแทนคนขยันในการค้าขายในตลาดหลักทรัพย์ ผีพนันยิ่งงงมากขึ้น เลยขอให้คนขยันช่วยอธิบายให้ละเอียดขึ้น คนขยันจึงรับปากว่าจะค่อยอธิบายไปที่ละเล็กที่ละน้อยให้ผีพนันเข้าใจง่ายๆ เรื่องราวที่คนขยันอธิบายให้ผีพนันฟังก็มีดังต่อไปนี้ครับ

คนขยัน หยิบของสิ่งหนึ่งในร้านขึ้นมาให้ ผีพนันดู มันเป็นของที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้กันอยู่ทุกๆวัน แล้วถามผีพนันว่า รู้ไหม ไอ้นี่ราคาเท่าไหร่ คิดว่าข้าซื้อมาเท่าไหร่ และถ้าข้าขายไอ้นี่ได้จะได้กำไรเท่าไหร่ ผีพนันก็ตอบว่า ก็ป้ายมันติดอยู่ 12 บาท ไม่เห็นต้องถาม ส่วนเอ็งซื้อมาเท่าไหร่ เอ็งไม่บอกข้าจะรู้ได้ยังไง แต่ข้าว่าไม่มีคนมาซื้อไอ้นี่ของเอ็งแล้วละ เก่าเหลือเกิน ซองห่อก็ออกสีเหลืองๆแล้วด้วย ใครจะซื้อ อย่างนี้น่าจะทิ้งไปได้แล้ว

ของ ที่สองคนพูดถึงกันก็คือ สบู่ ครับ คนขยันบอกผีพนันว่า เขาซื้อมันตั้งแต่ราคาก้อนละ 5 บาท ตอนแรกๆก็มีคนนิยมใช้ ข้าขายแค่ 6 บาท ข้าได้กำไรตั้ง 20% ต่ออัน ข้าเคยจดบันทึกไว้ตอนแรกๆ มียอดขายถึง 1000 อัน มันทำให้ข้าได้กำไรถึง 1000 บาทจากการลงทุนเพียง 5000 บาท พอข้าวยากหมากแพงขึ้นก็มีการขึ้นราคาสินค้า ราคาขายของสบู่นี่มันก็ขึ้น จากขายได้กำไรก้อนละ 1 บาทข้าก็ขายได้กำไรก้อนละ 2 บาท เพราะอะไรรู้ไหม ผีพนันจึงรีบตอบ เอ็งก็เก็งกำไรนะสิ ไปซื้อตุนไว้ใช่ไหม คนขยันก็ตอบว่า ใช่ ข้าเห็นแนวโน้มว่าราคาสินค้าต้องปรับราคาขึ้นแน่ๆ ข้อเลยซื้อไอ้นี่มาเยอะ พอปรับราคาขายขึ้นแต่ราคาทุนยังไม่ขึ้นข้าก็ได้กำไรมากขึ้นจาก 20% เป็น 40% ราคาที่ขายข้าก็ไม่ได้ตั้งเองนะ ก็ร้านอื่นๆเข้าขายกันราคานี้ ข้าก็ขายตามเขานั่นแหละ ไม่ได้โก่งราคาสินค้านะ แถมบางที่ข้าลดให้ลูกค้าประจำข้าสัก 50 สตางค์ด้วยซ้ำ และเมื่อข้าคิดทำแบบเดียวกันกับสินค้าอื่นๆในร้าน ผลก็เป็นอย่างที่เอ็งเห็น กำไรที่ได้มาก็ทำให้ร้านข้าเติบโตมากขึ้น ขยายสาขามากขึ้น

ตอนที่ คนขยันหยิบสบู่ให้ผีพนันดูราคาป้ายคือ 12 บาท แต่เมื่อดูสบู่ยี่ห้ออื่นๆในร้าน ก็เห็นแต่ราคาสูงกว่าทั้งนั้น อย่างต่ำๆก็ 20 บาท ทำให้ผีพนันสงสัยว่า ทำไมขายไม่ออกทั้งๆที่ราคาถูกกว่ามาก เมื่อซักถามคนขยัน ก็ได้รับคำตอบว่า ตอนที่ราคามันปรับสูงขึ้น มันเคยขึ้นไปสูงถึง 24 บาท ตอนนั้นข้าได้กำไรมากมาย ผีพนันสงสัยว่าทำไมถึงได้กำไรมากนัก เพราะราคาทุนมันก็น่าปรับตาม กำไรต่อก้อนก็ไม่น่าสูงมาก คนขยัน เลยเฉลย ก็ซื้อมาตุนมากขึ้นเรื่อยๆนะสิ พอข้าขยายร้านขยายสาขา ข้ายิ่งสั่งไอ้นี่เข้าร้านมากขึ้น ด้วยคาดหวังว่ากำไรจะมากขึ้น แต่ก็เกิดปัญหาจนได้ ต้นทุนสบู่นี่ ข้าซื้อสะสมมาเรื่อยๆตอนที่ราคามันค่อยๆปรับขึ้น จนต้นทุนเฉลี่ยของข้าอยู่ราวๆก้อนละ 16 บาท จริงๆก็อยากซื้อคราวละมากๆในตอนแรกๆ แต่ไม่มีเงินทุนมากพอ เพราะเอาไปซื้ออย่างอื่นเข้าร้านจนหมด ก็น่าเสียดาย (ตรงนี้เป็นเหตุผลที่หนึ่งในการสนับสนุนกลยุทธ์ที่ 8 ขีดเส้นใต้ไว้ด้วยนะครับ) ผีพนันรีบตอบโต้ว่า แต่คิดๆดูถึงแม้ซื้อเฉลี่ยตอนราคาทุนเพิ่มขึ้นแล้ว ก็ยังกำไรต่อก้อนถึง 8 บาทไม่ใช่หรือ 50% เลยนะ คนขยันจึงพูดต่อ มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ ถ้าไม่เกิดเหตุอันไม่คาดฝันขึ้น

อยู่มาวันหนึ่ง ก็เกิดอุบัติเหตุในโรงงานผลิตสบู่นี่ โรงงานเห็นขายผลิตภัณฑ์ได้มากก็ขยายโรงงานใช้เครื่องจักรใหญ่โตผลิตได้ทีละ มากๆ ผลิตไปสักพักก็มีการล้างเครื่องจักร ปรากฏว่า คนงานในโรงงานคนหนึ่งดันเอามือล้วงเข้าไปทำความสะอาดเครื่องจักร แล้วโดนเครื่องจักรดึงเข้าไปทั้งแขน (ขาดไปเลย) ผีพนันก็ถามว่า มันก็อุบัติเหตุธรรมดา ไม่ใช่หรือ ไม่เห็นน่าจะมีปัญหาอะไรนี่ คนขยันก็พูดต่อ มันก็น่าจะจบแค่นั้น แต่มันไม่จบ ข่าวที่ออกมามันไม่ครบเพื่อให้คนเข้าใจผิด (หรือจะว่าโกหกก็ได้) จริงๆแล้ว ไม่ได้เกิดเหตุขณะล้างเครื่องจักร แต่เกิดตอนล้างบางส่วนของเครื่องจักรขณะกำลังผลิต ผลก็คือ เมื่อข่าวมันปรากฏในหนังสือพิมพ์ คนก็เลยกลัวว่า ได้สบู่ผสมเนื้อและเลือดคนมาใช้ ผีพนัน ก็เลยพยักหน้าเข้าใจ แล้วพูดว่า มิน่าราคาขนาดนี้ยังขายไม่ได้เหลืออยู่บานเบอะเลย คนขยันก็บอกต่อ ไม่ได้เหลืออยู่เท่าที่เห็นนี่นะ อีกหลายๆสาขาก็มีอีกเยอะ คราวนี้ต้นทุนเฉลี่ย 16 บาท เหลืออยู่ประมาณ 20000 ก้อน ก็ประมาณ 320,000.- บาท เชื่อไหมว่า ไอ้ที่กำไรๆมาตั้งแต่ต้น อยู่ในสบู่ทุกๆก้อนที่เห็นอยู่นั่นแหละ มีคนเขามาบอกให้ข้าเอาไปแปรรูปขาย ข้าก็บอกไปว่า ขนาดข้าเองก็ยังไม่กล้าใช้เลย จะเอาไปหลอกขายคนอื่นก็ดูกระไรอยู่ แต่ก็นึกว่าคงมีคนไม่สนใจเรื่องข่าวนั่นและกล้าใช้ ก็ค่อยๆลดราคาขายลงมาเรื่อยๆอย่างที่เห็นนั่นแหละ ก็ขายได้บ้างเล็กๆน้อยๆ ไม่รู้เมื่อไหร่จะหมด สุดท้ายแล้วจะได้ทุนคืนรึเปล่ายังไม่แน่ใจเลย ผีพนันก็พูดว่า คล้ายๆกับตอนที่ซื้อหุ้นบางตัวเลย มีข่าวดีๆราคาค่อยๆขึ้นไป ก็มีคนบอกให้ซื้อเฉลี่ยขาขึ้น พอเกิดข่าวลือและข่าวผิดหวังอะไรก็ไม่รู้ ราคาร่วง ถ้า Cutloss ไปก็จบเรื่อง แต่ก็คิดว่าน่าจะจบข่าวแล้วเด้งกลับได้ ก็รอ แต่จนแล้วจนรอดก็ร่วงเอาร่วงเอาจนต้องขายขาดทุนไปมากกว่าเดิมอีกมาก อย่างนี้ก็ไม่ต่างอะไรกันเลยนะ ชื้อของมาขาย กับซื้อหุ้นมาขายนี่

ต่อตอนสามครับ
//www.bloggang.com/viewdiary.php?id=supphanat&month=06-2010&date=12&group=2&gblog=19



Create Date : 12 มิถุนายน 2553
Last Update : 12 มิถุนายน 2553 22:22:38 น. 1 comments
Counter : 286 Pageviews.

 
ติดตามอ่านอย่างต่อเนื่อง

^___________^


โดย: น้องนู๋ GaZib วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:16:00:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ษุภณัฏฐ์
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add ษุภณัฏฐ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.