R a f a e l N a d a l
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
25 พฤศจิกายน 2556

"วิเคราะห์เทนนิสชายสำหรับปี 2014.....ปีที่คงได้เห็นเด็กรุ่นใหม่ใน Top10 "

สวัสดีครับแฟนๆ ราฟาทุกท่าน วันนี้ก่อนอื่นเลยคงจะต้องพูดว่า ช่วงนี้การเมืองกำลังร้อนแรงเกินห้ามใจ ยังไงก็แบ่งเวลามาอัพเดทข่าวสารความเคลื่อนไหวของราฟากันด้วยนะครับ บล็อคที่แล้ว เราฉลองกันกับการที่ราฟาคว้าแชม์ RG เป็นสมัยที่ ๘ และหลังจากนั้นก็คว้าแชมป์ US Open ผลงานเริ่ดสแมนแตนมาก และที่สุดๆ เลยก็คือ ราฟากลับมาเป็นมือหนึ่งของโลกอีกครั้ง ซึ่งซีซั่นหน้าคงมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น เนื่องจากขาใหญ่หลายคนอายุก็เริ่มโรยรา คงเป็นปีที่เด็กใหม่วัยละอ่อนมีโอกาสได้สอดแทรกขึ้นมาในพื้นที่ระดับท็อปของวงการ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้จากบทวิเคราะห์โดนๆ ของคุณหมูทอง เร็วๆนี้ครับ

Vamoss Rafa

2014



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2556 23:01:14 น. 17 comments
Counter : 1638 Pageviews.  

 
ฤดูกาลเทนนิสชายปี 2013 จบไปแล้ว ด้วยความสนุกสนานตื่นเต้น น่าประหลาดใจ โดยเฉพาะของสองนักเทนนิสระดับตำนานในประวัติศาสตร์ที่ชื่อ Rafael Nadal และ Roger Federer และแน่นอนยิ่งทำให้เทนนิสชายในปีหน้า 2014 น่าสนใจเข้าไปอีก เพราะไม่รู้จะเปลี่ยนแปลงไปในสภาพไหน
หมูทองเลยเขียนเรื่องราวเทนนิสเป็นเรื่องสุดท้ายของปีนี้ให้แฟนๆได้อ่านกันตอนปิดฤดูกาล


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:9:15:45 น.  

 
วิเคราะห์เทนนิสชายสำหรับปี 2014.....ปีที่คงได้เห็นเด็กรุ่นใหม่ใน Top10
(24 Nov 13)

ก่อนวิเคราะห์เทนนิสชายปีมะเมีย 2014…ขอเล่าการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในปีที่ผ่านมาสักเล็กน้อย เทนนิสชายมีการเปลี่ยนโฉม(Transform) อย่างเชื่องช้าในระยะ 2-3 ปีนี้และมาเห็นผลสะเด็ดน้ำในปลายปี 2013 และน่าจะต่อเนื่องไปยังปี 2014

o No More FEDAL : ถ้าเราตัดภาพไปตอนปี 2011-2013 พบว่า 3 ปี 12 GS นั้น เป็นของ
Novak Djokovic (26) 5
Rafael Nadal (27) 4
Andy Murray (26) 2
Federer (32) 1

แต่ถ้าเอา 3 ปีนี้ไปเปรียบเทียบ 7 ปีย้อนหลัง 2004-2010 ทั้งหมด 28 GS เฮียเฟดซัดไป 15 ราฟาซัดไป 9 เหลือแค่ 4 ถ้วยให้ชาวบ้านแบ่งกันไปคนละถ้วย คือ โนล เดล ซาฟิน และ Gaudio หรือจะพูดง่ายๆ คือเทนนิสยุคต่อไปคงไม่ใช่การครอบครองของ FEDAL อีกต่อไปแล้วคนหนึ่งแก่ คนหนึ่งเจ็บ ตามวัฎจักรสังขารที่ไม่มีความเที่ยง…แม้ว่าแฟนๆ เทนนิสมีความหวังหมายมั่นปั้นมือว่าจะได้ดู FEDAL ที่ USO 13 รู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ใช่รอบ Final, SF เป็นแค่รอบ QF….ทุกคนก็อยากดู เพราะทั้งคู่ยังไม่เคยเจอกันเลยที่ USO เลย แต่เฮียเฟดก็ทำให้แฟนๆเทนนิสผิดหวังมาก เมื่อมาแพ้โรเบรโด้ตกรอบ 4 ไปซะก่อน แต่คนที่ผิดหวังมากที่สุดก็คือเฮียเฟดเอง และให้สัมภาษณ์อย่างเศร้าสร้อยพร้อมกับวลีเด็ดที่ว่า
“ I beat myself ”

ส่วนแม็ทช์ FEDAL ที่เล่นในปี 2013 มีทั้งหมด 4 แม็ทช์ ราฟาชนะหมด มีแม็ทช์ที่สูสีหน่อยก็ที่ ซินซิเนติ แต่ดูเหมือนราฟา “ เอาเฮียอยู่ ” ทุกสภาพสนามแล้ว ทำให้ H2H ทั้งหมด ราฟานำอยู่ 22-10 และก็อาจจะห่างยาวตามกาลเวลา

Nadal vs. Federer: 2013 Meetings

Tournament / Winner / Score

BNP Paribas Open, IW QF
/ Nadal /6-4, 6-2

Internazionali BNL d'Italia, Rome Final
/ Nada / 6-1, 6-3

Western & Southern Open, Cincinnati QF
/ Nadal / 5-7, 6-4, 6-3

Barclays ATP World Tour Finals SF
/ Nadal / 7-5, 6-3

แต่ถ้าเราให้ความเป็นธรรมกับเฮีย จะพบว่าเฮียเฟดแก 32 ปีแล้ว เล่นเทนนิสได้ระดับนี้ถือว่าสุดยอดของจักรวาลแล้ว พวกเราแค่ไม่ชินตอนขาลงของเฮียเท่านั้น หมูทองว่าเฮียแกก็พยายามยึ้อแบบถึงที่สุดเลยนะเนี่ย เปลี่ยนไม้แร็คแก๊ตให้มันใหญ่เหมือนชาวบ้าน(จาก 90 เป็น 98 ตารางนิ้ว) ปรับตารางซ้อมให้หนักหน่อย เฟดใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองมีเพื่อรักษามาตราฐานเกมเทนนิสของตัวเอง และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องได้แชมป์ และในปี 2013 เฟดได้แชมป์คอร์ดหญ้า ATP 250 แชมป์เดียวที่ Halle ซึ่งเป็นสนามที่ไม่มีราฟา ไม่มีโนล และไม่มีมารีย์เข้าเล่นเลย อันดับโลกตกจากอันดับ 2 เมื่อปีที่แล้วไปอยู่อันดับ 6 เสียวเกือบหลุดไม่ได้เข้าเล่น WTF ผลงานเฮียเฟดปีนี้มันเลยเหมือนการลงลิฟท์ ไม่ได้ลงกะได ซึ่งคงทำให้เฟดหวั่นไหวและทำใจลำบาก ยังไม่อยากรับความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น เฟดอาจจะยังคิดว่าว่าตัวเองน่าจะพอกลับมาได้เอาชนะได้ แต่หมูทองคิดว่ายากมากๆ เพราะเฮียคงหนีไม่พ้นสัจธรรม “ความไม่เที่ยงของสังขาร” ดังนั้นปีหน้าคงเป็นปีที่เฮียเฟดต้องใช้พลังใจมากมายในการซ้อม ซ้อมและ ซ้อมเพื่อการรักษาความสม่ำเสมอ ความเร็วในการเล่นเทนนิส และที่สำคัญที่สุดคือต้องฝึกทำใจกับการไม่ชนะ การไม่ได้อยู่บนหัวตาราง ถ้าเฮียยังอยากเล่นเทนนิสสนุกๆต่อไปอีกสัก 2-3 ปีเหมือนเฮียฮาส เฮียเฟดต้องยอมรับอย่างสนิทใจและปล่อยวางกับมันให้ได้ การก้าวลงจากบัลลังค์ครั้งนี้แม้จะสะเทือนใจแฟนๆเทนนิสมีอยู่ทั่วโลกอย่างมากสักหน่อย แต่แค่ได้เห็นเฮียเล่นเทนนิสสวยๆให้เราได้ดูในระยะสุดท้ายก็ถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ในวงการเทนนิสแล้ว….(อ่านบทสัมภาษณ์เฟด ใน USO 13)


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:9:32:00 น.  

 
(ต่อ)

o Rafa is Back !
ก่อนอื่นต้องขอฉายภาพย้อนหลังให้เห็นการเป็นผู้ไม่เคยยอมแพ้กับปัญหาใดๆของราฟา แม้ว่าปัญหาสภาพหัวเข่าของราฟามันหนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลาการใช้งาน
o ปี 2009 ราฟาเสียมือ 1 ของโลกครั้งแรกให้กับเฟดตอนกลางปี 2009 หลังรายการ WB-09 ที่ตัวเองต้องถอนตัว เนื่องจากสภาพเข่าแย่ สภาพใจทรุดหลังแพ้โซเดอริ่งรอบ 4 ที่ Roland Garros ทำให้เฟดกลับคืนสังเวียนพร้อมๆกับกลับมาครองตำแหน่งราชาเทนนิสมือ 1 ของโลกได้อีกครั้ง…ราฟาใช้เวลาไปซ่อมเข่าระยะหนึ่งกลับมาตอนปลายปีก็ยังกระด๊อกกระแด๊ก สภาพร่างกายทรุดโทรม
o ปี 2010 ราฟากลับมาใหม่ มาตามล่ามือ 1 ของโลกคืนมาด้วยการกวาดถ้วยแชมป์ที่ห่างหายมาเป็นเวลา 11 เดือน ไล่เก็บแชมป์มาเรื่อยๆจากรายการคอร์ดดินเดือนเมษา เป็นคนแรกและคนเดียวในโลกที่ได้ 3GS 3 พื้นผิวติดต่อกันคือ FO-WB-USO และทำ Career GS ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบตอนอายุ 24 ปี(อายุน้อยสุดใน open era)
o ปี 2011 เสียมือ 1 ตอนกลางปี 2011 หลังรายการ WB-11 เช่นกัน ซึ่งครั้งนี้เป็นการสูญเสียความมั่นใจในเกมเทนนิสให้กับโนล นักเทนนิสร่วมรุ่นอย่างราบคาบ ทำให้โนลที่ครองมือ 3 ตามหลังและอยู่ภายใต้เงาของ FEDAL มาตลอดมากกว่า 4 ปี ได้มีโอกาสขึ้นมาครองบัลลังก์ราชาเทนนิสได้
o ปี 2012 ปีที่ราฟาพยายามทวงตำแหน่งราชาเทนนิสคืนจากโนล เริ่มจาก AO-12 ซัดกับโนลในนัดชิงไปเกือบ 6 ชั่วโมง แต่ก็แพ้ไป มารักษาดินแดนจ้าวคอร์ดดินที่ FO-12 อย่างเข้มแข็งกล้าหาญ ทั้งๆที่เข่าเริ่มอาการเดี้ยงต้องฉีดยาชาช่วย และทุกอย่างก็ดับสลายที่ WB-12 เพราะราฟาตกรอบ 2 แพ้นักเทนนิสโนเนม Rosol…และราฟาต้องยอมรับความจริงว่าไปต่อไม่ไหวแล้ว ราฟาหยุดเล่นเทนนิสทั้งครึ่งปี 2012 ไปซ่อมเข่า แม้ว่าต้องเสียใจ ทำใจมากมายกับการไม่ได้ลงแข่งโอลิมปิคที่ลอนดอน รวมทั้งรายการใหญ่อย่าง USO13, WTF13, AO14
o ปี 2013 หลังจากหยุดซ่อมเข่าและพักไป 7 เดือน การตามล่าแชมป์ และทวงมือ 1ของโลกคืนมาจากโนลก็เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ 2013…แล้วราฟาก็ได้เข้าชิงแชมป์ทุกสนามที่ลงแข่ง ยกเว้น VDM ชีลี, และ Monte Carlo ที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดองคือการได้แชมป์ FO13 เป็นสมัยที่ 8 คนเดียวในโลก และคงจะอีกแสนนานกว่าใครจะมาลบสถิตินี้ (ยังไม่ได้คิดว่าราฟายังจะได้แชมป์ FO เพิ่มจาก 8 เป็น 9, 10, 11, 12 หรือเปล่านะ) แต่อย่างไรก็ตามครึ่งปีแรกราฟาเล่นเทนนิสบนคอร์ดดินเกือบทั้งหมด ได้เล่นคอร์ดปูนเพียงรายการเดียวคือ IW13 ที่ทุกคนเป็นงงว่าราฟาคว้าแชมป์มาได้ยังไง ? …แค่นี้ก็ amazing จะแย่แล้วสำหรับคนที่หยุดเล่นไปนานเกินครึ่งปี ราฟาเล่นเทนนิสยาวแบบ non stop ชนิดที่คนเข่าดีก็คงระบม ไปต่อไม่ไหว แล้วราฟาก็ทำเรื่อง amazing อีกจนได้คือตกรอบแรกที่ WB-13 แพ้ใครก็ไม่รู้จัก Steve Darcis (คุณรู้จักหรือเปล่า ?) ดังนั้นที่สนาม WB13 จึงเป็นสนามเดียวที่ราฟาไม่ได้เข้าชิง และต้องบินกลับสเปนด่วน เพื่อหาหมอเช็คหัวเข่า และแน่นอนหมอสักพักยาวอีก 2 เดือนคือ June – July ตอนนี้ผู้คนก็เริ่มลังเลสงสัยอีกครั้งหนึ่งว่าราฟาคงไปไหนไม่ได้ไกล เพราะเข่าไม่สมบูรณ์ คงต้องจบชีวิตการเล่นเทนนิสเฉพาะสนามคอร์ดดิน เพื่อความนุ่มนวลกับเข่าที่สภาพไม่เอื้อให้เล่นคอร์ดปูนแข็งๆ หรือคอร์ดหญ้าที่ลูกกระดอนต่ำต้องย่อเข่ามาก…มันก็มีเหตุผลนะ
เดือนสิงหาคม ราฟากลับมาลงสนามเทนนิสอีกครั้งในรายการคอร์ดปูนในทวีปอเมริกา แฟนๆเทนนิสเฝ้ารอดูราฟาด้วยความเป็นห่วง และไม่มีความคาดหวังใดๆ แต่ “ราฟาก็คือราฟา” เป็นเจ้าพ่อในการทำเรื่องมหัศจรรย์ทั้งหลาย ราฟาได้แสดงผลงาน amazing อีกครั้งหนึ่ง ด้วยการคว้าแชมป์ทุกรายการคอร์ดปูนที่ลงสนาม คือ Roger Cup, Cincinati และที่เด็ดสุดคือ คว้าแชมป์ USO13 เป็น GS ที่ 13 ให้กับตัวเองโดยการเอาชนะโนลคู่ปรับตัวเอกแบบเอกฉันท์ 3-1 เซ็ต ทำให้ราฟาเนื้อหอมมากๆ และฮอตฮิตติดชาร์ตขึ้นมาอยู่ในกระแสอย่างช่วยไม่ได้
นอกจากนี้ราฟายังเป็นตัวอย่างของนักกีฬาชั้นนำที่เสียสละลงเล่นให้ทีมชาติสเปนใน DC ทั้งประเภทเดี่ยวและคู่ ทำให้สเปนยังอยู่ใน World Group ในปี 2014…เรียกว่า “ทั้งเก่งและดี”
หลังจากจัดหนักมาทั้งปี ราฟาเริ่มฉิวๆ ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของฤดูกาล 2013 เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ราฟามาเล่นเทนนิสในทวีปเอเชีย เริ่มจาก ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ปารีส และจบลงที่เข้าชิงกับโนลที่ WTF ลอนดอน
รวมเบ็ดเสร็จปีนี้ 2013 ราฟาเข้าชิง 14 จาก 17 รายการที่ลงเล่นได้มา 10 แชมป์ (2 GS + 5 Masters ATP1000 + 2 ATP500 + 1 ATP250) และในที่สุดราฟาก็ล่ามือ 1 คืนมาจากโนลจนได้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และก็ครองมือ 1 ตอนปลายปี 2013 ด้วย ถือเป็นนักเทนนิสมือ 1 คนแรกของโลกที่สามารถกลับมาเป็นมือ 1 ได้อีกถึง 2 ครั้ง คือในปี 2010 และปี 2013 (เฟดเดอเรอและแลนเดิล เป็นนักเทนนิสเพียง 2 คนกลับมาคว้ามือ 1 คืนได้อีก 1 ครั้ง) ราฟามีโดยมีสถิติชนะ-แพ้ในปี 2013 ที่น่าประทับใจมาก 75-7(91.5%) โดยเฉพาะบนคอร์ดปูนที่เคยเป็นคอร์ดที่ราฟาถนัดน้อยที่สุด 36-4 (4 titles) และชนะ Top 10 ด้วยสถิติ 24-5 เป็นรองก็แต่ John McEnroe ในปี 1984


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:9:55:02 น.  

 
(ต่อ)

ราฟาทำความประหลาดใจให้ทุกคนเริ่มตั้งแต่ ตัวเอง ครอบครัว ทีมงาน เพื่อนนักกีฬา แฟนๆเทนนิสทั่วโลก ตลอดจนนักวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ในวงการกีฬาทั้งหลาย…ทุกคนงงกับการกลับมาของราฟาว่า ราฟาทำได้อย่างไร ?
ถ้าไปถามเจ้าตัว แกก็ตอบว่า I reall don’t know ? ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
ราฟาพูดถึงความรู้สึกต่อผลงานในปี 2013 และการกลับมาเป็นมือ 1 ของเค้าว่า
"[This is] a great year, one of the best years of my career without any doubt, [It] sure is special be back to the top position of the rankings after more than a half year without playing tennis." He said he was prouder of the hard work and results that earned him the No. 1 ranking, rather than the number itself. "At the end, it's just a number... What [makes] me happy is [everything] I did to be back where I am today."

ราฟาไม่เหมือนโนล โนลมีความฝันมาแต่เด็กๆ 5-6 ขวบ ว่าอยากเป็นนักเทนนิสมือ 1 ของโลก พอตอนนี้ได้ตามความฝันแล้ว ก็ไม่รู้ว่าโนลจะหลงเหลือความกระหายใดๆอีกหรือเปล่า
ราฟาไม่เหมือนมารีย์ มารีย์อยากเป็นแชมป์ GS เป็นเกียรติประวัติของตัวเอง ของชาวสก๊อต ชาว UK พอตอนนี้ได้ตามความอยากแล้ว ก็ไม่รู้ว่ามารีย์จะหลงเหลือความกระหายใดๆอีกหรือเปล่า
ราฟามีความฝันในวัยเด็กสัก 10 ขวบว่าอยากได้แชมป์ WB คอร์ดหญ้าที่แทบจะเป็นความฝันที่เป็นไปไม่ได้ Impossible Dream สำหรับนักเทนนิสสเปนที่เก่งแต่คอร์ดดิน…ราฟาได้แชมป์ WB แล้วตั้งแต่ตอนตัวเองอายุ 22 ทุกคนคิดว่าราฟาจะมี profile คล้ายบอร์ก คือ “มาเร็ว เคลมเร็ว ไปเร็ว” กล่าวคือ ดังแต่เด็กๆ ขึ้นสูงสุดได้สแลมตอนอายุน้อย แล้วก็หมดไฟเลิกเล่นเทนนิสตอนอายุแค่ 26 แต่แฟนๆ เทนนิสทั่วโลกก็พบว่า ราฟาเป็นสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์ของโลก
ราฟา “มาเร็ว เคลมเร็ว” แต่ยังคงยืนหยัด มีไฟฝัน ความรักในเทนนิสและการต่อสู้อย่างมากมาย ความทะเยอทะยานของราฟาอยู่ที่เนื้อแท้ของกีฬาคือ “การต่อสู้และการเป็นผู้ชนะ” ราฟาจึงทำทุกอย่างให้ตัวเองมีความพร้อมเต็มที่ในการต่อสู้ กับทุกคน ทุกสนาม ทุกสถานการณ์ ราฟาสนุกกับการได้ต่อสู้ แม้บางครั้ง หลายครั้งอาจต้องเจ็บปวดทรมาน ล้มลุกคลุกคลาน พ่ายแพ้บ้าง ไม่ได้อย่างใจบ้าง ราฟาก็ยังชอบการต่อสู้อยู่ดี วลีเด็ดของราฟาคือ “Enjoy Sufferring” ชาติที่แล้วราฟาคงเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ประมาณ อเล็กซานเดอร์มหาราช จึงมีจิตวิญญาณเป็นนักต่อสู้ได้ในระดับนี้ เราโชคดีมากที่อยู่ในยุคที่ได้เห็นเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ใจ ระดับเหลือเชื่อจากหนุ่มมายอร์ก้า Rafael Nadal คนนี้อย่างไม่หยุดหย่อน
วันนี้ราฟาอายุ 27 ปีควรเล่นเทนนิสได้อีก 3 ปีเป็นอย่างน้อยโดยเฉพาะถ้าราฟาอยากเล่น โอลิมปิคปี 2016 ที่บราซิล ราฟาก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่าที่เป็นมา ไม่ต้องลงเล่นมากมายทุกรายการ รายการไหนเบื่อๆ เหนื่อยๆก็เว้นไป ไม่ต้องสนใจแต้มคะแนน ไม่ต้องสนใจ Ranking สนใจแต่ว่าถ้าเข้าเล่นรายการไหนก็ขอเอาแชมป์กลับบ้าน ราฟาจะ “ไป” เร็วแค่ไหนไม่มีใครรู้ แต่ที่ทุกคนรู้คือไม่ว่าราฟาจะผ่านอุปสรรคยากเย็นขนาดไหน “ราฟากลับมาได้เสมอ”


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:10:22:02 น.  

 
(ต่อ)
1. No More FEDAL
2. Rafa is back !!

3. RAFOLE (Rafa – Nole)

และไม่ว่าเราจะชอบแม็ทช์ FEDAL ขนาดไหนก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันกำลังจะจบลงแล้ว….ทิ้งไว้แต่ความสวยงาม ติดตรึงใจ อยู่ในความทรงจำ และประวัติศาสตร์ตลอดไป
แต่คู่ฟัดคู่กัดใหม่คือ RAFOLE ของวงการเทนนิสชายที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ 2011 โดยโนลก้าวขึ้นมาแหย่รังแตน ชิงบัลลังก์มือ 1 ของโลกมาจากราฟาในวันชาติอเมริกา 4th July 2011 แต่จริงๆแล้วจุดหักเหของเรื่องเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นประมาณปีหนึ่ง กล่าวคือ โนลแจ๊กพอตมากๆ ที่นักโภชนาการชาวเซอร์เบีย Dr. Igor Cetojevic ผู้อพยพไปอยู่ไซปรัสได้มีโอกาสดูโนลเล่นเทนนิสกับซองก้าใน Australian Open 2010 จากคำชวนของภรรยาที่ชอบเทนนิส ตัวด๊อกเตอร์อิกอร์ดูเทนนิสไม่เป็นเลย แต่เค้าเห็นอาการโนลหอบหืด หายใจไม่ได้จากทีวีวันนั้น เค้ารู้ว่าโนลมีปัญหาการแพ้สารอาหารบางอย่าง ที่ไปทำให้เกิดการไม่สมดุลกับระบบการย่อยจึงทำให้สารพิษสะสมอยู่ในร่างกาย นั่นเป็นความคิดเห็นจากการดูอาการโนลผ่านทีวี โดยที่ทั้งคู่ห่างกัน 8,700 ไมล์
โนลมีปัญหาภูมิแพ้….แพ้สารกลูตีน(Gluten) โดยออกอาการหอบหืดมาตั้งแต่อายุ 13 โดยเฉพาะเวลากลางคืน และจะหนักถ้าอยู่ในที่อากาศชื้น และมีเกสรดอกไม้ แต่โนลเพิ่งมารู้ว่าตัวเองว่าแพ้กลูตีนตอนอายุ 23 ปี หลังจากด๊อกเตอร์อิกอร์ตรวจเช็ค และให้ทดลองเข้าโปรแกรมสูตรอาหาร Gluten Free 14 วันคล้ายการเข้าค่ายกักกันคุมประพฤติให้กินอยู่แต่สิ่งที่ดีงามเหมาะสมตามตาราง ผลปรากฏว่า “ดีมาก” โนลรู้สึกว่าตัวเอง Fit & Fresh และร่างกายรู้สึกเป็นบวกเหมือนเดินมาถูกทาง
(กลูเตน เป็นสารอาหารชนิดหนึ่ง ที่เป็นการรวมตัวของ โปรตีน Gliadin และ Glutenin ซึ่งจะพบในธัญพืช เช่น Wheat, Rye และ Barley นอกจากพบในธัญพืชดิบแล้ว กลูเตน ยังเป็นส่วนผสมที่ช่วยทำให้ขนมปัง, ขนมอบต่างๆ เหนียวนุ่มหนืด น่ารับประทาน และช่วยให้ขนมอบคงตัวด้วย ดังนั้น
กลูเตน จึงมีอยู่ใน ขนมปัง, ข้าวโอ๊ต, เค้ก, พาย, ซีเรียลที่กินพร้อมนม นอกจากนี้แล้วกลูเตนนิยมใช้เป็นส่วนประกอบแทนที่เนื้อสัตว์ในอาหารเจอีกด้วย

คนที่แพ้กลูตีน จะมีอาการคล้ายผู้ที่แพ้นม (Lactose Intolerance) คือ ท้องเสีย ท้องอืด มีก๊าซในกระเพาะ แล้วยังอาจจะส่งผลให้เป็นโรค Coeliac Disease คือ ลำไส้เล็กจะไม่สามารถดูดซึมวิตามิน หรือสารอาหารที่จำเป็นสำหรับร่างกายเข้าไปได้ ผลที่ตามมาคือ จะก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาได้ เช่น การเจริญเติบโตช้าในเด็ก เป็นผื่นคัน ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา ปวดท้องอย่างรุ่นแรง ท้องเสีย อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ เลือดกำเดา อ่อนแรง มีอาการชาตามมือ แขน เท้า เป็นต้น โดยส่วนมากคนที่แพ้กลูเตน เป็นการแพ้จากภูมิคุ้มกันส่วนตัว โดยถ้าแม่พี่น้อง หรือคนในครอบครัวเดียวกัน มีประวัติการแพ้กลูเตน เราก็มีโอกาสเป็น 10%

ในผู้ที่แพ้ กลูเตน ส่วนมากจะนิยมใช้วิธี Gluten Free Diet คือทานอาหารที่ไม่มี กลูเตน หรือมีในปริมาณน้อยที่ไม่ทำให้เกิดอันตราย)

พอโนลมีสภาพร่างกายดี จิตใจก็แข็งแกร่งอยู่ในวินัยเข้มข้นเหมือนถือศีลบวชไปพร้อมอยู่ค่ายกักกันสิ่งเลวร้ายเข้าตัวเอง โนลแปลงร่างกลายเป็นมนุษย์เหล็ก เข้มแข็งดั่งมนุษย์เหล็ก Iron Man สามารถโชว์เทพเทนนิสในปี 2011 ระดับเหลือเชื่อชนะรวดตั้งแต่ต้นปี 41-0 และเกือบล้มสถิติโลกของแม็กแอนโร(42-0) ได้ แต่โนลทำสถิติใหม่สำหรับตัวเองคือ ล้มราฟาในนัดชิง 6 นัดซ้อนตั้งแต่ต้นปียันปลายปี ทุกสภาพสนาม ไม่ว่าจะเป็นคอร์ดปูน คอร์ดดิน คอร์ดหญ้า ราฟาบอบช้ำหนักจากการเป็นผู้แพ้ และสูญเสียตำแหน่งมือ 1 ของโลกให้กับโลกไปตอนกลางปี 2011 พร้อมๆกับความมั่นใจตัวเอง ราฟายังงงๆกับการที่โนลเหนียวเกินจะใครจะทานทน โนลมั่นใจตัวเองสร้างช๊อตที่ยากมากๆ เพราะความ Flexible อ่อนตัวของร่างกายยังกับนักยิมนาสติก โนลร้อนแรงตลอดปี 2011 แต่ทั้งคู่ก็ต้องมาเจอกันในนัดชิง AO12 (เราดีใจที่ได้ดูแม็ทช์นี้คาตา) แม็ทช์นี้ราฟาเลียแผลใจเสร็จ และพยายามที่จะกลับมาต่อสู้ใหม่ ราฟาใส่เต็มร้อยเพื่อจะดูว่าโนลจะแน่สักแค่ไหน ราฟารู้สึกว่าตัวเองมีช่องทางและโอกาสอยู่ถ้าเล่นเทนนิสได้เยี่ยมยอดแบบเซ็ต 3 ในนัดชิง USO11 ราฟาสู้เต็มที่ในนัดชิง AO12 และแม้ว่าเกมเทนนิสราฟาจะเป็นรองอยู่กิ๊กหนึ่งแต่ผลลัพธ์ก็อย่างที่ทุกคนรู้แล้ว คือ ราฟาเบียดโนลแบบหายใจรดต้นคอ และเบียดเข้าไปประชิดกว่าที่เกมจริงๆ แฟนๆเทนนิสได้ดูแม็ทช์ประวัติศาสตร์ที่ต้องพูดถึงตลอดกาล เพราะทั้งคู่ซัดกันไป 5 เซ็ตเกือบ 6 ชั่วโมงยาวนานที่สุดใน AO แม้ว่าราฟาจะแพ้โนล แต่ก็ถือเป็นแม็ทช์ที่ราฟาประกาศอิสรภาพเป็นไทด้านจิตใจ ไม่เกร็ง ไม่กลัวโนลอีกต่อไปแล้ว สภาพจิตของราฟากลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นในสนามคอร์ดดินในปี 2012 ราฟาจึงทวงคืนความเป็น King of Clay ด้วยการเอาชนะโนลได้ที่ Monte Carlo และ Rome และ FO12 แม้ว่าต้องยืนหยัดซัดกันข้ามวันฝนตก แต่ก็เห็นชัดว่าราฟายังดีกว่าโนลในคอร์ดดิน
….หลังจากแม็ทช์นัดชิง FO12 โลกก็รู้ว่าจากนี้ต่อไป เรามีคู่ขวัญเทนนิสคู่ใหม่คือ RAFOLE ราฟา-โนล ที่คงสร้างสรรแม็ทช์เทนนิสที่ตื่นเต้นเร้าใจชนิดที่แฟนๆเทนนิสแทบไม่ต้องหายใจเวลาทั้งคู่ลงสนามแข่ง ทั้งคู่ทำให้เกมเทนนิสถูกยกระดับไปอีกสองขั้น เพราะต่างคนต่างพร้อมจะสู้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน แรลลี่ลากยาว ยาวมากๆ….เธอเหนียว ขั้นจะเหนียวกว่า เธอโหด ชั้นจะโหดกว่า และแน่นอน….ไม่มีใครยอมใคร
เป็นที่น่าเสียดายว่าเกมบนคอร์ดหญ้า คอร์ดปูน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2012 จนมาถึงต้นปี 2013 ไม่มี RAFOLE เพราะว่าราฟาเข่าเดื้ยงหนักพักยาว 7 เดือน…วงการเทนนิสก็ยังไม่แน่ใจว่าราฟาจะกลับมาได้หรือไม่ และจะได้แม็ทช์ระดับ RAFOLE เหมือนเก่าหรือเปล่า แต่ทั้งคู่ก็กลับมา…มาเจอกันในปี 2013 ครั้งแรกที่นัดชิง Monte Carlo(เราก็มีโอกาสได้ดูนัดนี้แบบคาตาด้วย) ในนัดนี้ราฟาเข่ายังไม่พร้อมกับการเล่นเทนนิสกับโนล การเคลื่อนที่ของราฟายังไม่สมบูรณ์ ราฟาจึงแพ้โนลไป หยุดสถิติชนะรวดที่ MC 8 ครั้ง ราฟารู้สภาพเข่าขาตัวเองดีจึงไม่ค่อยเสียใจกับผลงานที่ MC13 มาแก้ตัวอีกทีที่ FO 13 ซึ่งแม้จะเป็นรอบรองแต่ทั้งคู่ก็รู้มือกันดี งานนี้โนลต้องการล้างแค้นราฟาจากปีที่แล้วมาก จึงกะมาจัดหนัก แม็ทช์เครียดมากๆ ทั้งคู่จัดหนักจัดเต็ม จัดไป 5 เซ็ตและเซ็ต 5 ซัดกันจนถึงฎีกา 9-7 ราฟาชนะแบบเฉียดฉิว ทำให้โนลเสียใจมากที่แพ้ มันเหมือนโอกาสอยู่แค่เอี้ยม แต่ทำไม่ได้ โนลเลยยังไม่ได้ Career Slam ในปี 2013 และหมูทองคิดว่า แม็ทช์นี้อาจมีผลด้านจิตใจด้วย มันเหมือนกับว่า ราฟารู้วิธีจะเอาชนะโนลแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ในเกม ในแต้มที่สำคัญ…และเป็นเกมวัดข้างใน “วัดใจ” ว่าใครแน่กว่ากัน ราฟากับโนลรู้เรื่องนี้อยู่ในใจ แต่แฟนๆเทนนิสอาจยังมองไม่ชัด

……เรื่องราวการต่อสู้ของ RAFOLE มาเห็นเด่นชัดอีกทีที่ฤดูกาลคอร์ดปูน 2013 คอร์ดที่โนลเป็นผู้เชี่ยวชาญและเป็นแชมป์ รองแชมป์เก่าร่วมกับมารีย์และเฮียเฟดในปี 2012 ตอนราฟาลงเล่นไม่ได้เลย (โนลเป็นแชมป์ Roger Cup, เฟดเป็นแชมป์ Concineti และมารีย์เป็นแชมป์ USO12)
ราฟากับโนลมาเจอกันสนามแรก Roger Cup 2013 ที่ Montreal และก็เช่นเดิม ดวลกันถึงเซ็ต 3 ลุยกันไปถึง TB แต่คราวนี้ราฟาเก่งมากเอาชนะเซียนคอร์ดปูนอย่างโนลไปได้ จากนั้นทั้งคู่มาเจอกันอีกทีที่นิวยอร์ค ในนัดชิง USO13 ซึ่งถือเป็นแม็ทช์หยุดโลกอีกแม็ทช์หนึ่ง แล้วราฟาก็พิสูจน์ให้โลกรู้อีกครั้งว่าเค้ามีดีกว่าแค่เป็น King of Clay เพราะราฟาเป็น King of Tennis ราฟาเอาชนะโนลไปได้ 3-1 เซ็ต 6-4, 3-6, 6-4, 6-1

(ย้อนรำลึกความหลังให้สักหน่อยว่า เซ็ต 1 และ 2 นั้นเหมือนแลกกันคนละหมัดโดยในปลายเซ็ต 2 นั้นจะมีแต้มที่ราฟาขอ challence แบบไม่ควรขอ แล้วก็เหมือนสมาธิหลุดอยู่ๆก็เล่นตกลง ไปเล่นหยอดลูกโด่งกระจายให้โนลเข้ามาสอยแบบ..ทำเข้าไปได้ยังไงเนี่ย พอขึ้นเซ็ต 3 ราฟาก็ยังมึนๆ งงๆต่อเนื่องมาจากเซ็ต 2 โดยโนลนำไป 1-3 อาการแย่…กว่าราฟาจะตั้งตัวติดก็ปาเข้าไปเกม 6 ที่เริ่มเล่นบทโหด โนลเริ่มแจก UE ทำให้เบรกคืนมาได้เกมเสมอกันที่ 3-3 ถึงตอนนี้เราก็ได้รู้ว่าแฟนๆในสนาม USO นั้นเป็นกองเชียร์ราฟามากมายกว่าโนลจริงๆ

เกมที่ 9 ในเซ้ตที่ 3 หลังจากเสมอกันที่ 1-1 เซ็ต 4-4 เกม…ราฟาเจอเข้าไป 3BP แต้มอยู่ที่ 0-40 จำได้ว่าแฟนๆเทนนิสของราฟาเริ่มหยุดหายใจแล้ว....เป็นงงว่า ราฟานิ่งมากๆๆๆๆ สมาธิดีไม่มีวอกแวก ค่อยๆ เอาคืนทีละเบรกจนมาถึง 30-40 จากนั้นราฟาก็เสริฟ ACE…ทานโทษ ราฟา Ace บน BP นั่นหมายความว่า ราฟามีนิ่งและความมั่นใจตัวเองมาก ซึ่งเราได้เห็นผลงานต่อมาคือ ราฟารักษาเกมเสริฟตัวเองได้ขึ้นนำ 5-4 โนลมาเสริฟต่อและได้แต้ม 30-0 แต่ราฟาเริ่มออกเทพเอาแต้มจากโนล 30-30 คนดูเริ่มนั่งไม่ติด ลุกฮือยืนเชียร์ส่งเสียงดังลั่น โนลเริ่มเสียสมาธิแจก UE อีกครั้ง่ เจอBP ที่เป็น SP 30-40….และพวกเราคงจำได้ว่าราฟาก็จัดเต็มในแต้มถัดมา ยิงลึก ยิ่งแม่นไปเส้นหลัง โนลรับติดเน็ท ราฟาได้เซ้ต 3 ถึงกับถลำหน้า รักษาสภาพร่างกายด้วยการย่อถลา..ได้ภาพดีใจได้เซ้ตแบบสวยงาม

แล้วก็คงไม่ต้องพูดถึงเซ็ต 4 มากนัก…เพราะมีไฮไลท์อยู่ที่เกมแรก ที่ราฟามาเสริฟแล้วเหมือนยังไม่ค่อยเข้าที่ หยอดลูกไม่เข้าท่าอีกจนเสีย BP ในขณะที่โนลตกอยู่ในสภาพต้องเอาคืน เล่นดีมากและต้องการเบรกในเกมแรกเลย มันเป็นเกมที่ยาวนานที่แสดงให้เห็นว่าราฟา “ไม่ยอม” ราฟาต้านทานกระแสการบุกของโนลจนรักษาเกมเสริฟได้ขึ้นนำ 1-0 แฟนๆราฟาถอนหายใจเฮือก…ยาวววว ต่อจากนั้นโนลเหมือนเสียพลังงาน เสียกำลังใจไปเยอะมาก ราฟายิ่งเล่น ยิ่งดี ยิ่งโหด เกมจึงเป็นของราฟาสิ้นเชิง ปิดแม็ทช์ด้วยสกอร์ 6-1)

และที่สนาม USO13 นี้เหมือนกับว่าโนลจะเริ่มยอมราฟาขึ้นมาหน่อยหนึ่ง มันคงเนื่องมาจากการที่ราฟาปรับปรุงเกมให้ดุดันขึ้นมาก เสริฟได้เปรียบ ทำให้โนลแม้ว่าจะฮีดสู้จัดเต็มในเซ็ตสอง ถึงกลางเซ็ตสามแต่ก็ไม่สามารถรักษาระดับเทนนิสขั้นเทพนั้นได้นานกว่าเซ็ตครึ่ง (ประมาณ 40 นาที) ในขณะที่ราฟาสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งไม่วอกแวก ลังเล ไม่เสียสมาธิ รอคอยจังหวะโอกาส พอได้กลิ่นคู่ต่อสู้แรงตก เสียสมาธิลงมานิดหน่อย ราฟาก็ขโมยซีน ขโมยเซ็ต เก็บแม็ทช์ไปได้อย่างไม่ยากเย็น


……หมูทองได้ดูแม็ทช์ RAFOLE อย่างละเอียด 2 แม็ทช์ใน GS คือ FO13 และ USO13 คิดว่าราฟามีชัยด้านสภาพจิตใจเหนือโนลชัดเจน ในบางขณะเห็นชัดว่าราฟาใช้วิธ๊ “เกลือจิ้มเกลือ” หรือ “Rafa is Djokoving Djokovic” คือเอาวิธีที่โนลล้มราฟาในปี 2011 มาใช้ล้มโนลในปี 2013 คือฟันเท่าไร ฆ่าเท่าไรก็ไม่ตาย ยืดเยี้อ อดทน เหนียวสุดๆ หาที่เปรียบไม่ได้…นึกว่าจะชนะแล้ว ก็เอาชนะไม่ได้ จากนั้นมันก็ไปมีปัญหาด้านจิตใต้สำนึก วิญญาณเพชฌฆาต หรือ Killing Instinct ที่เคยมีมากมาย…หายหมด เราจึงเห็นโนลมีปัญหาเสียสมาธิกับการเรียกร้องให้เอาน้ำมาราดคอร์ดตอนเซ็ต 5 ที่ FO13 หรือ อารมณ์ถอดปลั๊กในเซ็ต 4 ที่ USO13

แต่โนลก็ไม่เคยยอมแพ้ กลับมาแก้เกมราฟาและเอาคืนในคอร์ดปูนแบบ Indoor ที่นัดชิง WTF ลอนดอน โดยการเอาชนะราฟา 2 เซ็ตซ้อน 6-3, 6-4 แบบราฟาสู้ไม่ได้เช่นกัน(แต่ราฟาเสริฟได้แย่มากในแม็ทช์นี้ winner 9 / UE 23) ดังนั้นในสนาม Indoor HC จึงต้องบอกว่าโนลดีกว่าราฟาพอสมควร ส่วนในสนาม Outdoor HC ถือว่าสูสี 50-50 ออกหัวก้อยได้ทั้งนั้น จึงต้องไปวัดกันอีกทีที่ AO14


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:10:29:08 น.  

 
(ต่อ)


พูดไปแล้ว…เกมของ RAFOLE ไม่เหมือนกับเกมของ FEDAL

….FEDAL เป็นที่สุดของความคลาสิค มีเสน่ห์ สวยงาม เราได้เห็นเหลี่ยม เห็นคม เห็นกลยุทธ์ เหมือนได้ดูการแสดงดนตรีที่มีการ improvise ด้นสด หรือเกมหมากรุกขั้นเทพของสุดยอดฝีมือเซียน

แต่เกมของ RAFOLE ก็มีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง มันเป็นเกมหนัก ยึดยื้อ ต้องใช้ความอดทนสูง ใช้ทักษะเทนนิสขั้นเทพในการเอาชนะกัน และที่แน่ๆคือ ต่างคนต่างพาคู่ต่อสู้ไปถึงขึดจำกัดทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เหมือนเราได้ดูยุทธศาสตร์ ชั้นเชิงการทำสงครามรบ ที่มีทั้งการใช้พละกำลังและสงครามจิตวิทยา
ในแง่ของราฟา…คงเป็นเรื่องที่พระเจ้าสร้างมาให้ราฟาต้องอยู่ในสนามการแข่งขันกับคนที่เก่งที่สุดของยุคสมัยตลอดเวลา…จากเริ่มต้นที่ราฟากระโดดข้ามรุ่นไปเบียดกับมือ 1 รุ่นพี่อย่างเฮียเฟดที่แก่กว่ากันถึง 5 ปีและก็ประชิดติดตามเป็น FEDAL อยู่ถึง 9 ปีตั้งแต่ปี 2004 – 2012 โดยมีจุดเปลี่ยนคือแม็ทช์นัดชิง WB08 ที่ราฟาล้ม King of Grass ได้ทำให้ราฟาได้เปรียบเฟดตั้งแต่นั้นมา ระหว่างนั้นราฟาเชื่อมต่อการต่อสู้อย่างเข้มข้นกับโนลเพื่อนเทนนิสร่วมรุ่นที่อายุน้อยกว่าตัวเองแค่ปีเดียว เริ่มตั้งแต่ปี 2008 – 201x ถึงตอนนี้ 2013 ก็ 6 ปีแล้ว อย่างที่เป็นที่รู้กันว่าราฟาเก่งคอร์ดดิน แม็ทช์เริ่มต้น RAFOLE ที่ท้าทายเกิดขึ้นที่ Hamburg ปี 2008 ซึ่งเป็นสนามคอร์ดดินระดับ Master Series แม้ว่าราฟาจะชนะ (2-1 เซ็ต 7-5, 2-6, 6-2) แต่โนลก็แสดงให้เห็นว่าเค้ามีดีบนคอร์ดดินเช่นกัน ไม่ใช่หมูให้ราฟาเชือดได้ง่ายๆ ส่วนคอร์ดปูนในระยะแรกๆ ราฟากับโนลจะผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ แต่ดูว่าโนลจะมีรูปเกมเทนนิสคอร์ดปูนที่มีภาษีดีกว่าราฟา แถมยังมีศักดิ์ศรีเป็นถึงแชมป์ AO08 อีกด้วย แต่ราฟาก็แสดงให้ทุกคนเห็นว่า ถ้าเค้าต้องการ และมี passion ที่จะได้อะไร…ราฟาสามารถเล่นเทนนิสระดับเทพได้ทุกสภาพสนามและเอาชนะได้ทุกคน…ได้พิสูจน์เอาเหรียญทองโอลิมปิคมาให้สเปน โดยการล้มโนลในรอบรอง(2-1 เซ็ต 6-4, 1-6, 6-4) แบบไม่น่าเชื่อ จนโนลถึงกับหลั่งน้ำตา เสียใจและเสียดายกับโอกาสครั้งนั้นมาก เพราะ 4 ปีมีโอลิมปิคครั้งเดียว และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่เป็นสัญญาน บอกเหตุว่าคู่นี้ RAFOLE ซัดกันมันส์แน่นอน ได้ทั้งคอร์ดดิน คอร์ดปูน…ยิ่งเวลาผ่านไปโนลก็ยิ่งพัฒนาคอร์ดดิน ราฟาก็ยิ่งพัฒนาคอร์ดปูน

จนมาถึงวันนี้ที่ปลายปี 2013 RAFOLE เป็นคู่เอกที่สูสีดูดี๋สุดๆ บอกผลแพ้ชนะลำบากทั้งคอร์ดดิน คอร์ดปูน


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:10:55:09 น.  

 
(ต่อ)

2013 Meetings Nadal vs. Djokovic = 3-3

Tournament / Winner / Score

Monte-Carlo Rolex Masters Final
/ Djokovic/ 6-2, 7-6(1)

Roland Garros SF
/ Nadal / 6-4, 3-6, 6-1, 6-7(3), 9-7

Coupe Rogers SF /Nadal /6-4, 3-6, 7-6(2)

US Open Final / Nadal/6-2, 3-6, 6-4, 6-1

China Open Final / Djokovic /6-3, 6-4

Barclays ATP World Tour Finals Final
/Djokovic/ 6-3, 6-4

และเมื่อมองไปในอนาคตแล้ว หมูทองคิดว่า RAFOLE น่าจะ

- เป็นการต่อสู้ของยุคสมัยอีกนานพอควร(คาดว่าอีก 2-3 ปี) จนกว่าการศึกจะรู้ผลแพ้ชนะชัดเจน

- เป็นเกมที่สูสีกันมากในทุกสภาพสนาม ทั้งคู่ต้องใช้ชั้นเชิงฝีมือ ต้องใช้สติ สมาธิ และปัญญา รวมทั้งความแข็งแกร่งด้านจิตใจอย่างมากในการโรมรันต่อสู้และแก้เกมการรบ
- ปี 2014 จะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ RAFOLE แม้ว่าโนลจะเพลี่ยงพล้ำไปในปี 2013 แต่โนลก็กลับมาในตอนปลายปีหลัง USO13 และชนะราฟานัดชิงที่ WTF13 จะถือว่าคู่นี้ดู๋ดี๋สุดขีด เสมอกันที่ 3-3 คงต้องมาวัดกันใหม่ในปีหน้า โดยเริ่มจาก AO 14 ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญานอันตรายที่เราต้องจับตาดูว่าราฟาจะล้มโนลบนสนามที่โนลถนัดที่สุดได้หรือไม่ อย่าลืมว่าโนลเป็นเจ้าพ่อแชมป์ AO 4 สมัย (และเป็นแชมป์ AO 3 สมัยซ้อน 2011-13 คนเดียวในโลก) ปี 2013 ราฟาไม่ได้ลงสนามนี้ แต่คงอยากมาสะสางแม็ทช์คาใจ AO12 นัดชิง 6 ชั่วโมง ให้มันรู้กันไปว่า ชั่วโมงนี้ใครกันแน่เป็นจ้าวคอร์ดปูนกันแน่? โนล หรือว่า ราฟา

ตามมาด้วย FO14 ที่ราฟาเองต้องรักษาดินแดนคอร์ดดินไว้ให้ได้นานที่สุด และคงต้องสร้างตำนาน King of Clay แบบเหนือจริงที่จะเป็นเจ้าของแชมป์ FO สมัยที่ 9 ในขณะที่โนลคงจะอยากเคลียร์กับราฟาในสนามนี้และคงทุ่มทุนสร้างเพื่อล้มราฟา เอา Career Slam ให้ได้…แค่หลับตานึกถึง 2 สแลมแรกของปีก็มันส์หยดติ่งๆแล้ว
จากนั้นในสนามหญ้าจะถือเป็นสนามกลางที่ทั้งคู่คงอยากเป็นแขมป์ แต่คนอื่นก็น่าจะม๊โอกาสด้วย เช่น มารีย์, เดล, เบอร์ดิช หรือแม้แต่เฮียเฟดเองก็พร้อมจะสอดแทรก หมูทองมองสนาม WB14 เป็นสนามเปิด แชมป์เป็นใครมองไม่ชัดเท่าสนามอื่น ส่วนสแลมปิดท้าย USO14 ก็คิดว่ายังมีกลิ่นอายของปี 2013 อยู่ดี แฟนๆเทนนิสต้องติดตามดู RAFOLE อย่างไม่กระพริบตาเลยในปีหน้า…และผลการต่อสู้ในปี 2014 น่าจะมีผลกระทบต่อภาพความได้เปรียบเสียเปรียบในการต่อสู้ระยะยาวของ RAFOLE ที่คิดว่าน่าจะลากยาวต่อไปได้อีกสัก 2-3 ปี



โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:09:10 น.  

 
(ต่อ)

• ผลลัพธ์สุดท้ายของการต่อสู้ในบั้นปลายของ RAFOLE ที่ไม่รู้จะจบที่ปีไหน 201x แต่มันจะเป็นตัวสะท้อนบอกความยิ่งใหญ่ของนักกีฬาทั้งคู่ แค่นับผลถึงปลายปี 2013 ราฟา-โนล เล่นกันมา 39 แม็ทช์มี H2H = 22-17 (คอร์ดดิน 13-3 คอร์ดหญ้า 2-1 คอร์ดปูน 7-13) ถือว่าเป็นคู่ต่อสู้อันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์เทนนิสชายแล้ว เพื่อให้เห็นชัดได้คัดเฉพาะคู่ที่มีแม็ทช์การปะทะเกิน 30 แม็ทช์มาโชว์ให้เห็น ความยิ่งใหญ่ของราฟาแทบชั้นกับเทพในอดีต

Nadal vs Djokovic (39 Nadal leads 22-17)
McEnroe vs Lendl (36 Lendl leads 21-15)
Becker vs Edberg (35 Becker leads 25-10 )
Lendl vs Connors (35 Lendl leads 22-13)
Sampras vs Agassi (34 Sampras leads 20-14)
McEnroe vs Connors (34 McEnroe leads 20-14)
Federer vs Nadal (32 Nadal leads 22-10)


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:22:26 น.  

 
(ต่อ)

• RAFOLE ในยุคแรกๆ (2006-2008) จะไม่ได้เจอกันในนัดชิง แต่มักจะเป็นรอบ SF หรือ QF เนื่องจากโนลเป็นมือ 3 ของโลก (ยุคนั้นเป็นยุคนัดชิงของ FEDAL) และราฟาเป็นคนชนะเป็นส่วนใหญ่ หลังจากแม็ทช์รอบรองที่โอลิมปิคปักกิ่ง 2008 มาก็ดูเหมือนแม็ทช์ RAFOLE จะทวีความเข้มข้นขึ้นมาก และมีการเจอกันในนัดชิงมากขึ้น จนแทบจะเป็นคู่ผูกขาดในปี 2013
รวมแม็ทช์ RAFOLE นัดชิงจนถึงปลายปี 2013 ทั้งหมด 19 ครั้ง โนลนำอยู่ที่ 10-9 ราฟานำในคอร์ดดิน 5-3 แต่โนลนำในคอร์ดปูน 6-3 และเสมอกันในคอร์ดหญ้า 1-1 ทำให้เราเห็นว่าในแม็ทช์นัดชิงที่โนลก้าวขึ้นมาวัดกับราฟานั้นมีความสูสีเป็นอย่างยิ่ง และยังไม่รู้ผลชัดเจนเด็ดขาดว่าใครเหนือใคร? คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง

• ใน GS ราฟามีสถิติ H2H = 8-3 แต่ถ้านับเฉพาะนัดชิงใน GS จะเสมอกันอยู่ที่ 3-3 และเนื่องจากราฟามีสถิติใน GS ดีมากๆ ไม่ค่อยแพ้ใครใน GS และแพ้เต็มที่ก็ 2 แม็ทช์ (Roger Federer, Andy Murray, David Ferrer, Lleyton Hewitt) แต่โนลเป็นคนเดียวที่สามารถเอาชนะราฟาใน GS ถึง 3 แม็ทช์…และแน่นอนว่าในอนาคตเราคงได้เห็น RAFOLE ใน GS อีกมากมายหลายแม็ทช์




โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:37:41 น.  

 
(ต่อ)

• RAFOLE เป็นเจ้าของความยึ้ดเยื้อยาวนานของแม็ทช์ ในแบบ 3 เซ็ต แฟนๆก็คงลืมแม็ทช์รอบรองที่มาดริดปี 2009 ไม่ลง ราฟาชนะแบบหึดขึ้น 3-6, 7-6(5) , 7-6(9)ใช้เวลาไปถึง 4 ชม 3นาที ส่วนแบบ 5 เซ็ตก็นัดชิงที่ AO12 โนลชนะไปแบบหึดขึ้นเช่นกัน ใช้เวลาไปเกือบ 6 ชั่วโมงขาดไป 7 นาที(5 ชม 53 นาที) ด้วยสกอร์ 5-7, 6-4, 6-2, 6-7(5) , 7-5 นี่ยังไม่รวม 54 ชอตมหัศจรรย์ใน USO13 ที่แสดงให้เห็นว่า RAFOLE เป็นแม็ทช์ชนิดสู้กันจนหยดสุดท้าย แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน และจะมีใครยอมใครง่ายๆ ต้องวัดใจ ต้องงัดหัวใจออกมาสู้กันกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะในแต่ละแม็ทช์


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:53:18 น.  

 
(ต่อ)

โนลได้พูดถึง RAFOLE ไว้ดังนี้
" We push each other to the limit and we make each other better. We make each other work harder on our games, especially when we play against each other. It's always a huge challenge."….คือต่างคนต่างผลักดันให้แต่ละคนเก่งขึ้น ทำงานหนักขึ้น และแม็ทช์ RAFOLE ถือเป็นความท้าทายสำหรับทั้งคู่อย่างยิ่ง

สำหรับแฟนๆเทนนิสของราฟา เราได้ติดตามผลงาน ยืนเคียงข้างให้กำลังใจราฟามาตั้งแต่เค้าอายุ 17-18 ในวันที่ราฟาต้องต่อสู้กับเทพเทนนิสที่เก่งที่สุดในจักรวาล Roger Federer จนผลงานของราฟาใน FEDAL เป็นที่พิสูจน์ทราบและนั่นมันก็กินเวลา 4-5 ปี มาถึงตอนนี้ราฟาก็ต้องผ่านความยากใน RAFOLE หมูทองก็ยังมีความเชื่อมั่นในความมานะพยายามอย่างยิ่งยวด (Perserverance) หัวใจที่เต็มไปด้วยไฟฝัน (Passion) และพลังงานทางบวก (Positive Energy) ของราฟาที่จะพาให้เค้าเดินทางพัฒนาเกมเทนนิสของตัวเอง และต่อสู้เพื่อชัยชนะใน RAFOLE สร้างสถิติตำนานที่ไร้เทียมทานต่อไป และแน่นอนผลลัพธ์สุดท้ายใน RAFOLE จะเป็นคำตอบหลายๆอย่างในวงการเทนนิส และเป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของราฟาให้เป็นที่ประจักษ์ต่อแฟนๆเทนนิสทั่วโลกว่าราฟาควรได้รับการยอมรับระดับ King of Tennis หรือ GOAT(Greatest Of All Time) ในวันที่เค้าลาวงการเทนนิสไปหรือไม่ ?

4. NOLAY (Nole - Murray) & RARAY (Rafa – Murray)
เนื่องมาจากมารีย์เริ่มเล่นเทนนิสระดับได้แชมป์เหรียญทองโอลิมปิคที่ลอนดอน 2012 และได้แชมป์ GS มา 2 แชมป์คือ USO12, WB 13 ตอนราฟาบาดเจ็บหายตัวไปไม่ได้มาแข่งด้วย ทำให้คู่เทนนิสชายคู่ใหม่ NOLAY โนล-มารีย์ ก้าวขึ้นมาอยู่ในสปอร์ตไลท์ แม้ว่าทั้งเกมเทนนิสและบุคคลิกภาพจะไม่มีสีสันน่าสนใจเท่าคู่ FEDAL และ RAFOLE แต่ก็ถือว่า…สด เพราะเกมเทนนิสของมารีย์ล้มโนลได้ในระดับ GS ที่ได้พิสูจน์มาแล้วทั้งสนามหญ้า WB และสนามปูน USO ดังนั้นในปี 2014 เราก็อาจได้ดู NOLAY มากขึ้นและมารีย์อาจก้าวเข้ามาเป็นตัวตัดแต้มจากโนลและราฟาได้
เป็นที่น่าแปลกใจว่า ตั้งแต่ราฟากลับมาในปี 2013 ยังไม่มีโอกาสได้ประลองกำลังกับมารีย์เลย เนื่องจากมารีย์ชิงตกรอบก่อน ถ้วยแชมป์ที่มารีย์ได้ในปี 2013 ก็ได้ตอนราฟาถอนตัวไม่ลงแข่ง หรือบาดเจ็บตกรอบไปพักผ่อน ทำให้เราหยั่งกำลัง RARAY ไม่ถูก แต่อย่างที่เกริ่นไว้ ราฟาจะยังอยู่ในยุคสมัยนี้แน่นอน ดังนั้นเราคงได้เห็น RARAY (Rafa-Murray) รุ่นใหม่ในปี 2014 แน่นอน

5. Old Star ดาราใหญ่
วงการเทนนิสชายเหมือนจะพิสูจน์การมีอายุยืนยาวขึ้นของชาวโลก เพราะปี 2013 เป็นปีที่เราได้เห็นนักเทนนิสเลข 3 นำ ยังเล่นเทนนิสได้ดี ขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าๆ ระดับ Top 50 มากพอสมควร และยังสามารถหลุดเข้ารอบลึกๆในรายการใหญ่ๆ ให้เป็นที่น่ากลัวของเด็กรุ่นใหม่ อ่อนประสบการณ์อีกด้วย เรามีลิสต์รายการดังต่อไปนี้
o ฮาส 35 ปี เฮียเค้าจ๊าบมากๆ สำหรับวัย 35 ยังคงเป็นมือ 13 ของโลกได้และน่ากลัวสำหรับทุกคน โดยเฉพาะรายการใหญ่ๆ ระดับ GS หรือ ATP1000 เพราะฮีล้มได้ทุกคนในวันดีๆ
o สเตปาเน็ค 35 ปี เล่นทั้งเดี่ยว(มือ 61) และตอนนี้มาเอาดีทางเล่นคู่ โดยจับคู่กับ Paes ชาวอินเดียคว้าแชมป์ USO 13 ล้มคู่แฝดไบรอันมาแล้ว การคิดบวกและใจสู้ของน้าเน็คน่าจะไปได้อีกนานบนเส้นทางนักเทนนิสอาชีพ
o ลอร่า 33 ปี มือ 49 ของโลก
o ฮิววิต 33 ปี มือ 58 ของโลก อดีตมือ 1 ของโลก 2 สมัย แม้ว่าผ่านการผ่าตัดสะโพกมาหลายครั้ง หลายครา มีครอบครัว มีลูกที่น่ารัก แต่ฮิววิตก็ยังรักที่จะเป็นนักเทนนิสและก็ยังมีไฟที่จะเล่นเทนนิสอยู่ ล่าสุดล้ม เข้ารอบ QF USO13 อย่างน่าประทับใจ
o เฟดเดอเร่อ 32 ปี
o ดาวิเดนโก้ 32 ปี
o เฟอร์เร 31 ปี
o โรเบรโด้ 31 ปี
o ยูชนี่ 31 ปี
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกรุ่น 32 ปีรุ่นเดียวกับเฮียเฟดที่เล่นเทนนิสได้ดีเรื่อยๆ ไม่โดดเด่นแต่ก็วนเวียนอยู่ใน Top 30 คือ เมลเซอร์, นิมิเน่น และเบเนตู และที่เป็นนักเทนนิสรุ่งเรืองในอดีตแต่ปัญหาบาดเจ็บรบกวนมากมายอาจให้ต้องตัดสินใจรีไทร์ในอนาคตอันใกล้ เช่น ฟิส และ นาลบัลเดี่ยน เป็นต้น
6. New Star ดาราเด็ก
เทนนิสชายยุคสมัย 2005 มาเนี่ย ดาราเด็กขึ้นมายากมากๆๆๆ เพราะว่า Top 4 แข็งแกร่งมากยืนครองอาณาจักรแบบไม่เปลี่ยนมือเลย ขึ้นลงก็ยังอยู่ใน 4 คนนี้ คือ เฟด, ราฟา, โนล, มารีย์ โดยมีรุ่นน้อง คือ น้องเดล (25 ปีอ่อนกว่าโนล-มารีย์ปีหนึ่ง) สอดแทรกมาได้แชมป์ USO09 อยู่ถ้วยเดียว เดลจึงไม่ใช่ดาราเด็กอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นกลุ่มที่มีโอกาสเสมอที่จะล่าแชมป์ถ้วยใหญ่ ดังนั้นถ้าเราลองมองดูรายการระดับ ATP1000 รุ่นเด็กที่อายุน้อยกว่าโนล-มารีย์ แล้วเบียดมาเข้าชิงได้ในยุคนี้ก็มีแค่ 2 คนคือ น้องไมโล(Milos Raonic) ที่เพิ่งได้ Ivan Lubucic เป็นโค้ชให้ในปี 2013 นี้ และน้อง JJ(Jerzy Jannowicz) อายุ 22 ปีเท่ากัน ซึ่งทั้งคู่คงพยายามอย่างยิ่งในการทำผลงานให้เข้า Top10 ในปีหน้า
ส่วนเด็กรุ่น 22 ปีอีกคนที่ได้สมญานามว่าเป็นเฟดน้อย คือ น้องต๊อบ(Grigor Dimitrov) ที่มีผลงานปราบมือ 1 ของโลกอย่างโนลได้บนคอร์ดดินที่มาดริด 2-1 เซ็ตมาแล้ว และแม้น้องต๊อบจะมีผลงานบนคอร์ดไม่สม่ำเสมอแต่ก็ฮอตติดชาร์ต เพราะนางฟ้ามาเรีย ชลาโปว่า ตามติดพันนัวเนียยอมรับน้องต๊อบเป็นแฟนด้วย ดังนั้นยังไงๆ ก็คงต้องตามดูเทนนิสของน้องต๊อบอีกสักปีสองปี เพื่อยืนยันว่าน้องเป็นตัวจริงหรือไม่ ?
พูดตามตรง หมูทองก็ยังไม่เห็นเด็กรุ่นนี้(ห่างกับราฟา 5 ปี – เหมือนที่ราฟาห่างกับเฟด) คนไหนที่จะก้าวข้าม ราฟา-โนล-มารีย์-เดล ไปได้เลย(ไม่นับรวมเฮียเฟด เพราะแกอาจจะรีไทร์วันไหนก็ได้) คิดว่าเราต้องข้ามไปดูเด็กรุ่นอายุ 17 ปี(ห่างกับราฟา 10 ปี) เช่น Borna Coric ชาวโครเอเชียที่ได้แชมป์ USO13 ซึ่งเป็นดาวรุ่งมีฝีไม้ลายมือระดับที่มารีย์เอ่ยปากชมหลังปะทะด้วยใน DC13…หรือ Karen Khachanov เด็กรัสเซียวัย 17 ปี สูง 198 ซม ที่มีเสริฟแรงเป็นอาวุธลับสามารถล้ม Tipsa ได้และเข้าไปถึงรอบ QF ที่ Kremlin เด็กรุ่นนี้น่าจะมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นจ้าวยุทธจักรถัดจากยุค ราฟา-โนล-มารีย์
7. New Hight
ปีนี้เด็กตัวสูงมาแรง ในรุ่นขึ้นศตวรรษ 2000 มานั้นนักเทนนิสที่ครองอาณาจักร มีความสูง 185-190 ซม (หรือ 6’1” – 6’3”) ถือเป็นความสูงที่ใช้งานได้ดีมากๆ เห็นจาก Top 4 เฮียเฟดกับราฟาสูงเท่ากันคือ 6’1” ส่วนโนลสูงขึ้นมาอีกนิดคือ 6’2” และมารียุ์ 6’3” เพราะเป็นการสมดุลย์ของการได้เปรียบการเสริฟจากความสูงกับความคล่องแคล่วของการเคลื่อนที่ แต่อย่างไรก็ตาม 15 ปีถัดมา เราจะพบว่าความสูงเหมาะสมจะปรับขึ้นเป็น 193-200 ซม (หรือ 6’4”- 6’7”) เป็นรุ่นที่มาแรง เพราะได้เปรียบเสริฟมากๆ และวิทยาการต่างๆทำให้ร่างกายมีความยืดหยุ่น เคลื่อนที่ได้ดีด้วย เช่น น้องเดล (6’6”), น้องไมโล Milos (6’ 5”), น้อง JJ - Jerzy Janowizc (6’7”), รวมทั้งรุ่นพี่อย่าง Ivo เจ้าพ่อเสริฟ Ace หรือ พี่จอห์น Isner ที่สูงโย่งระดับ 6’10”


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:54:26 น.  

 
(ต่อ)

ท้ายสุดเราคงต้องเจาะลึกรายคนสำหรับ Top 4 ว่าปี 2014 น่าจะไปในทิศทางไหน ?

เฟด 2014 ปีที่จะบอกว่าเฟดรีไทร์เมื่อไร ?

ปี 2014 ปีที่เฟดอายุ 33 ปี เป็นระยะสุดท้ายจริงๆของนักเทนนิสอาชีพ โอกาสที่จะรักษาตำแหน่ง Top10 จะยากขึ้นไปเรื่อยๆ เราได้เห็นผลงานแบบดิ่งลิฟท์ของเฮียเฟดมาแล้วในปี 2013 เฟดได้เพียง 1 แชมป์คอร์ดหญ้าระดับ ATP250 ที่ Halle เยอรมันนี และเข้าไม่ถึง QF ใน GS สนามที่ตัวเองถนัดมากที่สุดคือ WB13 ตกแค่รอบ 2 และตกรอบ 4 ใน USO13 ผลงานในภาพรวมคือ เฟดหล่นจากมือ 2 มาเป็นมือ 6 ของโลกหวุดหวิดสุดขีดต้องลุ้นว่าจะได้เล่น WFT หรือเปล่า ผลงานที่ดีที่สุดในปี 2013 คือ การเข้ารอบ SF ที่ WTF ทำให้เราได้ดู FEDAL เป็นครั้งที่ 4 (IW-QF, Rome-final, Cincinati-QF, WTF-SF) มันเป็นอะไรที่ไม่ใช่เฟดในรอบ 10 ที่ผ่านมา ในปีนี้ 2013 เฟดมีสถิติแพ้-ชนะ 45-17 (72.5%) เป็นมือ 6 ของโลกได้เพียง 1 แชมป์ ATP 250 เฟดมีแต้มคะแนนปี 2013น่าตกใจเพียง 4,205 ซึ่งเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดนับจากปี 2002(เฟดได้ 3 แชมป์และเป็นมือ 6 ของโลก ด้วยสถิติ 58-22(72.5%) เพราะว่าในช่วงเวลาหนึ่งทศวรรษจากปี 2003-2012 เฟดมีผลงานระดับเยี่ยมยอดสม่ำเสมอได้คะแนน W-L ไม่ต่ำกว่า 80% และเป็น Top 2 มาตลอดได้มือ 3 เพียงปีเดียวคือ 2011 แม้ว่าเฟดอาจมีอาการเจ็บหลังบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีการบาดเจ็บอะไรรุนแรง ถือว่าเฟดดูแลรักษาร่างกายดีมาก ทำให้เล่นเทนนิสได้ดีสุดยอดอย่างต่อเนื่อง มีความสม่ำเสมอหาใครเทียบได้ยากมากๆ ผลงานสถิติ 10 ปีกับ 17 GS, Career Slam, มือ 1 ของโลก 302 อาทิตย์ คงยากที่จะมีใครมาวัดรอยความเป็น GOAT (Greatest Of All Time) ยกเว้นราฟา คู่ขวัญคนเดิมที่ยังมีอายุเทนนิสระดับพีคอีกสัก 2-3 ปี
ในปี 2013 การเคลื่อนที่ของเฟดช้าลงอย่างเห็นได้ชัด สมาธิมีวอกแวกบ่อยโดยเฉพาะเวลาเป็นฝ่ายตาม แถมยังหมดแรงหลังผ่านการเล่นเกมหนักไปสักชั่วโมงหรือชั่วโมงครึ่ง เฟดจึงพยายามเล่นเกมเร็ว ปิดแต้มเร็ว แต่มันก็ทำให้มี UE มากมายเนื่องจากไม่คมเหมือนตอนหนุ่มๆ เฟดได้พยายามปรับเปลี่ยนแร็กเก็ตจากหน้าไม้แคบที่ใช้มาตลอด 10 กว่าปีมาเป็นหน้าไม้กว้าง 98 ตารางนิ้ว(ราฟากับโนลใช้หน้าไม้ 100 ตารางนิ้วมาตั้งแต่แรก) เหมือนชาวบ้านรุ่นใหม่ตอนกลางปีแต่มันก็ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้น จนต้องกลับไปใช้ไม้เก่าโบราณ(90-square inch racket frame) ของตัวเอง เราจะเห็นได้จากคำพูดของเฮียเฟดเอง ที่ยังไม่รู้จะจัดการกับปัญหาของตัวเองอย่างไร (ก่อนเข้าเล่น Cincinnati ที่ตัวเองเป็นแชมป์เมื่อปีที่แล้ว)
“I feel Okay, It’s been a tricky season, to say the least. Clearly I’ve been asking myself questions of how can I get out of, I wouldn’t call it a slump because I did win Halle in between, and I know that the game’s just around the corner,” Federer said. “It’s just important that I take the right decisions, how to move forward from here and then how I bounce back, because usually when things don’t go so well I find a way, and that’s what I’m looking for right now.”
“Right now it’s important for me to maintain my ranking, and eventually hopefully when I win big tournaments again or more tournaments, then I can move up again. Right now, I just need to first make sure that I’m healthy, that I do all the right things in practice and then that I can attack again in the matches.”
เฟดแยกทางกับ Paul Annacone ที่ร่วมทางกันมาถึง 3 ปีครึ่งและช่วยให้เค้ากลับมาได้มือ 1 ของโลกในปี 2009(ตอนราฟาเจ็บเข่าและหน้าท้อง) และได้ GS ที่ 17 ของตัวเองคือ WB12(ตอนราฟาไม่ได้แข่งขัน พักรักษาเข่าไปครึ่งปี) ตอนนี้ไม่ต้องถึงมือราฟา เฟดก็พร้อมจะตกรอบด้วยนักเทนนิสระดับแค่ Stakhovsky, Delbonis, Daniel Brands, Kei, Tsonga เป็นต้น การตัดสินใจครั้งนี้เหมือนกับจะบอกว่า เค้าต้องการผ่านช่วงขรุขระปลายทางของเส้นทางเทนนิสอาชีพด้วยตัวเองและคนใกล้ชิดเท่านั้น (แน่นอนว่าเจ๊เมียร์ก้า ต้องอยู่ในทีมเสมอ)

นอกจากนี้เฟดยังสามารถมีชีวิตครอบครัวที่ลงตัวไปกันได้ดีการกับเล่นเทนนิสอาชีพ มีภรรยาที่เข้าใจติดตามดูแลใกล้ชิด มีลูกสาวฝาแฝดอายุ 4 ขวบแล้วตามมาดีใจตอนพ่อได้ GS No17 อย่างน่ารักน่าชัง…ชีวิตของเฟดสมบูรณ์ perfect ชนิดที่ไม่ต้องการการเพิ่มเติมหรือพิสูจน์ใดๆอีก จึงเดินลงจากเวทีนี้วันใดก็คงหาใครมาเทียบเคียงยาก เรียกว่าเป็นระดับ ”หนึ่งในล้าน”… one in a million

ดังนั้นปี 2014 ก็คงจะเป็นปีที่พิสูจน์วัดใจว่าเฟดจะรีไทร์เมื่อไร จะลากยาวเหมือนอากัสซี่ หรือจิมมี่ คอร์เนอร์ได้หรือเปล่า หรือจะเป็นแบบค่อยๆถอยแบบอีวาน แลนดิล หรือพร้อมรีไทร์เลยเหมือนพีท กับป๋าแมคเอนโร หมูทองมองว่าถ้าเฮียเฟดรักษาใจ รักษาระดับความกระตือรืนร้นในการเล่นเทนนิสได้ รักษา Top 10 ได้ในปีหน้า…น่าจะค่อยๆลงแบบสไตส์ อีวาน แลนดิล


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:56:22 น.  

 
(ต่อ)

โนเล่ จะกลับมาทวงมือ 1 คืนได้หรือเปล่า ?

ความจริงในปี 2013 ก็ถือว่าโนลมีผลงานที่ดีพอควร ได้แชมป์ 1 GS คือ AO13 เข้าชิง 2 (WB13 & USO13) และ SF อีก 1 (FO13) และเป็นมือ 1 ของโลกทั้งหมด 101 อาทิตย์ ถือเป็นแค่ 9 คนของโลกที่มีสถิติมือ 1 เกิน 100 อาทิตย์ โนลทำผลงานในเอเชียได้ดีมากคือได้ 2 แชมป์ที่ปักกิ่ง (ATP500) และเซี่ยงไฮ้ (ATP1000) สร้างความนิยมเพิ่มเติมให้กับแฟนๆในภูมิภาคนี้ นอกจากในเกมเทนนิส แล้วโนลก็ยังหมั้นอย่างเป็นทางการกับ Jelena Ristic แฟนสาวที่คบกันมานานถึง 8 ปี (เรียนด้านบริหารธุรกิจที่ Bocconi University ในมิลานและจบโทด้าน Luxury Management and Services จาก International University of Monaco) ซึ่ง ณ.ตอนนี้ Jelena ก็เข้ามาอยู่ในชีวิตของโนลเยอะหน่อย เช่น ดูแลมูลนิธิของโนล ไปเชียร์แทบทุกแม็ทช์ เป็นต้น

อย่างที่หมูทองได้เขียนแสดงความเห็นไปเมื่อปีที่แล้ว ว่าโนลได้ใช้วิธ๊ถือศีลบวช ควบคุมตัวเองทั้งด้านการกินอยู่ การปฎิบัติตนอยู่ในกรอบเหมือนเข้าค่ายกักกัน เพื่อเก็บตัวให้ได้มาซึ่งความเป็นเลิศ มันใช้ได้ผลดีมากมา 2 ปี (อาจเนื่องมาจากราฟาหายไปจากจอครึ่งปี 2012 ด้วย) ถึงขนาดที่โนลออกหนังสือเรื่อง “Serve to Win” ตอนเดือนสิงหาเพื่อเล่าเรื่องการกินอาหารที่ไม่มีกลูตินของตัวเอง พร้อมสูตรโปรแกรมอาหาร gluten-free 14 วันให้ร่างกายแข็งแรงสดชื่น…ก็ไม่รู้ว่าหนังสือจะขายดีเท่าไร เพราะราฟากลับคืนสังเวียนอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ มาเอาชนะโนลได้ทั้งที่ FO13 และ USO13 พร้อมกับเอามือ 1 ของโลกคืนไปด้วย

…….จากการประลองกำลังกันในปี 2013 เราก็ได้เห็นร่องรอยของความอ่อนล้าของโนล ไม่ใช่ล้าด้านร่างกายแต่เป็นล้าด้านใจ ล้าจาก”การกดทับ” โนลสู้ไหม๊…สู้สุดๆ แต่จะผ่านราฟา มารีย์ น้องเดลไปได้ในนัดชิงรายการใหญ่ๆ ก็ต้องใช้พลังงานและสมาธิระดับเยี่ยมยอดเท่านั้น ในตอนปี 2011 ก็ดูเหมือนโมเมนตัมมาแรงโนลก็อาศัยความมั่นใจนั้นขับเคลื่อนต่อเนื่องไป แต่ปี 2013 ทุกอย่างไม่ง่ายเหมือนเดิม มารีย์เก่งขึ้น พัฒนาขึ้น ราฟาก็พัฒนาแก้เกมของโนลมาพอสมควรแล้ว แถมยังมีเด็กรุ่นใหม่ๆ แรงดี เกมแน่น เกิดขึ้นมาอีกมากมาย โนลอาจควบคุมเกม ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ดั่งเดิม ปลายปี 2013 โนลได้เป็นส่วนสำคัญยิ่งของทีมชาติเซอร์เบียในนัดชิงถ้วยแชมป์ DC แม้เซอร์เบียร์จะแพ้เชคเฉียดฉิว 2-3 เป็นรองแชมป์ในบ้านตัวเองเมืองเบลเกรด แต่โนลก็ได้ใจแฟนๆชาวเซอร์เบียร์ในการชนะทั้ง 2 แม็ทช์ทำ 2 แต้มให้ชาติ…โนลยังยิ่งใหญ่เสมอสำหรับชาวเซอร์เบียร์
ดังนั้นปี 2014 ก็อยู่ที่โนลแล้วว่าจะเข้มงวดควบคุมตัวเอง เพื่อมาต่อสู้ในสนามที่การแข่งขันเข้มข้นได้อย่างไร ? โดยสนาม AO14 จะเป็นสนามวัดใจเลยว่าโนลจะรักษาดินแดนตัวเองไว้ได้หรือไม่ ถ้าโนลเสียดินแดน AO อาจมีผลกระทบต่อความมั่นใจและผลงานทั้งปีของโนลด้วยเช่นกัน เพราะถือว่าโนลเป็นเจ้าพ่อ AO ระดับแชมป์ 3 สมัยต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม GS โนลได้ประกาศแล้วว่าเค้าต้องการ FO14 ที่สุดเพื่อปิด career slam ให้ตัวเอง โนลมีเรื่องค้างคาใจ ต้องการวัดฝีมือบนคอร์ดดินกับราฟาอีกสักครั้งใน FO14 ในขณะที่ราฟาคงอยากล้างตากับโนลใน AO14…สองแสลมแรกของปีห้ามกระพริบตา…กับ RAFOLE


มารีย์ ทำอย่างไรจึงจะแทรกอยู่ในสมการ
RAFOLE…เป็น RAFORAY (Rafa-Nole-Murray) ?

มารีย์ได้ 2 GS อยู่ในมือ คือ USO12 กับ WB13 แล้ว และทั้งสองสแลมได้มาจากการล้มโนลในคอร์ดเร็ว ทั้งคอร์ดปูนและคอร์ดหญ้า นอกจากนี้มารีย์ยังเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิค 2012 ที่สนาม WB โดยการล้ม King of Grass อย่างเฮียเฟดมาได้ ดังนั้นก็เป็นการพิสูจน์ว่ามารีย์สามารถลงดาบฟันได้ยามคับขัน แต้มสำคัญเข้าด้ายเข้าเข็มก็ไม่เกร็ง สามารถยึนหยัดต่อสู้มาจนได้ถ้วยแชมป์ GS มาแล้ว แสดงว่ามารีย์มีศักยภาพ มีสัญชาติญาน Champion ล้มได้หมดทุกคน แต่ที่ยังไม่ได้พิสูจน์ทราบคือ การล้มราฟาบนสนามใหญ่ เนื่องจากถ้วยใหญ่ที่มารีย์ได้มาทั้งหมดนี่เกิดขึ้นตอนราฟาไม่อยู่ในทัวร์
เสียดายว่าตอนปลายปี 2013 มารีย์ต้องเข้าผ่าตัดเล็กเพื่อแก้ไขปัญหาอาการเจ็บหลัง หลังรายการ USO13 ที่มารีย์ตกรอบ QF (แพ้สตานที่ฮอตขึ้นมา แบบแฟนๆเทนนิสงง) มารีย์จึงไม่สามารถลงแข่งขันในสนามที่ตัวเองถนัดได้เลย (indoor HC) เราจึงต้องรอฤดูกาลหน้าว่ามารีย์จะมีสภาพเป็นอย่างไรหลังผ่าตัด แต่แน่นอนว่ามารีย์จะเป็นตัวแปรสำคัญบนคอร์ดหญ้า WB14 ที่เค้าถนัดสุด และคอร์ดปูนที่ถนัดมากเช่นกันทั้ง AO14 และ USO14 ต้องถือว่ามารีย์เป็นตัวเต็งสำคัญด้วย สิ่งที่หมูทองห่วงใยมารีย์ไม่ใช่ฝีมือเทนนิสหรือสภาพร่างกาย แต่กลายเป็นสภาพจิตใจ เนื่องจากมารีย์ได้แชมป์ GS สมตามเป้าหมายความฝันอันสูงสุดแล้ว คราวนี้การรักษาแชมป์ไว้มันยากยิ่งกว่า มารีย์จึงต้องจัดการให้ตัวเองมีความทะยานอยากมากพอในการล่าแชมป์ GS ถ้วยต่อๆไป ซึ่งภารกิจแรกที่สำคัญของมารีย์ในฐานะมือ 3/4 ของโลก คือ ต้องพาตัวเองเข้ามาให้ถึงนัดชิง GS ให้ได้ ไม่ว่าต้องล้มใครบ้าง และแม้ว่ารู้ทั้งรู้ว่าการจะได้แชมป์ GS คงต้องผ่าน 2 ด่านมนุษย์ทองคำ ราฟา กับโนล…มารีย์ก็ต้องใจสู้ไม่ถอย ไม่หวั่น ไม่ไหว
…”ใจ” นี้แหละที่ห่วงใยว่ามารีย์จะไม่ใหญ่พอ


โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:58:31 น.  

 
(ต่อ)

ราฟา เรามีความหวังกับราฟา…กับ The Grand Slam เสมอ ?

อย่างที่หมูทองได้เสนอโมเดลการพัฒนาเทนนิส Version 3 ของราฟาไป เราได้เห็นการปรับเปลี่ยน(transform) ระดับการเล่นเทนนิสอย่างมีนัยสำคัญในปี 2013 จนทำให้ราฟาสามารถเล่นเทนนิสคอร์ดปูนได้จ๊าบกว่าเดิมมาก มีสถิติคอร์ดปูน 36-4 สอยแชมป์คอร์ดปูนไป 4 ถ้วย (1 GS + 3 ATP1000) และดูเหมือนราฟาจะกระหายในการเล่นเทนนิสมากเหลือเกิน ขนาดเดือนมกราคมทั้งเดือนไม่ได้ลงเล่น ทั้งปี 2013 ราฟาลงเล่นทั้งหมด 82 แม็ทช์ (75-7)…เยอะอะ แฟนๆ ราฟาอยากให้ราฟาพักมากกว่านี้ เพราะทั้งงานในคอร์ด นอกคอร์ด (เช่น ถ่ายโฆษณา ถ่ายปก ถ่ายแบบ โชว์ตัวเอาใจสปอนเซอร์ เอาใจแฟนๆทั่วโลก งานการกุศลมูลนิธิ อื่นๆอีกมากมาย) ทำให้เสียพลังงานไปมากมาย ซึ่งเราก็ได้เห็นร่องรอยความอ่อนล้าของราฟาในรายการหลัง USO13 แถมเข่าซ้ายก็ยังไว้ใจไม่ได้

ราฟาไม่โชคดีเหมือนเฮียเฟดที่กลับมาเอามือ 1 คืนทั้งสองครั้งเกิดขึ้นตอนคู่ต่อสู้คนสำคัญคือ “ราฟา” เข่าเดี้ยงและไม่สามารถแข่งขันได้หรือแข็งได้ไม่เต็มสูบในปี 2009 และปี 2012 แต่สำหรับราฟาต้องล่ามือ 1 ของโลกโดยที่ตัวเองต้องทำผลงานระดับโลกตะลึงทั้งตอนปี 2010 ที่ทำ Clay Slam กวาดทุกแชมป์ของคอร์ดดิน และกวาดแชมป์ 3 GS : FO-WB-USO 3 พื้นผิวต่อเนื่องติดกันเป็นคนแรกและคนเดียวในโลก ส่วนในปีนี้ 2013 ก็เข้าชิงเกือบทุกรายการที่ลงแข่ง 14 ใน 17 และได้แชมป์ทั้งหมด 10 รายการ 2GS + 5 ATP1000 + 2ATP500 + 1 ATP250 เรียกว่าการกลับมาทั้งสองครั้ง โลกหมดคำถามว่าใครสมควรเป็นมือ 1 ของโลก ใครเป็น King of Tennis ? และแม้คู่ต่อสู้ตัวเอกทั้งเฟด(22-10), โนล(22-17) และมารีย์(13-5) ยังเล่นเทนนิสได้ยอดเยี่ยม ก็ต้องยอมรับนับถือผลงานของราฟาในปีนั้นๆ การที่ราฟาเป็นมือ 1 ของโลกตอนปลายปี 2008, 2010 และ 2013 นั้นถือเป็นคนแรกและคนเดียวของโลกที่เป็นมือ 1 ของโลกตอนปลายปีได้ถึง 3 ครั้ง และครั้งนี้มีช่องว่างห่างถึง 3 ปีแถมเอาคืนจากเฟดและโนลซึ่งมีผลงานดีเยี่ยมเช่นกัน….ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นฝีมือมนุษย์ธรรมดา ราฟาคงเป็น Superman แน่ๆ หรืออาจเรียกได้ว่าราฟาเป็น ”เจ้าแห่งการคืนความเป็นจ้าว” Die-Hard ตัวจริง ไม่สูญสลายหายไปไหน เป็นอมตะตลอดกาลนาน (Ivan Lendl และ Roger Federer เป็นนักเทนนิส 2 คนที่สามารถกลับมาเป็นมือ 1 ของโลกตอนปลายปี ได้อีกครั้งในปี 1989 และ 2009 โดยมีช่องว่างห่าง 2 ปี)

มีอีกเรื่องที่ราฟาทำในเดือนพฤศจิกายนหลัง WTF-13 ที่แตกต่างไปจากปีอื่นๆมาก คือราฟาออกงาน Exhibition ในทะเลแคลิเบียนและทวีปละตินอเมริกาแบบ “จัดหนัก” ดูเหมือนว่าราฟาอยากกลับไปขอบคุณแฟนๆ แถบนั้นที่ต้อนรับเค้าอย่างอบอุ่นตอนต้นปี ทำให้ราฟามีแรงขับเคลื่อนสร้างผลงานที่ดีตลอดปีอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนราฟาอยากสร้างฐานแฟนคลับเทนนิสในทวีปละตินอเมริกาที่มีพื้นฐานวัฒนธรรม ภาษาใกล้เคียงกับสเปน (ในอดีตกาล…สเปนครอบครองอาณาจักรย่านนี้แทบทุกประเทศ) ซึ่งก็ต้องทำตอนนี้ที่ราฟากำลังสร้างผลงานที่ดี เป็นช่วงนาทีทอง ที่ต้องขยัน…จัดไป ไม่มีใครคำนวณว่าราฟารับทรัพย์ไปเท่าไรกับรายการต่างใน 2 อาทิตย์นี้

• 12-16 Nov 13 ; The Necker Cup - world class Pro-Am, British Virgin Islands ของท่านเซอร์ Richard Branson ราฟาอยากให้เงินเข้ามูลนิธิตัวเองจากรายการนี้

• 17 Nov 13 ; Jockey Club, Lima, Peru (Rafa vs David Ferrer ; 7-5, 6-4)

• 20 Nov 13 ; Movistar Arena, Santiago, Chile (Rafa vs Novak Djokovic : 6-7, 4-6)

• 21 Nov 13 ; Orfeo Superdomo, Cordoba, Argentina (Rafa vs David Nalbandian ; 4-6, 6-7)

• 23-24 Nov 13 ; La Rural, Buenos Aires, Argentina (Rafa vs David Nalbandian ; 6-3, 6-4, and Rafa vs Novak Djokovic 6-4, 7-5)

ท้ายสุดเราควรสรุปถึงเรื่องเกมเทนนิส Version 3 ของราฟาที่พยายามพัฒนาให้มีเสถึยรภาพขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง
- เสริฟ ราฟาเสริฟได้ดีกว่าปี 2011-12 มาก แม้ว่าจะเสริฟไม่เร็ว ไม่แรงมากเหมือนรุ่น USO10 (130 m/h หรือ 210 Km/hr) แต่ราฟาก็เสริฟได้ในระดับ 190-205 Km/hr ถือว่าใช้ได้ ทิศทางการวางลูกเสิรฟก็หลากหลาย เข้าตัวบ้าง ฉีกกว้างบ้างไม่ให้คู่ต่อสู้เดาทางได้ง่ายๆ แต่อย่างไรก็ตามราฟายังพัฒนาเสริฟให้ได้ดีกว่านี้อีก หมูทองคิดว่า เสริฟราฟาสม่ำเสมออยู่ในระดับ A-
- BH เช่นเดียวกับเสริฟ BH ของราฟาดีขึ้น กล่าวคือ ลึก (เหมือนราฟาเบี่ยงตัวมากกว่าเดิม ผลักแร็กแก็ตไปด้านหลังมากขึ้นเพื่อเพิ่มแรงส่ง และเวลาตี BH ลงน้ำหนักที่ขาซ้ายได้) และเล่นทั้ง cross court และ down the line โดยเฉพาะ DTL ทำให้คู่ต่อสู้จับทางไม่ถูก เสียจังหวะ และบางทีราฟาดึงเวลานิ๊ด แค่นิ๊ดหนึ่งเพื่อให้คู่ต่อสู้ก้าวขาออกไปก่อน ราฟาจึงสวนลูกไปทำให้คู่ต่อสู้กลับมารับไม่ไหว เพราะลงน้ำหนักขาไปแล้ว
- FH เป็นอาวุธหลักที่ใช้ในการดำเนินเกม ราฟาขยับเข้าไปในคอร์ดมากขึ้น กล้าเล่นเสี่ยงขึ้น กล้าขึ้นไปเล่นหน้าเน็ทมากขึ้น เกมราฟาดูว่าเร็วขึ้น (รวมทั้งกรรมการเคร่งครัดขึ้นเรื่องเตือนกฎ 25 วินาที แข็งขันขึ้น)
- Court Positioning – Movement ราฟามีความเร็วและ footwork ที่ดีเยี่ยมไม่เป็นรองใคร แต่ชอบอ้อยอิ่ง ใจเย็น ชอบอยู่ในเกมรับจะบุกต่อเมื่อมั่นใจมากๆ ราฟาปรับปรุงให้อยู่ในคอร์ดมากขึ้น ไม่ถอยไปรับไกลโพ้นเหมือนเมื่อก่อน หรือเตรียมใจเตรียมเกมมาเล่นบุกมากขึ้น พยายามเอาเสริฟที่ดีขึ้นเป็นตัวนำทำเกม เราเห็นราฟาขึ้นหน้าเน็ทมากขึ้น ใช้วอลเล่ย์ และสไลด์แบบผสมผสาน ทำให้เกมของราฟามีสีสันและทำแต้ม wiiner ได้เป็นกอบเป็นกำทั้งจากท้ายคอร์ดและหน้าเน็ท ราฟาจะถอยร่นไปหลังคอร์ดก็ต่อเมื่อคู่ต่อสู้บุกหนัก ราฟาเล่นเป็นฝ่ายรับและพาตัวเองขึ้นไปกดดันไม่ไหว อาจมาจากสภาพร่างกายราฟาล้า ไม่ฟิตพอ หรือคู่ต่อสู้องค์ลง เล่นดีมากๆ จัดหนักได้ต่อเนื่องยาวนาน เช่นตอนเล่นนัดชิงกับโนลที่ปักกิ่ง และรอบรองกับเดลที่เซี่ยงไฮ้
- Right & Possitive Attitude ราฟาใช้คำว่า Luck หรือคำว่า ”โชคดี” ในการอธิบายว่าทำไมเค้าถึงได้ชัยชนะในแม็ทช์ใหม่ๆ หลายครั้ง แต่หมูทองคิดว่าคุณต้อง “ดี” พอที่จะได้รับโชคดีอันนั้นด้วย

ราฟาเชื่อว่า เราสามารถพัฒนาและปรับปรุงได้ตลอดเวลา

ราฟาเชื่อว่า เราต้องขอบคุณ และซาบซึ้งในบุญคุณของคนมากมายที่คอยเป็นกำลังใจ อยู่ช่วยเราตอนเราพ่ายแพ้ ไม่สมบูรณ์

ราฟาเชื่อว่า ถ้าเรามีความสุข สนุกกับสิ่งที่ทำ เราจะทำสิ่งนั้นได้ดี ดีที่สุด

ราฟาเชื่อว่า เราต้องอยู่กับปัจจุบัน มีสมาธิอยู่กับปัจจุบันขณะ พยายามทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่ตีโพยตีพายกับอดีตที่ไม่ได้ดั่งใจ และมัวแต่ฝันหวานหรือกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

ราฟาเชื่อว่า ถ้าเรามุ่งมั่น มานะพยายาม ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคอะไรง่ายๆ ผลลัพธ์ที่ดีจะตามมา

เรามาลองดูว่าคนอื่นผู้ถึงราฟาอย่างไรบ้าง ?

James Blake ย้อนรำลึกถึงตอนที่ได้ตีเทนนิสกับราฟาครั้งแรกที่ USO05…… “ I also remember specifically, I had never even hit with him before I played him, the first couple balls in warmup, he hit the ball so heavy, I actually thought I was in trouble from the start. Once the match started, he was hitting the ball shorter and playing with a lot of margin and not being as aggressive. That to me gave me the opportunity to play m...y game.”
และมาเปรียบเทียบกับราฟาตอนนี้ปี 2013 …… “ I think he’s improved everything he needs to to be aggressive and still keep the game that got him to be the best clay courter in the world, too.”

Andre Agassi ให้ความเห็นดังนี้…… “Nadal went from a guy that maybe I had a chance against that year, right surface, right circumstance, to a guy I see from my couch that I’m pleased to be watching from my couch.”

หมูทองเชื่อว่าราฟาจะเป็นตัวเชื่อมต่อยุคสมัยจากสมัยอาณาจักรอันรุ่งโรจน์ของเฮียเฟด มายังอาณาจักรคนร่วมสมัยกับตัวเอง (โนล-มารีย์-เดล) แล้วก็คงล่าสถิติที่ไม่ใช่ H2H (22-10) กับเฮียเฟด อีกต่อไป แต่ที่น่าสนใจคือ จำนวนสถิติโลก 13-17 GS ต่างหากที่เราคงต้องมาดูกันว่าราฟาจะไปได้ไกลแค่ไหน ? โดยเฉพาะในปี 2014 ราฟามีโอกาสที่จะทำ The Grand Slam คือได้แชมป์ GS ครบทั้ง 4 รายการในปีเดียวกันเป็นคนต่อจาก Rod Laver ตอนอายุกำลังดีที่ 28 ปีบริบูรณ์แต่จะพิเศษมากๆ คือยุคสมัยของราฟาจะมีพื้นผิวคอร์ดครบทั้งหญ้า ดิน ปูน และแม้ว่างานนี้มันจะยากมากๆ ดั่ง Impossible Dream แต่ราฟาก็ทำเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็นมานักต่อนักแล้ว พวกเราแฟนๆเทนนิสย่อมมีความหวังเสมอว่า ซึ่งถึงวันนั้นมาถึงโลกคงไม่ต้องมีความลังเลใจที่จะให้สมญานามราฟาใหม่ว่าเป็น “King of Tennis”

ความเป็นห่วงกังวลใจกับนักเทนนิสขวัญใจคนนี้ คงเหลือแค่เรื่องความสมบูรณ์ของสุขภาพร่างกาย เข่าขา ว่าจะพร้อมสำหรับการแข่งขันเกมเทนนิสหนักๆได้หรือไม่? จากประวัติศาสตร์ของราฟาเราก็อดห่วงใยฮีไม่ได้ เพราะพอฮีได้มือ 1 ของโลกปีถัดมาฮีก็แป๊กหมดแรง พวกเราได้แต่หวังว่าทีมงานราฟาจะใจแข็ง ไม่รับงานเยอะ ไม่มีการใจอ่อน เกรงใจคนโน้นคนนี้ หรือเห็นแก่ Appearance Fee เด็ดขาด อาจศึกษาการจัดผังตารางการลงเล่นแบบเจ๊เซเรน่า คือ ไม่ต้องสนใจอันดับโลก รักษาสภาพร่างกายไว้ลงเฉพาะรายการใหญ่ที่มีความฟิต พร้อมสมบูรณ์ที่จะล่าแชมป์เท่านั้น

จากที่ตามอ่านสัมภาษณ์ ตามดูความคิดของราฟา…หมูทองมีความเชื่อมั่นในเรื่อง Perserverance คือความมานะพากเพียรอย่างถึงที่สุด เมื่อรวมกับแรงบันดาลใจ (Passion) และความรักในเกม (the Love of the Game) ของราฟา เราคงจะยังเห็นราฟาขยัน ซ้อมหนัก มุ่งมั่นตั้งใจ ไม่ย่อท้อ และยืนหยัดอยู่ในสังเวียนของการต่อสู้ที่เข้มข้น แม้อาจมีนักเทนนิสรุ่นใหม่ๆที่เก่งขึ้นมา แต่ราฟาคงจะไม่ยอมให้ใครเอาชนะได้ง่ายๆ และนี่จะเป็นส่วนผสมสำคัญที่ทำให้ราฟาทำเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้(Impossible)ให้ เป็นไปได้(Possible)…นั่นคือสิ่งที่หมูทองมั่นใจ

ATP world Tour Final 2014

หมูทองคาดว่า ปีนี้ 2014 เราคงจะได้เห็นนักเทนนิสใหม่ๆ เด็กๆ เข้ามาอยู่ใน WTF 8 คนสุดท้ายสักที การต่อสู้แย่งชิงมือ 1 ของโลกคงดุเดือดโดยเฉพาะจาก Top 3 ราฟา-โนล-มารีย์ ทุกคนอยากเป็นมือ 1 ของโลกหมด แต่มันก็มีได้เพียงคนเดียว และ 3 คนนี้คงได้เข้ามาเล่น WTF ปี 2014 แบบชัวร์ๆ ฉิวๆ แต่ที่พยากรณ์ยากมากๆ คืออีก 5 ที่นั่งจะเป็นของใคร ?
อีก 2 ที่นั่งที่คาดว่าควรตามรุ่นใหญ่มาคือ น้องเดล กับเบอร์ดิช

อีก 3 ที่นั่งนี่ซิ ลำบากใจมาก เลือกไม่ถูกว่าใครน่าจะเข้าวิน ? ใจอยากคิดว่าเด็กสองคนคือ น้องไมโล (ราโอนิค) และ น้อง JJ (เจอร์ซี่) เด็กอายุ 22 น่าจะเข้ามีลุ้นผ่านเข้ารอบ 8 คนในปีหน้านี้ ในขณะที่ห่วงใยเฮียเฟดว่าแกจะมาตามนัดเป็นปีที่ 13 lucky number ได้หรือเปล่า เสียวเชียว ในขณะที่รุ่นกลางเก่ากลางใหม่ที่แรงยังพอไหว กระดูกแข็งแกร่งแล้ว เช่น เฟอร์เร สตาน ซองก้า ก๊าสเก้ ซิมง ยูชนี่ อีสเนอร์ ก็ควรมีโอกาสเช่นกัน

การต่อสู้ในสนามเทนนิสปี 2014 จะเข้มข้นในกลุ่ม Top 3 เพื่อแย่งชิง GS และแน่นอนการเป็นมือ 1 ของโลกตอนสิ้นปี แม้ว่า RAFOLE ยังเป็นกระแสหลักของเทนนิสชายในเกมใหญ่ ขณะเดียวกันหมูทองคิดว่า ปี 2014 จะเป็นปีแรกที่รุ่นเด็กๆมีโอกาสแทรกเข้ามาในสนามใหญ่ เราน่าจะได้เห็นม้ามืดในรอบรอง รอบชิง GS ได้ เพราะนักเทนนิสรุ่นใหม่ๆไม่ได้กล้ว เกร็งกับโนล มารีย์ เหมือนเกรงบารมี เฟด-ราฟา ตอนยุค 2005-2010 อีกต่อไปแล้ว ราฟาเองก็มีจุดอ่อนเรื่องเข่า และอาจตัดสินใจไม่ลงเล่นทุกสนามเหมือนเมื่อก่อน.....เทนนิสปี 2014 จึงน่าจะแปลกตาไปจากเดิม และที่แน่ๆ ลุ้นสนุกแน่นอน




โดย: หมูทอง IP: 125.25.143.137 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:21:08:21 น.  

 
ครั้งนี้น่าจะเป็นบทความที่ยาวนานที่สุดเท่าที่ได้อ่านมา ขอบน้ำใจคุณหมูทองมากๆ สนุกจุใจ สมการรอคอย กดไลท์ให้เลยครับ


โดย: น้อง IP: 124.120.172.116 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2556 เวลา:23:57:07 น.  

 
ช่ายเลยคุณน้อง ขอบคุณคุณหมูทองมากค่าาา


โดย: อ่อน IP: 118.68.82.41 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2556 เวลา:20:33:14 น.  

 
อ่านสนุกมากค่ะ เป็นบทความที่ยาวมากแต่ก็อ่านได้เพลินชอบมากๆค่ะ

ขอบคุณ..คุณหมูทองนะคะที่เขียนบทความดีๆแบบนี้วิเคราพห์เหมือนไปนั่งในใจราฟาเลย

ปีหน้า2014เชียร์ราฟากันใหม่
ขอให้ราฟาสุขภาพกายและใจแข็งแรงแข็งแกร่งตลอดปี2014

ขอให้แฟนๆราฟาทุกคนมีสุขภาพดีแข็งแรงปลอดภัย เชียร์ราฟาให้ชนะทุกแมตช์ที่แข่ง



โดย: รักราฟา IP: 125.26.242.242 วันที่: 28 ธันวาคม 2556 เวลา:22:21:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

sitthi_sp
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add sitthi_sp's blog to your web]